Group Blog
 
All Blogs
 

ปี 1 Freshey สุดฮาเฮ

พอเข้าปีที่ 1 ขอการเป็นนักศึกษาแพทย์(แน่ล่ะว่าหลังจากเข้ามาได้แล้ว) ก้อถือเป็นวัยทองของเราล่ะครับ เป็นปีเดียวที่ว่างสุดๆ ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างเต็มที่ การเรียนปีนี้ก้อเหมือนกับช่วง ม. ปลายครับ มีฟืสิกส์ เคมี ชีว เลข อะไรอย่างงั้น แต่จะเรียนลงไปลึกกว่าเก่าซักหน่อย มีเวลาพักเวลาเล่นเหมือนคณะทั่วไปเค้า เรียนๆเล่นๆไปเรื่อยๆครับ แต่จะยังไม่รู้หรอกว่าชอบหรือไม่ชอบเป็นหมอ(รู้จริงๆก้อปี 4 โน่น)

กิจกรรมปีนี้จะเยอะมากๆครับ เหมือนกับคณะอื่นๆทั่วๆไป มีรับน้อง งานแรกพบของคณะ เปิดสายรหัส กีฬาน้องใหม่ กีฬาระหว่างสถาบันแพทย์(13เข็ม) ซึ่งแน่นอนว่างานพวกนี้ น้องๆปี 1 2 3 ต้องเป็นหัวแรงหลักครับ เพราะพวก พี่ๆแก่ๆจะไม่ค่อยว่างมากันเท่าไหร่ ติดราวน์วอร์ดมั่งหละ ติดเวรมั่งหล่ะ(ทั้งๆที่อยากไปสุดชีวิต) ดังนั้นเตรียมใจไว้เลยครับว่าเข้ามาแล้วเอาแต่เรียนไม่ได้แน่ๆ ถ้าอยู่คณะใหญ่ๆ มีคนเป็นร้อยก้อโชคดีไปครับ แต่ถ้าอย่างคณะผม รุ่นนึง มี 32 คน เล่นกีฬาเฉลี่ยนคนละ 5 อย่าง จบอย่างนึงก้อต่ออีกอย่างนึง เรื่องหนีไปเรียนนี่ โดนประณามแน่ๆคับ

ช่วงปี 1 เค้าว่าเป็นช่วงที่ว่างที่สุด พี่ๆเอ็นดู กำลังเห่อ ฉะนั้นมีอะไรอยากทำ อยากเที่ยว อยากจีบสาว ก้อรีบๆทำซะ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน




 

Create Date : 11 มีนาคม 2548    
Last Update : 11 มีนาคม 2548 23:58:38 น.
Counter : 175 Pageviews.  

เรื่องเรียนให้ปึ๊ก เรื่องเล่นให้คล่อง ก่อนตัดสินใจเรียน

อ่าว ...อย่าเพิ่งงงกันสิครับ หลายๆคนเข้ามาแล้วเห็นหัวข้ออาจงงได้(ถ้ามีคนเข้ามาอ่านอ่ะนะ -_-'') ก้ออย่างว่าแหละครับ เรียนหมอเนี่ย ถ้าเขียนว่าเรียนให้ปึ๊ก ยังไง๊ยังไงมันก้อพอจะเชื่อได้ว่าต้องจริงล่ะ พวกเก่งๆทีมชาติทั้งนั้นที่เข่ามาเรียนกัน แต่ว่าไอ้ เที่ยวให้คล่องนี่สิ มันยังไงกันหว่า...แล้วเที่ยวไปแล้วมันจะไม่ร่วงกันเห็นๆเหรอ (หรือว่าจะเจอ อ. คอเดียวกันเลยไม่โดนกินหัว เอ๊ะ ยังไง)

