Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
21 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 

ระหว่างเรา… คือความ(ไม่)เข้าใจ




ระหว่างเรา… คือความ(ไม่)เข้าใจ




“ผู้ชายเฮงซวย” เสียงสบถด่าจากริมฝีปากบางๆได้รูปที่ตอนนี้แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ปากเท่านั้นที่แดง เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นั้นได้ทำให้หญิงสาวแดงตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่สนใจกับอาการนั้นของร่างกายเลย เธอยังคงใช้นิ้วเรียวบางกำแก้วเหล้าในมือกระชับแล้วกระดกมันขึ้นเพื่อกรอกน้ำเมรัยนั้นเข้าปาก

“แขว่าไหม ถ้าเขาจริงใจสักนิดเขาก็จะต้องบอกปายสิว่างานนี้แฟนเก่าของเขาไปด้วยแต่นี่เขาตั้งใจปิดบังปาย ปายรับไม่ได้ เอิ๊กส์… คู่หมั้นแบบนี้ปายรับม่ายด้ายยย” เสียงของสาวขี้เมาบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างยิ่ง

“พีอาจมีเหตุผลของเค้าก็ได้นะปาย” เพ็ญแขแก้ตัวให้กับคู่หมั้นของเพื่อน แล้วรีบดึงแขนของคนเมาเอาไว้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะกรอกน้ำเมรัยเข้าปากอีกครั้ง

“พอเถอะปาย ปายเมาแล้วนะ”

“ครายยยมาววว ย๊างงง ปายยางม่ายมาว เอิ๊กส์… “ เพ็ญแขได้แต่ส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของเพื่อนสาว ดูซิทั้งที่เมาจนพูดออกมาแทบจะไม่เป็นคำแล้วยังมีหน้ามาเถียงอีกว่าตัวเองยังไม่เมา

“ปายขอดื่มให้มันสะใจไปเลย แขไม่ต้องมาห้ามนะไม่งั้นมีงอน เอิ๊กส์…” เพ็ญแขส่ายหัวให้กับเพื่อนสาวอีกครั้ง

“ทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องนะปาย หนีมาซดเหล้าแบบนี้ไม่ดีเลยนะ รู้ๆอยู่ว่าตัวเองแพ้แอลกอฮอล์” เพ็ญแขตำหนิเพื่อนสาวแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจ

“จะคุยไปทำไมให้เปลืองน้ำลาย ถ้าเค้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ต้องบอกกันตั้งแต่ไปสิ ปล่อยให้รู้เองแบบนี้มันเจ็บใจ แขรู้ไหมว่ามันเจ็บใจ เอิ๊กส์.. “ เพ็ญแขไม่รู้จะทำยังไงดีกับเพื่อนขี้เมาคนนี้ของตัวเอง ห้ามก็ห้ามไม่ได้ซะด้วยไม่งั้นคงจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ถ้าไม่พอใจหนักอาจจะทำให้ร่างบางๆนี้ลุกขึ้นมาอาละวาดลั่นร้านได้ เธอจึงได้แต่นั่งปล่อยให้ปานินท์กระดกแก้วเหล้าเข้าปากไปเรื่อยๆ

หน้าของคนขี้เมาแดงขึ้นเรื่อยๆ เม็ดใสๆเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้านวลใสที่ตอนนี้แดงจนน่ากลัว แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่สนใจกับสิ่งเหล่านั้นเสียแล้ว เพ็ญแขได้แต่นั่งมองอย่างเป็นห่วงเพื่อนรัก เพราะเธอรู้ดีว่าอาการแพ้แอลกอฮอล์ของเพื่อนรุนแรงแค่ไหน ถึงไม่รุนแรงถึงชีวิตแต่ก็สามารถทำให้หมดสวยไปได้เป็นอาทิตย์ทีเดียว

“คิดดูนะแข เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกปายเลยนะ ขนาดวันนี้ปายโทรไปเค้าบอกยังไงรู้ไหม” ปานินท์ปรือตามองเพื่อนสาว เพ็ญแขส่ายหัวตอบทันที

“เค้าบอกว่าตอนนี้ติดประชุมค่อยคุยกัน แล้วเค้าก็ปิดมือถือใส่หน้าปายเลย มันน่าเจ็บใจมั้ย เอิ๊กส์… “

“พีเค้าอาจติดประชุมจริงๆก็ได้นะ” เพ็ญแขยังคงหาข้อแก้ตัวให้เขอยู่เหมือนเดิม เพราะเธอรู้จักนิสัยของคู่หมั้นเพื่อนสาวดีว่า งานต้องมาก่อนเรื่องอื่นเสมอ และเธอคิดว่าคราวนี้เพื่อนสาวของเธอก็ใจร้อนเกินไป นี่ละมั้งที่เขาเรียกกันว่า “ลมหึง” มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง หึงจนไม่ยอมรอฟังเหตุผลของอีกฝ่าย

“ถ้างั้นก็ให้พีไปแต่งงานกับงานเลยไป๊ ไม่ต้องมาสนใจปายหรอก เอิ๊กส์.. ” เธอยังคงโวยวายอย่างไร้เหตุผลเหมือนเดิม เพ็ญแขได้แต่นั่งเงียบเพราะตอนนี้อารมณ์เพื่อนสาวของเธอคงกำลังขึ้น น้ำเชี่ยวไม่ควรเอาเรือไปขวางรอให้น้ำสงบก่อนดีกว่า เพ็ญแขคิดอย่างนั้น


