All Blog
2017 - Harbor Land ห้างสวนสนุกในพัทยาที่ไม่ควรพลาด




1 เม.ย. 2560 เรามีโอกาสได้พาเด็กๆไป Harbor Land พัทยา
อยากจะบอกว่า "เฮ้ย..มันดีมาก" ใครมีลูกวัยกำลังซ่ากำลังซนอย่างลูกเรา แนะนำอย่างยิ่ง 555
ไม่ใช่แค่เฉพาะเด็กที่สนุกนะ พวกเราที่วิ่งไปกับเด็กๆยังพลอยสนุกไปด้วย

แฟนเราบอกว่า..ที่นี่ทำได้ดีมาก (คือนางเป็นสายวิศวะโยธา นางก็จะชอบดูพวกงานโครงสร้าง ดูอุปกรณ์นู่นนี่นั่นว่าแข็งแรงคงทนไหม ซึ่งโดยปกติ นางมักจะติมากกว่าชม Smiley)

แต่ที่นี่นางถึงกับพยักหน้า แล้วบอกว่า "ถ้าจะทำ ต้องทำให้สุดแบบนี้แหละ" คือเราเคยพาเด็กๆไปสวนสนุกในร่มหลายๆที่ในกรุงเทพฯ เราว่ามันก็โอเคนะ แต่แฟนเราบอกไม่..เหมือนทำแบบกั๊กๆ แต่ที่นี่แหละคือใช่!!

มันเลยเป็นความภูมิใจของมนุษย์แม่อย่างเรา ที่เลือกที่เที่ยวมาแล้ว ผู้ร่วมทริปทุกคนชอบ Smiley

ที่ตั้ง
Harbor Land เป็นสวนสนุกในร่ม ที่ตั้งอยู่บนชั้น 7 ของศูนย์การค้า Harbor ซึ่งที่นี่เค้านิยามตัวเองว่า เป็นศูนย์การค้ามหาสนุก (The Family Paradise) ตั้งอยู่ที่พัทยากลาง เวลาขับรถมาถ้าเราเห็น food land ก็เตรียมชิดซ้ายได้เลย ศูนย์การค้า Harbor ตั้งอยู่ถัดไปจากตึก food land (ตอนแรกเรามองไม่เห็น Harbor เพราะตึกเค้าเป็นตอนลึกเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว แต่โชคดีขับมาช้าๆ เลยเลี้ยวเข้าไปทัน)

ภายในศูนย์การค้า Harbor
ก่อนที่เราจะเข้าไปปล่อยพลังที่ Harborland เรามาสำรวจรอบๆศูนย์กันสักหน่อย
ประเดิมด้วยป้ายบอกทางไปห้องน้ำขนาดใหญ่ แบบไม่ต้องถามทางคนแถวนั้นเลย Smiley


ชั้น 1-2 จะเป็นโซนร้านอาหาร และร้านค้า ซึ่งเรามาท้องมื้อกลางวันกันที่นี่ Tuna Ichiban
อาหารสด อร่อย และราคาไม่แพงด้วยนะ ถ้าเทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านในกรุงเทพฯ

เมนูแรก เราเรียกน้ำย่อยกันด้วยยำแซลมอน เนื้อปลาอาจจะถูกเครื่องเคียงบดบังไปหน่อย 555 แต่รสชาติสดอร่อย


หัวปลาแซลมอนของคุณแม่สามี


ข้าวหน้าปลาไหล ของเราเอง ชอบจริงๆปลาไหลล้นข้าว Smiley


หลังจากนั้นลืมถ่ายละ มัวแต่กินเพลิน 555 
ทางร้านเอาป้ายมาให้ช่วยกันโปรโมตด้วย จัดไป..เพราะของเค้าอร่อยจริง


ชั้น 3-4 เป็นโซนตึกคอม ขายพวกอุปกรณ์คอม, Gadget คงกะให้เป็นที่เดินเล่นสำหรับคุณพ่อบ้าน หลังจากส่งคุณลูกและคุณแม่ไปไว้ที่สวนสนุก Smiley


ตั้งแต่ชั้น 5 เป็นต้นไป เป็นโซนสวนสนุกสำหรับเด็กแล้ว Smiley
มีทั้ง Mario Land (เน้นเป็นพวกตู้หยอดเหรียญ) มี Kidzoona (ที่เล่นสำหรับเด็ก เหมือน Kidzoona และ Molly Fantasy ที่กรุงเทพฯ) แต่ที่นี่เค้าเคลมว่าเป็น Kidzoona ที่ใหญ่ที่สุด

นอกจากนี้ยังมี Jump XL (Tramporine Park) ซึ่งอยู่ที่ชั้น 6 ส่วนพวกเราตรงดิ่งกันไปที่ Harbor Land ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 7 (ระหว่างเดินขึ้นไป เห็นมีกำลังก่อสร้างในส่วนของ snow land ด้วย) ซึ่งกลับมาดูข้อมูลจากในเว็ป Harbor Pattaya มันมีที่เล่นที่เราไม่เห็นตอนไปอีก ไม่ว่าจะเป็น Deep Climbing Gym/ Laser Battle/ Roller Land ซึ่งก่อนไปอาจจะตรวจสอบกับทางเว็ปก่อนว่ามีอะไรเปิดให้บริการแล้วมั่ง ตามลิ้งค์นี้เลย 

สำหรับวันนี้ เรามากันที่ Harbour Land อย่างเดียว (แต่มันเป็น 3 ชม.ที่ดูดพลังงานเราไปได้เยอะทีเดียว Smiley)

ค่าเข้า

source: http://www.harborland.co.th/member.php?lang=

ซึ่งของเราซื้อเป็นแพ็คเกจจากงานไทยเที่ยวไทยมา แต่ปรากฎว่าวันที่เราไป (1 เม.ย.) ทางศูนย์ฉลองครบรอบ 1 ปี ซื้อบัตรเด็ก 1 ใบแถมบัตรผู้ใหญ่ 1 ใบ ซึ่งคำนวณแล้วถูกกว่าใช้แพ็คเกจ เราเลยเก็บแพ็คเกจไว้มาเล่นใหม่ในครั้งหน้า Smiley

ก่อนเข้า ทางเจ้าหน้าที่จะติด tag ให้ที่ข้อมือ ถ้าใครมีความจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ก็เอา tag นี้ยื่นให้เจ้าหน้าที่สแกนข้อมูล เราจะได้กลับเข้ามาแบบไม่ต้องเสียตังค์ใหม่