เรียนๆๆ
อย่างที่บอกแหละครับ ขึ้นชื่อว่าแพทย์แล้วคนส่วนใหญ่มักคิดว่าต้องเป็นพวกเก่งๆเท่านั้นถึงเข้ามาเรียนกัน ดังนั้นก่อนที่จะเอนเข้ามาเรียน ถ้าดูคะแนนเอนทรานซ์แล้วก้อจะเห็นว่า คะแนนแพทย์นั้นจัดได้ว่าสูงทีเดียวครับ กว่าจะฟันฝ่ามาได้ ต้องสอบ 7 วิชา ทั้งไทย คณิต สังคม เลข ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ อังกฤษ โอ๊ย เยอะแยะ แถมยังต้องโดนกดดันอีกว่าเอาคะแนนขึ้นต่ำวิชาละ 35 ขึ้นไป เอากะเค้าดิ(ผมเกือบไม่ได้เรียนแล้วเพราะครั้งแรก เลขได้ 32 คะแนน ^ ^) หลังจากเข้ามาแล้วก้อใช่ว่าจะสบายนะครับ แต่มันก้อคงเหมือนคณะอื่นๆแหละ(เห็นเพื่อนๆคณะอื่นมันก้อบ่นกันทุกคนว่าเรียนหนัก) แต่ว่าเนื้อหาเรามันมากกว่าชาวบ้านเท่านั้นเอง เรื่องเรียนครึ่งวันแล้วไปเที่ยวเนี่ย หายากมากๆครับ มีทีต้องตักตวงให้เต็มที่...อิอิ
แล้ววิชาที่สอบๆไปได้ใช้อะไรบ้างล่ะ ส่วนใหญ่แล้วทุกๆคนที่จะเข้ามาเรียนอาจนึกว่าเข้ามาแล้วการเรียนจะเน้นที่ชีวะเป็นส่วนใหญ่ เหมือนวิศวะเน้นที่ฟิสิกส์กับเลข แต่ไม่ใช่เลยครับไอ้เจ้าชีวะน่ะ จบเอน จบปี 1 แล้วก้อจบกันไม่ต้องเจอะต้องเจอมันอีกแล้วล่ะครับ เพราะถึงวิชามันจะดูคล้ายๆชีวะนะ แต่ผมว่ายังไงมันก้อไม่ใช่หรอก วิชาส่วนใหญ่ของแพทย์เน้นอยู่ 2 อย่างครับ จำ กับ คิด(ถึง อ. บางท่านจะบอกว่าให้คิดก้อเหอะ สุดท้ายผมก้อต้องใช้จำจนได้แหละน่า) จำ concept แล้วคิดไปประยุกต์ใช้กับคนไข้ครับ เพราะคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกันหรอก บางทีคนนึงรักษางี้ได้ บางคนไม่ได้ไรเงี้ย เลยถือว่าหนักทีเดียวครับ (ถ้า อ. ไม่ออกข้อสอบเก่าล่ะก้อ จำอย่างเดียวบางทีก้อโดนหลอกได้เหมือนกันอ่ะ T-T)ส่วนช่วงสอบน่ะเหรอครับ ท่องกันหัวฟูสมองระเบิดกันเป็นแถวๆ เอาง่ายๆว่าเดินผ่านห้อง(ในหอ)ของใครแล้วเห็นมีควันลอยออกมาก้ออย่าเพิ่งตกใจเรียกพวกรถดับเพลิงมานะครับ บางทีอาจเป็นนักศึกษาแพทย์ใกล้สอบก้อเป็นได้(บางกรณีเปิดไปอาจเจอเจ้าของห้องนั่งต้มมาม่าอยู่ก้อได้เหมือนกัน) การสอบของเราส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 3 แบบครับ คือ

  • MCQ เป็นสอบแบบ multiple choice เหมือนคณะทั่วๆไป กาๆวงๆ ทำไม่ได้ก้อนิมนต์พระแล้วก้อฝนๆๆๆๆ สอบเสร็จก้อไปทำบุญ กินอาหารเจซัก 7-10 วัน บนซักหน่อยก้อคงจะผ่านได้ด้วยดีครับ(แต่อย่าบนแปลกๆนะ เช่น ถ้าผ่านจะวิ่งแก้บนรอบละคะแนน เด๋วต้องกลายเป็นผ่อนจ่ายวันละ 5 รอบแบบเพื่อนผม

