...ความรู้สามารถเรียนทันกันได้...
Group Blog
 
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
สรุปปรัชญาดีๆ จากหนังสือ "แก่นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า"



สรุปปรัชญาดีๆ จากหนังสือ "แก่นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า"

พิ่งหยิบหนังสือ "แก่นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า" มาอ่าน 
แล้วชอบหลายปรัชญาที่อยู่ในเล่ม เลยอยากแชร์ครับ

- คนจำนวนไม่มากที่มีคุณสมบัติของนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จ
บางคนอาจฝึกฝนได้ แต่ไม่ใช่ว่ามันจะเรียนรู้กันได้ทุกคน

- คุณต้องอดทนและให้เวลากับตัวเองมากพอ คุณไม่ได้หวังรวยลัดแต่ต้องการผลตอบแทนอันมั่นคงในระยะยาว

- "ถ้าคุณชอบสินค้าของบริษัทนั้น คุณก็ซื้อเลย" การเป็นนักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยอะไรมากกว่านั้นเยอะ 

- ผลตอบแทนชั้นเยี่ยมจะเกิดจากการคาดการณ์ที่แตกต่างจากความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ได้อย่างถูกต้องเท่านั้น

- ในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน การประเมินมูลค่าที่เหมาะสมให้ได้ถูกต้อง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

- การลงทุนแบบเน้นคุณค่าหลีกเลี่ยงการคาดเดาอนาคต และการลงทุนแบบเน้นการเติบโตเน้นเรื่องการคาดเดาอนาคตเพียงอย่างเดียว (หาสไตล์ของตัวเองให้เจอ)

- ถ้าคุณเลือกธุรกิจถูก เวลาจะช่วยลดความเสียหายจากการซื้อแพงได้ 

- แน่นอนว่า การมองเห็นอนาคตยากกว่าการมองดูปัจจุบันมาก ดังนั้นโอกาสประสบความสำเร็จของนักลงทุนหุ้นเติบโตควรจะต่ำกว่า แต่ผลตอบแทนของการประสบความสำเร็จอาจจะสูงกว่า 

- โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลา 2-3 ปี จะเพียงพอสำหรับการปรับราคาให้ "ถูกต้อง" ของตลาด

- นักลงทุนควรคำนึงถึงความเสี่ยงเรื่องการล้าสมัยด้วย เนื่องจากมันสามารถทำให้หุ้นถูกกลายเป็นกับดักมูลค่า (Value trap)

- การรู้ว่าควรซื้อเมื่อไหร่ช่วยบรรเทาความผิดพลาดที่เกิดจากการขายเร็วเกินไปได้

- แค่เลือกซื้อหุ้นของบริษัทชั้นดีมันไม่พอ คุณต้องซื้อในระดับราคาที่สมเหตุผลด้วย (ราคาถูกได้ยิ่งดี)

- ต่อให้ข้อดีต่างๆ ของหุ้นเป็นความจริง คุณก็ยังสามารถขาดทุนได้ ถ้าคุณซื้อมันมาในราคาที่แพงเกินไป

- ซื้อในราคาที่ควรซื้อเป็นสิ่งที่ยาก แต่ถ้าทำได้อย่างถูกต้องแล้ว เวลาและผู้เล่นคนอื่นๆ ในตลาดจะจัดการกับส่วนที่เหลือเอง

- การตัดสินใจของคุณควรจะคิดถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องผลตอบแทนอย่างเดียว

- นักลงทุนชั้นเซียนหลายๆ คน จะยึดมั่นกับแนวทางของตัวเอง และด้วยเหตุที่ไม่มีแนวทางไหนหรอกที่ใช้ได้ผลดีตลอดเวลา

- ความเสี่ยงของการขาดทุนไม่จำเป็นต้องเกิดจากปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอ หุ้นบริษัทไม่ค่อยดี หุ้นกู้เกรดเก็งกำไร หรือ อาคารในทำเลที่ไม่ดี มันสามารถเป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากได้ ถ้าถูกซื้อมาในราคาที่ต่ำมากพอ

- ในภาวะตลาดกระทิง ผลตอบแทนที่ดีที่สุดมักจะตกอยู่กับคนที่เข้ารับความเสี่ยงสูงสุด ในระยะสั้นการแยกคนพวกนี้ออกจากนักลงทุนที่เก่งจริงๆ เป็นเรื่องยาก

- ผมเล่าให้พ่อฟังเกี่ยวกับเรื่องของนักพนันคนหนึ่งที่เล่นเสียเป็นประจำ วันหนึ่งเค้าได้ยินเกี่ยวกับการแข่งขันที่มีม้าเข้าแข่งขันเพียงตัวเดียว เขาเลยเอาเงินเก็บทั้งหมดมาเดิมพัน พอม้าวิ่งไปได้ครึ่งทาง ม้าก็กระโดดข้ามรั่วหนีไปเลย สิ่งต่างๆ สามารถออกมาเลวร้ายกว่าที่คนคิดได้เสมอ บางที “กรณีที่เลวร้ายที่สุด” หมายถึง “กรณีที่เลวร้ายที่สุดที่เราเคยเห็นในอดีต” แต่มันไม่ได้หมายความว่า ในอนาคตมันจะเลวร้ายไปกว่านั้นไม่ได้

