Group Blog
 
All Blogs
 

บทที่ 9 : สอบกรี๊งที่ไม่มีวันลืม...

คราวนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังครับ เพิ่งเกิดเมื่อศุกร์ที่แล้วเอง...ที่จริงก้อคิดๆอยู่ว่าจะเอาลงที่ไหนดีระหว่างตรงเรื่อยเปื่อยกะ secret แต่เอาเหอะ ลงนี่ละกัน...

ศุกร์ที่แล้วผมสอบลงกองครับ(ก็เหมือนๆสอบไล่แหละคับ จบ 1 วอร์ดก้อสอบที) ซึ่งปกติจะสอบ 2 วัน คือ พฤหัสสอบข้อเขียนแล้วก้อศุกร์สอบปฏิบัติ ตอนนั้นอยู่วอร์ดรังสีคับ แล้วเนื่องจากช่วงวันพฤหัสผมอ่านหนังสือดึกไปเลยเกิดเรื่องเศร้าขึ้นจนได้...

วันพฤหัสเย็น หลังจากสอบข้อเขียนเสร็จผมกะเพื่อนๆก้อวิ่งไปดู film X-ray คนไข้คับ(ก้อสอบอ่าน film วันศุกร์อ่ะ) ซึ่งฟิล์มทั้งหมดก้อไม่กี่ร้อยใบหรอกคับ ง่ายๆสบายมาก 555 เราเริ่มอ่านกันตั้งแต่ บ่ายโมงได้คับ(เรียกอ่าน แต่ที่จริงก็ลุยเองโลด มีคำอธิบายหน้าซองนิดนึง บางซองไม่มีอีกแน่ะ) เสร็จประมาณ 5 โมงได้ แล้วผมก้อไปกินข้าว พอกลับหอด้วยความกลัวเลยหยิบชีทมาอ่านอีกรอบเผื่อจะซึมเข้าหัวสมองน้อยๆของผมได้มั่ง(น้อยจิงๆนะ ยิ่งเรียนยิ่งโง่ไงก้อไม่รุ ) อ่านๆๆๆๆ ไปได้ซักตี 2 ก้อเริ่มตาฝ้าฟาง หนังตาเริ่มตก ประคองตัวเองไม่ได้ ที่นอนเริ่มมีลายจุดของปากกาไฮไลท์ เลยตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่(หลังจากกะว่าจะโต้รุ่ง)...นอนคับ นอน อีกอย่างกลัวไปเผลอหลับตอนตี 4 แล้วตื่นเที่ยงด้วย(สอบเช้าอ่ะ) เลยกราบหมอนเข้านอนซะ

วันศุกร์ตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย...เอ๊ะ ทำไมนาฬิกามันไม่ปลุกวะ หรือตื่นมาก่อนนาฬิกา... เอ แล้วทำไม 6 โมง ฟ้ามันสว่างจังหว่า งงๆๆๆๆ ว่าแล้วผมก้อคว้านาฬิกาปลุกตรงหัวนอนมาดูคับ ปุ่มปลุกโดนกดไปเรียบร้อยแล้ว....8.15 น. เฮ้ย!! เวรล่ะหว่า เค้านัด 8 โมง orientate ดันตื่น 8.15 เมทที่น่รักก้อดันไปอยู่เวรไม่กลับมานอนอีก ไม่มีคนปลุกกัน เฮ้อ... ตอนนั้นไม่คิดอะไรแล้วคับ นอนเตียง 2 ชั้น อยู่ชั้นบน วิ่งลงมาชั้นล่างแบบไม่กลัวตาย เปลี่ยนกางเกงใส่เสื้อทับเสื้อนอน(ปกติใส่เสื้อยืดอยู่แระ) คอนถกคอนแทคไม่ใส่มันแระ แว่นนี่แหละวะ นม 1 กล่อง วิ่งออกจากหอด้วยความเร็ว(สยองกว่านั้นอีกคับ พอเห็นมี miss call 1 สาย เบอร์ใครก้อไม่รุ ตอนนั้นคิดว่าเค้าโทรตามไปสอบ เริ่มแล้วแน่ๆเลย...) อ้อ ลืมบอกไปคับว่าทำไมต้องรีบนัก ก้อสอบคราวนี้อ่ะมันเป็นแลบกรี๊งคับ(นึกไม่ออกลองดูหมอเจ็บนะคับ) แบบว่าสอบเป็น stationๆ ละ 3 นาที แล้วเปลี่ยน นั่นหมายความว่าทุกๆคนต้องเข้าสอบพร้อมกันหมด...ซวยสิตรู สายวันไหนไม่สาย มาสายวันนี้ กรำๆๆ จำได้แต่ว่าวิ่งดะคับ ไม่คิดอะไร วิ่งลูกเดียว ไม่รู้ชนใครมั่ง(ใครอยู่วชิระตอนเช้านั้นแล้วมีนักเรียนแพทย์ใส่แว่นกรอบฟ้าๆวิ่งตัดหน้าก้อขอโทดด้วยนะคับ อิอิ) พอวิ่งไปถึงหน้าห้องปั๊บ เปิดประตูเข้าไป...
"ไปเริ่มสอบกันได้ละ สำหรับโก ก้อ...." เสียง อ.คุมสอบคับ
"มาแล้วคับ" ผมตอบแบบหอบๆ ยกมือแหยงๆอยู่หน้าประตู...
"เอ้า มาละ งั้นไปสอบเลย เขียนชื่อในห้องสอบละกัน"

