Group Blog
 
 
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
23 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
เรื่องสิวๆ หิ้วสองหัวใจมาพบรัก




เรื่องสิวๆ หิ้วสองหัวใจมาพบรัก


“อูยยย!! ซี๊ดดด!!”

เสียงสูดปากของหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเบ้อยู่หน้ากระจกเวลาที่เธอใช้มือบางของตนแกะและบีบสิวที่ขึ้นอยู่บนผิวหน้าของตัวเองอย่างมันเขี้ยว

“จะมาขึ้นอะไรตอนนี้น้า เฮ้อ…” ทั้งบ่น ทั้งถอนหายใจ ทั้งบีบสิวไปพร้อมๆกัน
หญิงสาวยืนจ้องหน้าของตัวเองหน้ากระจกมาเป็นชั่วโมงแล้ว ยังไงก็ยังรับสภาพผิวหน้าตอนนี้ไม่ได้ ทั้งที่ผ่านมาไม่เคยเลยสักครั้งที่สิวจะมาทำให้เธอต้องหนักใจ แล้วเธอไปทำอะไรมานะมันถึงมาอาศัยบนหน้าอย่างไม่เกรงใจกันแบบนี้

เดือนหน้านี้ก็จะมีการแข่งกีฬาเทควอนโดแล้ว ก็รู้ๆอยู่ว่าเธอจะต้องพานักเรียนของเธอไปร่วมแข่งขันในครั้งนี้ด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้เธอจะกล้าเอาหน้าสวยๆ แต่เขรอะไปด้วยสิวของตัวเองไปพบปะกับประชาชีได้เหรอ?

เธอจะทำยังไงดี…จะทำยังไงดี? ยิ่งคิดยิ่งเครียด ยิ่งเครียดสิวก็ยิ่งขึ้น เฮ้อ!!!!
หญิงสาวถอนหายใจแรงๆก่อนจะผละตัวหนีจากหน้ากระจกแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ ขืนเธอมัวแต่ยืนเศร้าอยู่หน้ากระจกแบบนี้มีหวังต้องไปทำงานสายแหงๆ


ร่างบางในชุดเทควอนโดสีขาว คาดเอวด้วยผ้าสีดำ ยืนควบคุมการฝึกฝนของลูกศิษย์อย่างขะมักเขม้น อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เธออยู่ซ้อมกับลูกศิษย์จนดึกๆดื่นๆ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบเที่ยงคืนทุกวัน ยิ่งวันจะแข่งใกล้เข้ามาแบบนี้เธอยิ่งเครียด ไอ้สิวบนใบหน้าก็ขึ้นเอาขึ้นเอา เพิ่มความเครียดเข้าไปใหญ่เลยทีนี้

“เข้มแข็งหน่อย ใช่… อย่างนั้นถูกต้องแล้ว” เสียงหวานๆแต่แฝงด้วยพลังยืนกำกับการสอนไปเรื่อยๆ อย่างตั้งใจ เธอต้องนำทีมคว้าชัยชนะมาให้ได้ เพราะถ้าเธอทำได้โรงเรียนสอนเทควอนโดของเธอคงจะมีชื่อติดโผกับเขาบ้างในการที่จะเป็นทางเลือกให้กับเด็กนักเรียนเข้ามาเรียนกัน

“คร่ำเครียดจังเลยนะเพื่อนฉัน” เสียงหวานๆแฝงกัดนิดตามประสาเพื่อนรู้ใจดังขึ้นจากข้างหลังทำให้นิสาหันไปยิ้มให้กับเจ้าของเสียง

“ทำไมมาเร็วจัง นัดไว้ห้าโมงเย็นไม่ใช่เหรอ” เธอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูซึ่งเหลือเวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาที่ได้นัดไว้กับเจ้าของร่างเซ็กซี่นั่น

“ก็ฉันกลัวรถติดนะซิ วันนี้วันศุกร์ฉันไม่อยากเป็นปลากระป๋องอัดอยู่แต่ในรถเป็นชั่วโมงๆก็เลยปลีกเวลางานมาก่อน”

“งั้นก็นั่งรอก่อนเลยนะฉันยังไม่หมดเวลาทำงาน” นิสาเลิกคิ้วพูดกวนๆ

“ย่ะ ฉันไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของแกหรอก” ว่าแล้วก็หยิบหนังสือนิตยสารแฟชั่นขึ้นมาเปิด โดยไม่สนใจเพื่อนสาวที่ทำการสอนเทควอนโดอีกเลย


นิสายกมือปาดเหงื่อที่ชุ่มอยู่เต็มใบหน้ารูปไข่ได้รูปของตนอย่างเหนื่อยๆ กว่าจะหมดชั่วโมงสอนทำเธอลมแทบจับ ถ้าไม่คิดถึงสิ่งที่เธอได้มุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำแล้ว อาจท้อขึ้นมาแล้วก็ได้ แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เธอจะต้องทำแล้ว มันทำให้เธอมีแรงใจในการที่จะสู้ต่อความเหน็ดเหนื่อยนี้ ดีที่ลูกศิษย์ของเธอแต่ละคนนั้นไม่เรื่องมาก และทำตัวน่ารักทุกคน

ร่างสูงโปร่งได้รูปเดินตรงไปยังเพื่อนสาวที่นั่งก้มหน้าสนใจแฟชั่นที่อยู่ในนิตยสารนั้น แล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ เมื่อเห็นว่ามีคนมานั่งใกล้ๆ เรณุกามองหน้าเพื่อนสาวแล้วก็ต้องตกใจอย่างหนักเมื่อเธอได้เห็นชัดๆและใกล้ๆเต็มตา

