ชีวิตลูก ในรร.อนุบาล








หลังจากทำการคัดตัวโรงเรียนอนุบาลให้ลูก ยัยแม่ก็หายวั๊บจากการ update ไปเลย
ไม่มีบอกแม้กระทั่งว่าสุดท้ายเลือกรร.อะไร 555

จนตอนนี้ลูกคนที่ 2 ตามเข้ามาเรียนแล้ว ยัยแม่ก็ยังเงียบหาย 555

ต่อเลยก็แล้วกัน จากผลการคัดเลือกรร.ไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว สรุป..เราก็ได้รร.อนุบาลจันทร์เจ้า มาเป็นรร.แรกในชีวิตพวกเธอ เย้ๆๆ SmileySmileySmiley

ผ่านมา 3 ปีในรั้วโรงเรียน มะม๊าคิดว่ามะม๊าเลือกไม่ผิดที่ให้ลูกมาอยู่รร.นี้

1. บรรยากาศของรร. ที่ชอบตั้งแต่วันแรกที่ไปดู จนถึงทุกวันนี้ มันร่มรื่น มันเหมือนบ้าน มันไม่ดูวุ่นวาย และดูเคร่งเครียด

อันนี้เป็นบรรยากาศตอนเย็น เนื่องจากเราฝากเด็กๆไว้ที่รร. (Day Care) จนถึง 18.30 น. เด็กๆยังเล่นกันสนุกสนานไม่ยอมกลับบ้าน


2. concept วิถีพุทธ แม้เราจะไม่ใช่พุทธศาสนิกชนที่ชอบเข้าวัดเข้าวาเท่าไหร่ ^^' แต่เราชอบ concept ของรร.ที่นำวิถีพุทธมาปรับใช้ในการสอน มีให้ทำบัตรความดี มีพระมาเทศน์อยู่เป็นระยะ

3. ชอบแนวการสอนแบบ project approach แม้รร.นี้จะไม่ใช่แนว project approach 100% แต่มันก็มีแนวการสอนนี้แทรกเข้ามาในการเรียนรู้ของเด็กๆด้วย เช่น วันนี้ครูให้เด็กๆเอาส้มหรืออาหารที่ทำจากส้มไป แล้วก็ให้เด็กๆช่วยกันคิดว่า "ส้ม..เอามาทำอะไรได้บ้าง" จบวันด้วยเด็กๆมีของกินที่เป็นส้ม กลับมาบ้านเต็มเลย 555 บางครั้งก็ให้เด็กทำผ้ามัดย้อม ซึ่งเด็กไม่ได้ทำกันเอง 100% อยู่แล้ว แต่พอกลับมา เค้าก็สามารถเล่าให้เราฟังได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนเลย Smiley

4. ชอบสังคม เราว่าผู้ปกครองที่พาลูกมาเรียนที่นี่ มีแนวคิดคล้ายๆกัน คืออยากให้ลูกเรียนอย่างมีความสุข เรารู้อยู่แล้วว่าโลกนี้มันเต็มไปด้วยการแข่งขัน แต่ในวัยของพวกเค้า เราอยากให้พวกเค้าเรียนอย่างมีความสุข ตื่นเช้ามาแล้วบอกแม่ว่า "มะม๊าอยากไปรร." ซึ่งทุกวันนี้ลูกเราเป็นอย่างนั้น เมื่อเห็นลูกๆสนิทกัน พ่อแม่ก็สุขใจ และเมื่อเป็นเช่นนี้..เดอะแก๊งค์พ่อแม่เลยเกิดขึ้น 555 ทั้งนัดเที่ยว นัดกิน พวกเรามีหรือจะพลาด Smiley



ปูลู และ ปล. อย่างที่บอกว่า อย่างไรเราก็หนีการแข่งขันไปไม่พ้น ดังนั้น พอขึ้น อ.3 รร.จะค่อนข้างเน้นวิชาการมากขึ้น (อย่างเห็นได้ชัด) เด็กๆต้องเริ่มปรับตัวกับการบ้านที่มีมากขึ้น ซึ่งอันนี้เราก็รับได้นะ (แม้จะแอบสงสารเธออยู่บ้าง) เพราะเค้ากำลังจะออกไปเจอโลกแห่งการแข่งขันข้างนอกแล้ว เค้าต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้น 

อย่างน้อย 4 ปีในรั้วรร.อนุบาล (รวมชั้นตอ.) ได้เห็นพวกเธอมีความสุข มะม๊าก็สุขใจ Smiley


ประมวลภาพกิจกรรมต่างๆในรร.

กิจกรรมทัศนศึกษาช่วงปิดเทอม (พอร์ช อ.2 ฮาร์เล่ย์ อ.1)



ปาร์ตี้ปีใหม่


วันตรุษจีน


วันพ่อและวันแม่




ทริปค้างคืนทริปแรกของเดอะแก๊งค์ ณ อัมพวา


และหลังจากนั้น..อีกหลายๆทริปก็ตามมา...



ผลงานประดิษฐ์กระเป๋า hand made จากวิชาศิลปะ





Create Date : 21 เมษายน 2559
Last Update : 23 พฤษภาคม 2559 11:08:53 น.
Counter : 584 Pageviews.

0 comment
Mama's life is beautiful

มะม๊าแอบภูมิใจนะ ว่านอกเหนือจากเวลาทำงานแล้ว แทบไม่มีเวลาไหนที่เราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย

ไม่ว่าจะไปไหน มะม๊าจะหนีบจะหิ้วพวกเธอไปด้วยตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร เราจะมีส่วนร่วมด้วยกันตลอด

ดูได้จากฮาร์เล่ย์ เธอเห็นไม้กวาดหรือไม้ถูพื้นเป็นไมได้ ต้องรีบเข้าไปหยิบมากวาดมาถู รู้เลยว่าตัวอย่างมาจากใคร 555

ส่วนพอร์ชนี่ เธอได้สไตล์การพูดของแม่เธอมาเยอะเลย มะม๊าชอบที่เรามักจะขอบใจกันเวลาใครทำอะไรให้ เรามักจะขอโทษกันถ้าเราทำผิดอะไร และเรามักจะกอดกันในทุกๆเวลาที่เรานึกได้

มะม๊าชอบชีวิตที่มีพวกเธอมากเลย...