หลังจากนั้นก้อต้องไปนั่งกรี๊งๆต่ออีก 30 ข้อคับ ไอ้เรื่องง่วงกะหิวนี่ ลืมไปเลย อดรีนาลินฉีดมากๆ ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่ปวดท้องอะไรทั้งสิ้น นั่งเขียนๆๆๆๆๆ อย่างเดียว ตอนนี้ยังได้แต่ลุ้นๆอยู่เลยคับว่าพลังง่วงวันนั้นนี่ จะได้มาซักเท่าไหร่หว่า เฮ้อ หมา แมว หรือ นก น้อ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าจะนอนดึกก่อนสอบ ควรเอานาฬิกาห่างจากตัวเอง(และมือ) 2 เมตรเป็นอย่างน้อย เฮ้อ....เค็กๆๆ




 

Create Date : 10 กันยายน 2548    
Last Update : 10 กันยายน 2548 0:03:30 น.
Counter : 325 Pageviews.  

บทที่ 8 : เจาะเลือดเด็กๆ

อืม วอร์ดอื่นๆติดไว้ก่อนละกาน แล้วเด๋วจะเอามาลงเรื่อยๆคับ(ถ้ามีเวลานะ อิอิ)
คราวนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้ขึ้นวอร์ดเด็กครับ แล้วมันยังแบ่งย่อยๆเป็นวอร์ดเล็กๆอีก 2 วอร์ด(ที่จริงมี 5 แต่ปี 5 ให้ผ่านแค่ 3 ที่เอง) คือ nursary เป็นเด็กก่อนคลอด ,เด็ก 1 เป็นเด็กที่มีโรคต่างๆ แล้วก้อ premie หรือเด็กที่เกิดก่อนกำหนด ครับ ผมเองได้รับเกียรติให้ขึ้น nursary ก่อนเป็นที่แรก เฮ่อๆๆ จะขนาดไหนเชียว เด็กๆตัวเล็กๆ อิอิ
"พี่คร้าบบบบ จะราวน์ตอนกี่โมงครับ" ผมถามตามมารยาท จะได้ไม่มีสาย เดี๋ยวซรวยยยย
"อืม...เอาซัก 6 โมงครึ่งละกันนะ" พี่เค้าตอบมา....บ้าน่า บ้าๆๆ บ้าไปแล้วแน่ๆ 6 โมงครึ่ง ใครจะตื่นเนี่ย ราวน์อะไรเช้าขนาดนั้น...
และแล้ววันต่อมาก้อเริ่มราวน์กันตอน 6 โมงครึ่งจริงๆ...

"เอ้า ราวน์เร็วเข้า เด๋วทำงานกันไม่ทัน" พี่เค้าพูด
"งานไรฟะ งงๆๆ แล้วมันมากเหรอเนี่ย " คิดเองครับ งงๆ
และแล้วเราก้อราวน์กันจนเสร็จภายในเวลาประมาณ 7 โมง 15 ได้ พร้อมกับคำสั่งเจาะเลือดเด็กๆไปอีกไม่รู้กี่คน... พอราวน์เสร็จ เราก้อกลับมาตรงห้อง nursary ครับ ซักพักแม่ๆทั้งหลายก็เริ่มอุ้มลูกๆเข้ามากัน

"เอ้า หมอ ขึ้นมาใหม่ใช่ไม๊ มาดูพี่สอนเจาะเลือดก่อนนะ จะได้ได้" พี่หัวหน้าพยาบาลเรียกเราครับ แล้วก้อเจาะให้ดูประมาณ 1-2 เคส
"เอาล่ะ หมอเจาะกันเลยนะ ถ้ามีปัญหาเรียกพี่ละกัน"
ไอ้หน้าที่เจาะเลือดนี่ เป็นของนักศึกษาแพทย์อยู่แล้วล่ะครับ พวก extern บอกว่าถ้าช่วงไหนไม่มีปี 5 ก้อเจาะกันอ้วกเลย เพราะมี exturn แค่ 2 คน ถึงมีพี่พยาบาลช่วยด้วยก็ตาม

