I Know I'm Going Somewhere But I Don't Know Where I'm Going.
Group Blog
 
All blogs
 

The Guy From Above...

10.17.07
1300 Local Time


Welcome back !

The last two weeks were the toughest time of my life, also CJ's life. We both did know the meaning of ta word, "Waiting" this time.

Two weeks that we had to deal with our emotional stuffs.

Two weeks that I could not sleep at all.

Two weeks that I could not do anything except trying to calm myself down.

Two weeks that I had lived my life with emptiness.

But these two weeks...

There was nothing come between us except love.

I have known that I love you very much, more than I ever knew, and more than any words can say. You are my whole heart, CJ.

Thanks to the guy from above. He loves you and he wishes you well. And he probably wants us to be together til death do us part.

I cannot tell you how happy I was when Dr.Takvorian told us that you are in the stage 1.

I almost cried.

It was the first time in the past two weeks that I saw you with a smile. I mean you did really smile. It was not a fake smile like the ones you tried to make them because you did not want me to worry about you.

Though you have gotten only one infected area, you still have to get the chemotherapy treatment, just to make sure that that thing will be cured.

PLease do not be worried about anything. I am here. I am always with you. I do not care what you will look like during the treatment.

No matter what you are, you are still my Boobibear. You are still the one I love with all my heart.


So this world is too much for you to take
Just lay it down and follow me
I’ll be everything you need
In everyway




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2550    
Last Update : 21 ตุลาคม 2550 11:36:04 น.
Counter : 120 Pageviews.  

I don't really know what I am supposed to do !!!

วันนี้ตื่นนอนตอนหกโมงเช้าเหมือนทุกวัน แพ็คอาหารกลางวันให้ซีเจเพื่อที่เค้าจะได้ไม่ต้องขับรถไปทานข้างนอก เราไม่อยากให้เค้าขับรถเลยจริงๆ ถึงตอนนี้เค้าจะดูปกติดีทุกอย่าง แต่เราก็อดห่วงไม่ได้ทุกที

บอกความรู้สึกไม่ถูกเลยจริงๆ ทุกครั้งที่เห็นเค้าออกจากบ้านไปทำงานตอนเช้า

สี่คืนแล้ว ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่เราต้องข่มตาให้หลับ สี่คืนแล้วที่เราบอกตัวเองก่อนนอนทุกครั้งว่า นอนซะนะ พักผ่อนเถอะ ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

แต่ก็ไม่เลย...ไม่มีอะไรดีขึ้นเลยจริงๆ

เราพยายามทำตัวร่าเริง ทำให้ซีเจเห็นว่า เราโอเค หลายๆครั้งที่เราต้องแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำไม่ก็ห้องนั่งเล่น

เราต้องเข้มแข็งเพื่อซีเจ...เค้าต้องการกำลังใจจากเรา

ตอนนี้เราไม่อยากคุยโทรศัพท์กับแม่เค้า ไม่อยากส่งอีเมล์คุยกับแม่เค้าอีกแล้ว หลังจากที่เค้าบอกว่า เค้าเกรงว่า อาการของซีเจอาจจะอยู่ใน Stage 3 ไม่ก็มากกว่านั้น เค้าบอกให้เราเผื่อใจเอาไว้บ้าง

เราไม่รู้จริงๆว่า เราต้องทำยังไง เราพยายามเข้มแข็ง เราพยายามบอกตัวเองว่า เค้าจะต้องไม่เป็นไร เราไม่อยากไปโรงพยาบาลอีกแล้ว

แต่วันศุกร์นี้ ซีเจมีนัดทำ CT scan ตอนบ่ายโมงครึ่งที่ MGH แล้วก็วันจันทร์ เค้าต้องไปทำ MRI ที่ Somerville Hospital

เราบอกได้คำเดียวว่า เรากลัวมากจริงๆ

หลังจากเราเสียคุณตา คุณอา แล้วก็คุณยายใหญ่ไปเมื่อสองปีที่แล้ว จิตใจเราอ่อนแอลงมากๆ เรายังคงร้องไห้คิดถึงคุณตาเกือบทุกคืน เมื่อก่อนเรามีซีเจคอยปลอบใจ แต่ตอนนี้ เราไม่กล้าแม้แต่จะให้เค้าเห็นน้ำตาเรา เรื่องของเค้ามันหนักกว่าเราหลายเท่า

