เลี้ยงลูกให้ทะเล้นท์ พี่ปูนปั้นกะน้องปั้นแป้ง (Poonpun & Punpang)
space
space
space
<<
มกราคม 2560
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
space
space
26 มกราคม 2560
space
space
space

026 ปูนปั้นครับ ... ปะป๊าเคยตีปูนปั้นมั้ยครับ






 ‘เราควรตีลูกมั้ย เมื่อลูกทำผิด’

คำถามนี้น่าจะถูกถกเถียงในหมู่คุณพ่อคุณแม่ มากที่สุดคำถามนึ่ง

จริงๆ ประเด็นมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่ ‘ควรตีหรือไม่ควรตี’

เพราะถ้าตีประเด็นหลักอยู่ที่คำนั้น มันจะเป็นเรื่อง ‘ความรุนแรง’ไปซะ

ประเด็นมันน่าจะอยู่ที่ ‘วิธีการสื่อสารและสารที่จะสื่อ’

การตีคือ การสื่อสารให้ลูกรู้ว่า ‘นั่นคือสิ่งที่ผิดสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่ไม่ควร หรือ สิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบก็ตามแต่’

คำถามคือ ‘การตี เป็นวิธีการเดียวหรือที่จะใช้สื่อสารเรื่องนี้หรือ

เราสามารถสื่อสารวิธีด้วยวิธีอื่นได้มั้ย?

(และ เราไม่ได้มาถกกันว่า ‘การตี เป็นการกระทำที่ถูกหรือผิด’)



ผมชอบพูดเสมอว่า ผมเชื่อว่า การเลี้ยงลูกต้องมีตีบ้าง

ครอบครัวเราตั้งแต่ปูนปั้นเกิดและโตมาจนปัจจุบัน

ผมน่าจะเคยตีปูนปั้นสัก 3 หน

ทั้ง 3 หน เป็นการใช้มือตีมือ

และทั้ง 3 หน ไม่เคยทำปูนปั้นเจ็บเลย

เพราะทั้ง 3 หนเป็นการตีเชิงสัญลักษณ์



ตีเชิงสัญลักษณ์ คือ อะไร

กลับไปประเด็นตอนต้น ‘การสื่อสาร’

การสื่อสารที่ดีที่สุดระหว่าง เรากับปูนปั้น คือ ‘การพูดคุยอธิบาย’

ดังนั้นหากปูนปั้นทำสิ่งที่ควรได้รับการตักเตือน



ขั้นตอนที่ 1 เราจะใช้วิธีคุย

ระดับธรรมดาก็คุยอธิบายกันแล้วก็จบ

หากมีอาการเยอะ อาจจะต้องแยกคุยกัน 2 ต่อ 2

ในขั้นตอนการคุย เราจะจบเมื่อเขาเห็นด้วยว่ามันใช่หรือไม่ใช่

เราสามารถกเถียงแลกเปลี่ยนกันได้เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าทำไมลูกทำอย่างนั้น

และจะได้ความเข้าใจร่วมกัน โดยตอนคุย เราจะมองตากัน

นี่คือ ประเด็นหลักว่า

‘ถ้าคุณพ่อ คุณแม่ เลือกจะไม่ตี ต้องทำเขารู้ว่าอะไรถูกผิด ไม่ใช่ปล่อยผ่าน’

บทความที่อ่านๆเจอว่า การไม่ตีทำให้เป็นลูกทรพี นั่นคือครอบครัวที่ไม่ตีและไม่สอนและตามใจ



ขั้นตอนที่ 2 : เมื่อคุยแล้ว ต้องทบทวนความเข้าใจ

เมื่อผ่านการคุยแล้ว เราต้องทบทวนว่าสิ่งที่เขาเข้าใจถูกต้องมั้ย

ตรงนี้เราจะได้คอยสังเกตด้วยว่า ‘เขาเข้าใจจริงและเห็นด้วยจริงหรือไม่’



ขั้นตอนที่ 3 : กอด แสดงความรัก

เมื่อทุกอย่างจบด้วยดี เราก็ต้องกอด

บอกเขาว่าที่ดุ ที่สอน เพราะเรารักกัน

และก็แสดงให้เขาเห็นด้วยการกอดกัน

หรือ แต่ละครอบครัวอาจจะมีวิธีอื่น

เพราะครอบครัวเรานอกจากกอด จะมีท่า jungle book

คือเอาหน้าผากแตะกัน มาจากหนังเรื่อง jungle book

ที่ปะป๊าไปดูในโรงภาพยนตร์กับปูนปั้นกัน สองต่อสอง

เราคุยกันว่าถ้า jungle book กันแล้ว เราจะเข้าใจกันทุกอย่าง



เอ ทั้ง 3 ข้นตอน ไม่เห็นมีตีเลย

มันเกิดนานมาแล้วครับ ผมว่าครั้งสุดท้ายที่ผมตีมือปูนปั้น

น่าจะยังไม่ถึง 3 ขวบ อาจจะช่วง terrible two

คือเมื่อคุยแล้ว ไม่หยุด ไม่ฟัง ก็เลยตีมือ

แต่ก่อนตี ก็จะบอกว่า

‘ปูนปั้น ปะป๊าต้องตีมือแล้วนะ เพราะปูนปั้นไม่ฟังป๊าเลย’

เขาก็จะพยักหน้า แล้วผมก็ตี

ตีเสร็จผมก็ถามว่าเจ็บมั้ย

ปูนปั้นก็ส่ายหน้า

ผมก็จะอธิบายว่า ใช่ เพราะปะป๊าไม่ได้อยากตีปูนปั้นเจ็บ

ปะป๊าตีเพื่อสอน ตีเพราะรักปะป๊าตีปูนปั้นปะป๊าเศร้ากว่าปูนปั้นเสียอีก

นั่นและครับ ที่ผมเคยตีลูก

และที่สำคัญเราจะจบด้วยขั้นตอนที่ 3 คือ การกอดอยู่ดี



ทุกวันนี้ ถ้าถามปูนปั้นว่า ‘ปะป๊าเคยตีมั้ย’

ปูนปั้นจะตอบว่า ‘ไม่เคย’ เพราะเขาจำมันไม่ได้

แต่เวลาถามว่า ถึงเวลาตกลงกันจะให้ทำโทษอย่างไร เวลาดื้อ

ขั้นสุด ปูนปั้นก็บอกว่า ตี

เพราะมันเป็นเชิงสัญลักษณ์ เขารู้ว่า ‘ถ้าโดนตี ต่อไม่เจ็บมันก็คือทำโทษอยู่ดี’

และ ต่อให้ไม่เจ็บ น้ำตาก็ไหลอยู่ดี

และผมมักจะถามกลับว่า ในเมื่อปูนปั้นพูดคุยกับปะป๊าเข้าใจ เราต้องตีด้วยหรือ

ปูนปั้นก็จะตอบว่า ‘ไม่ต้องครับ’



ถึงตรงนี้ คำตอบผมชัดแล้วใช่มั้ยครับ ว่า

เลี้ยงลูกต้องตีมั้ย

ส่วนของท่านผู้อ่าน … ท่านต้องเลือกตอบเองครับ




Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 16:44:38 น. 0 comments
Counter : 508 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

สมาชิกหมายเลข 3087443
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3087443's blog to your web]
space
space
space
space
space