ผมมองไปที่โต๊ะ มีกระดาษวางอยู่ประมาณ 3 แผ่น แต่ละแผ่นมีชื่อแม่เด็กพร้อมสิ่งที่อยากให้เจาะอยู่....กรำ เยอะชิบ แล้วผมก็เริ่มกะเด็กผู้โชคร้ายคนแรกครับ...
เริ่มจากการอุ้มเด็กที่ยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่ แหม ก้อไม่เคยอุ้มนินา เคยแต่อุ้มออกมาหลังคลอด เลยต้องเนียนๆวางมือตามแม่เค้าไปก่อน อิอิ ต่อมาก็เอาเด็กไปแกะผ้าห่อแล้วก็เจาะเลือดครับ ที่เจาะนี่จะมี 2 แบบ ดูค่าเหลืองโดยเจาะที่ฝ่าเท้า กับเจาะดูพวกไทรอยด์ โดนเจาะเส้นเลือดดำที่ฝ่ามือ ผลปรากฎว่าคนแรกผมไม่กล้าเจาะขาครับ กลัวเด็กเจ็บ แต่ถ้าเจาะไม่มีเดวก้อเจ็บตัวใหม่อีก เลยตัดสินใจเจาะลึกๆไปเลยแล้วรีบๆเก็บเลือดซะ เฮ้อ เสร็จไป 1
เคสต่อไปเจาะที่มือครับ แบบว่าเราต้องพันผ้าเด็กใหม่ให้มือออกมา 1 ข้าง(ไม่พันเด็กจะดิ้นมากเลย เจาะไม่ได้) แล้วค่อยเจาะ ผมก้อพันตามที่เค้าสอนแล้วนะครับ แต่พอันไปเตรียมของปุ๊บ..กลับมาอีกที อ่าว ออกมานอนดิ้นนอกผ้าซะละ ไม่เป็นไร พันใหม่ๆ ผลเหรอครับ เหมือนเดิมอีก ดิ้นๆๆก้อหลุด สุดท้ายก้อยกมือเรียกพี่พยาบาลเค้าครับ ให้ช่วยมาพันให้หน่อย อิอิ แล้วก้อเจาะพอเจาะไป เอ๊ะ เส้นเลือดก้อเห็นนิหว่า ทำไมไม่ได้ไรเลยหว่า งงๆๆ ลองขยับเข็มดูก้อ...อ่าว ไม่ออก ทำไงดีหว่า ว่าแล้วก้อเรียกพี่เค้าอีกรอบ
"เด๋วลองดูนะหมอ แปบนึง" พี่พยาบาลพูด รู้สึกดีมากๆ รอดแล้วตรู
ซักพักพี่เค้าก้อมองๆดูใหม่แลวก้อเอียงเข็มนิดนึง
"หมอแทงไม่โดนเส้นนะ มันไปข้างๆเลย"
อ่าว ไหงงั้นล่ะ เข้าไปขนานกันซะงั้น
"เด๋วเคสหน้าลองใหม่นะ"
เอาล่ะครับ เคสต่อไปมาละ พันผ้า ดูแขน เช็ดแอลกอฮอล์ เตรียมเข็มกับหลอด ลงมือ ฉึบ...
"แง๊...."เด็กร้องครับ แหมเมื่อกี๊ยังเงียบๆอยู่เลย
"แง๊ว...."ผมร้องมั่งครับ เส้นมันหายไปไหนอีกแล้วเนี่ย วางอียงดูก้อไม่ออก ...เรียกพี่พยาบาลอีกรอบ
"อ่าว อีกแล้วเหรอ...อืม ก้อตรงนิ ทำไมไม่ออกหว่า" ว่าแล้วพี่เค้าก้อขยับเข็มเข้าไปลึกอีกหน่อย แล้วเลือดก้อออกมา
"โธ่ หมอ แทงตื้นไป เด็กมันตัวอ้วนน่ะ" อ่าว กรำของตรู ได้มาแต่ละอย่าง...
หลังจากนั้น ผมก้อเริ่มแทงได้ดีขึ้น แต่ช่วงหลังๆนี่สิครับ แทงขนานเส้นไปซธ 3-4 เคสติดๆกัน จนโดนทักให้ไปลองวัดสายตาใหม่ เฮ้อ เศ้ราแต้...และแล้ว วันแรกก้อเสร็จไม่ทันตอน 8 โมงครับ เลยฝากพี่พยาบาลเจาะต่อเพราะต้องเข้าห้องประชุมก่อน ตอนนั้นนี่ดีใจสุดๆเลยครับ 555
ปล.ตอนนี้เจาะคล่องแล้วนะครับ ใครไปคลอดลูกไม่ต้องกลัวว่าเจอผมแล้วลูกจะเจ็บตัวฟรีน้า 5555




 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2548    
Last Update : 2 กรกฎาคม 2548 1:06:04 น.
Counter : 753 Pageviews.  