ระพีนั่งประชุมแบบไม่มีสมาธิ เขาเหลือบมองนาฬิกาทุกๆสิบห้านาทีเลยทีเดียว นี่ก็ผ่านไปสองชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่คู่หมั้นจอมโวยวายของเขาโทรมา ป่านนี้เธอจะเป็นยังไงบ้างนะคงจะโกรธเขาจนลมออกหูแล้วมั้ง เขาผิดเองที่ไม่ยอมบอกเธอไปตามตรง

แต่เขาไม่อยากให้เธอคิดมากก็เลยตัดสินใจไม่บอกเธอไปตามตรงว่าวันที่เขาไปประชุมอยู่ต่างจังหวัดนั้น เมษิยาเดินทางไปด้วย แต่เขาสาบานได้เลยว่าเขากับเมษิยาเหลือเพียงความเป็นเพื่อนให้กันเท่านั้น เพราะหลังจากที่เขาเลิกกับเมษิยามาเจอปานินท์แล้วนั้น เขาก็บอกตัวเองได้เลยว่าผู้หญิงคนนี้แหละที่เขาจะฝากชีวิตและหัวใจไว้ด้วย

ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงที่ขี้โวยวาย เจ้าอารมณ์แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่กับเธอแล้วเขารู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด นี่แหละมั้งที่เขาเรียกกันว่า “รักแท้… คู่กันแล้วไม่แคล้วกันไป”

“คุณระพี” เสียงใสๆของคนที่นั่งประชุมอยู่ข้างๆสะกิดเตือนเขา ทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์หันไปมองต้นเสียง เธอโบ้ยให้เขาหันไปทางประธานในที่ประชุมทันที ระพีรีบหันตามสายตาของเธอแล้วต้องยิ้มแห้งๆ เมื่อทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา

“ครับท่าน” เขาขานรับแบบเอ๋อๆ ทำให้ทุกคนในที่ประชุมอดที่จะขำกับอาการนั้นของเขาไม่ได้

“ผมถามว่าคุณระพีมีอะไรจะเพิ่มเติมอีกไหม” ประธานในที่ประชุมถามย้ำอีกครั้ง

“ไม่มีครับ”

“ถ้าไม่มีผมขอเลิกประชุมเพียงเท่านี้” เมื่อได้ยินคำว่าเลิกประชุมเท่านั้นแหละ ชายหนุ่มไม่รีรออะไรอีกเลย เขารีบก้าวขายาวๆออกมาจากห้องประชุมตรงเข้าเก็บของบนโต๊ะแล้วรีบออกจากสำนักงานทันที


ระพีเปิดมือถือทันทีหลังจากประชุมเสร็จ เพราะก่อนหน้าที่จะเข้าประชุมนั้นคู่หมั้นจอมโวยของเขาโทรมา และเขาเชื่อว่าถ้าเขาไม่ปิดมือถือนั้นเสียงมันคงจะดังรบกวนทุกคนในที่ประชุมทุกห้านาทีเป็นแน่ เพราะเขารู้จักนิสัยคู่หมั้นดี เมื่อเขาเปิดมือถือก็มีข้อความบอกว่ามีสายโทรเข้ามาเป็นสิบๆสาย

แรกๆเป็นเบอร์ของคู่หมั้นเขาเอง ส่วนหลังๆนี่เป็นของเพ็ญแข ชายหนุ่มกดเบอร์ของคู่หมั้นอย่างคุ้นเคย แต่… แม่ตัวแสบของเขาดันปิดเครื่องหนีซะนี่ เขาจึงเลือกโทรเข้าเบอร์ของเพ็ญแขแทน เมื่อเพ็ญแขกดรับเขาก็ต้องผงะกับคำกล่าวหาของคู่หมั้นที่ดังลอดมาตามโทรศัพท์

“ระพีคนบ้า คนโกหกหลอกลวง วันนี้อย่าให้เจอหน้านะไม่งั้นฮึ่มมมม เอี๊กส์…” ยัยตัวแสบเอ้ย!!! รู้ก็รู้ว่าตัวเองแพ้แอลกอฮอล์ก็ยังมีหน้าไปดื่มมันอีกนะเนี่ย นี่คงจะโกรธเขามากเลยสิถึงได้ทำบ้าๆแบบนี้

“พีเหรอ รีบมาที่ร้าน… เลยนะ” เสียงเพ็ญแขบอกอย่างร้อนรน สงสัยแม่ตัวยุ่งของเขาก่อเรื่องอีกแล้วแน่ๆ เพ็ญแขบอกชื่อและที่ตั้งของร้านที่แม่ตัวยุ่งของเขาไประบายอารมณ์อยู่กับแอลกอฮอล์ ระพีรีบออกรถทันทีหลังจากที่คุยกับเพ็ญแขรู้เรื่องแล้ว

“ยัยจอมยุ่งเอ้ย… “ ระพีคิดถึงใบหน้านวลๆของคู่หมั้นเวลาที่เธอดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป เขารู้ดีเจ้าตัวทรมานแค่ไหนเวลาที่ดื่มเจ้านี่ลงไป เขาจึงไม่เคยเห็นเธอดื่มแต่ถ้าลองว่าเธอได้ดื่มนั้นแปลว่าเธอต้องเสียใจกับเรื่องนั้นมากทีเดียว นี่เขาทำให้เธอเสียใจจนต้องทำร้ายสุขภาพตัวเองเลยเหรอ

ระพีรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ตอนไปประชุมที่ต่างจังหวัดเขาไม่ควรปิดบังเธอเลย น่าจะคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเดินทาง เขามัวแต่กลัวว่าเธอจะไม่สบายใจจนลืมคิดถึงผลที่จะตามมา ถ้าเธอได้รู้จากปากเขาก็คงจะไม่เสียใจขนาดนี้ แต่นี่เขากลับทิ้งให้เธอต้องไปรู้จากปากคนอื่น เป็นเขาๆก็คงจะโกรธเหมือนกัน


เมื่อระพีเดินเข้าไปในร้านที่เพ็ญแขได้แจ้งไว้ทางโทรศัพท์ เขาก็เห็นภาพคู่หมั้นจอมยุ่งของเขากำลังกระดกแก้วเหล้าเข้าปาก ไม่รู้ว่าดื่มไปแค่ไหนแล้ว เพ็ญแขมองเห็นเขาจึงรีบเดินมาหา

“ฉันจะบ้าตายแล้วนะพี ทำไมมาช้าจัง” เพ็ญแขต่อว่าเขาทันทีที่เดินมาถึงตัวเขา

“รถติดน่ะ ขอโทษนะ” เขาตอบคำถามเพ็ญแขแต่สายตาจับจ้องไปที่ร่างของคู่หมั้น ที่ตอนนี้คอเริ่มพับแล้ว

“นานหรือยัง” เขาโบ้ยหน้าไปหาคู่หมั้น เพ็ญแขพยักหน้าหงึกๆ

“ก็ตั้งแต่ที่โทรไปหาพีนั่นแหละ” ระพีพยักหน้ารับรู้ อืม… ผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆได้ นี่แปลว่าคู่หมั้นของเขาคอทองแดงเหมือนกันนะ ยังสามารถนั่งประคองตัวอยู่ได้จนถึงตอนนี้

“แขกลับก่อนเถอะ ทางนี้เดี๋ยวพีจัดการเอง” เขาหันไปบอกเพื่อนสาว อีกฝ่ายพยักหน้ารับ

“แขฝากปายด้วยนะพี” ระพียิ้มหวานเจ้าเล่ห์ให้กับเพ็ญแข “นั่นน่ะ คู่หมั้นพีนะ” เพ็ญแขหัวเราะเสียงใส

“อย่ารุนแรงกับปายนะ เพราะปายคงไม่มีทางสู้พีได้แน่ๆ ดูจากสภาพตอนนี้แล้ว” เมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสาวเขาก็หลุดหัวเราะออกมาทันที เออหนอ… เพ็ญแขเห็นแขาเป็นคนโหดร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ เขาคงไม่มีวันทำร้ายหัวใจของตัวเองแน่ๆ แต่คนร่างเล็กๆตรงหน้าเขานี่สิไม่รู้จะอาละวาดอะไรกับเขาบ้าง

“พีกลัวแต่ว่าพีจะไม่มีชีวิตรอดจากเงื้อมมือเพื่อนของแขนี่แหละ” เพ็ญแขหัวเราะหันไปมองตัวก่อเรื่อง อืม… นั่นสินะเธอควรจะห่วงใครดีระหว่างปานินท์กับระพี แต่ดูท่าระพีคงจะรับมือหนักหน้าดูเลยละงานนี้

“งั้น แขไปนะ คุยกันดีๆละ” เพ็ญแขรู้ว่าถึงเธอไม่บอกเขา ชายหนุ่มตรงหน้าก็มีเหตุผลอยู่แล้ว แต่ที่เธอห่วงน่ะคืออารมณ์เพื่อนสาวของเธอมากกว่า

เพ็ญแขเดินจากไปปล่อยให้คู่หมั้นเผชิญหน้ากันเอง เธอเชื่อมั่นว่าการเป็นคนใจเย็นของระพีจะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงอย่างสวยงาม


“ปาย” ระพีแตะมือเรียกชื่อคู่หมั้นเบาๆ อีกฝ่ายปรือตามอง

“ครายยยยย แขเหรอ เอิ๊กส์…”

“ผมเอง”

“ผมอ่ะครายยย เอิ๊กส์… “ เธอปรือตามองเขาอีกครั้ง ระพีอดขำกับภาพตรงหน้าไม่ได้ หน้าเธอแดงก่ำมีเม็ดใสๆขึ้นเต็มหน้า ถ้าอยู่ในอาการปกติเธอคงจะทรมานน่าดู มือบางๆเกายิกๆตามตัว ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์คงจะทำให้เธอคัน…

“ผม ก็คู่หมั้นสุดหล่อของคุณไงจำไม่ได้เหรอ” เขาพูดติดตลก ถึงแม้จะรู้ว่าเวลานี้เธอคงจะไม่มาตลกกับเขาก็ตาม

“อ๋อ… คู่หมั้นจอมโกหกนั่นนะเหรอ เอิ๊กส์… ” ปานินท์พยักหน้าหงึกๆอย่างรับรู้

“ม่ายหวายๆ คุณว่าฉันถอนหมั้นเลยดีไหม เอิ๊กส์… ”

“ผมว่าไม่ดีหรอก เขารักคุณออกนะ” เขาหย่อนตัวนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับเธอ ระพีเท้าคางมองคนขี้เมาที่ตอนนี้มือแดงๆของเจ้าตัวกำลังไล่เกาไปทั่วตัว ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี

“ร๊ากกกเหรอ ถ้าร๊ากทำไมต้องโกหกกานด้วย เอิ๊กส์… ”ปานินท์หรี่ตามองคนตรงหน้า

“คุ้นๆจังเลย หน้าแบบนี้คุ้นๆ” หญิงสาวชี้หน้าเขาไปแล้วปรือตามองอีกครั้ง

“ฉันว่าคุณหน้าเหมือนคู่หมั้นจอมโกหกของฉ้านเลยนะ เอิ๊กส์… “ เสียงสะอึกของเธอทำให้เขาต้องรีบหันไปสั่งน้ำเปล่ากับพนักงาน แล้วหันมาสนใจคนตรงหน้าต่อ

ระพียิ้มอ่อนโยนให้เธอ เขารู้ว่าเธอเสียใจแค่ไหน และรู้ว่างานนี้ตัวเขาเองผิดเต็มประตูเลย ฉะนั้นเขาจะต้องใจเย็นๆ ต้องพยายามเอาน้ำแข็งเข้าลูบกับอารมณ์เดือดๆของเธอ พรุ่งนี้ถ้าเธอสางจากอาการเมาเขาจะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

ระพีรับน้ำเปล่าจากมือพนักงานแล้วส่งให้หญิงสาว “ดื่มน้ำก่อนนะเผื่อจะทำให้รู้สึกดีขึ้น” เขาจ่อแก้วน้ำตรงปากเพื่อเป็นการช่วยป้อน ปานินท์ก้มหน้ามาดื่มน้ำจากแก้วในมือเขาเสร็จแล้วก็ปรือตามองเขาอีกครั้ง

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ “อืม… ยิ่งมองคุณก็ยิ่งเหมือนเขา เอิ๊กส์… “ ว่าแล้วมือบางๆก็คว้าเอาแก้วเหล้าที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นทำท่าจะกรอกมันเข้าปาก ระพีรีบดึงแขนเธอไว้ทันที

“ปาย ผมว่าพอเถอะนะ” หญิงสาวสะบัดมือเขาออก “อย่ามายุ่ง” ระพีได้แต่ถอนหายใจแรงๆให้กับคู่หมั้นจอมดื้อตรงหน้า ไม่นานเธอก็ฟุบหน้าหลับลงไปบนโต๊ะ ชายหนุ่มส่ายหัวกับภาพตรงหน้าเขารักเธอได้ยังไงเขาก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เธอไม่ใช่กุลสตรีที่คอยพะนบพะเน้าคอยเอาใจคนรักเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ คำว่าแม่ศรีเรือนคงไม่มีอยู่ในตัวเธอผู้นี้ ตรงกันข้ามเธอกลับกลายเป็นคนที่ขี้โวยวาย ห้าวๆ ไม่ยอมคนง่ายๆ แต่เขารักเธอไปแล้วนี่ รักแบบถอนตัวไม่ขึ้นซะด้วย

ระพีเรียกพนักงานให้มาคิดเงิน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาก็หันมาอุ้มร่างบางที่ไร้สติของคู่หมั้นไปยังรถที่จอดอยู่นอกตัวร้าน แขนเรียวบางตวัดโอบรอบคอเขาเอาไว้ “อืม.. “ เธอละเมอออกมา

“ชู่ว์..” เขาจุ๊ปากใกล้ซอกหูของเธอ และอีกฝ่ายก็เงียบเสียงหลับซบหน้าอยู่กับอกกว้างๆของเขา


ปานินท์ตื่นขึ้นมาตอนเช้า เธอรู้สึกเหมือนหัวแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

“โอ้ยยยย… ทำไมรู้สึกหนักหัวอย่างนี้นะ” หญิงสาวกุมศีรษะของตนเองไว้ แล้วก็ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่อยู่ตอนนี้มันไม่ใช่ชุดที่ใส่เมื่อคืน และมันก็ไม่ใช่ชุดของเธอเพราะชุดอย่างนี้มันเป็นของผู้ชายชัดๆ ปานินท์รีบเงยหน้ามองไปรอบๆห้องอย่างตกใจ ทำไมห้องนี้คุ้นๆจังเลยเธอมาอยู่นี่ได้ยังไงนะ แต่ก่อนที่เธอจะคิดเตลิดไปมากกว่านี้ ประตูห้องก็เปิดพร้อมกับร่างของเจ้าของห้อง

“ตื่นแล้วเหรอ ทานข้าวต้มร้อนๆก่อนไหมจะได้ดีขึ้น” เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงสาวมองเขาตาขวาง

“พีทำอะไรปาย” เธอแว้ดออกมาเสียงดัง

“ทำอะไร” ระพีมองหน้าคู่หมั้นสาวงงๆ แล้วก็ต้องอมยิ้มเมื่อเธอดึงเสื้อที่ใส่อยู่ในตัวขึ้นมาถาม

“พีก็แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ปายเท่านั้นเอง เชื่อเถอะว่าพีไม่มีอารมณ์กับคนขี้เมาหรอก” เขาตั้งใจจะยั่วเธอเล่นๆแต่ผิดคาดเพราะดูเหมือนว่าอารมณ์ของคู่หมั้นสาวจะขึ้นจนถึงจุดเดือดแล้ว

