a lot like love เพราะความรู้สึกดีดีมีรอบตัว

patmania
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่เรื่องมาก ไม่เลือกมาก อารมณ์ติสต์แตก ต้องบิ้วอารมณ์กว่าจะเขียนงานได้ บางเวลาก็เอ๋อ เบลอ ๆ งง ๆ แต่บางเวลาก็ไฮเบอร์แบบฉุดไม่อยู่


Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add patmania's blog to your web]
Links
 

 

ร่วมด้วยช่วยลุงยา รักษาลูกสาว เป็นหนี้โรงพยาบาลจนถูกไล่ที่

ลุงยา พึ่งม่วง อายุ 50 ปี เป็นพนักงานชั่วคราวของมหาวิทยาลัยนเรศวร ฐานะค่อนข้างยากจน ปัจจุบันกำลังถูกโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดพิษณุโลกฟ้องขับไล่ที่ เนื่องจากทางโรงพยาบาลบอกให้ลุงยาทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับโรงพยาบาล เพื่อนำมาใช้แทนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลูกสาวที่ได้รับอุบัติเหตุรถกระบะตัดหน้า นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังบอกให้ลุงยาทำสัญญาเงินกู้จำนวน 154,567 บาท ทั้ง ๆ ที่ลุงยาไม่เคยได้เงินที่กู้ส่วนนี้เลย

ลุงยาและลูกสาวหรือน้องหยาดพิรุณได้เข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคขอความช่วยเหลือ เพื่อหาทางเอาที่ดินคืน เพราะลุงยาไม่มีที่ที่พักอาศัยที่อื่น นอกจากบ้านที่อยู่ในปัจจุบัน

ลุงยาเล่าให้ฟังว่า ลูกสาวถูกรถกระบะตัดหน้าจนประสบอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2549 หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็มารับตัวลูกสาวไปส่งที่โรงพยาบาลเอกชน ทั้ง ๆ ที่โรงพยาบาลรัฐที่ลุงยามีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคอยู่ห่างจากโรงพยาบาลเอกชนเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกลับอ้างว่า รถติดเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้ได้รับบาดเจ็บจึงพามาส่งที่โรงพยาบาล

พอมาถึงโรงพยาบาล ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็บอกให้ลุงเซ็นเอกสารยินยอมให้รับการรักษา โดยไม่ได้อธิบายให้ลุงฟังว่า ลุงมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลอย่างไรบ้าง เจ้าหน้าที่อ้างว่า ถ้าลุงไม่เซ็นลูกสาวลุงก็ไม่ได้รับการรักษา ด้วยภาวะขับขันลุงจึงยอมเซ็นเอกสารดังกล่าว โดยไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นภายหลัง แต่เนื่องจากลูกสาวของลุงเป็นผู้มีสิทธิบัตรทอง จึงขอให้สิทธิฉุกเฉินทันที

ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ลุงยารู้ว่าค่ารักษาแพง ตนเองไม่มีเงินจ่าย จึงทำเรื่องย้ายตัวผู้ป่วยรไปรักษาที่โรงพยาบาลต้นสังกัด คือ โรงพยาบาลพุทธชินราชซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิของนางสาวหยาดพิรุณ แต่ได้รับการปฏิเสธจากทางโรงพยาบาลเอกชน โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าย้ายออกต้องจ่ายค่ารักษาทั้งหมด

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาการรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่วันเกิดเหตุ คือ 14 เมษายน – 15 พฤษภาคม รวมเป็นเวลา 32 วัน มีค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาล 293,587 บาท เป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับคนที่ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอย่างลุงยา

ลุงยาบอกว่า ได้แจ้งไปทางโรงพยาบาลเอกชนตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนแล้วว่าขอย้าย แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่ามีเหตุขัดข้องไม่สามารถย้ายออกไปได้ จนค่ารักษาพยาบาลได้บานปลายเป็นจำนวนมาก

จนกระทั่งในวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เป็นวันที่ครบกำหนดรักษาตัวลูกสาวและต้องออกจากโรงพยาบาล ลุงยาและครอบครัวไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับโรงพยาบาล จึงทำให้ลุงยาไม่สามารถนำตัวลูกสาวออกมาได้ ตามกำหนด อีกทั้งทางโรงพยาบาลทราบว่า ลุงยามีที่ดิน 1 แปลงจำนวน 4 ไร่ 32.1 ตารางวา แต่ติดจำนองอยู่ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ โรงพยาบาลจึงยอมให้ลุงยายืนเงินจำนวน 61,000 บาท รวมทั้งค่าโอนให้กับลุงยาเพื่อไปไถ่ถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 41123

ทางโรงพยาบาลบอกลุงยาว่า หลังจากที่ได้ที่ดินกลับมาจากการไถ่จำนองแล้ว ให้เอาที่ดินผืนนี้ขายให้กับโรงพยาบาลก่อน และเมื่อลุงยาชำระค่ารักษาพยาบาลครบแล้วทางโรงพยาบาลจะคืนที่ดินให้ภายหลัง และในวันเดียวกันโรงพยาบาลยังให้ลุงยา ทำสัญญากู้เงินจำนวน 154,567 บาท พร้อมทำสัญญาซื้อขายที่ดิน ไม่รวมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ให้โรงพยาบาล