บทที่ 7 : ความรักของพ่อ

(ไม่ได้เข้ามาเขียนซะตั้งนาน ไม่รู้ชาวบ้านเค้าพัฒนา blog ไปถึงไหนกันแล้ว ยังไงก้อขอโทษด้วยครับที่บอร์ดยังโบราณอยู่ -_-")
กะจะเขียนอะไรขำๆบนวอร์ด แต่อันนี้ขอซักเรื่องนะครับ...
ช่วงที่ผ่านมาผมได้ขึ้นไปปฏิบัติงานที่วอร์ดเด็กครับ(ช่วงที่ไข้เลือดออตรึ้มๆนั่นแหละ) พอดีเลยเห็นอะไรบางอย่างน่าสนใจครับเลยอยากมาเล่าให้เพื่อนๆฟังหน่อย...
บนวอร์ดเด็กจะมีเด็กอยู่เตียงนึงครับ เป็นเตียงในห้องสุดท้าย น้องที่มาพักนั้นเป็นเด็กอายุประมาณ 9 ขวบได้ เรียกว่าอยู่ในวัยกำลังซนเลยครับ แต่ที่น้องคนนี้แกไม่เหมือนเด็กคนอื่นก็คือ...แกเป็นมะเร็งครับ มะเร็งที่แกเป็นเป็นมะเร็งของไขสันหลัง ซึ่งเริ่มแรกที่บ้านแกก้อเห็นมีเนื้องอกครับ เลยพามาตัดออก ผลชิ้นเนื้อบอกว่าเป็นมะเร็ง หลังรักษาหายปรากฎว่ามันกลับเป็นอีก ซึ่งถือว่าลักษณะอาการเลวลงแล้วครับ แกเริ่มตัวบวม ขาบวม ก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนตอนผมขึ้นไปวอร์ด แกไม่สามารถนอนได้แล้วครับ ต้องนั่งหหลับตลอด อาการของแกตอนนี้เรียกว่าเป็นขั้นสุดท้ายแล้ว เราทำได้แค่รักษาอาการแทรกซ้อนต่างๆเท่านั้นครับ การผ่าตัดก้อไม่สามารถทำได้เนื่องจากแกมีลักษณะของโรคหัวใจด้วย ดมยาไม่ได้เสี่ยงมาก...
ทุกๆวันขณะไปราวน์วอร์ดจะเห็นว่ามีชายคนนึงมาดูแลน้องเค้าตลอดเวลา หาซื้ออาหารให้ คอยช่วยพี่ๆพยาบาลทำแผลที่เท้าของน้องที่ยังไม่หาย ใช่ครับ ชายคนนั้นก้อพ่อของน้องแกแหละ คุณพ่อรู้อาการของลูกดีครับ เลยพยายามมาอยู่ใกล้ลูก ทำอะไรให้ลูกทุกอย่าง ถ้ามาไม่ได้ก้อจะมีป้ามาอยู่ดูแทน พวกผม(นักศึกษาแพทย์)เคยได้คุยกับพ่อน้องเค้าครั้งนึงครับ เพราะ อ. อยากให้รู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยใกล้ตาย เลยทราบมาว่าพ่อน้องเค้าก้อไม่ได้รวยอะไรมาก ทำงานหาเช้ากินค่ำไปวันๆ แกเล่าว่าแกเจอมรสุมอย่างหนัก ทั้งเรื่องลูกป่วย เมียแกก้อหนีไปอีก งานตอนนี้ก้อไม่มีมีทำ แกบอกว่าตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรมาก เคยร้องไห้มากๆหลายครั้งตอนแรกๆ โดยเฉพาะเวลาที่ลูกถามแกเรื่อง "ตาย"...แน่ละครับ เป็นใครใครก้อต้องเศร้าแน่ๆ แต่ตอนนี้ทั้งๆรู้ว่าลูกตัวเองไม่มีทางรักษาแล้วแต่แกก้อยังมาดูแลลูกแกอยู่ไม่ได้ทิ้งไปไหน อยากได้อะไรอยากกินอะไรแกก้อพยายามหามาให้ทุกอย่าง สิ่งที่ผมจำได้ก้อคือ....วันนึงเราราวน์วอร์ดตามปกติ แล้วพี่ dent ถามน้องแกว่าอยากทำอะไรไม๊ น้องบอกว่าอยากดู TV เชื่อไม๊ครับ พ่อน้องแกรีบถามทันทีว่าเอา TV มาได้ไม๊(น่าจะเพราะต้องใช้ไฟ+ห้องรวม กลัวรบกวนเตียงข้างๆ) พอพี่พยาบาลบอกว่าได้ เท่านั้นแหละครับ วันต่อมาตอนอยู่เวรผมก้อเห็นแกแบก TV เครื่องประมาณ 14 นิ้ว ขึ้นมาตั้งให้ลูกแกดู
มันเป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้ถึงสิ่งที่ นักศึกษาแพทย์ได้กำไรจากการเรียน เราได้เห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น เห็นถึงความรักความผูกพันที่ยากจะพบได้ตามท้องถนน ความรักของพ่อคนนึง ที่ทำให้ลูกได้ทุกอย่าง เราเคยเรียนกันมาเพียงวิธีดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย การดูแลแบบองค์รวม แต่เรื่องอย่างนี้ นานๆเรากลับได้เห็นเองซักครั้ง อาจเพราะเวลาที่เร่งรีบมากขึ้นของคน การดิ้นรนหาเลี้ยงชีพจนไม่มีเวลากับสิ่งเหล่านี้ จึงไม่ค่อยได้เห็นมากนักถึงจะตามโรงพยาบาลก้อตามที เนื่องจากญาติมักจะทราบข่าวการเสียชีวิตจากพยาบาลแล้วจึงมา หายากมากที่มาดูแลตลอดเวลา...
ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนวอร์ด น้องแกอาการแย่ลงอีกครับ เริ่มมีอาการของไตวาย แต่ยังไงก้อตามผมคิดว่าถึงแม้ ถ้าถึงวันที่น้องเค้าต้องหลับไปแล้ว ยังไงเสียแกคงได้หลับอย่างเป็นสุข อาจสุขกว่าเด็กบางคนที่มีชีวิตอยู่ก้อได้ เนื่องจากแกมีคนที่รักแก ดูแลแกจนถึงวันสุดท้าย ถึงวันที่จะได้พักผ่อน.....ตลอดกาล