    MEQ อันนี้แหละครับ สอบจริงๆล่ะพระ-เจ้า อะไรก้อช่วยไม่ได้หรอกครับ เพราะการสอบเป็นแบบเขียนเติมทั้งหมด MEQ นี้จะเป็นการสอบเพื่อวัดว่าเราจะสามารถซักประวัติ ตรวจร่างกาย วินิจฉัยโรค คนไข้ได้หรือเปล่าครับ ชุดนึงอาจจะมีประมาณ 5 ข้อ...อ่าว อย่าเพิ่งโห่ดิครับ ไอ้ 5 ขอ้เนี่ย มันแบบว่าขอ้ละ 30 นาทีน่ะครับ แล้ว 1 ข้อใหญ่แบ่งเป็นอีก 3-4 ข้อย่อยอีก มีการแบ่งเวลาให้ทำเป็นแบบข้อละกี่นาทีๆ ถ้าหมดเวลาแล้วจะกดกริ่งให้เราพลิกหน้า แล้วห้ามพลิกกลับมาหน้าเดิมอีก เพราะจะมีเฉลยอยู่ในหน้าถัดไปครับ แบบว่าถูกผิดยังไงก้อไม่ต้องไปถาม อ. เลย สอบเสร็จก้อรู้เลยว่าน่าจะเหลือคะแนนซักเท่าไหร่(เหลือนะครับไม่ใช่ได้)

    OSCE เป็นการสอบปฏิบัติครับ เอาหัตถการที่เคยทำๆในวอร์ด เช่น เย็บแผล ใส่สายสวน อะไรอย่างนี้มาให้สอบกัน โดยจะมีหุ่นหรือคนไข้จริงๆมานั่งให้เราทำพร้อมกับพูดขั้นตอนไปด้วย มีกำหนดเวลาในแต่ละข้ออีกเช่นกัน หมดเวลาก้อ กรี๊งงงง แล้วเดินเปลี่ยนไปข้อถัดไป แต่ละข้อมี อ. นั่งคุมนั่งจ้องเราอยู่ แล้วคำถามสุดฮิที่ทำเราอึ้งก้อคงเป็นว่า "หมอลืมอะไรรึเปล่า แน่ใจนะ" แค่ได้ยินเท่านั้นแหละครับ ไอ้ที่อยู่ในหัวกระเจิงหมดนั่งบ่นนั่งท่องขั้นตอนกันใหม่ให้วุ่นวายเลย -_-''


เอาล่ะแล้วเรื่องเที่ยวที่ว่าล่ะ
ก้ออย่างว่าและครับ แพทย์เราก้อไม่ใช่แหล่งรวมเด็ก NERD อะไรซักหน่อย ดูดีๆก้อเป็นเด็กวัยรุ่น วัยกำลังซนดีๆนี่เองครับ แต่ที่บอกให้เที่ยวให้คล่องเนี่ยก้อเพราะเวลาว่างเราน้อยกว่าชาวบ้านน่ะครับ ดังนั้น ว่างปุ๊บ แว่บปั๊บ เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่คล่องล่ะก้อเสียเวลาตายเลย ดูง่ายๆครับ ถ้าวันไหนที่เดินๆอยู่แล้วเห็นนักศึกษาแพทย์กลุ่มใหญ่ๆเดินเที่ยวกัน จะที่สยามหรือที่ไหนก้อตามเดาไว้เลยครับว่าไอ้พวกนี้ เพิ่งสอบเสร็จแหงๆถึงได้มีเวลามาเที่ยวนี่ หรือบางทีเวลาเต้นๆกันอยู่ในผับเบียดๆใครก้อระวังหน่อยนะครับ เพราะอาจเป็นนักศึกษาแพทย์หรือหมอๆที่เต้นอยู่ก้อได้(ว่าแต่...จะระวังทำไมเนี่ย) แล้วอีกเรื่องที่สำคัญและคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยคิดกันก้อคงเป็นเรื่อง กิจกรรมนี่แหละครับ บางคนอาจคิดว่าเราไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรกัน หรือเข้ามาแล้วกะเรียนลูกเดียว คิดผิดครับ เราเองถึงยุ่งยังไงก้อยังต้องทำกิจกรรมเหมือนชาวบ้านเค้าอยู่(ถึงปีสูงๆแล้วสังขารเริ่มไม่ไหวก้อเหอะ) ยังมีรับน้อง เดินหาสปอนเซอร์ ทำสมุดหนังสือ เต้นสันทนาการ(เผลอๆอาจแรงกว่าบางคณะก้อได้น้า ^ ^) กีฬาระหวางคณะ-มหาลัย(ถึงแม้นานๆชนะทีก้อตาม) หรือแม้แต่จัดค่ายต่างๆเราก้อยังทำๆกันอยู่ ดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อมเถอะครับ บทเรียนนอกตำราน่ะ เจอแน่ๆ ตั้งแต่ siam ยัน slim เอ้ยไม่ใช่ ยันกีฬา อิอิ