เช้ามา เข้าไปปลุกพวกเธอ โดยการหอม ฟัดพวกเธอไปมา จนเธอตื่น

พาพวกเธอไปอาบน้ำ ขำตอนเธอยืนเบ่งอึ๊ ขำตอนเธอเดินขาถ่างๆไปห้องน้ำ ขำตอนถอดแพมเพิสออกมาแล้วเธอเห็นปู่ปู้ตัวเอง แล้วทำหน้ายี้ๆๆๆ

อาบน้ำเสร็จ ไล่จับลิงแต่งตัวไปรร. ป้อนข้าวพวกเธอ จับพวกเธอขึ้นรถ แล้วพาไปส่งรร.

แม้มันจะเป็นแต่ละเช้าที่แสนวุ่นวายและเร่งรีบ แต่ก็แสนจะมีความสุข

โดยเฉพาะตอนอยู่บนรถด้วยกัน คนนึงจะฟังนิทาน คนนึงจะฟังเพลง คนนึงจะฟังเพลงที่1 คนนึงจะฟังเพลงที่ 2 วุ่นวายดีแท้ 555

สุดท้ายเราสามคนก็ร้องเพลงไปด้วยกันตลอดทาง

ทุกเย็น แค่ดิดถึงหน้าพวกเธอตอนเจอมะม๊า ก็แทบจะกระโดดออกจากเก้าอี้ทำงาน รีบไปรับเธอแล้ว

พอไปถึงรร. แต่ละคนจะรีบวิ่งมากอดมะม๊า มาโม้ให้ฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง บางทีก็แย่งกันพูดทั้งสองคนจนมะม๊าฟังไม่รู้เรื่อง 555

บางวันไม่ได้ขับรถไปรับพวกเธอ ก็จะจูงมือพวกเธอออกมาเรียกแท็กซี่ ภาพเด็กจิ๋วสองคนสะพายกระเป๋านักเรียนจูงมือคุณแม่คนละข้าง มันน่ารักมาก

ถึงบ้าน พวกเธอมักจะใจแตกจะไปทิ๊กท้อต่อ 555 ไปเซเว่น พวกเธอเป็นแฟนพันธุ์แท้เซเว่นขนาดที่เข้าไปปุ๊บ พนักงานเรียก “น้องพอร์ช น้องฮาร์เล่ย์ มาแล้ว” เข้าไปหยิบนมเปรี้ยว ฮาลิโบ กันคนละชิ้น สองชิ้น

กลับบ้านไปซ่ากันที่ห้องอาม่า แล้วขึ้นไปอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างจมูกกัน

ก่อนนอนพวกเธอจะให้มะม๊ากล่อม มือซ้ายตบก้นคนนึง มือขวาตบก้นคนนึง ร้องเพลงมั่ง เล่านิทานมั่ง บางวันเหนื่อยหน่อยก็นอนหลับเป็นตัวอย่างให้พวกเธอดูแทน 5555 ไม่รู้ใครกล่อมใครกันแน่

สุดท้ายอยากจะบอกพวกเธอว่า.. Thank you for making my life beautiful. Love you more than what I can say..




I love every minute together...



Create Date : 26 ธันวาคม 2557
Last Update : 26 ธันวาคม 2557 14:56:46 น.
Counter : 1005 Pageviews.

0 comment
คัดตัวรร.อนุบาล รอบที่ 2
หลังจากที่ได้ข้อมูลทางโทรศัพท์ของแต่ละรร.แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ขั้นตอนการเยี่ยมชมสถานที่จริง แม่พวกเธอสละเวลา ลางาน 1 วันเต็มเพื่อไปตระเวนดู (แต่ขอบอกว่าจริงๆลาแค่ครึ่งวันเช้าก็พอ เพราะช่วงบ่าย ไปก็ไม่เห็นกิจกรรมอะไรแล้ว )

รร.อนุบาลมณีรัตน์


สถานที่ตั้ง: ซ.นราธิวาส 18-20
บรรยากาศรอบนอกรร.: อยู่ในซอย เงียบสงบดี
บรรายากาศภายในรร.: สงบร่มรื่น แต่แอบร้อน 5555 รร.นี้ไม่มีแอร์ (จริงๆแล้วชอบนะ เพราะอยากให้ลูกอยู่กับธรรมชาติจริงๆ และที่สำคัญโอกาสติดไข้กันมีน้อยกว่าอยู่ในห้องแอร์) แต่พอไปดูจริงๆ ก็แอบรู้สึกสงสารเด็กอ่ะ เราเองยังร้อนเลย แบบว่าอย่างน้อยตอนนอนหรือช่วงที่ร้อนจัด น่าจะมีเปิดแอร์บ้าง 555
ความสะอาด: โอเคนะ พอดีไม่ได้เดินเข้าไปดูในห้องน้ำ มองอยู่ไกลๆ ที่นี้ห้องเรียนเด็กเล็กจะมีห้องน้ำอยู่ในห้องเรียนเลย สถานที่กินข้าวก็โอเค (แต่ถ้าเทียบกันจันทร์เจ้า เราว่าจันทร์เจ้าสะอาดกว่า)
ความปลอดภัย: ไม่ได้เดินไปดูที่สนามเด็กเล่น น่าจะเป็นพื้นยางนะ ตอนไป เด็กๆอนุบาลกำลังนั่งฟังคุณครูเล่าเรื่องกันอยู่ที่สนาม
แนวการสอน: ถือเป็น hi-light ของที่นี่เลยที่อยากให้ลูกมาเรียน ส่วนตัวชอบแนวการสอนแบบเป็น project approach แบบนี้ ไม่มีสอบ แต่มีโครงงานให้เด็กทำกันเป็นเทอม คอนเซ็ปการเรียนที่นี่จะเป็น style mind map ซึ่งเราชอบมาก คือสิ่งๆหนึ่ง คุณสามารถแตกความคิดออกเป็นอะไรได้บ้าง มันเปิดโอกาสให้สมองได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เต็มที่อ่ะ