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2548    
Last Update : 3 มิถุนายน 2548 22:08:27 น.
Counter : 361 Pageviews.  

บทที่ 6 : (เข้าช่วย) เคสแรก

เข้า(ช่วย)ผ่าตัดเคสแรก
หลังจากที่แต่งองค์ทรงเครื่องเสร็จเรียบร้อย แล้วก้อเดินเข้าไปที่ฟิลล์แล้ว(เราจะเรียกบริเวณผ่าตัดว่าฟิลล์คับ) อ.แกก้อเริ่มผ่าคับ ตอนแรกเราก้อเอ๋อๆดูไปเรื่อยๆ ไม่รู้หรอกว่า อ. แกทำอะไรบ้าง แต่แกก้อจะอธิบายให้ฟังเป็นระยะๆ แต่ก้อนะ เพิ่งเข้าครั้งแรก ครั้งแรกนะ จะรู้เรื่องไม๊...ว่าแล้วก้อต้องขุดเอาวิชา anatomy ที่เคยเรียนมาตอนปี 2(ที่เหลือน้อยๆเหมือนหางเต่าอ่ะคับ)มาใช้ ไม่งั้นไม่รู้เรื่องแน่ๆ หลังจาก อ. ลงมีดแล้วเราๆปี 4 ก้อจะได้รับอุปกรณ์ที่สำคัญยิ่ง นั่นก้อคืออุปกรณ์ถ่างแผลที่เรียกว่า retractor ครับ แบบว่าเป็นเครื่องหมายปี 4 มากๆ ทำอะไรไม่ได้นอกจากช่วยถ่างแผลคนไข้อย่างเดียวเท่านั้น -_-'' เคสแรกวันนั้นเป็นเคสก้อนที่เต้านมครับ แล้วบางทีประเพณีกินหัวเนี่ยก้อยังระบาดมาถึงห้องผ่าตัดด้วย คราวนี้ก้อเช่นกันครับ
"หมอ เป็นเจ้าของไข้ใช่ไม๊" เอาล่ะครับ กระสุนนัดแรก..
"ใช่ครับ อาจารย์"ผมตอบ
"แล้วรู้ไม๊ว่าผมจะทำผ่าตัดอะไร"
"ก้อตัดก้อนที่เต้านมครับ" ตอบไปซื่อๆ ทำตาปิ๊งๆเหมือนชินจัง
"นั่นผมรู้แล้ว เรียกว่าผ่ายังไงล่ะ" เอาล่ะครับเริ่มขึ้นนกเตรียมยิงละ
"เอ่อ...MRM ครับ" คราวนี้โชคดีนะเนี่ยที่เพิ่งอ่านชาร์ตไปเมื่อวาน(เค้ามีเขียนว่าจะทำอะไรวันไหรด้วยอ่ะคับ)
"อือ ดีๆ แล้วรู้ไม๊ว่าย่อมาจากอะไร" กรุสุนลูกที่ 2 ครับ(ถ้าเพื่อนๆยังจำได้ อ. คนนี้เป็นคนเดียวกับที่กินหัวผมหลุดกระเด็นคาวอร์ดเมื่อวันก่อน..."
"เอ่อ...Modified Radical Massectomy คับ"ตอบมั่นใจสุดฤทธิ์ ก้อพี่ Dent เพิ่งสอนไปเมื่อเช้านินา ^ ^
"ดีมาก แล้วรู้ไม๊ว่าต่างกับ Massectomy ยังไง"
"ก้อ ไม่ได้ตัดกล้ามเนื้อ...คับ"ผมตอบ อันนี้อ่านมา 555 รู้แล้วว่าต้องถามแน่นแน่(กรุณาเน้นเสียงคำหน้าด้วยครับ)