 

Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2548 14:46:40 น.
Counter : 235 Pageviews.  

เตรียมตัวเตรียมใจ...

ก่อนอื่น...งงล่ะซี้ แนะนำตัวเองก่อนละกัน เดี๋ยวจะงงว่าตาลุงที่ไหนอยู่ๆว่างงานจัดมาเขียนอะไรให้อ่าน ก้อ..ตอนนี้ผมเองยังเป็นนักศึกษาแพทย์(นศพ.) อยู่ครับ มีนานี้(48)ก้อ ปี 5 ละหวังว่าอีก 2 ปี คงจบ(ถ้าไม่เที่ยวเพลินซะก่อน ^ ^) ที่เขียนเรื่องนี้ก้อเพราะมีหลายคนที่ผมเจอ(รวมทั้งผมด้วย) ที่เข้ามาเรียนแพทย์โดยที่ไม่ได้รู้มาก่อน พอเข้ามาเรียนแล้วก้อไม่ชอบ บางคนเองโชคดีหน่อยก้อใช้เงินสาธารณสุขไป 400000 แล้วออกไปเอนใหม่ แต่บางคนก้อต้องทู่ซี้เรียนให้จบไป ตกหล่นกลางทางบ้างก้อมี ก้อเลยอยากให้คนที่อยากจะเรียนหมอ หรือจะให้ลูกๆได้เรียนหมอได้เห็นในอีกแง่ของนักศึกษาแพทย์บ้าง เผื่อจะได้เข้าใจว่าเราเหมาะไม๊ที่จะเรียน

ตอนนี้อย่างแรกเลยครับถ้าอยากที่จะเรียนหมอ ไม่ใช่อ่านหนังสือ ไม่ใช่นอนตื่นเช้า...ม่ายๆๆ ยังไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ อย่างแรกเลยคือต้องเตรียมใจต่างหาก เพราะเวลาว่างๆที่เราจะมีจะหายไปเยอะเลยนะครับ ทั้งตอนเช้าที่ต้องรีบตื่นไปดูคนไข้ ตอนเย็นที่อาจต้องอยู่เวรอีก แล้วก้อยังต้องอ่านหนังสือต่อ ทำให้หลายๆคนท้อ หนีหายไปจากคณะเลยก้อมีครับ ผมเองก้อเคยอยากลาออกไปตั้ง 3-4 ครั้ง ก่อนที่จะมาถึงตอนนี้ แล้วก้ออย่างว่าครับ ส่วนใหญ่หมอจะเป็นคนที่เรียนอยู่ในระดับดีถึงดีมากมาเรียนกัน ทำให้อัตราการแข่งขันสูงมากกกก ครับ พอสอบทีนี่ หวิดตกกันเป็นแถวๆ แต่ที่พูดนี่ไม่ได้ขู่นะครับ ก้อถ้ายังมั่นใจว่าจะเรียนอยู่ก้อเข้ามาได้เลยครับ

ส่วนต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันก้อคือเตรียมตัวครับ หลังจากเตรียมใจมาละ ก้อไม่มีอะไรมาก อ่านหนังสือดีๆเตรียมเอนท์ ออกกำลังกายมากๆ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง(อันนี้พูดจริงนะไม่ได้ล้อเล่น เพราะเข้ามาแล้วร่างกายอ่อนแอลงอ่ะ) เอาเป็นว่าให้ถึกรับงานได้ หนักเอาเบาสู้ ก้อสบายแล้วล่ะครับ...




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2548 23:50:43 น.
Counter : 257 Pageviews.  


Holy light
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add Holy light's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.