Mind Map


ข้อดีของการเรียนแบบ Project Approch อีกอย่างคือ การฝึกให้เด็กรับผิดชอบ เพราะโครงงานนึง เด็กจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบตั้งแต่เริ่มต้นคิด เริ่มก่อร่างสร้างมัน จนถึงทำให้งานนั้นสำเร็จขึ้นนมา วันนั้น คุณครูพาไปดูผลงานของเด็ก เป็นงานวาดภาพ ให้เด็กวาดสิ่งที่ตัวเองจินตนาการออกมา เช่นโครงงานลูกไก่ เริ่มต้นก็จะให้เด็กๆมานั่งคุยกันว่า ถ้าพูดถึงลูกไก่แล้วแต่ละคนนึกถึงอะไร ให้พวกเค้าวาดภาพออกมาตามจินตนาการของแต่ละคน ซึ่งเรารู้สึก amazing กับภาพวาดของเด็กๆอ่ะ เด็กแต่ละคนก็วาดกันคนละแบบ เราว่าเด็กวัยนี้ การสื่อสารด้วยภาพ เป็นการบอกความคิดในใจของเด็กออกมาได้ดีทีเดียว หลังจากกนั้นก็จะให้เด็กๆได้ปฎิบัติจริง โดยให้ฟักไข่กันจนออกมาเป็นลูกไก่เลย อ้อ ครูบอกว่า เด็กที่นี่ แม้จะเรียนแนวบูรณาการ แต่จบไปเด็กอ่านออกเขียนได้ทุกคน

ตัวอย่างแนวการสอนของที่นี่
http://www.real-parenting.com/schoolvisitDetail.aspx?SchoolId=78

ความใส่ใจของครู: ตอนโทรมาไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ครูดูรีบๆตอบ (คงกำลังยุ่งอยู่) ตอนมาดูรร. ประทับใจในความใส่ใจของครู พาเดินดูที่ต่างๆ รวมถึงตอนจะกลับ เดินมาส่งถึงหน้าประตูเลย
ความประทับใจอื่นๆ: ชอบชุดยูนิฟอร์มที่นี่ น่าร๊าก นี่ถ้ามีลูกสาวนะ จะส่งมาเข้าที่นี่แบบไม่คิดอะไรเลย

ยูนิฟอร์มที่ชอบ ^^



รร.อนุบาลจันทร์เจ้า


สถานที่ตั้ง: นางลิ้นจี่ซ. 6
บรรยากาศรอบนอกรร.: ชอบมาก อยู่ในซอยที่สงบ ร่มรื่น
บรรยากาศภายในรร.: ชอบมากเช่นกัน ดูสะอาด ต้นไม้เยอะ ให้ความรู้สึกร่มรื่น อาคารดูใหม่ดี
ความสะอาด: 5/5 สถานที่สะอาด โดยเฉพาะห้องน้ำ และสถานที่กินข้าว (เน้นๆๆ เรื่องนี้)
ความปลอดภัย: 5/5 ทั้งพื้นยางที่สนามเด็กเล่น outdoor บันไดที่หน้ากว้าง (เดินง่าย) และพื้นบันไดที่เป็นพื้นหยาบ โอกาสลื่นมีน้อย รวมถึงมีกล้องวงจรปิด 16 จุดในรร.
แนวการสอน: แม้รร.จะมีสโลแกนที่เน้นการเรียนการสอนไปในแนววิถีพุทธ แต่ในปัจจุบัน รร.ได้ปรับแนวการสอนให้เข้ากับสังคมแห่งการแข่งขันมากขึ้น โดยเป็นแนวบูรณาการผสมวิชาการ แต่ก็ยังคงเน้นเรื่องวัฒนธรรมและความเป็นไทยไว้ เช่น มีให้เด็กเล่นขี่ม้าก้านกล้วย (เด็กบางคนไม่รู้ว่าก้านกล้วยเอามาเล่นเป็นม้าขี่ได้) ช่วงขึ้นชั้นอนุบาล ก็จะค่อยๆเน้นวิชาการเพื่อให้เด็กสามารถไปสอบแข่งขันกับเด็กที่อื่นได้
ความใส่ใจของครู: ประทับใจตั้งแต่โทรไปสอบถามข้อมูล มีการให้คำตอบที่ดี น้ำเสียงดูใส่ใจ ตอนวันไปดูรร.ยิ่งประทับใจในการต้อนรับ ทั้งพาชมรร. ให้ข้อมูลต่างๆแบบไม่รีบๆ ระหว่างแวะไปดูตามห้องต่างๆ ครูทุกคนให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมถึงออกมาให้ข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมด้วย อีกเรื่องที่ชอบคือ ครูที่นี่ทุกคนรู้จักชื่อเด็กทุกคน (เค้าบอกมานะ) อาจจะเพราะรร.ไม่ใหญ่มากด้วย ความใส่ใจเลยมีสูง สุดท้าย ตอนจะกลับ เดินออกมาส่งถึงหน้าประตูเลย
ความประทับใจอื่นๆ: ประทับใจมารยาทเด็กๆที่นี่ เดินต่อแถวกันลงบันไดแบบไม่มีแตกแถว เด็กบางคนเห็นเราก็ยกมือไหว้ด้วย (เด็กเตรียมอนุบาลนะ)