"OK แล้วรู้ไม๊ว่าต้องเลาะต่อมน้ำเหลือตรงไหนอออกมั่ง"
"..."อึ้งดิคับ ซวยอีกแล้วตรู
"เอ้า ดูนี่ เห็นนี่ไม๊..."ผิดคาดคับ อ. แกสอน เข้าใจว่าเพราะผมตอบได้เยอะแล้วมั้ง
หลังจากเริ่มผ่าตัดไปซักครู่ ก้อเกิดเรื่องขึ้นครับ ตอนที่ อ. ลงมีดเผลอไปสะกิดโดนเส้นเลือดเส้นนึงเข้า ก้อรู้ๆกันนะครับว่ามีดผ่าตัดนี่คมขนาดไหน เลือดคนไข่พุ่งออกมานิดนึงครับ อ. ก้อเอี้ยวตัวหลบไป แต่ไอ้เจ้าปี 4 ข้างๆนี่ล่ะ(ผมเอง)หลบไม่พ้นครับ โดนไปตรงหน้าผากเลย เล่นเอาตกอกตกใจกันใหญ่ เพราะถ้าเข้าตา เราไม่รู้ว่าคนไข้มีโรคอะไรหรือเปล่า อาจต้องกินยาต้านไวรัสไปด้วยครับป้องกัน HIV
"หมอ!! เข้าตารึเปล่า" อ. ถามผม
"ไม่โดนครับ โดนหน้าผาก"
"เอางี้ รีบออกจากฟิลล์ไปล้างหน้าก่อนเลยนะ..."แล้ว อ. ก้อนึกได้ครับ
"เอางี้ละกัน คุณพยาบาลช่วยเช็ดเลือดออกให้น้องเค้าหน่อย" แล้วแกก้อให้ผมเดินออกไปหาพี่ๆพยาบาลคับ
ส่วนไอ้เราเรอะ ขี้เกียจออกไปล้างมืออยู่ละ เอาวะ เดินก้อเดิน แล้วก้อเริ่มถอยหลังออกจากฟิลล์ ทันใดนั้น อะไรซักอย่างถูกหลังผมครับ...เป็นสายไฟเส้นนึงที่พาดจากเพดานลงมาน่ะเอง เล่นเอาสะดุดกึกเลย
"เอ้า หมอ con แล้ว(contaminate=ปนเปื้อน น่ะครับ) ออกไปถอดชุดล้างมือล้างหน้าใหม่เลยปะ"
...กำ อุตสาห์ระวังแทบแย่ ก้อใครจะไปเห็นล่ะ(ฟระ) มันอยู่ข้างหลังนิหว่า เศร้า T-T
หลังจากนั้น อีก 5 นาที ผมก้อต้องกลับมาแต่งตัวใหม่ แล้วค่อยกลับเข้าฟิลล์ไปช่วยถือ retractor ต่อ ตอนนี้ อ. ไม่ได้สอนอะไรแล้ว เราก้อเริ่มง่วงครับ หลังจากที่ตื่นมาแต่เช้าทุกวัน พอ อ. เผลอเราก้อผงกหัวเล็กน้อยแต่พองาม(ที่จริงหลับครับ)พอหัวเริ่มตกเราก้อเริ่มตื่น เป็นอย่างงี้ไปซักพักใหญ่ๆ หลังจากนั้นพอ อ. เริ่มปิด เริ่มเย็บก้อตื่นมาดูใหม่ เฮ้อ ดีนะเนี่ยที่หัวไม่ปักไปในตัวคนไข้ =_=''




 

Create Date : 11 มีนาคม 2548    
Last Update : 11 มีนาคม 2548 23:49:42 น.
Counter : 314 Pageviews.  