- ราคาที่สูงจะทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้นและผลตอบแทนลดลง

- เมื่อไหร่ก็ตามที่นักลงทุนกลัวความเสี่ยงไม่มากพอ พวกเขาจะยอมจ่ายในราคาที่สูงเกินไป

- จริงๆ แล้ว สินทรัพย์ที่มีคุณภาพชั้นเยี่ยมก็ยังสามารถมีความเสี่ยงสูงได้ และสินทรัพย์คุณภาพต่ำก็สามารถเป็นการลงทุนอันปลอดภัยได้

- งานของนักลงทุนก็คือการเข้ารับความเสี่ยงเพื่อแสวงหากำไรอย่างชาญฉลาด การทำมันได้ดีคือสิ่งที่จะแยกนักลงทุนชั้นเซียนออกจากนักลงทุนที่เหลือ

- การควบคุมความเสี่ยงอย่างมืออาชีพ คือคุณสมบัติของนักลงทุนชั้นเยี่ยม

- มีแนวคิดอยู่สองอย่างที่เราสามารถยึดถือได้อย่างมั่นใจ ข้อที่1 : สิ่งส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นวัฏจักร ข้อที่2 : โอกาสการทำกำไรและโอกาสการขาดทุนครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด บางครั้งเป็นผลมาจากการที่ผู้คนลืมกฎข้อที่หนึ่ง

- ในความเห็นของผม โดยปกติแล้ว เส้นทางไปสู่ความสำเร็จทางการลงทุนจะต้องอาศัยความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ใช่อัตตา

- การซื้อในยามที่คนอื่นขายอย่างหมดหวัง และการขายในยามที่คนอื่นซื้ออย่างเคลิบเคลิ้ม ต้องใช้ความกล้าหาญมากที่สุด แต่มันก็จะให้ผลกำไรสูงสุด องค์ประกอบที่สำคัญในการพัฒนาทักษะนี้ก็คือประสบการณ์ การสวนกระแสเป็นเรื่องที่สอนกันได้ยาก

- การเป็นส่วนหนึ่งของฝูงชนคงไมใช่เรื่องดีแน่ๆ อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงมักต้องอาศัยทักษะ, มุมมอง และวินัย ซึ่งน้อยคนนักจะมี

- การในลงทุนแนว Value investing คุณต้องมีความสามารถที่จะรู้ได้ว่าราคามันแตกต่างจากมูลค่าอันเหมาะสมอย่างมีนัยยะสำคัญแล้ว คุณต้องมีความกล้ามากพอที่จะท้าทายความคิดของคนส่วนใหญ่

- การสวนกระแสไม่ใช่แนวทางที่จะทำเงินให้คุณได้ตลอด ในเวลาส่วนใหญ่ตลาดไม่ได้อยู่ในภาวะสุดขั้วให้เราไปสวนกระแส

- ตลาดสามารถอยู่ในระดับแพงเกินไปหรือถูกเกินไป และอยู่แบบนั้นหรือมากกว่านั้นได้นานหลายปี

- การเดิมพันตรงข้ามฝูงชนมันไม่เพียงพอ ความคิดเห็นส่วนใหญ่จะต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลและการวิเคราะห์ คุณต้องไม่ทำเพียงเพราะมันเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ฝูงชนกำลังทำ แต่ทำเพราะคุณรู้เหตุผลว่า ทำไมฝูงชนจึงคิดผิด

- การลงทุนที่ให้กำไรมหาศาลจะมีจุดเริ่มต้นมาจากความไม่สบายใจ

- การมาทำงานทุกวันแต่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไร คือหนึ่งในสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดสำหรับนักลงทุนมืออาชีพ

- หัวใจสำคัญระหว่างช่วงที่วิกฤติก็คือ 1. ไม่เป็นคนที่ถูกบังคับขาย 2. เตรียมตัวเป็นผู้ซื้อ

- สำหรับนักลงทุนเก่งๆ ถ้าระยะเวลาการลงทุนยืดออกไปจนทำให้ทักษะเข้ามามีบทบาท ความผันผวนของผลตอบแทนในระยะยาวจะแคบลง

- แทบไม่มีใครมีความสามารถปรับเปลี่ยนยุทธวิธีให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นนักลงทุนจึงควรยึดแนวทางใดแนวทางหนึ่ง

- การกระจุกตัวของพอร์ทและการใช้เงินกู้ยืม เป็นสองตัวอย่างของการลงทุนเชิงรุก พวกมันจะทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้นเมื่อพวกมันใช้ได้ผล แต่จะทำให้ผลตอบแทนแย่ลงยามใช้ไม่ได้ผล

- ถ้าคุณหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้ ชัยชนะจะเกิดขึ้นเอง

- การคาดหวังผลตอบแทนต้องมีความสมเหตุสมผล อะไรที่เกินไปกว่านี้จะทำให้คุณประสบปัญหา

- การลงทุนไม่อาจประสบความสำเร็จได้ หากเป้าหมายทางการลงทุนไม่ 1. ชัดเจน 2. มีความสมเหตุสมผล




Create Date : 04 กันยายน 2559
Last Update : 4 กันยายน 2559 19:20:38 น. 0 comments
Counter : 306 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Querist
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add Querist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.