รร.อนุบาลสารสาสน์เอกตรา


สถานที่ตั้ง: ซ.สาธุ 19
บรรยากาศโดยรอบรร.: ไม่ชอบเลย ผ่านทุกวัน รถติด 5555
บรรยากาศภายในรร.: ใหญ่โตกว้างขวางดี (ใหญ่ที่สุดใน 4 รร.ที่ไปดูมา)
ความสะอาด: เดินผ่านสนาม ดูสะอาดดีนะ แต่พอเดินผ่านห้องน้ำ(เด็ก)เท่านั้นละ กลิ่นฉี่หึ่งเลย (ไม่รู้เป็นเพราะห้องน้ำมันอยู่ตรงทางเดิน แล้วคนเข้าออกเยอะหรือเปล่า แต่ยังไงก็ตาม ก็มันก็เป็นหน้าเป็นตาของรร. ควรดูเรื่องกลิ่นนิ๊สนึง) ส่วนความสะอาดในห้องเด็ก ในโรงอาหาร ไม่มีข้อมูล เนื่องจากครูไม่พาไปดู
ความปลอดภัย: ไม่มีข้อมูล เนื่องจากครูไม่ได้อธิบายอะไรเลย
แนวการสอน: เป็น bilingual ในห้องจะมีครูต่างชาติประจำห้องด้วย 1 คน (ข้อมูลนี้ได้มาตอนโทรมาถาม) ส่วนข้อมูลที่ได้ตอนไปเยี่ยมชมรร.ไม่มี
ความใส่ใจของครู: ถ้าอ่านจากข้างต้นมา คงเห็นแล้วว่าเราประทับใจแค่ไหน 5555 ตอนไปถึง มีครู (หรือจนท.) สองคนอยู่ในห้องธุรการ ดูยุ่งๆๆกันมาก พอเราไปบอกว่ามาขอข้อมูล ครูก็หยิบใบแสดงรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ อธิบายให้เราว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง พอเราบอกว่าเราอาจจะยังพาน้องมาเรียนไม่ทันภาคเรียนนี้ (วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องสมัครไง สัปดาห์หน้ารร.หยุด) ครูเลยบอกว่า งั้นคุณแม่ค่อยมาดูห้องเรียนอีกที เดือนพค.ก็แล้วกัน แง๊ เราก็ไรแว๊ อุตส่าห์มาถึงแล้ว งั้นขอเราเดินดูรอบๆเองก็ได้ (ถ้าครูยุ่ง) ห้องเด็กเล็กอยู่ตรงไหนหรอคะ คุณครูตอบว่า เข้าไม่ได้ค่ะ เด็กๆนอนกันอยู่ สรุป มาที่นี่เพื่อมาเอาใบราคาเฉยๆ (ทั้งที่ขอข้อมูลทางโทรศัพท์ก็ได้) แล้วตรูจะมาทำไมฟร้า เซ็งเลย เดินออกมาจากห้องครู ไม่รู้จะเดินไปทางไหนต่อ รร.กว้างใหญ่ ไม่รู้โซนไหนให้เราเดิน โซนไหนห้าม งั้นกลับมันละกัน ยังดีตอนจบมีความประทับใจในยามที่ออกมากันรถให้
ความประทับใจอื่นๆ: ยาม (ที่ออกมากันรถให้)

รร.อนุบาลบ้านสานฝัน


สถานที่ตั้ง: ซ.เย็นอากาศ 2 แยก 1
บรรยากาศโดยรอบรร.: เราไปจอดรถทางประตูหลัง แอบรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อนแล้วจอดรถไว้หลังบ้าน ซ.แคบๆ มีต้นไม้รกๆ
บรรยากาศภายในรร.: โอเค ดูสะอาดใช้ได้ ไปถึงมีจนท.กำลังทำความสะอาดพื้นอยู่พอดี แต่ไม่ค่อยชอบโซนเด็กเล็ก อยู่หลังสุดเลย
ความสะอาด: โอเค แต่ถ้าเทียบกันจันทน์เจ้า เราว่าห้องน้ำจันทน์เจ้าสะอาดกว่า แต่ในห้องเด็กเล็กสะอาดนะ ในห้องเรียนก็จัดของเป็นระเบียบดี
ความปลอดภัย: พื้นสนามเป็นพื้นยาง
แนวการสอน: แนวสาธิต เน้นเชาวน์ เพื่อให้เด็กไปสอบเข้าสาธิตได้ ปีที่แล้ว มีเด็กเข้าสาธิตได้ 20 กว่าคน (โอ้มายก็อดด) แนวบูรณาการจะสอนในเด็กเล็ก แต่พอขึ้นอนุบาลจะเริ่มเน้นไปที่เชาน์และวิชาการ วันเสาร์มีติวเข้าสาธิตด้วย ครูวุ้นสอนเอง นักเรียนรร.อื่นก็มาเรียนได้
ความใส่ใจของครู: 5/5 เราโทรไปตอนบ่ายบอกว่าจะเข้าไปดูตอนเย็น ครูก็บอกว่าเด๋วจะรอ เราไปถึง 5 โมง เจอครูยุ้ยรออยู่ ครูก็อธิบายแนวการสอนของที่นี่ให้ฟัง แบบใจเย็น แล้วก็พาเราไปดูสถานที่ต่างๆ อย่างไม่รีบร้อน
ความประทับใจอื่นๆ: นึกไม่ออก พอดีไปตอนเย็น หัวมึนๆแล้ว 555

จริงๆยังมีอีกรร.นึงที่อยู่ใน list แต่ไม่ได้ไป คือ รร.อนุบาลชวนชื่น เนื่องจากรถติดมว๊ากก เส้นสาทร เลยบ้ายบาย