“เฮ้ย!!! นิสาแกไปทำอะไรมาน่ะ ทำไมสิวเขรอะขนาดนี้” คนที่ถูกทักทำหน้าพะอืดพะอมเหมือนอยากจะร้องไห้อยู่ตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

“นี่แหละที่ฉันโทรให้แกมาหาล่ะ” นิสาทำหน้าเศร้าๆ

“โอ้… เพื่อนฉันแฟนก็ยังหาไม่ได้ ต้องมาเป็นสิวหมดสวยแบบนี้อีก ขึ้นคานแหงๆ” สิ้นคำพูดมือบางๆก็แขกมากลางหัวเพื่อนสาวทันที

“นี่แน่ะไอ้บ้า ฉันยิ่งกลุ้มๆอยู่” เรณุกาลูบหัวตัวเองเบาๆพร้อมทำหน้าเหยเก

“ฉันได้ยินว่าญาติแกเปิดคลีนิคความงามไม่ใช่เหรอ?” เรณุกาพยักหน้ารับทันที

“ใช่ ทำไม”

“พาฉันไปรักษาไอ้สิวบ้านี่หน่อยซิ” เธอชี้นิ้วไปยังที่หน้าของตัวเอง
เรณุกาชะโงกหน้ามาใกล้ๆ ใช้มือหันหน้าเพื่อนไปมาๆ เพื่อพิจาณาให้ถี่ถ้วน

“อักเสบด้วยนะเนี่ย แกไปทำอะไรมันหรือเปล่า” หญิงสาวเงยหน้าถามเพื่อน ก่อนก้มพิจารณาสิวบนใบหน้านวลๆของเพื่อนต่อ

“แกแกะมันใช่ไหม” ไม่วายที่จะถามเมื่อเห็นว่าสิบบนใบหน้านั้นเป็นรอยแดงๆ

“อือ...ก็มันรำคาญนี่หว่า” นิสาพยักหน้ารับ

“โห… แล้วเมื่อไหร่มันจะหายล่ะแก”

“แกก็พาฉันไปหาพี่หมอของแกซิ” นิสาใช้ไหล่สะกิดเพื่อนเบาๆ

“แล้วทำไมต้องเป็นพี่ภาสด้วยล่ะ”

“ก็เผื่อว่าฉันจะไม่ต้องจ่ายแพงไง หรือไม่พี่หมอของแกอาจใจดีเห็นว่าฉันเป็นเพื่อนกับแกอาจรักษาให้ฟรีก็ได้ ใครจะไปรู้”

“ไอ้บ้า พี่ภาสไม่ได้ผลิตยาได้เองนะเว้ย จะได้รักษาให้แกฟรีๆ” เรณุกาทำตาโตอย่างเอาเรื่อง

“เออๆ ฉันรู้ ฉันแค่พูดเล่น แต่อย่างน้อยก็น่าจะมีส่วนลดใช่ไหม” ไม่วายที่จะลองหยั่งเชิงเพื่อนสาว เพราะเธอรู้มาว่าพี่หมอกับเพื่อนสาวคนนี้สนิทกันมาก เธอได้ยินเรณุกาพูดถึงพี่หมอของเธอนานแล้ว แต่ไม่เคยได้เจอตัวจริงซักครั้ง ส่วนคลีนิคความงามของพี่แกก็มีชื่อเสียงใช่เล่น

“ฉันไม่รับประกันนะ เผื่อพี่ภาสเห็นว่าแกมีกะตังค์คิดชาร์ตค่ารักษาขึ้นมาฉันไม่รู้ด้วยนา”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงฉันจะฆ่าทั้งแกทั้งพี่หมอของแกเลยเชียว” นิสาชี้หน้าเพื่อนสาวอย่างเอาเรื่อง

“เออๆ เดี๋ยวฉันจะลองถามดูให้”

“ตอนนี้เลย” นิสาส่งมือถือให้เพื่อนสาวเพื่อที่จะโทรหาพี่หมอของเธอ เรณุกาค้อนควับให้กับเพื่อนสาวที่ยิ้มแฉ่งจนตาจะปิดนั่น ก่อนหยิบมือถือจากมือบางมากดเบอร์โทรของพี่หมอของเธอ

นิสานั่งทำตาปริบๆมองเพื่อนสาวอย่างลุ้นว่าผลจะออกมายังไง พี่หมอของเพื่อนสาวจะยอมรักษาให้เธอหรือไม่


เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังยุ่งอยู่กับเอกสารเกี่ยวกับประวัติของคนไข้ตรงหน้าต้องละมือจากงานควานหา ทั้งที่ตาคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นตาที่แมทซ์กับรูปหนาเป็นอย่างดียังจับจ้องอยู่กับเอกสารตรงหน้าเหมือนเดิม

“เอ๊!! อยู่ไหนน้า” ในระหว่างที่ใช้มือควานหา ซึ่งหาเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเจอเจ้ามือถือตัวน้อยของตัว ชายหนุ่มจึงตัดสินใจละสายตาจากเอกสารมายังลิ้นชักโต๊ะเพื่อมองหามือถือตัวน้อยของตน