นอกจากนี้ ทุกคนที่เข้าไปข้างในจะต้องใส่ถุงเท้า ซึ่งสามารถซื้อได้จากช่องจำหน่ายบัตรได้เลย ถุงเท้าที่นี่จะเป็นถุงเท้าแบบหนืดๆที่ฝ่าเท้า ทำให้ไม่ลื่น (ใครที่เข้าไปแล้วไม่เล่นอะไรเลย ก็ต้องใส่ถุงเท้าเหมือนทุกคนนะจ๊ะ)

พอเข้าไปข้างในปุ๊บ เค้าจะมี locker ให้เราเก็บของ เก็บรองเท้า


ในนี้มีห้องให้นมด้วยไว้บริการด้วย


โซนแรกเมื่อเราเข้ามาถึงคือโซน Harbor Kiddy สำหรับเด็กอายุ 18 เดือน - 3 ปี ของเล่นก็จะน่ารักกุ๊บกิ๊บเหมาะกับน้องๆวัยเตอะแตะ


จาก Harbor Kiddy ข้างๆกันก็จะเป็นโซน Harbor Racing มีจักรยานหลากหลายรูปแบบให้เด็กๆไว้ขี่กัน
มีจักรยานสองตอน เวอร์ชั่นเด็กด้วยอ่าาา น่ารัก Smiley

ตรงข้ามกัน คือโซน Harbor Arena แบ่งเป็นห้องๆ มีแป้นบาสเอาไว้ให้เด็กๆฝึกชู้ต


ถัดมาเป็นโซน Harbor Caving เหมือนเป็นถ้ำจำลองให้เด็กๆได้มุดเข้าไปจากทางเข้า IN แล้วออกมาตามทางที่ช่อง OUT ส่วนพวกเราก็แอบมองพวกเธอได้จากกล้องวงจรปิดด้านบน

ขำมากเลยตอนที่ดูกล้อง ตอนแรกเด็กๆก็มุดเรียงแถวกันไปดีๆนะ แต่พอดีจ่าฝูงคนนึงกรี๊ด แล้วมุดกลับมาทางเดิม (ช่องทางเข้า IN) ปรากฎว่าหลังจากนั้นทั้งขบวนแห่ตามกันออกมาที่ช่องทางเข้า IN หมดเลย เกิดความปั่นป่วนกันไปชั่วขณะ 555



ถัดมาจะเป็นโซน Harbor Adventure เราชอบโซนนี้มากกกก เป็นโซนที่ฝึกพลังกล้ามเนื้อแขนกล้ามเนื้อขาของลูกได้ดีจริงๆ ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ยังอยากเล่นเลย Smiley


วันที่เราไปมีมาสคอตมาเดินถ่ายรูปกับเด็กๆ เจ้าจิ๋วของเราเลยรีบเดินไปแซะภาพด้วยเลย ยิ้มแป้นแล้นมากค่ะคุณลูก Smiley


ถัดมาเป็นโซน Harbor Davinci เป็นโซนให้เด็กๆนั่งทำศิลปะ ดูผลงานเด็กๆสิ ติดเต็มข้างฝาเลย Smiley

ก่อนจะไปถึง Hilight ของที่นี่ ซึ่งก็คือโซน Harborland ก็มี Coral Cafe ให้เติมพลังกันก่อน เพราะถ้าได้เข้าไปฝังตัวที่ Harborland กันแล้ว ยากที่จะออกมากันเร็ว

อาหารในนี้ก็จะเป็นอาหารแบบกินง่ายๆ เช่น เฟรนฟายด์ ไก่ทอด ข้าวผัด ฯลฯ


และแล้ว... เราก็เข้ามาถึงโซน Harbor Land เย้ๆๆ
เวลาเกือบ 3 ชม.ที่เล่นกัน เราอยู่ในโซนนี้นานที่สุด และมันดูดพลังเด็กๆ (รวมถึงเราๆที่ผจญภัยไปกับเด็กๆ) ได้มากที่สุด

แค่เครื่องเล่นชิ้นแรก ก็ดูดพลังไปได้เยอะละ เป็นสไลเดอร์ที่มีขนาดสูงและชันมาก (ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ยังเสียวเลย แต่เด็กๆกล้าเล่นแฮะ)
ก่อนจะขึ้นไปถึงสไลเดอร์ก็ต้องปีนต้องป่ายกันขึ้นไปก่อน


ใครปีนไม่ไหว ก็ต้องไหลลงมาเช่นนี้แล 5555


ในนี้มีสไลเดอร์เยอะมาก หลากหลายแบบให้เล่นกันอย่างจุใจ


อันนี้ก็แอบเสียวอยู่ แต่เราเล่นได้ 555 เจ้าลูกบังคับให้ลงมาด้วยกัน Smiley


แทรมโพรีนก็มี ให้กระโดดกันพอหอมปากหอมคอ แต่ถ้าใครที่เน้นแทรมโพรีน ก็ไปที่ Jump XL ได้เลย


บรรยายเป็นภาพนิ่งได้ไม่มันส์ ไปดูเป็นภาพเคลื่อนไหวกันดีกว่า Smiley




Create Date : 25 เมษายน 2560
Last Update : 25 เมษายน 2560 20:39:46 น.
Counter : 291 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
2017 - ประสบการณ์การเข้าพักรร.ในเครือ Accor สองที่ ที่พัทยา


เนื่องจากมีโอกาสได้ไปพักรร.ในเครือ Accor สองที่ในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยอดไม่ได้ที่จะมาเขียนสรุปถึงประสบการณ์จากทั้งสองที่ (ติดทำรายงานสุรปส่งบอส 555)

Destination - พัทยา
Smiley Mercure Ocean Pattaya พัก 5-6 มี.ค. (อา-จ)
Smiley Pullman G Pattaya พัก 1-2 เม.ย. (ส-อา)

การจอง
ทั้งสองที่เราจองผ่านเว็ป Accor 
Pullman G - จองตั้งแต่เดือนตค.ปีที่แล้ว ตอน Accor sale 
Mercure Ocean - จองใกล้ๆวันนี่แหละ แต่เป็นคืนวันอาทิตย์ราคาเลยไม่แรง