บทสรุป (ตัดสินจากความชอบ+เงื่อนไขส่วนตัวล้วนๆ)

รร.อนุบาลจันทร์เจ้า
ข้อดี:
- ถ้าอ่านมาทั้งหมด คงเห็นได้ว่า เราเทใจให้จันทร์เจ้ามากที่สุด ชอบทั้งบรรยากาศรร. ชอบทั้งครู ชอบทั้งเด็ก
ข้อเสีย:
- ไม่เน้นภาษาเท่าไหร่ (มีจ้างครูฟิลิปปินส์มาสอนสัปดาห์ละ 2 ครั้งมั้งถ้าจำไม่ผิด)
- แนวการสอนก็ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับมณีรัตน์ (ส่วนตัวชอบแนวการสอนของมณีรัตน์ด้วยไง)

รร.อนุบาลมณีรัตน์
ข้อดี:
- ชอบแนวการสอนแบบเป็นโครงงาน ยิ่งได้ฟังว่าให้เด็กเล็กฟักไข่นี่ชอบๆๆๆเลย เรื่องอื่นๆ ยกให้จันทร์เจ้าเหนือกว่า
ข้อเสีย:
- เนื่องจากที่นี่แนวการสอนชัดเจนมาก คือไม่เน้นวิชาการ ดังนั้น รร.ที่จะต่อยอดจากที่นี่ได้ก็คงต้องเป็นรร.คาทอลิกเท่านั้น พวกอัชสัม กรุงเทพคริสเตียน ถ้าจะให้ลูกไปสอบเข้าทื่อื่นนี่ คงต้องติวกันเพิ่ม
- ไม่เน้นภาษาเท่าไหร่ มีครูต่างชาติมาสอนสัปดาห์ละครั้ง (มั้ง ถ้าจำไม่ผิด)
- ไม่มีแอร์ (กึ่งๆเป็นทั้งข้อดีและไม่ดี) ห่วงแต่ว่าอุณหภูมิโลกมันร้อนขึ้นทุกปีๆ ลูกเรามันจะไหวป่าวหว่า

รร.อนุบาลสารสาสน์เอกตรา
ข้อดี:
- รับส่งสะดวก (ไปส่งคนเล็กที่ kido ตอนเช้าได้สบาย เพราะอยู่ซอยเดียวกัน) ตอนเย็นให้รถรร.เอาคนโตไป drop ไว้ที่คิโค้ แล้วเราก็ไปรับพร้อมกันสองคนได้เลย เย้
- เพื่อนๆพอร์ชจากคิโด้ส่วนใหญ่ไปอยู่ที่นี่ ถ้าพอร์ชไปก็น่าจะปรับตัวง่ายขึ้น เจอแก๊งค์เดิม
ข้อเสีย:
- เด็กเยอะ ไม่รู้จะดูแลทั่วถึงรึเปล่า (แต่จริงๆก็ห้องละไม่เกิน 25 คนแหละ)
- ไม่ค่อยประทับใจการใช้บริการของเจ้าหน้าที่ เลยเกิด bias 5555 (แต่นี่คือ issue สำคัญเลยนะ เพราะเด็กจะเรียนรู้จากพฤติกรรมของผู้ใหญ่ที่เค้าเห็นนั่นล่ะ)
- ห้องน้ำ(ที่เดินผ่าน) เหม็นซะ นี่ขนาดโซนที่คนเดินผ่านเยอะๆนะ ถ้าห้องน้ำด้านในไม่อยากจะนึกเลยว่าเป็นยังไง ยังไม่รวมถึงโรงอาหาร ฯลฯ

รร.อนุบาลบ้านสานฝัน
ข้อดี:
- เน้นเชาวน์สำหรับสอบเข้าสาธิต ปีที่แล้วมีเด็กเข้าสาธิตได้ 20 กว่าคน (รวมเด็กโควต้าด้วย)
- ครูดูเอาใจใส่ดี
ข้อเสีย:
- ไม่ค่อยชอบโซนเด็กเตรียมอนุบาล ไปอยู่ซะด้านหลังเลย
- ไม่รู้จะเรียนหนักไปป่าว กลัวเด็กเครียดเกินไปน่ะ

ตอนแรกลังเลว่าจะให้เธอเข้ารร.อนุบาลเทอมนี้ดี หรือเทอมถัดไปดี (ถ้าเข้าเทอมนี้เธออายุ 2.2 ขวบ ถ้าเข้าเทอมถัดไปก็ 2.8 ขวบ) นั่ง weight ข้อดีข้อเสียไปมา สรุปว่าให้เธอยู่คิโด้ต่อไปอีกเทอมนึงละกัน เพราะดูแล้วกิจกรรมของเตรียมอนุบาลที่รร.ก็ไม่ต่างกับที่นี่เท่าไหร่ แต่ที่นี่ เธอได้เรื่องของภาษา ทั้งจากแก๊งค์เพื่อนนานาชาติของเธอ และจากครูฟิลิปปินส์ (3 คน ดูแลทุกวัน) เทอมหน้าค่อยพาเธอมาสัมผัสความเป็นไทยละกัน



Create Date : 17 พฤษภาคม 2556
Last Update : 17 พฤษภาคม 2556 12:04:24 น.
Counter : 8840 Pageviews.