“ใช่สิ ใครจะแสนดีอ่อนหวานเหมือนคุณเมษิยาของพีละ” ระพีวางข้าวต้มไว้บนโต๊ะใกล้ๆแล้วเข้าสวมกอดคู่หมั้นอย่างเอาใจ “ไปกันใหญ่แล้วนะปาย” ปานินท์ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของเขา

“พีกับเมเป็นเพียงเพื่อนกันเท่านั้นนะ พีไม่เคยรักเมเลยเพราะหัวใจของพีได้มอบให้คนขี้โวยวายตรงหน้าไปหมดแล้ว” เขาก้มหน้าหอมแก้มเธอไปหนึ่งฟอด อีกฝ่ายทำท่ากระฟัดกระเฟียดใช้มือเช็ดๆถูๆแก้มตรงที่เขาเพิ่งหอมไปอย่างแรงๆ

“แน้ ทำอย่างนี้ก็ลบรอยจูบของพีหมดสิ” ระพีดึงมือเธอมารวบไว้

“ปายฟังพีนะ” เขาพูดเสียงนุ่มน่าฟัง จนทำให้เธอหยุดดิ้นเพื่อที่จะรับฟังคำอธิบายจากเขา

“พีรู้ว่าตัวเองผิดที่ไม่ยอมบอกให้ปายรู้ก่อน แต่เชื่อเถอะว่าพีไม่เคยนอกใจปายเลยนะ และที่พีไม่บอกปายก็เพราะไม่อยากให้ปายไม่สบายใจเท่านั้นเอง พีขอโทษนะปายยกโทษให้พีได้ไหม” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม

ปานินท์หันมาทำหน้าตูมๆให้กับเขา “แล้วทำไมพีต้องปิดโทรศัพท์ใส่ปายด้วย”

“ก็พีบอกปายแล้วว่าพีต้องเข้าประชุม ปายก็ไม่ฟัง” หญิงสาวยังคงทำท่าฟึดฟัดอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มจึงโยกตัวเธอไปมาอยู่ในอ้อมกอด “แต่พีก็ดีใจนะที่ปายหึงพีด้วย แปลว่าปายรักพีมากนะเนี่ยถึงหึงลมออกหูขนาดนี้” ร่างบางๆชะงักกึกทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ เธอรีบหันตัวเข้าหาเขาเพื่อเผชิญหน้ากับหน้าคมๆนั่น

“เช๊อะ… “ เธอทำเสียงขึ้นจมูก “ใครว่าปายหึงพี ปายแค่ไม่ชอบให้ใครมาโกหกก็แค่นั้น” เธอแก้ตัว

“ว้า… พีเข้าใจผิดไปเองหรือนี่” ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงผิดหวังในขณะที่ดึงศีรษะเธอให้ซบกับอกกว้างของตน เขาตีหน้าเศร้าจนคนที่เพิ่งโกรธจนลมออกหูเมื่อสักครู่เริ่มอารมณ์ดีขึ้น เธอแอบอมยิ้มอยู่กับอกแข็งแรงนั่นคนเดียว แล้วแกล้งตีหน้าดุเมื่อเงยหน้ามองเขา

“ใช่ พีเข้าใจผิดอย่างมหันต์เลยละ” ชายหนุ่มอมยิ้มกับคำพูดของคู่หมั้นสาว คนอย่างเขาเหรอจะเข้าใจผิด แต่เอาเถอะเมื่อเจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็งแบบนี้ก็คงต้องน้ำกันหน่อยเดี๋ยวคุณเธอมีอารมณ์ขึ้นมาอีกคนที่จะแย่ก็คือเขานั่นเอง

สีหน้าที่ดีขึ้นของคู่หมั้นทำให้เขาโล่งใจขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยการง้อของเขาก็คงจะง่ายขึ้น

“ปาย” เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่อ่อนโยน

“คะ” ปานินท์ช้อนตาขึ้นมองเขา และรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรต่อ ระพีปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบคลุมสักพักจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา

“เราแต่งงานกันเถอะ” ปานินท์จ้องตาคูหมั้นอย่างค้นคว้า

“พีแน่ใจแล้วเหรอว่าพร้อมที่จะมีปายอยู่เคียงข้างทุกวัน ปายทั้งขี้โมโห แถมอารมณ์ร้อนด้วยนะ ปายอาจทำให้พีไม่มีความสุขก็ได้” ปานินท์พูดตามที่ตัวเองคิด เพราะเธอรู้จักตัวเองดีว่าเป็นคนแบบไหน ใช่แรกๆเขาอาจจะทนเธอได้แต่ถ้านานไปละเขายังจะทนเธอต่อไปไหม เธอกลัวข้อนี้มากที่สุดเพราะถ้าเกิดว่ามีการแต่งงานเกิดขึ้นแล้วเธอกับเขาไปด้วยกันไม่ได้เธอจะทำยังไง

“พีรักปายตรงที่ปายเป็น ไม่ได้รักเพราะเหตุผลอื่น” เขาช้อนคางเธอให้เงยขึ้นสบตากับเขา

“พีอยากมีปายอยู่ด้วยทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน และทุกเย็นหลังเลิกงานถ้าพีเหนื่อยจากการทำงานกลับมาบ้านแค่ได้เห็นหน้าปายพีก็หายเหนื่อยแล้ว” เมื่อได้ฟังคำพูดจากใจของเขาหญิงสาวก็โถมตัวเข้ากอดเขาแน่น