“เอ้า!! อยู่ตรงนี้นี่เอง” และก่อนที่ปลายสายจะอดรนทนไม่ได้กับระยะเวลาที่ยาวนานซึ่งเขาไม่ยอมกดรับซักที ภาสกรรีบกดแล้วกรอกเสียงไปทันทีที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของใคร

“ว่าไง...เจ้าตัวแสบ”

“พี่ภาสอ่ะ ใครตัวแสบกันคะ” แม้เวลานี้เขามองไม่เห็นหน้าของคนปลายสาย แต่เขาก็รู้ได้ในทันทีว่าเวลานี้เธอคงจะค้อนแก้มป่องส่งมาให้เขาทางโทรศัพท์เป็นแน่

“แล้วโทรหาพี่นี่มีอะไรให้รับใช้” เขาดักอย่างรู้ทัน

“พี่ภาสนี่รู้ใจน้องจริงๆ” เสียงหัวเราะสดใสจากปลายสาย ทำให้เขาอดที่จะหัวเราะตอบไม่ได้

“แล้วมีอะไรละไอ้ตัวแสบ ถึงได้โทรหาพี่ได้”

“พี่ภาสยุ่งอยู่ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ก็นิดหน่อย แต่คุยได้มีอะไรก็ว่ามา” ชายหนุ่มเลือกวางมือจากเอกสารตรงหน้า แล้วนั่งตัวตรงพร้อมที่จะคุยกับปลายสายทันที

“คืออย่างนี้ค่ะ พอดีเพื่อนของเรเค้ามีปัญหาเรื่องผิวหน้าเลยอยากรบกวนพี่ภาสหน่อยน่ะคะ ตอนนี้คิวที่คลินิกเต็มไหมคะพี่ภาส และพอจะมีคิวให้กับเพื่อนเรไหมคะ”

ในระหว่างที่ฟังเพื่อนสาวคุยกับพี่หมอ นิสาพยายามทำปากเพื่อบอกเพื่อนสาวให้ถามว่า วันนี้เลยได้ไหม

“เดี๋ยวพี่ขอดูคิวก่อนได้ไหม”

“ได้ค่ะ”


“ทำไมแกไม่ขอคิวพี่หมอวันนี้เลยว่ะ” นิสาต่อว่าเพื่อน

“นี่แกหัดมีความเกรงใจกันบ้างซิ คิวของพี่หมอน่ะเต็มเอียดแบบนี้จะให้ฉันขอพี่หมอแทรกคิวให้แกเนี่ยนะ”

“อืม...ใช่” นิสาพยักหน้ารับทันทีแบบไม่คิด

“ไอ้บ้า หัดมีสมบัติผู้ดีมั่งซิ” เรณุกาด่าเพื่อนสาว

“วันนี้ฉันเก็บสมบัติไว้บ้านไม่ได้เอามาด้วย” และก่อนที่เรณุกาจะว่ายังไงเสียงปลายสายก็เรียกเข้ามาก่อน

“เร เรยังอยู่ในสายไหม”

“ค่ะ พี่ภาส”

“วันนี้ตอนหกโมงเย็นเรพาเพื่อนเข้ามาหาพี่ที่คลินิกนะ คิวช่วงนั้นกำลังว่างพอดี”
คนที่เงี่ยหูฟัง เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างดีใจ สวรรค์เข้าข้างเธอแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องสู้รบปรบมือกับเจ้าสิวเหล่านี้ให้เหนื่อยใจอีก

เมื่อวางสายกับภาสกรแล้ว เรณุการีบหันมาทำสายตาเอาเรื่องกับเพื่อนสาวที่ตอนนี้กำลังทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า

“เห็นไหมในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างฉัน คนสวยน่ะนะยังไงสวรรค์คงไม่ใจร้ายให้ต้องเสียโฉมนานหรอก”

“เออ...สวยอย่างแกสวยไม่มีใครเทียบ” หญิงสาวแขวะเพื่อนที่ตอนนี้นั่งยิ้มอยู่คนเดียว

“แน่นอน!! แต่ฉันยอมให้แกสวยเทียบ” นิสาทำหน้ากวนๆ

“ย่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง”

“แล้วตกลงแกจะไปหาพี่หมอตอนไหน” เรณุกาถามเพื่อนสาวที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่
“ฉันว่าเราไปตอนนี้เลยดีกว่า ฉันใจร้อน” พูดจบรีบคว้าข้อมือเพื่อนให้ลุกขึ้น พร้อมหยิบสัมภาระต่างๆลงกระเป๋าอย่างลวกๆ

“ไปรถแกนะ รถฉันไม่มีน้ำมัน”

“เออ...เจริญเพื่อนฉัน” เรณุกาส่ายหน้าให้กับความงกของเพื่อนสาวก่อนเดินตามร่างบางไปติดๆ

“แล้วรถแกล่ะ”

“ก็จอดไว้ที่นี่”

“แล้วพรุ่งนี้แกจะมาทำงานยังไง”

“ก็ขึ้นรถเมล์มานะซิ หรือว่าแกจะใจดีมาส่งฉันหล่ะ”

“โน ไม่มีทางหรอกย่ะ ทางบ้านแกรถติดใช่ย่อย กว่าฉันจะฝ่าไปถึงบ้านแก แล้ววกกลับไปทำงานอีก สงสัยโบนงโบนัสปีนี้งดชัวร์”

“แกจะกลัวไปทำไมว่ะแค่โบนัส แค่ขอพ่อแกก็ได้มากกว่าโบนัสแล้ว”

“แกก็พูดง่ายเนอะ ถึงแม้นี่จะเป็นบริษัทของครอบครัว แต่ถ้าใครทำงานไม่ดีอย่าหวังว่าพ่อจะเห็นใจ “

“พ่อแกนี่เค็มใช่ย่อย” พูดจบหญิงสาวหัวเราะชอบใจ

เรณุกาได้แต่ส่ายหน้าระอาให้กับนิสัยม้าดีดกะโหลกของเพื่อนสาว ห้าวไม่มีใครเหมือนจริงๆให้ตายซิ...