1 comment
คัดตัวรร.อนุบาล รอบที่ 1
เผลอแป๊บเดียว ก็ถึงเวลาต้องเลือกรร.อนุบาลให้เธอแล้ว แอบรู้สึกใจหายว่านี่เธอกำลังจะโตเป็นหนุ่มแล้วหรอเนี่ย (แม่เธอดราม่าได้อีก ) เหมือนยังเพิ่งผ่านวันที่คลอดเธอ วันที่เธอเริ่มอ้อแอ้ วันที่เธอเริ่มตั้งไข่ วันที่เธอกอดมะม๊าเป็นลูกลิงน้อยมาหยกๆนี้เอง



เข้าเรื่องๆๆ หลักๆเลย เงื่อนไขเบื้องต้นในการคัดเลือกรร.อนุบาลของเรา คือ เน้นใกล้บ้าน สะดวกในการเดินทาง

เราเริ่ม search หารายชื่อรร.อนุบาลแถวบ้าน ซึ่งบ้านเราอยู่ซอยเซ็นหลุยส์ ดังนั้นรร.อนุบาลที่คัดเลือก ก็จะต้องอยู่ในย่านสาทร สีลม เย็นอากาศ นราธิวาส (ค่อนข้างเทใจให้กับเส้นเย็นอากาศ นราธิวาสมากกว่า เพราะแม่เธอต้องขับไปทำงานทางนี้ ส่วนเส้นสีลม สาทร ไม่ค่อยอยากเลือก ห่วงเรื่องรถติดน่ะ)

หลังจากที่นั่งไล่ดูรายชื่อรร.ต่างๆ ในที่สุด เราก็ได้รายชื่อรร.ที่ผ่านเข้าตามาทั้งหมด 5 รร. ด้วยกัน (น้อยไปมะ แบบว่า..แม่เธอขี้เกียจไปดูเยอะน่ะ ) เราคัดเฉพาะรร.ที่ชื่อคุ้นๆ 5555 + รร.ที่มีแนวการสอนแบบที่เราต้องการคือแนวบูรณาการผสานวิชาการเล็กน้อย

และผู้ที่เข้ารอบได้แก่ แต่น..แตน..แต๊น..

1. รร.อนุบาลมณีรัตน์ ซ.นราธิวาส 18 (รร.นี้อยู่ในใจมานานแล้ว ชอบแนวการสอนแบบ project approach และชอบยูนิฟอร์มที่นี่)
2. รร.อนุบาลสารสาสน์เอกตรา ซ.สาธุประดิษฐ์ 19 (เดินทางสะดวกสุด ผ่านทุกวัน)
3. รร.อนุบาลชวนชื่น ถนนสาทร (เคยคนพูดถึงว่าดีเหมือนกัน)
4. รร.อนุบาลจันทร์เจ้า ซ.นางลิ้นจี่ 6 (คุ้นๆชื่อ อยู่ไม่ไกลบ้านเท่าไหร่ พออ่านแนวการสอนในเว็บรร. โอเค เป็นแนวทางเดียวกับที่เราต้องการ)
5. รร.อนุบาลบ้านสานฝัน ซ.เย็นอากาศ (ขับรถผ่านทุกวัน + เคยเห็นคนแนะนำกันในเน็ต)

ส่วนรร.อื่นๆที่อยู่แถวบ้าน แต่ไม่อยู่ใน list นั่นเพราะความต้องการของเราไม่ match กัน เช่น รร.อนุบาลเธียรประสิทธิ์ ซึ่งดังมากในหมู่เพื่อนๆที่ทำงาน แต่เราต้องการรร.แนวบูรณาการมากกว่า รร.นี้จึงไม่เข้าข่าย

ขั้นตอนต่อไป คือการโทรศัพท์สอบถามข้อมูลแต่ละรร. ก็ได้ข้อมูลคร่าวมาดังนี้

รร.อนุบาลมณีรัตน์

แนวการสอน: Project Approch
ภาคการศึกษา: 3 เทอม (พ.ค.-ส.ค. / ก.ย.-ธ.ค. / ม.ค.-เม.ย.)
เวลาเรียน: 8.30 - 14.00 น.
จำนวนเด็ก: 25 คน/ห้อง
จำนวนครู: 3 คน/ห้อง
บริการรับฝากเด็กหลังเลิกเรียน: Yes (รับฝากถึง 18.00 น.)
ค่าใช้จ่าย:
1) ค่าแรกเข้า 8,000 บาท (จ่ายครั้งเดียว)
2) ค่าเทอมๆละ 34,000 บาท (3 เทอม)
3) ค่าชุดนักเรียน/เครื่องนอน 4,500 บาท
4) ค่านิทานเพื่อนรัก 360 บาท
5) ในกรณีที่ฝากลูกไว้ตอนเย็นถึง 18.00 น. มีค่ารับฝาก 4,500 บาท/เทอม

รร.อนุบาลสารสาสน์เอกตรา

แนวการสอน: Bilingual
ภาคการศึกษา: 2 เทอม (พ.ค.-ก.ย. / พ.ย.-มี.ค.)
เวลาเรียน: 8.00 - 15.00 น.
จำนวนเด็ก: 25 คน/ห้อง
จำนวนครู: 3 คน/ห้อง (ครูต่างชาติ 1 คน)
บริการรับฝากเด็กหลังเลิกเรียน: No
ค่าใช้จ่าย:
1) ค่าลงทะเบีนนักเรียนใหม่ 500 บาท
2) ค่าเทอมๆละ 20,700 บาท (2 เทอม)
3) ค่าอาหาร 3,000 บาท/เทอม
4) ค่าแอร์ 1,500 บาท/เทอม

รร.อนุบาลชวนชื่น

แนวการสอน: n/a
ภาคการศึกษา: 2 เทอม (พ.ค.-ก.ย. / พ.ย.-มี.ค.)
เวลาเรียน: 8.45 - 14.30 น.
จำนวนเด็ก: 25 คน/ห้อง
จำนวนครู: 3 คน/ห้อง
บริการรับฝากเด็กหลังเลิกเรียน: Yes
ค่าใช้จ่าย:
1) ค่าลงทะเบีนนักเรียนใหม่ 500 บาท
2) ค่าเทอมๆละ 20,700 บาท (2 เทอม)
3) ค่าอาหาร 3,000 บาท/เทอม
4) ค่าแอร์ 1,500 บาท/เทอม
5) กรณีฝากลูกไว้ตอนเย็น มีค่ารับฝาก 1,000 บาท/เดือน