“ขอบคุณนะพี ขอบคุณที่เข้าใจตัวตนของปาย” ระพีฝังจมูกลงกับหน้าผากมนของหญิงสาวอย่างแสนรัก ปานินท์เขย่งเท้าขึ้นจุมพิตคางสากๆของเขาอย่างรวดเร็วแล้วผละหนีจากอ้อมกอดเขาทันที “ว๊า… แค่นี้เองเหรอ” ระพีทำสายตาผิดหวังจนปานินท์ต้องหลุดหัวเราะออกมา

เขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเวลาที่เขาหน้าแบบนี้น่ะน่ารักขนาดไหน ปานินท์แอบชมคู่หมั้นในใจ แล้วเหมือนนึกอะไรบางอย่างออกเธอหันมาจ้องหน้าเขาอย่างรวดเร็วจนคนที่ไม่ได้ตั้งตัวแทบผงะหลังทีเดียว

“คดีความเรายังชำระไม่หมด” เธอชี้หน้าเขา ระพีเลิกคิ้วตื่นๆ

“อะไรอีกละครับทูนหัว แค่นี้ผมก็จะแย่แล้ว” เขาแกล้งทำเสียงตกใจ ปานินท์ชี้ใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวโคร่งที่สวมอยู่บนตัวเธอตอนนี้ “คุณทำอะไรกับปายบ้างเมื่อคืน” เมื่อถามไปแล้วก็ต้องอายคำพูดตัวเองแต่ก็ยังพยายามทำเสียงแข็งเข้าไว้

“โธ่… พีบอกไปแล้วว่าแค่เปลี่ยนเสื้อให้ ก็เมื่อคืนน่ะปายเล่นดื่มจนเมาเป๋เลย แถมอ้วกใส่พีด้วย” ปานินท์รีบยกมือบังหน้าอกตัวเองทันที “แล้วพีเห็นอะไรบ้าง” ชายหนุ่มมองอาการตื่นๆที่อีกฝ่ายแสดงออกมาอย่างขำๆ แล้วก็ต้องรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นสายตาดุๆที่เธอส่งมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อเขา

ระพีส่ายหน้าดิก “พีหลับตา แต่ตอนที่เช็ดตัวให้ปายอ่ะ พีแค่แอบหรี่ตานิดๆเองเห็นไม่ชัดหรอก” พูดจบเขาก็ต้องรีบกระโดดเผ่นหนีฝ่ามือพิฆาตของเธอ เขาหัวเราะร่วนอย่างถูกใจเมื่อปานินท์ตีเขาพลาด

“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะพี ใครใช้ให้พีมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าปายห่ะ” เธอยังคงวิ่งไล่ตีเขาทั่วห้อง สักพักเริ่มรู้สึกเหนื่อยจึงได้แต่ยืนหอบแฮ่กๆอยู่กลางห้อง ระพีเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง

“โธ่…ทูนหัว พีก็แค่ไม่อยากให้ปายต้องนอนจมอยู่กับอ้วกของตัวเองนะสิ เอาน่า… พียอมชดใช้ด้วยการพลีตัวเองให้กับปายแล้วนี่ ต่อไปนะหลังจากที่เราแต่งงานกันแล้วพีจะยอมปายทุกอย่างจะยอมอยู่ในโอวาททุกประการเลยเอ้า…” ระพีทำหน้าจริงจังจนเธอต้องหัวเราะออกมา

“พีสัญญาแล้วนะ และต่อไปห้ามโกหกหรือปิดบังอะไรกันอีก” เขารีบพยักหน้ารับแล้วยกมือขึ้นมาทำท่าสาบาน

“พีให้สัญญา แต่ตอนนี้พีว่าปายทานข้าวต้มก่อนดีกว่านะเย็นหมดแล้ว” ระพีจูงมือคู่หมั้นสาวให้เดินตามไปยังโต๊ะที่เขาวางข้าวต้มไว้ ชายหนุ่มลากเก้าอี้ออกให้เธอแล้วกระวีกระวาดยกข้าวต้มขึ้นมาเป่า ท่าทางที่เขาแสดงออกมานั้นมันไม่เข้ากับบุคลิกของเขาเลยซักนิด ใครจะเชื่อว่าชายหนุ่มที่เพอร์เฟ็กต์ทั้งรูปร่างหน้าตาและหน้าที่การงานจะเอาใจคู่หมั้นได้เก่งขนาดนี้ ปานินท์หัวเราะร่วนกับท่าเป่าข้าวต้มของเขา

“มันเย็นหมดแล้วละ ไม่ต้องเป่าให้เปลืองน้ำลายเอ้ย… เปลืองแรงหรอกพี” เขาทำหน้าเหรอ

“อ้าว… มันเย็นจนชืดแล้วนี่นาเนอะ” เขายิ้มจนตาหยี ปานินท์รู้ว่านี่เป็นแค่มุกที่เขาอยากทำให้เธออารมณ์ดี เธอจึงหัวเราะและเอื้อมมือไปบีบจมูกคมๆของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว

“เดี๋ยวพีป้อนให้นะ” เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มส่งให้เธอ แต่พอเธอก้มลงจะรับเอาข้าวต้มนั้น เขากลับดึงมือกลับทำให้เธอได้แต่ทานอากาศแทนข้าวต้ม

“เดี๋ยวพีชิมดูก่อนนะว่าอร่อยไหม” เขายกช้อนที่กำลังจะส่งเข้าปากเธอเมื่อสักครู่เข้าปากตัวเองแทน