ทุกคืน เรานอนอยู่ข้างๆเค้า คอยกอดเค้า คอยบอกเค้าว่า เรารักเค้ามากๆนะ แต่จริงๆแล้ว เราแอบเช็คอาการป่วยของเค้าไปด้วย เราน้ำตาซึมทุกครั้งเวลาที่กอดเค้า แล้วตัวเค้าร้อน หรือเค้ามีเหงื่อออกทั้งๆที่เราก็เปิดแอร์นอนกัน เรากังวลทุกครั้งที่เค้าบอกว่า เค้าท้องเสียอีกแล้ว เราไม่กล้าพูดอะไรกับเค้า เราไม่อยากให้เค้าคิดมาก

เราอยากจะร้องกรี๊ด เราอยากจะตะโกนดังๆ เราอยากจะระบายมันออกมา แต่ทำไมเราทำไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆ

คืนนี้เรามีเรียนตอนทุ่มครึ่ง เราไม่อยากให้ซีเจอยู่บ้านคนเดียว เราก็เลยลากเค้าไปที่ Harvard ด้วยกัน เราไปเรียน ส่วนเค้าก็ไปเดินเตร่แถวๆนั้น แล้วก็ไปที่ศูนย์หนังสือ หลังเลิกเรียนเรามาเจอกัน รู้สึกว่า ซีเจดูมีแรงขึ้นเยอะ

มีสิ่งนึงที่รบกวนจิตใจเรามากๆ ซีเจเปลี่ยนไปมากจริงๆ เค้าเงียบมากๆ จนบางครั้งเราไม่กล้าจะเล่นกับเค้า เรารู้ว่า เรื่องนี้มันรบกวนจิตใจเค้าอยู่ แต่การที่เค้าเป็นแบบนี้ เรากลัวว่า มันจะทำให้อาการเค้าแย่ลง

อีกอย่างคือ ดูเหมือนซีเจจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ เค้าอารมณ์เสียง่ายมากๆ ตอนนี้เราต้องระวังคำพูดของเรามากๆ จากที่เคยพูดเล่นพูดหัวกัน แหย่กันเล่นทั้งวัน ก็ต้องเพลาๆลง เราไม่อยากให้เค้าหงุดหงิดบ่อยๆ มันอาจจะส่งผลต่อสุขภาพจิตของเค้าได้

ตอนนี้เราก็ช่วยเตือนเค้าให้ทานแต่อาหารดีๆมีประโยชน์ ตัวเค้าเองก็หาข้อมูลจากในเน็ทมาให้เราอ่าน ขนาดตัวเค้าเองยังมีกำลังใจดีอยู่ ตัวเราจะมานั่งซังกะตายก็กระไรอยู่ ถ้าเค้าสู้เราก็สู้

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราสองคนจะสู้ด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งซีเจไปไหน

วันพฤหัสนี้ แม่เค้าจะบินมาหา เราหวังว่า ทุกๆอย่างจะโอเค ซีเจอาจจะมีกำลังใจดีขึ้น เรากะว่า จะพาพวกเค้าไปเที่ยวช่วงวีคเอนด์นี้ อาจจะไปที่ the Cape ไม่ก็ Nantucket ต้องดูอีกที

เกือบตีสองแล้ว เรายังไม่รู้สึกง่วงเลยซัดกะนิด มันหลับตาไม่ลงจริงๆ แต่เดี๋ยงคงต้องไปแล้วล่ะ ถ้าซีเจตื่นมาไม่เห็นเรา เค้าก็จะเป็นห่วงอีก

ราตรีสวัสดิ์ค่ะทุกคน

I love you so much, my Boobibear.










 

Create Date : 26 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 12:45:25 น.
Counter : 102 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากบอร์ดวารสารฯ ธรรมศาสตร์

เรื่องยาวนิดนึงน้า แต่แบบว่า ม้วนเดียวจบค่า...

เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อวันทัวร์รังสิตของรหัส 42 พี่ๆนัดเจอน้องๆที่หัวลำโพง ถ้าจำไม่ผิด นัดเจอตอนหกโมงเช้า -- เช้ามากๆๆๆ

วินาทีแรกที่เจอพี่คนนี้ -- ไม่บอกเน้อว่าใคร เขิน แต่รหัส 41 ล่ะ-- ก็แอบประทับใจเลย คือว่า พี่แกเซอร์มากๆ -- เซอร์นะ ไม่ใช่เซ่อ -- ใส่เสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนสั้นประมาณเข่า รองเท้าแตะนันยาง แบบว่า คนนี้ล่ะ ใช่เลย ยิ่งตอนพี่แกยิ้ม โอ๊ย...โคตรจะน่ารัก

พอถึงวันลงทะเบียน เค้ามีแปะบอกสายรหัส เค้าก็นะ พี่รหัสเราค่อยหาทีหลัง แอบหาเบอร์พี่คนนี้ก่อน โชคดีมากๆที่รหัสนศ.เราใกล้ๆกัน เลยหาเจอง่ายหน่อย

หลังจากวันนั้นเค้ากะพี่ก็โทรคุยกันเรื่อยๆ ส่วนมากจะเป็นเรื่องเรียน -- เอามาเป็นข้ออ้างกันมากกว่า :048

สิ่งที่ประทับใจมากๆก็คือ คืนวัน Freshy Night ที่ท่าพระจันทร์ พี่ๆจะผูกข้อมือให้น้องๆที่ลานปรีดี ตอนแรกก็แอบเศร้าที่พี่ไม่ได้ผูกข้อมือให้ พอตอนเดินกลับไปที่ใต้คณะ พี่เดินมาหาแล้วบอกให้ยื่นข้อมือมา พี่จะผูกข้อมือให้ พี่บอกว่า พี่หาเราไม่เจอตอนนั้นก็เลยเก็บด้ายเส้นนี้เอาไว้ผูกให้ทีหลัง ตอนนั้นน้ำตาซึมเลย เค้ายังเก็บด้วยเส้นนั้นเอาไว้จนวันนี้

ต่อมา มีรับน้องนอกสถานที่ ปีนี้ไปรับที่จันทบุรี ขาไปแอบเศร้า ไม่ได้นั่งรถคันเดียวกัน แต่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น พี่เทคแคร์เค้าดีมากๆ คอยมาถามว่า โอเคมั้ย เหนื่อยมั้ย มีอะไรก็บอกนะ

คืนสุดท้าย พี่ๆจะเปิดเพลงแด๊นซ์ๆกัน พี่เดินมาคุยกะเค้า แต่เสียงมันดังมาก เค้าเลยชวนพี่ไปเดินเล่นที่ชายหาด -- แอบบิ๊วเต็มที่ -- เดินไปซักพัก เค้าดันกลัวความมืด เราเลยเดินกลับมาคุยที่สนามหญ้าแทน นั่งคุยกันสองคนแบบไม่อายใคร ใครแอบมาแซวเราก็ขำๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรจริงๆ

คืนนั้นเป็นคืนที่มีความสุขมากจริงๆ ขอบคุณพี่มากๆน้า...

พี่เคยถามว่า เค้ารู้สึกยังไงกับพี่ ตอนนั้นเค้าตอบไม่ได้ แบบว่า มันเร็วไป พี่บอกว่า เอาไว้ให้แน่ใจเมื่อไรแล้วค่อยบอก ถึงตอนนี้ เค้าแน่ใจแล้วล่ะ ว่า...เค้ารักพี่

เพราะเค้าอยู่รังสิต พี่อยู่ท่าพระจันทร์ เราเลยไม่ค่อยได้เจอกัน แต่พี่ก็โทรมาเรื่อยๆ คอยถามสารทุกข์สุกดิบตลอด

ปีสอง เค้าย้ายมาเรียนที่ท่าพระจันทร์ แต่เราก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ได้คุยกันเท่าไร --แปลกเนอะ-- แต่เรายังโทรหากันตลอด พี่ชอบปรึกษาปัญหาแปลกๆ เช่น แฟนเก่าพี่ตอนปี 1 โทรมาขอคืนดี พี่จะกลับไปดีมั้ย ไม่ก็มีคนมาแอบชอบ แต่ไม่รู้ว่า จะบอกเค้าว่าไงดี ตอนนั้นเค้าก็เด็กๆอ่ะ ไม่เข้าใจ hidden agenda ของพี่ -- โง่นิ

ปีสาม เค้ามีแฟนเป็นตัวเป็นตน เราสองคนก็ห่างๆกันไป จนกระทั่งพี่เรียนจบ เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย...