เมื่อถึงคลินิกความงามชื่อดังนิสาได้แต่มองอย่างตลึงงันกับความหรูหราของสถานที่ บวกกับรถที่จอดสนิทอยู่ลานจอดรถอันโอ่โถงของคลินิกบ่งบอกถึงฐานะของลูกค้าที่นี่เป็นอย่างดี

“เฮ้ยเร ทำไมมีแต่รถคันหรูทั้งนั้นเลยอ่ะ”

“อ๋อ ก็พวกคุณหญิงคุณนายทั้งนั้นแหละแก” นิสาแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง ใช่...ถึงแม้ฐานนะทางบ้านของเธอคงพอไหวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาสิวบนหน้านี้ แต่ก็ยังเสียดายเม็ดเงินเหล่านั้นไม่ได้ ก็เงินทุกบาททุกสตางค์มันมาจากหยาดเหงื่อของเธอทั้งนั้นนี่นา

“ดูท่าคลินิกพี่หมอคงจะแพงน่าดูเลยนะ”

“อันนี้ฉันก็ไม่รู้นะ เพราะฉันยังไม่เคยจ่ายค่ารักษาเองสักที”

ก็ใช่ซิย่ะ...เธอน่ะน้องสาวของเจ้าของคลินิกนี่นา ส่วนฉันเป็นใครล่ะ ส่วนลดจะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แงๆๆ ยิ่งคิดถึงเม็ดเงินที่จะต้องเสียไปให้กับเจ้าสิวเม็ดเป้งๆเต็มหน้าเหล่านี้ก็อดจะเสียดายไม่ได้

“แกรอฉันตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปดูพี่หมอให้ว่าว่างหรือยัง”

“อื้อ...” หญิงสาวพยักหน้ารับ เมื่อเพื่อนสาวไปแล้วเธอจึงใช้สายตากวาดล้าง เอ้ย...ใช้สายตาสำรวจรอบๆ พลันสายตาเหลือบมองเห็นบอร์ดรายชื่อของพนักงาน จึงตัดสินใจเดินไปยืนจ้องอย่างสนใจ

หมอมีตั้งเยอะ...แล้วคนไหนที่เป็นพี่ชายของเรณุกากันนะ โห...แถมหมอแต่ละคนหน้าตาหล่อๆทั้งนั้น อย่างนี้หน่อยค่อยคุ้มกับเม็ดเงินที่จะเสียไป (กร๊าก นี่ฉันเห็นแก่หมอหล่อๆหรอกเหรอเนี่ย ตายแล้วๆ) หญิงสาวพยายามสลัดภาพหล่อๆของหมอเหล่านั้นออกไป

อืม...มีรายชื่อแปะด้วยแฮะ อ้อ...นี่ไงพี่หมอภาสกรของเรณุกา หญิงสาวเลื่อนสายตาสำรวจใบหน้าคมเข็มของหมอแต่ละคน โหเว้ย...ทำไมแต่ละคนหน้าตาหมดจดอย่างนี้นะ

ไม่ทันที่หญิงสาวจะสำรวจความหล่อ เอ้ย!! สำรวจใบหน้าของหมอหมดทุกคน จู่ๆก็มีเสียงนุ่มน่าฟังของใครคนหนึ่งดังขัดขึ้น

“จ้องนานๆระวังสายตาเสียเอานะครับ”

อ๊ายยย...หนุ่มในชุดกาวน์สีขาวสะอาดหมดจด แต่หน้าของเขานี่ซิหมดจดยิ่งกว่ากำลังส่งยิ้มให้เธอ แต่เธอมั่นใจว่ายิ้มนั้นมีแววล้อเลียนมากกว่า
หญิงสาวรีบละสายตาจากบอร์ดตรงหน้าทันที แล้วหันไปส่งยิ้มแหยๆให้เขาอย่างเสียไม่ได้

“มารักษาผิวหน้าเหรอครับ” เมื่อเห็นว่าเธอยังคงเงียบเขาจึงเอ่ยถาม

“อ้อ...ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ แล้วหันซ้ายหันขวามองหาเพื่อนสาวซึ่งได้หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว ทั้งที่บอกกับเธอว่าจะเข้าไปหาพี่หมอแค่แป๊บเดียวเท่านั้น

จู่ๆหมอหนุ่มก็ยื่นหน้ามาใกล้เธอเพื่อสำรวจทั่วใบหน้า หญิงสาวผงะหลังทันทีอย่างตกใจจนหมอหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่จริงๆกับท่าทางหวงตัวของหญิงสาว

“อืม...สิวอักเสบด้วยนะครับเนี่ย” หมอหนุ่มขมวดคิ้วพิจารณาเจ้าสิวเม็ดเป้งๆบนใบหน้าเธอ

ไม่ต้องมาตอกย้ำก็ได้เจ้าค่ะคุณหมอ(สุดหล่อ) แค่นี้ก็ทำให้ฉันขาดความมั่นใจไปมากโขแล้ว ไม่ต้องมาย้ำให้ฉันเจ็บใจมากกว่านี้ได้ไหม