การเข้าพัก
Pullman G - เหมือนการเช็คอินโรงแรมทั่วไป ไม่มีอะไรให้รู้สึกพิเศษ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่ไม่ประทับใจ
Mercure Ocean - เราเดินไปเช็คอินที่ lobby ตามปกติ แต่พอยื่นบัตร Accor เจ้าหน้าที่พาเรามาพบกับเจ้าหน้าที่อีกโต๊ะหนึ่ง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่โต๊ะก็น่ารักมาก ชวนคุยและให้ข้อมูล และอาจจะด้วยว่าวันที่เราไปพักเป็นวันอาทิตย์ ทางเจ้าหน้าที่เลย upgrade ห้องให้เราทั้งสองห้อง จาก Deluxe เป็น Suit และจาก Superior เป็น Deluxe และที่สำคัญสองห้องนี้เป็น connecting room ด้วย
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังให้คูปองไปดื่มเครื่องดื่มที่บาร์ริมสระมาให้ด้วย (ไม่ใช่ welcome drink นะ)

คงไม่ต้องบอกว่าประทับใจที่ไหนมากกว่ากัน 555 ตอนไป Mercure นี่ รู้สึกได้ถึงความพิเศษของการเป็นสมาชิก Accor ถึงกับว่าจะต่ออายุกันเลยทีเดียว 555

ห้องพัก
Pullman G - เราจองห้อง Lanai (42 ตร.ม.) ซึ่งห้องจะกว้างกว่าแบบ Deluxe (38 ตร.ม.) ที่อยู่บนตึก
ห้อง Lanai จะเป็นอีกอาคารแยกออกมา ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่า ตัวอาคารมี 3 ชั้น ต้องเดินขึ้นบันไดเอา ไม่มีลิฟท์
ภายในห้องกว้างขวาง ระเบียงใหญ่ (ชอบ) พื้นเป็นไม้ เดินแล้วนุ่มเท้าดี


ที่ปลายเตียงมีโซฟาขนาดใหญ่ สามารถเป็นที่นอนให้เด็กได้ Smiley


สภาพทั่วไป มีความรู้สึกว่าเก่า ไม้บางที่ผุ มีรอยแตก ที่นอนถ้าเทียบกับที่ Mercure Ocean แล้ว Mercure Ocean นอนสบายกว่า แอบแปลกใจว่าที่นี่เป็นรร. 5 ดาว น่าจะใช้ของให้ดีกว่า Mercure Ocean ซึ่งเป็น 4 ดาวน้า

ห้องน้ำ ขนาดกว้างขวางตามพื้นที่ห้อง มีอ่างอาบน้ำ (แต่มีคราบและดูเก่า) ที่ไม่ชอบคือ ไม่มีฝักบัวแบบมีสาย (ทั้งที่อ่างอาบน้ำ และที่ห้องอาบน้ำ) ทำให้เวลาอาบน้ำให้เด็กๆ เราจะพลอยเปียกไปด้วย ส่วนชักโครกมีสายฉีดให้สำหรับคนที่ชอบแบบเปียกนะจ๊ะ Smiley

ของในห้อง สำหรับห้องน้ำ สิ่งของอำนวยความสะดวกก็ครบครัน ชุดแปรงสีฟัน package น่ารักดี มีไดร์เป่าผม ส่วนเครื่องดื่มก็มีกาแฟแบบซองให้ (มาตรฐานรร.ทั่วไป) ของกินในตู้เย็นเสียตังค์ อ้อ..ที่นี่มีข้าวตังหน้ามะพร้าวอบเป็น Complimentary ให้ด้วย อร่อยดี Smiley

แพ็คเกจแปรงสีฟันของสองที่ (เป็นพวกบ้า packaging 555)


Mercure Ocean - อย่างที่บอกว่าเราจองห้อง Superior และ Deluxe แต่ได้ upgrade เป็น Deluxe sea view และ Ocean view suit ซึ่งห้อง 2 ห้องนี้เป็น connecting room

วิวทะเลมีให้เห็นไกลๆ (รร.อยู่หลัง Holiday Inn เลยได้วิวสระว่ายน้ำ Holiday Inn มาด้วย Smiley


ห้อง Ocean view suit จะมี 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องนอน ซึ่งห้องนอนนั้น เตียงนอนจะหันหน้าหาทะเลเลย (ตื่นมาเปิดม่านนอนมองทะเล ฟินนน) แต่..เราไม่ได้นอนห้องนี้ 555 เราให้ป๊าแม่นอน ซึ่งทั้งสองคนประทับใจที่นี่กันมาก (ห้องพักเป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจ แต่ที่ให้ประทับใจมากก็คือคนเอาใจใส่ของพนักงานที่นี่)

ห้องที่เราพักเป็น Deluxe (26 ตร.ม.) ขนาดห้องไม่ได้ใหญ่ แต่..ของภายในครบครันมาก เตียงนอนนิ่มนอนสบาย ของกินในห้องฟรีหมด และกาแฟที่นี่เป็นกาแฟชงเครื่อง คือดื่มแล้วฟินน ส่วนที่ทำให้กรี๊ดหนักมากคือ เค้ามีลำโพง Bose ให้!!! คือรักมากมาย แค่นั่งฟังเพลงผ่าน Bose ก็ทำให้ห้องน่าอยู่ขึ้นมาอีก 10 เท่าแล้ว 555 

ห้องน้ำ มีผนังส่วนนึงเป็นกระจก มองทะลุได้ เพื่อทำให้ห้องดูไม่อึดอัด แต่เวลาอาบน้ำก็ดึงม่านลงมาปิด ที่นี่ไม่มีอ่างอาบน้ำ (เข้าใจได้ เพราะไซส์ห้องที่จำกัด) แต่ฝักบัวที่นี่มีสายนะจ๊ะ Smiley ของใช้ในห้องน้ำก็ครบครัน ไม่ต่างกับ pullman ทั้งชุดแปรง ไดร์ อุปกรณ์กระจุ๊กกระจิ๊กในห้องน้ำมาครบหมด

เราไม่ได้ถ่ายรูปในห้องของ Mercure มาเลย Smiley ขอยืมรูปในเน็ตมาแปะไว้ให้แทนละกัน

Cr: http://www.booking.com


พนักงาน
Pullman G - คือที่นี่ไม่ได้มีอะไรไม่ดีนะ แต่ถ้าเทียบกับความเอาใจใส่ และความเป็นมืออาชีพของ Mercure Ocean แล้ว เราว่า Mercure Ocean ทำได้ดีกว่า ตอนเช็คอินดูวุ่นวายนิดหน่อย อาจจะด้วยเป็นวันเสาร์คนมาพักเยอะ โดยเฉพาะคนจีน ส่วนตอนเช็คเอ้าท์ก็เร็วดี