จนกระทั่งปี 2004 เราเจอกันโดยบังเอิญที่อีเว้นท์ของบริษัทที่เค้าทำงานอยู่ วินาทีนั้น เค้าดีใจมากๆ แต่แล้วมันก็เปลี่ยนเป็นความเศร้า เพราะเค้าเจอแฟนพี่ด้วย ใจจริงเค้าก็ดีใจกับพี่ด้วยจริงๆ พี่มีคนที่รักและคอยดูแลพี่แล้ว พี่ดูมีความสุขดี

ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันก็ปี 2004 อีกนั่นแหละ ที่ห้างใหญ่แถวสยาม แต่เค้าก็แอบกูเกิ้ลเช็คข่าวพี่มาตลอด แอบยินดีอยู่ห่างๆกับความสำเร็จของพี่ คอยเอาใจช่วยให้พี่ไปถึงสิ่งที่พี่ฝันอยากจะเป็น อยากจะทำ


จบแล้ว...




 

Create Date : 26 กันยายน 2550    
Last Update : 26 กันยายน 2550 4:41:49 น.
Counter : 399 Pageviews.  

How could this happen to us ???

09.04.07
1130 Local Time

I'm still shocked.

Yepp...still shocked from Friday. After I got a phone call from CJ.

He said he just got a phone call from the doctor, and it's not quite a good news. I even heard he cried on the line. I didn't really know what to do at that time except telling him, "Everything will be OK."

And now we both know it might be not...

CJ has a hight grade large B-cell lymphoma. I don't want to use a word "cancer", for god's sake.

We just had a conversation about eating some more healthy food and working out a little bit more to stay healthy last week. CJ said he has to do it before he gets sick. And now, BOOM !, it's just a little bit too late.

I really don't know what to do. I really don't know what to say. I can't even cry in front of him. I can't even let myself to be upset. I just need to be strong for him. I couldn't sleep since Friday night. It eats me from inside. I just hate this.

How could this happen to us? Everything is just getting better.

CJ is still young, and he looks really healthy. For god's sake, are we just dreamimg?

He's really quiet since Friday. I try to cheer him up though I know it doesn't help that much. Everything is up to him. I just want to make sure that he knows I'm always with him. I'm not going anywhere no matter what happens. He's my Boobibear, and will always be, forever.

He told me on Friday that I need to get a heath insurance soon. I didn't buy a new health insurance since I came back from Thailand. I told him, I'm jobless now and I don't want to spend my money on a health insurance at all. I just think I'm OK. I'm taking really good care of myself so I think I should not have a problem. But he said he's going to add me to his plan and he doesn't fucking care how much it's going to be, he will take care of it. He told me, if something happens to you, I will never forgive myself.

This is who CJ is. He always cares about others. He even forgets to care about himself sometimes. I hate this. I always tell him, "You need to be more selfish. I don't care if you don't care or don't love me that much but you have to love yourself and care about yourself, not others."

I still don't know how to deal with this situation. He needs to see the oncologist at MGH within two weeks. He needs to do a CTscan, MRI etc. to make sure that we know what really happens to him. He might have to get some treatments.

I'm so scared.

I really hope everything is going to be OK for him. It has to be us together and forever. We will get through this thing together, just don't be afraid about everything.

I ask everyone to pray for him and help me to find anything about this type of cancer. If anybody know about foods or folk treatments, please write to me. I do appreciate your help.



I do love you with all my heart, CJ.




 

Create Date : 25 กันยายน 2550    
Last Update : 25 กันยายน 2550 1:00:12 น.
Counter : 115 Pageviews.  


Shopaholic Ties The Knot
Location :
Boston, Massachusetts United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I'm anything but ordinary.
Friends' blogs
[Add Shopaholic Ties The Knot's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.