บทที่ 5 : เตรียมเข้าห้องผ่าตัด

อืม...พูดถึงวอร์ดศัลย์ทั้งที จะไม่พูดถึงห้องผ่าตัดมันก้อยังไงๆอยู่นะครับเนี่ย ไอ้ห้องที่คนส่วนใหญ่คิดว่าหรูเนี่ย...เล่นเอานักศึกษาแพทย์เสียวสันหลังวาบมาหลายคนแล้วนะเนี่ย

พอราวน์วอร์ดเสร็จตอนเช้า ถ้าเป็นวันอังคารกับพฤหัส สาย A ที่ผมอยู่ก้อต้องไปเข้าห้องผ่าตัดครับ ผมยังจำวันที่เข้าห้องผ่าตัดครั้งแรกได้ดี วันนั้นตื่นเต้นมากครับ เพราะอยากเห็นจริงๆว่าห้องผ่าตัดจริงๆเนี่ยเค้าเป็นยังไงกันแน่ จะหรูขนาดไหน คิดในใจว่าต้องมีเครื่องมืออะไรๆเยอะแยะแน่แน่(เวลาอ่านช่วยเน้นตัวแรกด้วยคับ ^^) พอเข้าไปในห้องแต่งตัว ตอนแรกเราต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเดิมออกก่อนครับ ถอดเสื้อกาวน์กับชุดนักศึกษาออก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดของห้องผ่าตัดเป็นเสื้อแขนสั้น กางเกงคล้ายๆกางเกงเลสีเขียวครับ ส่วนรองเท้าก้อต้องเอารองเท้านักศึกษาออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นรองเท้าอาแปะ(ผมเรียกงี้คับ เป็นรองเท้ายางคู่สีน้ำตาลๆที่มักเห็นผู้ใหญ่แก่ๆเค้าใส่น่ะครับ) ไอ้ตอนเปลี่ยนเสื้อนี่ก้อ ok ครับสบายๆ แต่ตอนรองเท้านี่สิ ก้อมันมีหลายคู่หลายเบอร์ไงครับ ทีนี้พอเราหยิบขึ้นมาดันได้ใหญ่ข้างเล็กข้างนี่สิ เล่นเอาเสียเวลาจับคู่รองเท้าไปซะนานครับ สุดท้ายเลยได้ข้างนึงเป็นเรือไททานิกมา แบบว่าหักกลางเลยครับ แต่ก้อช่วยไม่ได้เพราะไม่มีคู่อื่นแล้ว... เคยมีครั้งนึงครับเข้าไปแล้วเสื้อหมด เจ้าหน้าที่ก้ออยู่ข้างใน แล้วแบบว่าไม่เปลี่ยนเสื้อเข้าไม่ได้ สุดท้ายเลยต้องใช้วิธีเปิดประตูแล้วยื่นหน้าเข้าไปเรียก "พี่ๆเสื้อหมดคับ" แล้วหดหัวกลับเข้ามานั่งรออย่างเก่า เฮ้อ...

พอเปลี่ยนเสื้อเสร็จปุ๊บก้อต้องเข้าไปหาห้องผ่าตัดครับ เพราะเราจะรู้แค่ว่าวันนี้มีผ่าตัดเคสนี้ เคสนั้น แต่จะไม่รู้ว่าตอนกี่โมงแล้วก้อห้องผ่าตัดห้องไหน หน้าที่ของปี 4 คือ จำชื่อคนไข้ครับ แล้วเดินเข้าไปถามพี่เค้า
"พี่ครับ คนไข้ชื่อ... ผ่าห้องไหนครับ เคส อ. B น่ะครับพี่" บอกข้อมูลกะพี่พยาบาลที่เค้ามีใบรายชื่อเรียบร้อย เด๋วก้อคงรู้มั้ง...
"นักศึกษา...ดูเองเลยนะ พี่ไม่ว่างหรอก ใบอยู่โน่นแน่ะ" กรำ แล้วผมเพิ่งมาครั้งแรกนะ ดูรู้เรื่องได้ไงเล่า...
"คับ..." แล้วก้อก้มดูใบครับ ok มีชื่อ เวลา เคส ห้อง เรียบร้อยละ เดินเข้าห้องเลย