แต่มีสองเรื่องที่เราคิดว่าถ้าปรับปรุงได้ รร.จะ perfect สมเป็น 5 ดาวมากกว่านี้ ก็คือ 
เหตุการณ์ที่1 - แฟนเราไม่สบาย เราเลยลงไปขอยาพาราที่ lobby 2 เม็ด ซึ่งพนักงานบอกว่าไม่มี ให้ไปซื้อที่ร้านขายยาซึ่งอยู่ในรร.นี้แหละ (ซึ่งจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นอะไรที่รร.จะต้องมีให้ แต่ถ้ามีให้ มันจะได้ใจลูกค้าไปมากกว่ามูลค่ายาแค่ 2 เม็ดเลยทีเดียว)
เหตุการณ์ที่2 - แม่เราลืมเอาบัตรออกมา (บัตรสำหรับเข้าห้องที่นี่ จะเป็นคนละใบกับบัตรที่เสียบให้ไฟในห้องติด ซึ่งแม่เราเค้าติดเอาบัตรเสียบไฟออกมา เพราะคิดว่าเปิดเข้าห้องได้) ซึ่งเราก็โทรไปที่ lobby เพื่อให้มาเปิดห้องให้ ปรากฏว่าต้องมีการโอนสาย และเราต้องพูดซ้ำๆ ถึง 3 รอบ คือจริงๆเรื่องนี้ไม่ควรต้องให้มีการโอนสายกันขนาดนี้ และต่อให้ต้องโอนสายมันก็ควรมีการประสานงานกันให้เรา ไม่ใช่แค่โอนแล้วจบ 

ซึ่ง point ที่บอก มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าทำได้ มันจะได้ใจลูกค้าและดูเป็นมืออาชีพกว่านี้

Mercure Ocean - หลักๆที่ทำให้เราประทับใจก็คือ
1. เค้าทำให้เรารู้สึกถึงความแตกต่าง เค้าให้ความสำคัญกับความเป็น Accor Membership จนทำให้เราคนถือบัตรรู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่จะเป็นสมาชิกต่อไป 
2. เค้าทำให้เราเกินกว่าความคาดหวัง แม้บางเรื่องมันเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ได้ใจเราไปใหญ่ๆเลย เช่นระหว่างที่เข้าห้องไปได้สักพัก ก็มีพนักงานมาเคาะห้อง เอากล้วยกวนใส่ในตะกร้าสานมาให้ นอกจากนี้ สิ่งที่เราชื่นชมคือความมีอัธยาศัยของพนักงานที่นี่ (อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเราไปพักวันอาทิตย์แล้วการดูแลเลยทั่วถึงกว่า การไปพักพูลแมนวันเสาร์หรือเปล่า)


Facilities
Pullman G - สิ่งคุ้มค่าที่สุดของการพักที่ pullman คือรร.ติดทะเล (แบบไม่มีถนนกั้น) แต่น้ำทะเลในโซนพัทยา ยังไงก็ไม่สะอาดนะ มีคราบสกปรกลอยมา ถ้าให้เลือกเล่นทะเลใกล้กรุงเทพฯ เรายังชอบโซนชะอำมากกว่า แต่เด็กๆก็ไปนั่งเล่นทรายกัน บางคนก็ไปเล่นฟุตบอลชายหาด 


น้ำทะเล ถ้าดูกันดีๆแล้วมันไม่ค่อยสะอาด มีคราบลอยอยู่


แต่ทรายโอเคเลย ไม่มีขยะหรือเศษหิน เศษปะการัง เด็กๆนั่งเล่นกันสบาย


ส่วนของสระว่ายน้ำ ที่หน้าอาคาร Lanai ก็มีสระว่ายน้ำเล็กๆ สำหรับคนที่ไม่อยากเดินมาว่ายที่สระใหญ่ ก็ว่ายที่สระเล็กหน้าอาคารได้เลย มีสระเด็กด้วย


แต่เรามาที่สระใหญ่ ซึ่งอยู่ติดทะเล จะได้มาเล่นทะเลทีเดียวเลย


บรรยากาศสระใหญ่ตอนกลางคืนมีความสวยงามและโรแมนติก


โซนนี้เป็นสระเด็ก


ในส่วนของ Kids club เราไม่ได้ไป เลยขอข้ามการรีวิวในจุดนี้ 

Mercure Ocean - แม้พื้นที่ของรร.จะไม่มาก แต่สามารถจัดสรรสิ่งต่างๆเข้าไปในรร.ได้อย่างลงตัว (เล็กพริกขี้หนูจริงๆ)

สระว่ายน้ำมีสองโซน โซนแรกจะเน้นเป็นสระสำหรับเด็ก อยู่ที่ชั้น 1 มีทั้งสไลเดอร์ ที่ปีนเขา สระว่ายน้ำมีตั้งแต่ตื่นๆสำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึงที่ลึก

สำหรับผู้ใหญ่ที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ก็ไปว่ายน้ำที่สระชั้นบนได้ (ชั้น 5 หรือชั้น 6 ไม่แน่ใจ)

ส่วนเราแน่นอนว่าฝังตัวกันอยู่ที่ชั้น 1 ซึ่งนอกจากจะมีสวนน้ำแล้ว ยังมี kid club อยู่ใกล้ๆกันด้วย ช่วงร้อนๆ เด็กๆสามารถไปนั่งเล่นใน kid club แล้วบ่ายๆค่อยมาลงสระกัน ด้านหน้า kid club มีสนามฟุตบอลขนาดจิ๋วด้วย


ไปถึงห้องปุ๊บ เด็กๆเปลี่ยนเสื้อผ้าปั๊บ รีบลงมาสระกันทันที


สไลเดอร์มีทั้งแบบเตี้ย และแบบสูง อันนี้คือแบบเตี้ยๆเอามาเป็นออเดิร์ฟก่อน Smiley


สวนน้ำของจริงไม่ได้ใหญ่มากมาย แต่ของเล่นครบครันจริงๆ



อาหารเช้า
Pullman G - ถ้าเทียบกันสองที่นะ เราว่าอาหารที่ Mercure ดีกว่า (โดยเฉพาะอาหารสำหรับเด็ก) แล้วพนักงานที่นี่ดูเหมือนจะรับมือกับความวุ่นวายได้ไม่ดีเท่าไหร่ ยกตัวอย่างโซนไข่ ที่คนต่อคิวกันยาว แล้วพอมีลูกค้าคนนึงเดินไปถามว่า ของพี่ที่สั่งแบบ....(เราจำไม่ได้).... ได้หรือยังคะ พนักงานหันมาตอบแบบหงุดหงิดว่า ก็ต้องรอน่ะคับ นี่ตั้งหลายคนสั่งเค้าก็ยังไม่ได้ 