รร.อนุบาลจันทร์เจ้า

ภาคการศึกษา: 2 เทอม (พ.ค.-ก.ย. / พ.ย.-มี.ค.)
เวลาเรียน: 8.15 - 14.15 น.
จำนวนเด็ก: 25 คน/ห้อง
จำนวนครู: 3 คน/ห้อง
บริการรับฝากเด็กหลังเลิกเรียน: Yes
ค่าใช้จ่าย: 43,990 บาท/เทอม
1) ค่าเทอมๆละ 40,000 บาท (2 เทอม)
2) ค่าชุดนักเรียน/เครื่องนอน 3,990 บาท
3) กรณีฝากลูกไว้ตอนเย็นถึง 17.30 น. มีค่ารับฝาก 1,000 บาท/เดือน
กรณีฝากลูกไว้ตอนเย็นถึง 18.30 น. มีค่ารับฝาก 2,500 บาท/เดือน

รร.อนุบาลบ้านสานฝัน

ภาคการศึกษา: 2 เทอม (พ.ค.-ก.ย. / พ.ย.-มี.ค.)
เวลาเรียน: 8.30 - 14.00 น.
จำนวนเด็ก: 25 คน/ห้อง
จำนวนครู: 3 คน/ห้อง
บริการรับฝากเด็กหลังเลิกเรียน: Yes
ค่าใช้จ่าย:
1) ค่าประกันอุบัติเหตุและอุปกรณ์การเรียน 8,000 บาท
2) ค่าเทอมๆละ 42,500 บาท (2 เทอม)
3) ค่าชุดนักเรียน/เครื่องใช้ 5,000 บาท


สรุป:
1. ยังไม่ตัดสินว่าใครดีกว่าใคร แต่จะไปดูสถานที่จริงประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง
2. มณีรัตน์ ที่ๆชอบที่สุด แต่แพงสุดเลย
3. จันทร์เจ้า (รร.ที่ไม่ได้อยู่ในใจมาก่อน) ประทับใจกับการให้ข้อมูลของจนท.
4. เอกตรา มีแววโดดเด่น เนื่องจากมีครูต่างชาติประจำห้อง
5. ชวนชื่น ชอบที่มีสระว่ายน้ำ และมีรับฝากเด็กตอนเย็นด้วย



Create Date : 30 เมษายน 2556
Last Update : 30 เมษายน 2556 16:39:45 น.
Counter : 15966 Pageviews.

1 comment
เลือกรถเข็นแฝดแบบไหนให้ลูกดี??
หลังจากที่ตะเวนหารถเข็นแฝดให้กับสองลิงของมะม๊า (2.1 ขวบ และ 10 เดือน) ก็พบว่า บ้านเราแทบไม่มีรถเข็นแฝดขายเลย ตัวเลือกน้อยมากๆ

จริงๆแล้ว รถเข็นแฝด ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะแค่เด็กแฝดนะ อย่างคนที่มีลูกสองคนก็ใช้ได้ จะห่างกัน 1 ปี 2 ปี หรือ 4 ปี ขอแค่ให้น้ำหนักของเด็กไม่เกินนน.ที่รถเข็นกำหนดเป็นพอ



ในเมื่อเมืองไทยไม่มีแหล่งที่ให้ข้อมูลได้ ก็ต้องพึ่งแหล่งข้อมูลจากอากู๋นี่หล่ะ ก็พอสรุปประเภทของรถเข็นแฝดออกมาได้คร่าวๆดังนี้

1. รถเข็นแฝดแบบนั่งข้าง (Side by side double stroller)



ข้อดี: สามารถปรับเบาะนั่งได้อย่างอิสระทั้งสองเบาะ บางรุ่นปรับเอนนอนได้ราบสุด เด็กๆสามารถนอนได้ทั้งคู่
ข้อเสีย: มีปัญหาตอนเข็นเข้าประตู หรือทางเดินแคบๆ (เพราะมันหน้ากว้าง)
ตัวอย่าง: City Mini, BOB Revolution, Joovy Scooter X2

2. รถเข็นแฝดแบบนั่งต่อกัน (Tandem stroller)



ข้อดี: หมดปัญหาตอนเข็นเข้าทางเดินแคบๆ อันที่แพงหน่อยก็จะมีลูกเล่นเยอะ ปรับเปลี่ยนวิธีการวางเบาะได้หลากหลาย
ข้อเสีย: ใหญ่ หนัก แพง วงเลี้ยวจะบังคับยากนิดนึงเพราะมันยาวเหมือนรถไฟ ส่วนใหญ่ที่นั่งไม่สามารถปรับเอนราบได้สุดเหมือนแบบนั่งข้าง
ตัวอย่าง: Graco Ready2Grow, Contours Options LT

4. รถเข็นแฝดแบบ 1 เก้าอี้ 1 ม้านั่ง (Sit and Stand Stroller)



ข้อดี: เล็ก เบา พกพาง่าย ไม่แพง
ข้อเสีย: นอนพร้อมกันสองคนไม่ได้ ม้านั่งตอนหลังเหมาะกับเด็กโตที่ยืนแข็งแล้ว (~2.5 ขวบขึ้นไป) ถ้าต้องนั่งทางไกล คงไม่สบาย
ตัวอย่าง: Baby Trend Sit n Stand, Joovy Caboose, Graco Roomfor 2

5. รถเข็นเดี่ยวแบบสามารถปรับเป็นรถเข็นแฝดได้ (Single & Double stroller)



ข้อดี: สามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นรถเข็นเดี่ยว หรือรถเข็นแฝดก็ได้
ข้อเสีย: เทอะทะ ดูจากรูปแอบรู้สึกว่าคนหลังจะนั่งไม่สบาย (อันนี้คห.ส่วนตัวจ้า)
ตัวอย่าง: Britax B Ready