เมื่อเห็นคิ้วที่ขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจของเธอหมอหนุ่มจึงได้แต่หัวเราะหึๆอย่างถูกใจ


“หมอนุค่ะ คนไข้รอในห้องแล้วนะคะ” เหมือนเสียงฟ้ามาโปรด เมื่อมีพนักงานสาวคนหนึ่งเรียกหมอจอมจุ้นคนนี้ไปซะได้

“แล้วเจอกันนะครับ” เขาหันมาบอกกับเธอก่อนเดินจากไป หญิงสาวแอบแลบลิ้นตามหลังเขาไป

“ใครจะเจอกับคุณ ฉันมารักษากับพี่หมอภาสตะหากย่ะ” เธอทำปากขมุบขมิบบอกเขา

“เป็นอะไรของแกน่ะนิสา” เรณุกามาทันตอนที่เพื่อนสาวกำลังทำท่าเหมือนลิงหลอกเจ้าอยู่พอดีเลยเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“เปล่า” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ

“แล้วพี่หมอภาสของแกว่างหรือยังหล่ะ” เธอรีบถามเพื่อกลบเกลื่อนทันที

“ว่างแล้ว นี่แหละฉันถึงได้ออกมาตามแกไง”

“งั้นเราไปหาพี่หมอกันเลยดีกว่า ฉันใจร้อนอยากหายไวๆ” นิสาดันหลังเพื่อนให้เดินก่อน ส่วนตัวเธออดไม่ได้ที่จะหันไปย่นจมูกให้กับคนที่เพิ่งเดินเข้าไปในห้องโน้นเมื่อสักครู่อย่างอดไม่ได้


เมื่อเธอกับเรณุกาเข้ามาภายในห้องของพี่หมอหลังจากเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาตเรียบร้อยแล้ว เขายังคงวุ่นอยู่กับตู้เอกสาร

“มากันแล้วหรือ” เขาเอ่ยถามทั้งที่ยังหันหลังให้เธอทั้งคู่

“ค่ะพี่ภาส” เรณุกาตอบ และเมื่อเขาหันหน้ามาเต็มๆ นิสาได้แต่อึ้งงั้นอยู่อย่างนั้นจนไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนสาวที่แนะนำเธอให้หมอภาสรู้จัก

“นี่นิสาค่ะ เพื่อนเรเอง”

หน้าของเขา...ใสปิ้ง เนียนจนเธออยากเอื้อมมือไปสัมผัสดูว่านั่นน่ะหน้าคนจริงหรือไม่ ทำไมถึงได้ใสได้ใสดีแบบนี้นะ

เหมือนอีตาหมอจอมจุ้นเมื่อครู่นี้เลย นั่นน่ะหน้าก็หว้านหวาน นี่เธอคงเป็นบ้าไปแล้ว ในใจตอนนี้รู้สึกอยากแต่จะสัมผัสใบหน้าเนียนนุ่มของพี่หมอเท่านั้น

“นิสา” เรณุกากระทุ้งศอกเรียกสติเพื่อน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนตะลึง และได้แต่มองหน้าของพี่หมออยู่อย่างนั้น

“เอ้ย...แกว่าอะไรนะ” เมื่อโดนข้อศอกของเพื่อนกระทุ้งเข้าให้ จึงทำให้สติของเธอกลับมาเหมือนเดิม

“พี่ภาส พี่หมอที่ฉันพูดถึง”

“อ้อ สวัสดีค่ะพี่หมอภาส” นิสาเอ่ยเสียงตะกุกตะกักด้วยความเขิน

“สวัสดีครับ เรียกพี่ภาสเฉยๆดีกว่านะ ไม่ต้องมีคำว่าพี่หมอหรอกพี่ว่า”

“ค่ะ พี่ภาส” หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว

“แล้วไปทำอะไรมาสิวถึงได้ขึ้นหน้าอย่างนั้น” นิสายกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองทันทีที่เค้าเอ่ยถาม

“แน่ะ มือยังไม่ล้างเลย ไปลูบหน้าแบบนั้นได้ยังไง” เขาเอ็ด

“แหะๆ ก็มันเผลอนี่ค่ะ”

“นี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิวไม่หายสักทีนะ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยๆให้กับเขา

“ไหนพี่ดูซิ...โหหนักเอาการนะเนี่ย” หมอหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ พร้อมใช้นิ้วดันคางมนของเธอให้หันซ้ายทีขวาทีเพื่อสำรวจให้ทั่วไปหน้า

“มีทั้งรอยแผลเป็นที่เกิดจากการแกะ และสิวอักเสบ อย่างนี้น่าจะหายช้านะพี่ว่า”
“แล้วจะทำยังไงดีละคะพี่หมอ นิสาอยากให้หายก่อนเดือนหน้าน่ะค่ะ”

“พี่ก็ไม่ค่อยว่างเสียด้วยซิช่วงนี้ ถ้างั้นเดี๋ยวพี่ให้หมอนุเป็นเจ้าของไข้ของนิสาแล้วกันนะ”

หมอนุ...ทำไมชื่อนี้มันช่างคุ้นนักนะ หญิงสาวพยายามนึกว่าเธอเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อน แล้วใบหน้าคมเข้มในชุดกาวน์สีขาวเมื่อสักครู่ก็ลอยผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเธอ

“อ้ายยย อีตาหมอจอมจุ้น” เธอเผลออุทานออกมา

“ว่าอะไรนะ” ทั้งหมอภาสกรทั้งเรณุกาเอ่ยถามหญิงสาวพร้อมๆกัน

“เอ่อ เปล่าค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าพรืดทันที พร้อมยิ้มแหยๆให้กับทั้งคู่ โอ้ย!! พี่ภาสของเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอว่าเขาหรือเปล่าน้อ…

“เดี่ยววันนี้พี่ขอตรวจสอบผิวหน้าของนิสาก่อนนะ” แล้วเขาก็ให้เธอยื่นหน้าเข้าใกล้ ในมือเขามีอุปกรณ์อะไรบางอย่าง ถ้าให้เธอเดาก็คงจะเป็นเครื่องตรวจสอบผิวหน้าละมั้ง เขาใช้มันมาไล้ไปตามผิวหน้าของเธอ แล้วมันก็ประมวลผลไปยังหน้าจอของทีวีที่เขาต่อพ่วงเข้ากับเจ้าเครื่องจิ๋วนี่

“อืม...สภาพหน้าถือว่าโอเคอยู่นะ แต่สิวเหล่านี้นี่สิน่าเป็นห่วง อาจเป็นเพราะนิสาทั้งแกะทั้งบีบเลยทำให้อักเสบมาก”

เขาใช้เจ้าเครื่องจิ๋วไปหยุดอยู่ตรงหัวสิวที่อักเสบของเธอ แล้วชี้ให้เธอดูจอของทีวีที่ตอนนี้มีเจ้าสิวอักเสบยิ้มเผล่อวดเธออยู่ในนั้น

“รู้สึกจะมีหนองด้วยนะ”

โอ้ย!! ยิ่งฟังเขาพูดเธอยิ่งจะรับสภาพใบหน้าของตัวเองไม่ได้ยิ่งขึ้น

“ต่อไปนิสาห้ามแกะห้ามบีบเด็ดขาดเลยนะ”

“จะพยายามค่ะ” เธอรับปากด้วยเสียงอ่อยๆ

“ไม่พยายามครับ นิสาต้องทำให้ได้” ชายหนุ่มยังคงไล้เจ้าเครื่องจิ๋วนั้นไปตามใบหน้าเธอพร้อมปากก็อธิบายไปเรื่อยๆ หญิงสาวเผลอมองปากได้รูปของเขาที่ขยับขึ้นขยับลง แล้วเลยมองไปถึงใบหน้าเนียนใสที่ปราศจากริ้วรอยใดๆทั้งสิ้นนั้นอย่างเผลอไผล

ผู้ชายอะไรเนี่ย หน้าก็เนียน ปากก็ได้รูป น่าจูบ เอ้ย!!! น่ารัก...สงสัยเธอจะเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆนิสาเอ้ย...

“โอเค เรียบร้อยครับ”

หมอภาสกรวางเครื่องมือแสกนใบหน้า พร้อมหันไปเขียนอะไรยิกๆสักอย่างในแฟ้มตรงหน้าเขา มือหนาขยับแว่นตานิดหนึ่งก่อนลงมือเขียนต่อ สักพักจึงหันมามองเธอกับเรณุกา

“วันนี้พี่จะสั่งยาให้สองสามตัวนะ ส่วนเจ้าของไข้พี่จะให้หมอนุเป็นผู้ดูแลเคสของนิสา เพราะช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่าง

“แล้วทำไมต้องหมอนุด้วยละคะพี่ภาส” หญิงสาวทำเสียงเศร้าๆ จนคนฟังเลิกคิ้วถามอย่างงงๆ ว่าทำไมนิสาถึงต้องทำสีหน้าแบบนั้นด้วย

“ทำไมล่ะ นิสามีปัญหาอะไรกับหมอนุหรือเปล่า”

“เอ่อ...เปล่าค่ะ แต่หมอที่นี่มีตั้งหลายคนทำไมต้องเป็นหมอนุด้วยละคะ”

“หมอนุเป็นหมอที่เก่งนะ พี่เลยอยากให้เป็นคนดูแลนิสาแทนพี่ แต่ถ้านิสาไม่สะดวกพี่ก็จะหาหมอคนใหม่ให้ แต่คงจะต้องเช็คคิวของหมอแต่ละคนก่อน”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ หมอนุก็หมอนุ” หญิงสาวทำเสียงผิดหวัง ก่อนจะปรับเสียงให้ปกติเหมือนเดิม

ทำไมจะต้องเป็นหมอจอมจุ้นคนนั้นด้วยนะ เมื่อคิดถึงแววตาที่ล้อเลียนของเขาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาก็อดที่จะโมโหไม่ได้ ใช่ซิ...ก็หน้าของเขาออกจะเนียนใสขนาดนั้น เมื่อเห็นใบหน้าที่มีแต่สิวเขรอะของเธอคงจะสมน้ำหน้าละซิ


คนที่กำลังถูกหญิงสาวแอบนินทาบวกบ่นในใจจามติดต่อกันติดๆจนคนไข้ที่กำลังนั่งรับการตรวจผิวหน้าจากเขาต้องเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“หมอนุเป็นหวัดหรือเปล่าคะ เห็นจามไม่หยุดเลย”

“ไม่ครับ ผมสบายดีแต่ทำไมถึงจามไม่หยุดแบบนี้ก็ไม่รู้ซิ” เขาหันไปหยิบผ้ามาปิดจมูกตัวเองไว้ เผื่อว่าถ้าเขาเป็นหวัดจะได้ไม่ติดคนไข้ไปด้วย