จริงๆแล้ว ถ้าโซนนี้ลูกค้าเยอะ ก็น่าจะมีคนมาช่วยสักสองคนดีกว่าไหม นี่เค้าทำคนเดียว ทำทั้งไข่ที่ made by order และไข่มาตรฐาน (ไข่ดาว, ไข่ต้ม) ซึ่งการที่เค้าไปทำไข่ made by order มันทำให้เค้าไม่สามารถมาทำไข่มาตรฐานที่แค่วางไว้แล้วคนเดินมาตักไปได้เลยได้ ทำให้คนต้องมาต่อแถวกันยาว คนแค่จะมาเอาไข่ดาวก็ต้องมารอ 

คหสต.นะ เราว่าการบริหารหรือการรับมือของพนักงานที่นี่ ยังไม่ถึงระดับความเป็น 5 ดาว 

Mercure Ocean - ในขณะที่ Mercure Ocean ก็คนเยอะไม่ต่างกัน (เราแทบหาโต๊ะนั่งไม่ได้) แม้จะเป็นเช้าวันจันทร์ หลายๆครอบครัวก็พาลูกมาเนื่องจากปิดเทอม แต่เรื่องของอาหารนั้นไม่มีจังหวะขาดเลย แล้วอาหารก็หลากหลายด้วย

สรุป
อ่านดูแล้วคงรู้ว่าเราชอบที่ไหนมากกว่า 555 

สำหรับ Mercure Ocean แน่นอนสำหรับเราไม่มีที่ติอะไรเลย ข้อเสียอย่างเดียวสำหรับเราคือไม่ติดทะเล  
Highly Recommended for family trip

ส่วน Pullman G จุดเด่นของที่นี่คือติดทะเล แบบไม่มีถนนกั้น แต่อย่างอื่นเราว่าถ้าทำให้ดีขึ้นกว่านี้จะมีความเป็นรร. 5 ดาวมากกว่านี้ 
ส่วนตัวเราว่าสำหรับคู่รัก โดยเฉพาะบรรยากาศที่ริมทะเลตอนพระอาทิตย์ตาก และบรรยากาศที่สระว่ายน้ำตอนกลางคืน 



Create Date : 11 เมษายน 2560
Last Update : 18 เมษายน 2560 13:47:41 น.
Counter : 151 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
2017 - ตะลุย..ถิ่นอีสานเหนือ (Part 3: ว่าด้วยเรื่องของไดโนเสาร์)




Day III (22 ม.ค.)
เช้านี้ครอบครัวเราเป็นอันต้องอำลาคณะผู้ร่วมทาง เพื่อออกไปผจญภัยตามทางของตัวเอง 555
เนื่องจากบ้านอื่นจะบินกลับกันวันนี้ ส่วนเราอยู่ต่อแล้วบินกลับพรุ่งนี้

วันนี้คือเป้าหมายใหญ่ของเราในการมาทริปครั้งนี้ 
เพราะเราจะไปกันที่ "ศูนย์การเรียนรู้สัตว์โลกล้านปี พิพิธภัณฑ์สิรินทร" จ.กาฬสินธุ์

เราเช่ารถ Avis กันไว้ 2 วัน ไปรับรถที่สนามบินอุดรฯ


จากอุดร ขับไปกาฬสินธุ์ใช้เวลา 3 ชม. (เห็นไหมว่าแต่ละที่ในอีสานมันไกลกันเหลือกัน ต้องเผื่อเวลาเดินทางเยอะๆ)

ระหว่างทาง เราก็เสพธรรมชาติกันเพลินๆไป ผ่านสะพานพระเทพสุดา ซึ่งเป็นสะพานข้ามเขื่อนลำปาว
วิวสองข้างทางสวยมาก จนต้องลงมาถ่ายรูป (อากาศดีด้วยนะเออ)


จากเขื่อนลำปาว เราก็ขับมุ่งหน้าต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้สัตว์โลกล้านปี
ตอนอยู่บนรถ เราคุยกันเรื่องไดโนเสาร์ ก็บอกเด็กๆไปว่าแต่ก่อนนะ แถวนี้มีไดโนเสาร์อยู่ด้วยนะ
พวกเธอก็ต่อยอดเรื่องราวกันใหญ่เลย มองหาไดโนเสาร์กันมั่ง จินตนาการเรื่องราวไดโนเสาร์กันมั่ง
เราบอกเธอว่าไดโนเสาร์เดินด้วยความเร็ว 60 กม. ต่อชม. ซึ่งถ้าเราขับรถช้ากว่า 60 กม.ต่อชม. ไดโนเสาร์ตามเรามาทันแน่
พวกเธอลุ้นให้เหยียบเกิน 60 กม.ต่อชม.กันตลอดทาง 555

และแล้ว..เราก็มาถึงที่หมาย มีไดโนเสาร์ยักษ์ยืนต้อนรับพวกเราอยู่แต่ไกล


พวกเธอคิดว่าตัวเองอยู่ในโลกยุคจูราสสิคไปแล้ว


ถูกแม่บังคับให้ป้อน Haribo ไดโนเสาร์ค้าบบบ Smiley


ดูสิแค่ด้านนอกยังสนุกกันขนาดนี้ ว่าแล้ว..เราก็ขับรถต่อไปข้างในกันเลยยย


ในตัวพิพิธภัณฑ์จะเป็นอาคารห้องแอร์นะจ๊ะ ไม่ต้องตกใจกันไป ส่วนภูเขาลูกนั้นที่เขียนว่าอุทยานโลกไดโนเสาร์
เป็นที่ๆเค้าขุดพบซากไดโนเสาร์ ซึ่งเราสามารถขับรถขึ้นไปเวียนดูได้

จากรูปด้านบน ตัวพิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางซ้ายมือ โดยเรานำรถไปจอดที่ลานขวามือ แล้วเดินข้ามถนนเล็กๆนี้มา

ก่อนจะเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ก็มีหุ่นไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์มาให้เด็กๆได้เดินดูเรียกน้ำย่อยกันก่อน


ขุ่นพ่อก็เล่นไปกับเค้าด้วย Smiley


และเราก็เดินเข้ามาถึงในพิพิธภัณฑ์กันซะที 555


โซนแรกที่เข้าไปจะบอกเล่าเรื่องราววิวัฒนการบนโลกใบนี้ โดยการบอกเล่าบนพื้น!!


วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ที่เริ่มมาตั้งแต่ยุคของสาหร่าย เมื่อ 542 ล้านปีที่แล้ว 


ใครที่กำลังมีปัญหาในชีวิต คิดไม่ตก อยากให้มาดู แล้วจะเห็นว่า ช่วงชีวิตของเรานั้น มันเป็นแค่ช่วงเวลาเศษเสี้ยวหนึ่งของโลกใบนี้เท่านั้นเอง

เราว่าไดโนเสาร์เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ เพราะสูญพันธุ์ไปเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว แต่เมื่อเทียบกับช่วงระยะเวลากำเนิดโลกเมื่อ 4,600 ล้านปีที่แล้ว
ยุคไดโนเสาร์ก็เป็นยุคที่เพิ่งเข้ามาแล้วก็จากไป 

มนุษย์เราก็เช่นกัน เมื่อมีเกิด ก็ย่อมมีดับ แล้วก็มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่ เราเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็กๆเท่านั้นเองบนโลกใบนี้
วันนึงอาจจะหมดยุคของมนุษย์ขึ้นมา เป็นสิ่งมีชีวิตใหม่เข้ามาแทนที ซึ่งเป็นเมื่อไหร่..เราไม่รู้

จงถนอมทุกๆวันที่เรายังได้ตื่นขึ้นมาแล้วมีลมหายใจ 


รู้ไหมว่าเมื่อก่อนเพชรบูรณ์เคยเป็นทะเล!!
นี่คือซากฟอสซิลประการังที่ถูกพบที่จ.เพชรบูรณ์


จากเรื่องราววิวัฒนาการต่างๆบนโลก เราก็เริ่มเขยิบเข้ามาสู่เรื่องราวของนักล่าในยุคจูราสสิค


รู้ไหมว่า..เจ้าวายร้ายทีเร็กซ์ มีฟันกี่ซี่ Smiley เฉลย.. 60 ซี่!!
แล้วรู้ไหมว่า..ฟันซี่ๆใหญ่ที่สุด มีความยาวถึง 12 นิ้ว!!! โอ้แม่เจ้า!! ฟันยาวเท่าไม้บรรทัด Smiley


จะบอกว่าสื่อวีดีทัศน์ต่างๆของที่นี่ทำดีมาก และมีการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี
สองครั้งที่ได้มา เมื่อ 7 ปีที่แล้ว กับ ในวันนี้ สภาพของพิพิธภัณฑ์ไม่มีความทรุดโทรมลงเลย

อย่างอันนี้เป็นการอธิบายเรื่องราวของไดโนเสาร์ในรูปแบบสามมิติ มีเสียงและภาพเคลื่อนไหว


นอกจากเรื่องราวต่างๆของไดโนเสาร์ที่มีให้เราเดินชมกันอย่างเพลิดเพลินแล้ว ยังมีฟอสซิลต่างๆที่มีการค้นพบมาแสดงโชว์ด้วย

และนี่คือ..ฟอสซิลไข่ไดโนเสาร์!!


หลังจากได้อ่านเรื่องราวต่างๆไดโนเสาร์หลายๆสายพันธุ์กันไปแล้ว ต่อมาก็มาถึงไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทยกันบ้าง "สยามโมซอรัส"


ถัดมา..มีห้องแสดงภาพภาพยนต์เรื่องราวของเหล่าไดโนเสาร์


ดูหน้าตาผู้ชมของเราสิ นั่งลุ้นไปตลอดเรื่อง


สุดท้าย..ก็มาถึงกัลปวสานของนักล่าผู้ยิ่งใหญ่....
หลักๆแล้วมี 3 ข้อสันนิษฐานใหญ่ๆ อุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลก / ภูเขาไฟระเบิด / สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมรุกราน
.......แล้วคุณล่ะ คิดว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปเพราะอะไร??.......


สรุป หลังจากที่ได้ดูวิวัฒนาการต่างๆบนโลกใบนี้ สิ่งที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอดได้ ก็คือ..การปรับตัว
สิ่งมีชีวิตใดที่ปรับตัวไม่ได้ ก็ต้องตายและสูญพันธุ์ไป..

มันช่างเป็น 2 ชั่วโมงที่ได้ทั้งความรู้ ข้อคิดสะกิดใจ และอุทาหรณ์สอนใจดีจริงๆ Smiley

จริงๆยังมีอะไรให้ดูมากกว่า 2 ชั่วโมง แต่เราไปถึงตอนใกล้เที่ยงแล้วไง เลยเกิดอาการหิวต้องรีบออกมาหาอะไรกินกัน

และเราก็ฝากท้องกันกับเมนูที่คุ้นเคย กับร้านข้างๆพิพิธภัณฑ์นี่แหละ หิวกันจนไปต่อไม่ไหว 555




Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 11 มีนาคม 2560 8:03:31 น.
Counter : 328 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
2017 - ตะลุย..ถิ่นอีสานเหนือ (Part 2: หนองคาย-อุดรธานี)


Day II (21 ม.ค.)
เมื่อมาถึงหนองคาย เราเช่ารถตู้จำนวน 3 คันเป็นพาหนะในการเดินทาง 
สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อมาถึงคือ.. หาของกิน 555 (ขอโด๊ปก่อนลุย)

หนองคายในวันนี้เจริญขึ้นเยอะมาก (จากเมื่อ 7 ปีที่แล้วที่ได้มาเยือน)
เราไม่พลาดที่จะกินอาหาร local ทั้งไข่กะทะ ต้มเส้น และที่สำคัญ..กาแฟ local ที่คนขายเคลมว่านำเมล็ดกาแฟเข้ามาจากลาว


โดยส่วนตัว หลังจากที่ได้กินแล้ว รู้สึกว่า..เฉยๆ 555 ไข่กะทะเราจืดไป เราชอบหนักเครื่องกว่านี้ ส่วนกาแฟก็พอได้อยู่

หลังจากที่เพิ่มพลังกันแล้ว เราก็พร้อมลุย
เป้าหมายแรกคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ หนองคาย
ความสนุกของทริปนี้มันอาจไม่ได้อยู่ที่สถานที่ๆไป แต่มันอยู่ที่เราได้เห็นความสนุกของเด็กๆตอนอยู่ร่วมกัน
แค่อยู่บนรถ..พวกเธอก็เฮฮาปาร์ตี้กันได้แล้ว
มาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ซึ่งหลายคนก็เคยไปกับพ่อแม่มาแล้ว แต่ความสนุกมันไม่ได้ฟิลลิ่งเท่ามากับเพื่อน 555


จากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ พวกเราก็ถือโอกาสพาแกงค์ซ่าไปเที่ยววัดเที่ยววากันซะหน่อย
เป้าหมายต่อไปจึงเป็น.. วัดผาตากเสื้อ
ขอบอกว่าการมาเที่ยววันนี้ ไม่ได้เตรียมข้อมูลอะไรมาเลย เป็นลูกทัวร์ที่ดี 555
มันเลยได้ความสนุกไปอีกแบบ ตรงที่เราได้ไปเจอสิ่งใหม่ๆ แบบไม่มีความคาดหวัง อย่างที่วัดผาตากเสื้อนี่
จุดชมวิวที่เรายืนมองออกไปยังประเทศลาวนี่คือสวยมาก


และคณะลูกทัวร์ของเราก็อึดกันมาก ร้อนแค่ไหนก็ไม่มีบ่น


ระหว่างที่คุณลูกสนุกอยู่กับเพื่อนๆ อิพ่ออิแม่ก็แอบหามุมสวีทบ้างไรบ้าง 5555


แถบอีสาน ที่เที่ยวแต่ละที่ค่อนข้างไกลกัน ดังนั้นเราจึงหมดเวลาไปกับการเดินทางค่อนข้างเยอะ

จากหนองคาย.. เราก็แวะกินข้าวกลางวัน ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่อุดรฯ
จานนี้..ข้าวผัดสามัคคี Smiley


เมื่อมาถึงอุดรฯ ก็ check in ที่รร. ให้แต่ละบ้านอาบน้ำอาบท่า เพราะเชื่อว่ามีบ้านที่ไม่ได้อาบน้ำเมื่อเช้า (เช่นเรา 555)
รู้สึกเหนอะหนะมาก หลังจากนั้นก็ให้พักผ่อนตามอัธยาศัย แล้วมารวมพลกันอีกทีตอนเย็น เพื่อไปถนนคนเดินกัน

ประจักษ์ตรา - โรงแรมที่เราพัก อยู่ข้างหนองประจักษ์ เป็นรร.ที่ใหม่และใหญ่ดี วันที่เราไปพัก มีงานแต่งด้วย
ดีๆพวกลิงๆไม่วิ่งเข้าไปมุดกระโปรงเจ้าสาว Smiley


รร.อยู่ข้างหนองประจักษ์เลย


เย็นนี้เราไปถนนคนเดินกัน โชคดีวันที่เราไป มีถนนคนเดินพอดี แล้วแถมอยู่ใกล้ที่พักด้วย (ถนนคนเดินตรงหนองประจักษ์มีทุกวันศุกร์,เสาร์)
เราชอบถนนคนเดินที่นี่แหละ ยาวดี เดินกันมันส์ 555 มันอยู่ตรงสี่แยกไง ก็เดินได้สี่ด้านเลย

ของขายก็หลากหลาย ของกินก็เยอะ ทั้งส้มตำ ยำ ขนม ฯลฯ เรียกว่าเดินไปกินไปจนอิ่ม


หรือถ้าใครไม่อิ่ม แถวนั้นมีร้านข้าวต้มใหญ่ๆอยู่ ก็แวะกินต่อได้เลย

ดูคณะเดินทางของเราสิ กินไม่สนใจใครเลย 555


พวกเธอหยุดยืนมองพี่ชายคนนี้กันนานมาก ไม่รู้จริงๆว่าในหัวพวกเธอคิดอะไรกัน Smiley


ส่วนพรุ่งนี้ เราจะไปตะลุยดินแดนแห่งไดโนเสาร์กันสนุกแค่ไหน โปรดติดตามตอนต่อไป..





Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 11 มีนาคม 2560 8:25:23 น.
Counter : 184 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
2017 - ตะลุยถิ่นอีสานเหนือ (Part 1: ว่าด้วยเรื่องของรถไฟขบวนใหม่)


ที่มาที่ไป
ที่มาของทริปนี้เริ่มมาจาก "อยากพาเด็กๆเดินทางโดยรถไฟ" แต่จะไปที่ไหนยังไม่รู้ 555
เมื่อพ.ย. 59 ได้ลองพาพวกเธอนั่งรถไฟหวานเย็นไปฉะเชิงเทรา (เช้าไปเย็นกลับ)
พวกเธอตื่นตาตื่นใจกับเหล่าขบวนโทมัสที่หัวลำโพงมาก เลยคุยกันว่าจะพาพวกเธอลองขึ้นรถไฟตู้นอนกันดู

หลังจากที่เห็นข่าวว่าการรถไฟเพิ่งถอยตู้นอนตู้ใหม่มาให้บริการ เฮ้ย!! มันใช่เลย น่านั่งมากมาย


ตอนเราดูข้อมูล เค้าเพิ่งเปิดไป 2 เส้นทางคือ กทม.-เชียงใหม่ กับ กทม.-อุบลฯ (เปิดให้บริการ 11 พ.ย. 59)
ส่วนอีก 2 เส้านทางคือ กทม.-หนองคาย กับ กทม.-หาดใหญ่ จะเปิดให้บริการ 2 ธ.ค. 59


หลังจากที่ตั้งธงแล้วว่า "ฉันจะนั่งรถไฟตู้นอน" เราก็ค่อยมาหาจุดหมายปลายทางที่จะไป 555
อุบลฯ - ใกล้ไป (นั่งทั้งทีขอนานๆ 555)
เชียงใหม่ - ไปบ่อยแล้ว แล้วช่วงสิ้นปี 59 มีไปเชียงรายอยู่แล้วด้วย
หาดใหญ่ - น่าสน แต่เที่ยวทะเลหน้าหนาว น่าจะหนาวไป
หนองคาย - กลายเป็นจุดหมายที่เราเลือก เพราะอยากไปย้อนรอยทริปความหลังกับคุณฝา Smiley
หลังจากที่เคยขับรถไปเที่ยวอีสานตอนเหนือด้วยกันเมื่อ 7 ปีที่แล้ว + อยากพาเด็กๆไปดูไดโนเสาร์ที่พิพิธภัณฑ์สิรินทร 

หลังจากได้จุดหมายปลายทาง ก็จัดการจองรร. และโทรไปจองที่กับการรถไฟ ช่วงวันที่ 10-13 ธค. 59 (รถไฟจองล่วงหน้าได้ 60 วัน)
ปรากฎว่า..รถไฟเต็มจ้าาาา Smiley เย้ย!! อะไรมันจะ hot ขนาดนั้น