“อืม… อร่อยแฮะฝีมือพีนี่ไม่เลวเหมือนกันนะนี่” เขาแกล้งกลืนข้าวต้มลงคอช้าๆ ปานินท์ทำตาขวางใส่เขา

“ไหนว่าทำมาให้ปายไง” เธอกล่าวเสียงงอนๆ

“ก็แหม… ข้าวต้มออกจะเยอะเราทานด้วยกันนะ” เขาตักข้าวต้มส่งให้เธออีกครั้ง คราวนี้ปานินท์ไม่ยอมก้มรับเหมือนสักครู่เพราะกลัวว่าเขาจะชักมือกลับอีก เธอจึงได้แต่นั่งมองข้าวต้มในช้อนอยู่อย่างนั้น จนระพีต้องเอื้อมแขนจนสุดเพื่อส่งให้ถึงปากเธอ

“พีไม่แกล้งแล้วสัญญา” เขาพยักหน้าให้เธออ้าปากรับ

“แล้วถ้าพีแกล้งปายอีกล่ะ”

“พียอมให้ปายหอมแก้มแบบไม่กลัวขาดทุนเลยเอ้า” เมื่อได้ยินข้อตกลงที่เอาแต่เข้าตัวเองของเขาเธอก็หัวเราะหึๆออกมา

“ขาดทุนตายเลยนะอย่างนี้” เธอแขวะเขาส่วนอีกฝ่ายยังคงหัวเราะร่าอยู่ เขาหัวเราะจนเธอต้องรีบเอามือบางๆไปปิดปากเขาไว้

“พอได้แล้ว” เธอห้าม ระพีจึงเลิกหัวเราะและตักข้าวต้มส่งให้เธอใหม่ หญิงสาวอ้าปากรับข้าวต้มจากเขา และก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว มือหนาๆของคู่หมั้นมือไวของเธอก็โน้มศีรษะเธอเข้าไปหา แล้วใช้ลิ้นสากๆของเขาเลียเอาข้าวต้มที่ติดอยู่ตรงมุมปากของเธอออก

“อืม… ข้าวต้มหวานจัง” ระพีเอ่ยยิ้มๆ

ปานินท์นั่งนิ่งตัวแข็งทื่อเหมือนโดนสาปเลยทีเดียว เธอรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้ากว่าจะตั้งสติตัวเองได้ปากนุ่มๆของเขาก็เลื่อนมาประทับปิดปากบางได้รูปของเธอเรียบร้อยแล้ว

เฮ้อ… ยังไม่ทันไรเลยเธอก็ขาดทุนทั้งตัวและหัวใจให้กับคู่หมั้นมือไวของเธอเสียแล้วเหรอนี่….








 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2554
28 comments
Last Update : 21 กรกฎาคม 2554 0:16:39 น.
Counter : 3948 Pageviews.

 

เรื่องสั้นเรื่องเก่า
แต่เอามาลงใหม่
เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีในบล็อก

 

โดย: หนึ่งเดียวในใจ 21 กรกฎาคม 2554 0:27:00 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณปาณิกดา

อืมม แต่งนิยายเก่งจังนะคะ

เอาเวลาที่ไหนมาคิดเยอะแยะคะเนี่ย? เหอๆๆ


ปล..ตะคืนนอนดึกจังนะคะ..คุณปาณิกดา..

 

โดย: ดอกหญ้าหน้าบ้าน 21 กรกฎาคม 2554 12:24:51 น.  

 

ถึงจะเอามาเล่าใหม่แต่เค้าก็ยังอ่านจนจบ
เค้าชอบผู้ชายชื่อพี 555
อ่านแล้วอยากจะเอานิยายตัวเองมาลงบ้างจัง
ห่างหายจากนิยายไปนานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

โดย: มัยดีนาห์ 21 กรกฎาคม 2554 14:42:19 น.  

 

คุณน้ำค้าง... ฮ่ะๆๆ ตามมาเจอจนได้
เอาซ้าขำ ยินดีเข้าสู่โหมดเพ้อฝันด้วยกันนะคะ


นานาห์ที่รัก...ปาณิกดาฝากมาบอกว่า
จะพยายามสลัดสันหลังยาวๆออกนะจ๊ะ
เตรียมพบกับ " ณ ปายรัก " ที่ตรงนี้จ้า

คัมมิ่งซูน ฮิๆๆ

 

โดย: fonrin 21 กรกฎาคม 2554 19:48:35 น.  

 

:) แวะมาส่งยิ้มอย่างเป็นทางการ เอิ๊กๆๆ

 

โดย: ดอกหญ้าหน้าบ้าน 22 กรกฎาคม 2554 12:24:56 น.  

 



คุณน้ำค้าง...ส่งยิ้มเช่นกันค่ะ

 

โดย: fonrin 23 กรกฎาคม 2554 7:12:23 น.  

 

คนโดนทิ้ง Thinking of you, Thinking of you.

 

โดย: ผ่านมา IP: 124.121.35.214 2 กันยายน 2554 21:50:38 น.  

 

ผ่านไป 2 เดือน พึ่งมีคนมาเยี่ยมหรือนี่ สุดยอด ไม่น่าโหวตเลยเรา 5555

 

โดย: พระเจ้า IP: 124.122.36.252 3 กันยายน 2554 2:57:39 น.  

 


เม้นท์เจ็ด เม้นท์แปด...หมั่นไส้จริงๆ แบร่ๆๆๆ

ว่าจะจ่ายค่าจ้างโหวตให้สักหน่ย
ไม่ต้องเอาแล้ว เช๊อะ!!!