หมอหนุ่มใช้สมาธิในการตรวจผิวหน้าให้กับคนไข้อย่างละเอียดและรอบคอบที่สุด แต่ไม่วายที่สมองน้อยๆของเขาจะแล่นคิดไปถึงหน้าที่มีแต่สิวของหญิงสาวอีกคนหนึ่ง

สายตาที่จับจ้องอยู่บนบอร์ดนั้น เป็นแววตาที่แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น คิ้วที่ขมวดมุ่นของเธอทำให้เขาอยากที่จะเอ่ยแซว เมื่อคิดถึงใบหน้าตื่นๆของเธอในตอนที่ถูกเขาแซวแล้วนั้น ชายหนุ่มอดที่จะหัวเราะออกมาคนเดียวไม่ได้ จนคนไข้ต้องถามขึ้นมาอีกรอบหนึ่งด้วยความสงสัย

“หมอนุหัวเราะอะไรคะ มีอะไรน่าขำหรือเปล่า”

“เอ่อ...เปล่าครับ พอดีผมคิดอะไรขึ้นมาได้เลยทำให้อดที่จะหัวเราะไม่ได้ ขอโทษครับ” เขากล่าวคำขอโทษเสร็จก็ลงมือตรวจอีกรอบ คราวนี้พยายามที่จะไม่คิดวอกแวกอีกแล้ว...


ร่างบางของสองสาวที่กำลังเดินผ่านหน้าเขาไป ทำให้หมอหนุ่มไม่รอช้าที่จะเข้าไปทักทาย เพราะหนึ่งในนั้นเป็นบุคคลที่เขารู้จักดี ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นคนที่ทำให้สมาธิเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอดเวลาที่ตรวจผิวหน้าคนไข้

“เร” เขาเรียกชื่อคนที่เขาคุ้นเคยแต่สายตาจับจ้องไปยังคนที่ยืนทำให้ตูมทันทีที่เห็นหน้าเขา

“อ้าวพี่นุ สวัสดีค่ะ”

“จ๊ะ มาหาหมอภาสหรอครับ” เขาพยักน้ารับไหว้หญิงสาวพร้อมเอ่ยถาม

“ค่ะ พอดีพาเพื่อนมาปรึกษาพี่ภาสด้วย” นุภาพมองหน้าหญิงสาวอีกคนที่ตอนนี้ยืนทำหน้าบูดใส่เขา ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า

“นิสาค่ะ เพื่อนของเรเอง” นิสายืนทำเป็นไม่ได้ยินที่เพื่อนแนะนำเธอให้เขารู้จัก
“นิสา” เรณุกาปรามเพื่อนเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าเธอทำกิริยาไม่สุภาพ หญิงสาวสะบัดหน้างอนๆให้เพื่อนก่อนตัดสินใจยกมือไหว้คนที่เพื่อนแนะนำ

“สวัสดีค่ะ” เธอทักเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกฝ่ายหัวเราะหึๆ อยู่ในลำคอเมื่อเห็นเธอเชิดคอระหงนั้นขึ้นจนเกรงว่าคอเธอจะเคล็ดไปซะก่อน ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจหรือเปล่า

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับนิสา” เมื่อได้ยินเขาเรียกชื่อเธออย่างสนิทสนมก็อดไม่ได้ที่จะค้อนขวับเข้าให้อีก แต่ได้แต่ส่งค้อนไปเท่านั้น เพราะเธอไม่พูดออกมาสักคำนอกจากสายตาเขียวๆนั้น

“พี่นุจะเข้าไปหาพี่ภาสหรือเปล่าคะ”

“ครับ ได้ยินเจ้าภาสว่าจะมีคนไข้ให้พี่อีกรายน่ะ”

“แล้ววันนี้พี่นุต้องเข้าโรงพยาบาลอีกไหมคะ หรือว่าเสร็จจากคลินิกแล้วกลับบ้านเลย” ที่หญิงสาวถามไปแบบนั้นก็เพราะว่าที่จริงแล้วหมอนุภาพทำงานประจำอยู่ที่โรงพยาบาลของรัฐควบคู่ไปด้วย ส่วนที่คลีนิคแห่งนี้เขาก็เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญอีกคนหนึ่งรองจากหมอภาสกร

“คงจะกลับบ้านเลยครับ เพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว แล้วเรกับนิสากลับกันยังไงพี่ไปส่งไหม”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่นุพอดีเรขับรถมา คงเลยไปส่งนิสาที่บ้านด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นแล้วค่อยเจอกันนะครับ” เหมือนว่าเขาพูดกับเรณุกาแต่สายตากลับจับจ้องไปยังอีกคนหนึ่งที่ยืนทำหน้าเหมือนไม่สนใจคำพูดของคนทั้งคู่

“ค่ะ งั้นเรกับนิสาขอตัวเลยนะคะพี่นุจะได้เข้าไปหาพี่ภาสซักที”

สองสาวเดินพูดคุยหัวเราะกันไปโดยที่ไม่ได้หันกลับหลังมามองเขาอีกเลย ชายหนุ่มเชื่อว่าคนไข้ที่ภาสกรจะยกให้เขาต้องเป็นเธอผู้นี้แน่ๆ ไม่รู้เป็นไงซิเพียงแค่เขาได้เห็นหน้าเชิดๆ ปากยื่นๆของเธอเวลาที่ทำสีหน้าไม่พอใจแล้วหัวใจเขารู้สึกเต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะซะอย่างนั้น นี่เขาเป็นอะไรไปแล้วนะ