เศร้าอยู่ได้ไม่นาน The Gang เพื่อนคุณลูกชายก็มีการนัดกันไปเที่ยว และได้ข้อสรุปเป็น ไปเที่ยวอุดรโดยรถไฟสายใหม่ 
โป๊ะเช๊ะมาก!! ได้ไปเที่ยวที่ๆอยากไป แถมเด็กๆได้ไปกับเพื่อนๆด้วย น่าจะสนุกน่าดู Smiley

ช่วงเวลาเดินทาง 
20-23/01/2017

แผนการเดินทาง
20/01/2017 - ออกเดินทางจากกทม.(20.00 น.) มุ่งหน้าสู่หนองคายโดยรถไฟสายอีสานมรรคา
21/01/2017 - พิพิธภัณฑ์สัตวน้ำ+วัดผาตากเสื้อ (หนองคาย) / ถนนคนเดิน (อุดร) / พักประจักตรา (อุดร)
22/01/2017 - อุทยานสัตว์โลกล้านปี พิพิธภัณฑ์สิรินธร (กาฬสินธุิ์) / วัดพระธาตุพนม (นครพนม) / พักเดอะริเวอร์ (นครพนม)
23/01/2017 - ตลาดอินโดจีน+บ้านลุงโฮ / เดินทางกลับกทม. (บินไฟลท์ 20.45 น.)

Day I (20 ม.ค.)
คณะเดินทางมาเจอกันที่หัวลำโพง (ไปกัน 11 ครอบครัว) 
รถไฟอีสานมรรคาขบวนนี้จะเป็นรถไฟที่เฮฮา ฮาเฮ ที่สุด เพราะรวมพลแก๊งซ่ารุ่นจิ๋ว 17 คน!! Smiley


บนรถไฟ เราก็แยกกันนอนเป็นห้องๆ บ้านละห้องบ้าง สองห้องบ้าง (สุดท้ายทุกห้องก็ต้องเปิดประตูรับแก๊งค์ซ่าที่เดินตระเวนเข้าออกกันทุกห้อง Smiley)
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องเหมาตู้ 555


มีสลับบ้าน สลับลูก สลับพ่อแม่กันตลอดเวลา (เป็นขบวนที่ครึกครื้นมาก)

ว่าด้วยเรื่องของห้องโดยสาร
ห้องชั้น 1 ถ้าจำไม่ผิด จะมี 12 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะสามารถล็อคประตูห้องของตัวเองได้ (ทางเดินอยู่ด้านข้าง)


1 ห้องจะมีเตียง 2 ชั้น (ตอนเข้าไปจะเปิดเฉพาะชั้นล่าง เป็นเก้าอี้ให้นั่ง) พอเริ่มมืดจะมีเจ้าหน้าที่มาเปิดเตียงบน และปูที่นอนให้

ในห้องนอกจากจะมีเก้าอี้ (เตียง) แล้ว ก็ยังมีอ่างล้างหน้า มีน้ำดื่ม มีถังขยะให้ด้วย 

มีจอมอนิเตอร์ให้เราดูว่าตอนนี้รถไฟถึงไหนแล้ว หรือจะเปลี่ยนหน้าจอไปดูอย่างอื่นก็ได้ สามารถดูว่าห้องน้ำว่างหรือเปล่าจากจอนี้ได้ด้วย 
บนตู้ชั้น 1 จะมีห้องน้ำแบบชักโครก 2 ห้อง ห้องน้ำสำหรับผู้ชาย 1 ห้อง ห้องอาบน้ำมี 1 ห้อง


อ้อ..ในห้องยังไม่ที่เสียบ usb ด้วย ชาร์ตมือถือได้สบายๆ แล้วก็มี wifi (แต่เราหาสัญญาณไม่เจอ Smiley)

นอกจากนี้ เรามาสามารถเปิดประตูไปหาห้องข้างๆได้ คือจริงๆห้องมันเป็น 2 ที่นั่ง (4 เตียง) หันหน้าชนกัน แต่มีประตูกั้นน 
ซึ่งสามารถเปิดออกทำเป็นห้องเดียวกันได้ กรณีที่มากัน 4 คน

ส่วนของอาหาร เราสามารถโทรสั่งให้เอามาส่งให้ที่ห้องได้

ว่าด้วยเรื่องของการนอน ถามว่านอนสบายไหม ดูได้จากหน้าพ่อแม่ยามเช้าที่สะโหลสะเหล 555 คงเพราะนอนกับเด็กๆด้วยไง
เจอพวกเธอละเมอเตะต่อยบ้าง ก็หลับๆตื่นกันไป ที่นอนไม่ได้นิ่มสบายเหมือนเตียงจริงๆ (แต่ก็ดีกว่านั่งเก้าอี้หลับ Smiley)
แต่โดยรวมแล้วโอเคเลยนะ เตียงชั้นล่างนี่กว้างเลย (ชั้นบนแคบกว่าหน่อย) แต่ที่ทรมานมากคือ.. แอร์..หนาว..มากกกก
คือดึกๆต้องตื่นมาปิดรูแอร์ทุกรู 555

ส่วนห้องน้ำ ก็เหมือนห้องน้ำบนเครื่องบิน ห้องเล็กๆ พอเข้าไปปฎิบัติภารกิจได้ ชักโครกยังสะอาดสะอ้านอยู่ มีจำนวนสองห้อง 

พวกเราเริ่มทยอยตื่นกันตั้งแต่ตีห้าละ บางคนอาบน้ำ บางคนไม่อาบ (และแน่นอน เราอยู่ในกลุ่มหลัง 555) จึงไม่สามารถบรรยายถึงห้องอาบน้ำได้ Smiley

7.00 น. เราก็มาถึงจุดหมายปลายทางกันที่หนองคาย (ตอนแรกว่าจะลงกันที่อุดร แต่เปลี่ยนแผนใหม่ มาลงหนองคายกันแทน)

แสงอรุณแรกของเช้านี้เมื่อมองจากรถไฟ


ลูกชายยืนชมวิวหล่อๆยามเช้าที่หน้าต่างรถไฟ Smiley


ถึงสถานีรถไฟหนองคายละค้าบ


รวมพลคณะเดินทาง เด็กๆสดใจ ในขณะที่พ่อแม่ตาโหล 555 (สู้ตายฮับ Smiley)


ถ่ายกับป้ายปฐมฤกษ์ รถด่วนขบวนพิเศษเป็นที่ระลึก Smiley


จบ part แรกกับเรื่องราวการเดินทางโดยรถไฟสายใหม่ 
ส่วนความสนุกในทริป..กำลังจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้....




Create Date : 10 มีนาคม 2560
Last Update : 11 มีนาคม 2560 8:26:45 น.
Counter : 66 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  

ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]