พอเข้าไปคนไข้ยังไม่มาครับ เลยแอบดูห้องไปพลางๆ พอดีช่วงนั้นแอร์ห้องผ่าตัดไม่ค่อยดีอยู่ เค้าเลยต้องเอาพัดลมเครื่องบักเอ้กมาตั้งไว้แทน ที่เหลือก้อเป็นห้องว่างๆครับ มีเตียงผ่าตัดอยู่ แล้วก้อโต๊ะคลุมด้วยผ้าสีเขียว...
"น้อง ปี 4 ใช่ไม๊..."พี่พยาบาลคนนึงถามครับ
"ไปหลบอยู่มุมโน้นก่อนนะ..."ชี้ไปที่มุมห้องตรงข้างตู้แอร์คับ
"เด๋วพี่เตรียมของก่อน อย่าโดนที่คลุมผ้านะ พวกนี้ฆ่าเชื้อแล้ว"
เราก้อหลบสิครับไปยืนตคัวเกร็งอยู่มุมห้องเลย อันไหนแตะได้แตะไม่ได้ฟระเนี่ย...ซักพักคนไข้ก้อมาครับ ปกติแล้ว อ. จะถามว่าใครจะเข้าเคส แล้วคนนั้นต้องเตรียมคนไข้(แน่นอนว่าต้องสลบแล้ว ไม่งั้นเห็นหน้าเราคงช๊อคซะก่อน ^ ^) เริ่มตั้งแต่เช็ดบริเวณที่จะผ่าด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนครับ ระหว่าง อ. ไปล้างมือ แต่งตัว แล้วเช็ดเสร็จก้อปูผ้า เสร็จแล้วค่อยไปล้างมือ เตรียมแต่งตัวเข้าเคส(ต้องบอก อ. ก่อน ถ้าเค้าไม่ให้ก้ออดครับ) แล้วก้อถึงเวลาที่ต้องไปล้างมือครับ พี่เค้าจะบอกว่าต้องล้างประมาณ 5 นาที แล้วล้างให้ถึงข้อศอก ตอนไปล้างนี่ก้อไม่รู้ครับ นานเท่าไหร่แล้ว ฟอกนำยาไปก้อลุ้นไป นานพอยังว้า นานพอยังว้า...(ถ้าล้างเร็วไปจะโดนไล่ไปล้างมือใหม่คับ T-T) เอาแปรงขัดก้อแล้ว ฟอกรอบ 2 ก้อแล้ว พอดีพี่ที่มาด้วยกันเค้าออกมาทีหลังผมแล้วเข้าไปแล้วครับ เลยเข้าตาม วิธีเข้าห้องน่ะเหรอคับ เนื่องจากมือสะอาดแล้ว ห้ามจับอะไรทั้งสิ้น เลยต้องใช้ก้นดันประตูครับ มือยกสูงตลอดยังกะขึ้นแสตนเชียร์ เพิ่งรู้วันนี้เองครับว่าที่ฝึกๆมาตอนงานกีฬา freshey นี่มีประโยชน์...
พอเข้าไปแล้วก้อแต่งตัวครับ อันนี้ทำได้ดีจนพี่พยาบาลชม(ที่จริงไม่โดนว่าก้อดีใจสุดๆแล้วคับ) แต่พอใส่ถุงมือนี่สิ ไม่รู้ทำอะไรให้แกไม่มั่นใจเข้า....
"เอ้า เด๋วพี่ใส่ให้ดีกว่า เด๋ยวคอน(มาจาก contaminate= ปนเปื้อน คับ) ยื่นมือออกมานอกเสื้อเลย" แล้วพี่เค้าก้อกางถุงมือให้ครับเราก้อเอามือใส่อย่างเดียว(ส่วนใหญ่นี่ไม่มีทางครับ คนทำงี้ได้มีแต่ อ. เพียงผู้เดียว เราเหรอ วางถุงมือให้ใส่เองง่ะ) ใส่เสร็จก้อเป็นอันเสร็จพิธีแต่งตัวเข้าเคสครับ แล้วก้อเดินเข้าไปข้างคนไข้อย่างสง่าผ่าเผย...แต่ก้อต้องคอยหลบข้าวของที่วางด้วยครับ เค้าถือว่าตัวเราสะอาดแล้ว ถ้าโดนของไม่สะอาดก้อ....ล้างมือแต่งตัวใหม่สถานเดียว ฉะนั้นเราเลยต้องเอามือตั้งไว้แถวหน้าอกตลอดคับ จะได้ไม่แกว่งไปโดนอะไร หรือไม่ก้อซุกไว้ในเสื้อ(มีกระเป๋าซุกมือข้างหน้า เหมือนเป๋าจิงโจ้) จะยกเหมือหัวเหรอคับ สายไปโยงไปโยงมาอยู่ข้างบนอีก เดินซุ่มซ่ามโดนเพื่อนก้อไม่ได้ โดนสายไฟ เครื่อวัดอะไรก้อไม่ได้...เรียกว่าเดินกันตัวลีบเลยครับ กลายเป็นพวกหวาดระแวงระวังหน้าระวังหลังตลอดเวลา แต่พอเข้าถึงข้างคนไข้แล้วก้อสบายครับ ถือว่าปลอดภัยละ อิอิ




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2548 23:38:07 น.
Counter : 567 Pageviews.  

1  2  

Holy light
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Holy light's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.