ฮ่ะๆๆๆๆ

 

โดย: fonrin 3 กันยายน 2554 9:06:39 น.  

 

OMG เปิดมาเจอคำแรกเลย

"ผู้ชายเฮงซวย"


ปล. เบื่อบาง blog ที่เม้นได้เฉพาะสมาชิก กะจะไปกวนสักหน่่อย

 

โดย: อิคคิว IP: 115.87.57.11 14 กันยายน 2554 18:23:57 น.  

 



อ้ายอิคคิว...

เบื่อบางบล็อก
ก็มาบล็อกนี้แทนขอรับ
บล็อกนั้น...ก็เบื่อต่อไป อิอิ

ถ้าอยากกวนจริงๆ
ก็ล็อกอินไปกวนเน้อ

 

โดย: fonrin 3 ตุลาคม 2554 1:20:16 น.  

 

ฮ่าๆๆตามมาดูคนอวบแต่พองาม เอิ๊กกกก
อวบแบบงามจริงๆๆเลยนะเนี่ย

 

โดย: ดอกหญ้าหน้าบ้าน 3 พฤศจิกายน 2554 20:23:24 น.  

 

อ้าววว เพิ่งสังเกตว่าผมสั้นแล้วนี่นา
แต่ผมเยอะจริงๆเน๊าะ
อยากได้มั่งอ่ะ แบ่งมาให้เค้าซักเสี้ยวนึงจิ

 

โดย: ดอกหญ้าหน้าบ้าน 3 พฤศจิกายน 2554 20:25:39 น.  

 

เงียบ ฉี่

 

โดย: อิคคิว IP: 123.242.133.195 11 มิถุนายน 2555 17:49:21 น.  

 



อ้ายอิคคิว...รอไปก่อนอ้าย
คัมมิ่งซูน
อาจต้องซูนอีกหลายๆครั้งอะนะ ฮ่ะๆ

 

โดย: fonrin 25 มิถุนายน 2555 18:15:13 น.  

 

นับจากเม้น 10 ผ่านไป 1 ปีแล้วหรือนี่

สุดๆๆ

 

โดย: อิคคิว (น้องน่านครับผม ) 20 กันยายน 2555 1:44:29 น.  

 


ยังไม่ได้ลงมือเขียน ลงมือรีไรท์งานเก่าๆเลย

 

โดย: เปิ้นเหวิ่น IP: 182.53.76.129 1 ตุลาคม 2555 17:28:49 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดนะครับ มีความสุขมากๆนะ

อัพบล๊อคด้วย เบื่อแล้ว ผู้ชายเฮงซวย 555

 

โดย: พ่อน้องน่าน IP: 180.183.18.78 11 มิถุนายน 2556 20:32:56 น.  

 

 

โดย: fonrin 15 มิถุนายน 2556 20:26:09 น.  

 

นิ่งมาก

 

โดย: อิคคิว IP: 180.183.226.171 26 ธันวาคม 2556 0:13:24 น.  

 

 

โดย: fonrin 23 มีนาคม 2557 11:21:32 น.  

 

แบ๋ๆๆ

 

โดย: อิคคิว IP: 180.183.22.192 10 เมษายน 2557 0:13:38 น.  

 

รู้สึกจะเม้นท์กันสองพี่น้องนะ บล็อกนี้

 

โดย: fonrin 10 มิถุนายน 2557 7:25:16 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดนะครับ

อัพบล๊อคนี้ด้วย เบื่อแล้วกับคำว่า ผู้ชายเฮงซวย (บอกตั้งกะปีที่แล้ว 55)

 

โดย: อิคคิว IP: 123.242.183.35 11 มิถุนายน 2557 16:42:49 น.  

 

หน้าบล๊อคนี้จะครบ 3 ปี หล่ะ ฉลองด้วยเด้อ อิอิ

 

โดย: บ่บอก IP: 123.242.183.35 11 มิถุนายน 2557 16:45:19 น.  

 

อิอิอิ

 

โดย: fonrin 12 มิถุนายน 2557 18:12:29 น.  

 

อีกไม่นาน ขอได้กลับบ้านก่อน
ตอนนี้ขอทำหน้าที่อันใหญ่หลวง

อีกไม่กี่เดือนกูปรีคืนถิ่น
สัญญา....
วาดรูป เขียนนิยาย ถ่ายภาพ
จะกลับมาเหมือนเดิม

 

โดย: fonrin 14 มิถุนายน 2557 9:31:25 น.  

 

บล๊อกนี้หล่ะ จะครบ 4 ปีแล้วนะ

เปิดมาทีไร เจอคำว่า ผู้ชายเฮงซวยทุกที 555

 

โดย: แบร่ IP: 123.242.183.34 22 เมษายน 2558 12:01:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


หนึ่งเดียวในใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






* ฝนริน/ปาณิกดา *

ผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว
เหงา เศร้า หัวเราะ
ร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
(ท่าจะบ้าเนอะผู้หญิงคนนี้ เอิ๊กส์)

งานเขียนในบล็อกนี้
ขอสงวนลิขสิทธิ์
ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
นะคะ




**ขอขอบคุณภาพแต่งบล็อก และ โค๊ดแต่งบล็อกจากเพื่อนชาวบล็อกทุกท่านมา ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ**
















Friends' blogs
[Add หนึ่งเดียวในใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.