หลังจากที่อ่าน reviews ต่างๆจนตาลาย ทั้งจากใน amazon, babycenter, diapers, blog ต่างๆ ฯลฯ ในที่สุด เราก็ได้ผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้ แต่นแตนแต๊น (ปล.เลือกจากความชอบส่วนตัวล้วนๆนะจ๊ะ ) เน้นถูก เบา ดีไซน์เก๋ไก๋ 555 โปรดสังเกตุว่าไม่เลือกแบบ side by side เลยเพราะไม่ชอบทรง 555

1. GRACO Ready2Grow Classic Connect LX Stroller









ข้อดี:
- ปรับเปลี่ยนท่านั่งได้หลายกระบวนท่า
- เด็กๆสามารถนอนได้ทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน
- คนเล็กสามารถนั่งมองหน้าเราได้ (ซึ่งในวัยเค้าตอนนี้ ชอบที่จะมองหน้าปะป๊ามะม๊า แต่ถ้าโตกว่านี้อาจจะไม่ 555) คนโตก็ได้นั่งมองทางไป

ข้อเสีย:
- ใหญ่เทอะทะ น้ำหนักเยอะ (~18 กก.) คือนึกภาพว่า ถ้าปะป๊าพวกเธอไม่ไปด้วยเนี่ย แม่เธอไม่สามารถ แบกเธอสองคน+รถเข็นได้เลย
- ตอนพับแล้ว ก็ยังใหญ่เทอะทะ (รูปที่ 4) นี่ถ้าเราถือ มันคงสูงเกือบเท่าหัวแม่พวกเธอละหล่ะ
- ดูแล้วน่าจะมีปัญหาตอนเดินขึ้นลงบันไดเลื่อนด้วยเพราะคันมันยาว+นน.เยอะ
- พับเก็บยาก

ข้อสรุป:
จริงๆปะป๊าพวกเธอชอบคันนี้นะ คือเค้ามองที่อัตถประโยชน์ของพวกเธอเป็นหลัก ว่าพวกเธอจะได้นอนกันสบาย แถมมีลูกเล่นในการปรับเปลี่ยนการวางเบาะเยอะ พวกเธอน่ะจะชอบ รู้สึกว่าไม่จำเจ ส่วนมะม๊า จริงๆก็ชอบน้า แต่พอเห็นภาพตอนพับรถเข็นแล้วยังใหญ่ยักษ์มหึมา แถมนน.ยังตั้ง 18 กก. มะม๊าก็ห่วงในสวัสดิภาพลำแขนตัวเอง เลยต้องอ้อนวอนปะป๊าขอบาย

2. JOOVY Caboose Stand On Tandem Stroller รุ่นนี้มีแบบ Ultralight ด้วย จ่ายเพิ่มอีกประมาณ $70









ข้อดี:
- ชอบสีและดีไซน์ตั้งแต่แรกเห็น (บอกแล้วความชอบส่วนตัวล้วนๆ )
- เล็ก สะดวก พกพาง่าย สามารถพับเก็บได้ด้วยมือเดียว (เค้าเคลมมานะ ยังไม่เคยลอง)
- นน.เบา (~ 13 กก. ถือว่าไม่เลวร้ายสำหรับรถเข็นแฝด) ตัวรถไม่ยาวเทอะทะ (เวลาเข็นขึ้นลงบันไดเลื่อน คงไม่ลำบากมาก)
- เวลาพับเก็บแล้วไม่กินเนื้อที่ในรถเท่าไหร่ สามารถวางของอย่างอื่นได้

ข้อเสีย:
- คนหลังนอนไม่ได้ (ถ้าคนหน้าปรับเอนสุด คนหลังต้องยืนเท่านั้น *สามารถซื้อเบาะหลังไปติดเพิ่มได้ (รูปที่ 3) ราคา $60
- ไม่มีที่วางแก้วน้ำผู้ใหญ่ (อันนี้เรื่องใหญ่ สำหรับคอกาแฟอย่างแม่เธอ 555)
- ช่องเก็บของข้างใต้เล็ก หยิบของลำบาก ติดเก้าอี้คนหลัง
- ดู video review รู้สึกว่าเก้าอี้หลัง ดึงออกยาก (ดูฝืดๆ)

3. GRACO RoomFor2 Stand and Ride Classic Connect Stroller







ข้อดี:
- เหมือน Joovy คือ เล็ก สะดวก พกพาง่าย (แต่ตอนพับแล้ว ใหญ่กว่า Joovy)
- มีที่วางแก้วผู้ใหญ่ (A must!!! 555)
- มีเนื้อที่เก็บของด้านล่างเยอะว่า Joovy

ข้อเสีย:
- ตัวรถยาวกว่า Joovy ไม่รู้จะลำบากตอนเข็น หรือตอนขึ้นลงบันไดเลื่อนเปล่า

ไหนๆก็เหลือสองตัวเลือก (2 vs 3) ละ เรามาเปรียบเทียบระหว่าง Joovy Caboose กับ Graco RoomFor2 กันดีกว่า



จากตารางข้างบน คงเห็นแล้วว่า มะม๊าเธอเลือกอันไหน แม้จะชอบสีสันของ Joovy แค่ไหนก็ตาม แต่ก็ต้องตัดใจ เมื่อมองเรื่องคุณสมบัติข้ออื่นๆ

สรุปมะม๊าเลยเลือก Graco Roomfor2 สำหรับเป็นพาหนะของสองลิงของมะม๊านะจ๊ะ เด๋วได้ของจริงมาเมื่อไหร่ จะมารายงานผลให้ทราบอีกที



Create Date : 26 เมษายน 2556
Last Update : 26 เมษายน 2556 17:11:58 น.
Counter : 9897 Pageviews.

0 comment
1  2  

ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]