โดยมีราคาขาย ณ สำนักงานที่ดินในราคา 200,000 บาท ทั้งนี้ราคาประเมินที่ดินผืนดังกล่าวตามสำนักงานที่ดินประเมินไว้วันที่ 8 พฤษภาคม 2549 อยู่ที่ 163,210 บาท

หลังการทำสัญญาซื้อขายที่ดินแล้วเสร็จ ลุงยาได้ขอเจรจาที่ดินคืน เนื่องจากเข้าใจว่าตนเองถูกหลอก

ลุงยาได้เข้าร้องทุกข์ต้องสภาทนายความจังหวัดพิษณุโลก แต่ทนายความกลับเกลี่ยกล่อมให้ลุงยาตัดสินใจไม่ดำเนินคดี โดยอ้างว่าสู้ต่อไปอย่างไรก็แพ้ และด้วยความไม่ทันเลห์กล ลุงยาจึงยินยอมเซ็นเอกสารไม่ติดใจเอาความ

ทุกวันนี้ลุงยาต้องแบกรับภาระหนี้สินจากโรงพยาบาลทั้งหมด 315,567 บาทที่เกิดจากการรักษาพยาบาลลูกสาว ทั้งนี้ศาลจังหวัดพิษณุโลกจะนัดไกล่เกลี่ยอีกทีในวันที่ 9 พฤษจิกายน

ร่วมเป็นกำลังใจให้ลุงยาและหาทางออกให้ลุงยาด้วยนะครับ

ทั้งนี้ลุงยาไม่ได้เต็มใจแต่จำเป็นต้องทำเพื่อนำเอาตัวลูกสาวออกจากโรงพยาบาลเท่านั้น และด้วยหัวอกความเป็นพ่อจึงต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้หายจากอาการเจ็บป่วย

หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค




 

Create Date : 13 กันยายน 2550    
Last Update : 13 กันยายน 2550 22:40:16 น.
Counter : 192 Pageviews.  

แรงกายวินมอเตอร์ไซต์ น้ำใจเหมือนน้อยนิด แต่อิ่มใจมหาศาล




ใคร ๆ ก็ว่าพี่วินมอเตอร์ไซต์เอาแต่ขี่รถโฉบเฉี่ยวไปแบบไม่เกรงใจชาวบ้าน เห็นภาพนี้แล้วก็คงจะว่าน้อยลง เพราะแรงกายและแรงใจของพวกพี่วิน ฯ จำนวนไม่ถึงสิบที่ช่วยกันเข็นรถโดยสารที่เสียอยู่กลางทางให้ข้ามไปอีกฟากหนึ่งของถนน ช่วยให้การจราจรบริเวณสี่แยกถนนศรีนครินทร์ไม่ติดขัดและหลุดพ้นจากภาวะวิกฤตและช่วยให้อีกหลาย ๆ คนไม่ต้องหงุดหงิดอารมณ์เสีย

ไม่รู้จะขอบคุณพวกพี่วินอย่างไร นอกจากคำว่าซึ้งในน้ำใจ แม้ดูน้อยนิดแต่มหาศาล

อยากให้สังคมเมืองอันวุ่นวายอย่างทุกวันนี้ แบ่งปันน้ำใจกันสักนิด ไม่ต้องมากมาย มหาศาล ขอเพียงแค่จุนเจือช่วยเหลือกันบ้างเป็นครั้งคราว บ้านเราเมืองเราจะได้น่าอยู่กันนะครับ

น้อยนิดมหาศาล




 

Create Date : 12 กันยายน 2550    
Last Update : 12 กันยายน 2550 11:25:37 น.
Counter : 205 Pageviews.  

กริ่งจำเป็น




เมื่อคืนต้องขอบใจเจ้ากระทิมากที่อุตสาห์ส่งเสียงร้องปลุกคุณพ่อให้ลุกขึ้นมาเปิดประตูหน้าบ้านให้ในยามวิกาลกลางดึก ขณะที่กริ่งหน้าบ้านไม่ทำงานส่งเสียงร้องตามหน้าที่ของมัน นี้ขนาดมีเทคโนโลยีก้าวล้ำหน้าไปขนาดไหนก็ยังแพ้ สิ่งมีชีวิตที่เป็นเพื่อนมนุษย์มานานแสนนานอย่างสนุก เวลาเจ้าของบ้านมาถึงหน้าบ้านกริ่งมันจะรู้ไหมว่ามีคนมาถึงแล้วและต้องส่งเสียงร้อง ไม่มีทางรู้ได้จนกว่าเราจะเอานิ้วไปกดปุ๋มมันจึงจะเปล่งเสียงออกมาดังเล่น แต่เจ้ากระทิกลับไปไม่ต้องให้บอกว่า ช่วยเห่าหน่อยสิ พ่อจะได้ตื่น ไม่เลย มันกลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าบ้านคอยชะเง้อดูว่า คนในบ้านกลับมาหรือยัง ครบกันหมดหรือยัง ยิ่งกว่ายามเฝ้าบ้านเสียอีก นี้ถ้าไม่ได้เจ้ากระทิเปล่งเสียงเห่าของมันดังลั่นจนพ่อได้ยินก็คงต้องได้นอนตากน้ำค้างหน้าบ้านแน่เลย อ้อ ต้องขอบใจเจ้าไอติมอีกตัวหนึ่งเดี๋ยวน้อยใจ แต่งานนี้ดูเหมือนกระทิจะเป็นพระเอกมากกว่า




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2550 21:47:31 น.
Counter : 108 Pageviews.  

วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งไป วิ่งไป




วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่ง วิ่งไป วิ่งไป เคยได้ยินวลีนี้หรือเปล่าครับ ส่วนหนึ่งของเนื้อเพลงอะไรสักอย่างและใครบางคนที่ผมจำไม่ไดร้องเอาไว้ เมื่อหลายปีก่อน ที่เกริ่นเช่นนี้ เพราะวันนี้ไปออกกำลังกายมาด้วยการวิ่งรอบสนามทุ่งศรีเมืองใจกลางเมืองอุบลราชธานี เหนื่อยเอาการเหมือนกัน ที่เหนื่อยเพราะไม่ได้ออกกำลังกายมานานมาก วิ่งได้รอบเดียวก็เล่นเอาเหนื่อยหอบลิ้นห้อยปากซีดเซียวแทบปางตาย

นี้แหละโทษของการไม่ออกกำลังกาย ผมเพิ่งรู้สึกว่า เวลาวิ่งต้องค่อย ๆ วิ่งในรอบแรกเพื่อให้ร่างกายได้วอร์มอัพขึ้นมาก่อน พอร่างกายตื่นตัวได้เต็มที่ เครื่องร้อนได้ที่ เตรียมพุ่งกระชูด เราถึงค่อยปรับสปีดขึ้นมาเพื่อความเร็วของการวิ่งให้รอบจัดมากเพิ่มขึ้น วิ่งได้สักสองสามรอบค่อยวอร์มดาวน์ผ่อนสปีดลง จากนั้นก็ยืดหยุ่นร่างกาย คลายกล้ามเนื้อ

แต่มันก็เป็นหลักการละครับ พอเอาเข้าจริง ๆ มันก็อีกอย่าง ไปคนละเรื่องกันเลย นั่นสินะ ถ้าชีวิตของเรามันพุ่งปราดออกตัวเร็วเกินไป มันก็ทำให้เราเหนื่อยได้ง่าย หมดแรงได้ง่าย แม้ว่าจะไป
ถึงเส้นชัยได้รวดเร็ว แต่ร่างกายเราก็เหนื่อยอ่อนเกินกว่าที่จะก้าวต่อไปได้ ตรงกันข้าม หากเราค่อยไปค่อยไป แม้ถึงเส้นชัย แต่ก็ทำให้เราก้าวย่างไปด้วยความมั่นคง แถมมีแรงเดินต่อไปอีก คุณว่าจริงไหม




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 26 พฤษภาคม 2550 0:37:57 น.
Counter : 200 Pageviews.  

วันแรกของการเปิดบล็อกจากความรู้สึกดีดีมีอยู่รอบตัว




วันนี้คงไม่เขียนอะไรมากนอกจากคำว่า ดีใจ ที่ได้มีบล็อกแก๊ง เป็นของตัวเองเสียทีหลังจากที่นอนรอเป็นเวลาเกือบสามวัน ต้องนั่งนับถอยหลังเฝ้ารอเวลาที่จะมีเมลล์มาถึงแล้วบอกว่า คุณสามารถใช้บริการบล็อกได้แล้ว ถ้าพูดถึงมันก็แปลกดีเหมือนกัน เหมือนเรากำลังรอคอยหนังสือเล่มโปรดที่กำลังจะวางขายบนแผงหนังสือ หรือซีดีของนักร้องที่ชื่นชอบอย่างไงอย่างนั้น หากจะหาว่าตัวเองบ้า มันก็บ้านั่นหละ แต่ถ้าถามว่าไร้สาระไหม มันก็ใช่ จะทำไงได้ในเมื่อมันเป็นอารมณ์ของคน โชคดีที่ยังไม่ถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะยังมีสติกับตัวเองอยู่และรู้ว่าควรทำอะไรอย่างไร แม้ไม่สามารถใช้บริการของบล็อกแก๊งได้ ชีวิตก็ควรดำเนินต่อไป ไม่ได้มาจมปลัก แต่ถ้าได้ใช้มันก็เป็นโอกาสของชีวิตที่จะเปิดโลกกว้างและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อน ๆ ในโลกไซเบอร์แห่งนี้ และหวังว่าจะมีเพื่อนเยอะ ๆ ร่วมแบ่งปันความรู้สึกดี แบบ A Lot Like Love เพราะความรู้สึกดีดีมีอยู่รอบตัว




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 23 พฤษภาคม 2550 10:06:40 น.
Counter : 158 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.