หมอหนุ่มอมยิ้มตามหลังร่างบางที่ออกจะห้าวๆนั้นอยู่คนเดียว ก่อนตัดสินใจละสายตาจากร่างนั้นเพื่อไปหาหมอภาสกรที่ห้องของเขา


นิสาเหลือบมองหน้าของหมอหนุ่มอย่างทึ่งๆเวลาที่เขายื่นหน้ามาใกล้เพื่อพิจารณาสิวบนใบหน้าของเธออย่างละเอียด ถึงแม้จะรู้สึกว่าหน้าของเขาจะยื่นมาใกล้เกินเหตุแล้ว แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าจะปริปากต่อว่าเขาแต่อย่างใด เพราะกลัวว่าสิวบนใบหน้าของตัวเองจะหายไม่ทันงานแข่งกีฬาเทควอนโดนั่นเอง

ยิ่งมองใกล้หน้าเขาก็ยิ่งใส ใสกิ๊กจนผู้หญิงอย่างเธอยังต้องแอบกลืนน้ำลายด้วยความอาย มือของเขาถึงแม้จะหนาตามสรีระของร่างกายแต่มันกลับนุ่ม ยิ่งเวลาที่เขาใช้มันสัมผัสใบหน้าของเธอช่างอ่อนโยนยิ่งนัก

ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าของเธอจะแมนเต็มร้อย หรือว่ามีแอบอาการอะไรไว้หรือเปล่า เมื่อคิดเช่นนั้นนิสาจึงลอบสังเกตอาการของเขา เพราะเธอมั่นใจว่าถึงแม้ว่าเขาจะเก็บอาการไว้เพียงไร มันต้องมีซักครั้งที่เขาจะเผลอทำอะไรออกมาเพื่อแสดงให้รู้ว่าเขาไม่เต็มร้อย

“มองอะไรผมนักหนา หืม...” เขาเลิกคิ้วถามตรงๆ จนทำให้คนที่แอบมองตองทำตาเลิ่กลั่กอย่างคนโดนจับได้ แล้วหาข้อแก้ตัวไม่เจอ จนทำให้หมอหนุ่มที่กำลังตรวจผิวหน้าให้เธอต้องหัวเราะอย่างถูกใจ

“แล้วคุณล่ะ หัวเราะอะไรนักหนา มีอะไรขำนักหรอ”

เขากลับไม่ตอบว่าอะไร แต่ทำเป็นเฉไฉสนใจสิวบนใบหน้าเธอแทน อันที่จริงแล้วเขาไม่จำเป็นจะต้องตรวจผิวหน้าเธออีกรอบก็ได้ เพราะข้อมูลที่หมอภาสกรส่งมาให้ก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่รู้เป็นไร...ตั้งแต่วันที่เห็นเธอยื่นหน้าอยู่หน้าบอร์ดวันนั้นเขากลับอยากเข้าใกล้เธอ อยากสัมผัส อยากรู้จักให้มากขึ้น

แต่รู้สึกว่าสวรรค์จะไม่เข้าข้างเขาเท่าไหร่นัก เพราะดูเหมือนว่าเธอตรงหน้าคนนี้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่


นิสาไม่วายที่จะลอบสังเกตพิจารณาเพื่อหาความผิดปกติของเขาตามที่ตนตั้งข้อกล่าวหา หญิงสาวเหลือบมองนิ้วมือเรียวยาวของเขาเผื่อว่านิ้วจะกระดก ตามทฤษฎีของการจับเกย์ว่างั้นเถอะ...

แต่มองยังไงนิ้วก็ไม่กระดกซักที จึงลอบถอนหายใจว่า เธอควรจะจับเขายังไงดี
“อ้าว...จากมองหน้า กลายเป็นมองมือซะงั้น”

หญิงสาวแอบค้อนเขาประหลับประเหลือก รู้สึกจะรู้ตัวตลอดเวลาเลยนะพ่อคู้นนนนน...

“อย่าค้อนจนตาคว่ำแบบนั้นซิครับ” เขายังแหย่เธอไปเรื่อย

“แล้วไอ้ที่ตรวจๆเนี่ย เสร็จหรือยังฉันเมื่อยแล้วนะ”

“เกือบแล้วล่ะ” ...ขอสัมผัสหน้าคุณอีกสักนิดเถอะ หมอหนุ่มแอบต่อใจใน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าตอนนี้ได้ถูกคนตรงหน้าตั้งฉายาให้ตัวเองแล้วว่า...

‘อีตาหมอเกย์ขี้เก๊ก’

ไม่นานนัก...เขาก็ยอมวางมือจากการตรวจสอบสภาพใบหน้าของเธอ เขาจดอะไรบางอย่างลงในแฟ้มตรงหน้า เสร็จแล้วเงยหน้ามามองหน้าตูมๆนั่น

หมอนุภาพส่ายหัวยิ้มๆให้กับภาพที่เขาเห็น สีหน้าไม่รับแขกพร้อมเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตากับเขา ไม่รู้เลยว่าเขาไปทำอะไรให้เธอโกรธเธอเกลียดกันตอนไหน หรือว่าตั้งแต่ชาติปางก่อนกันนะ

เสียงหัวเราะหึๆของหมอหนุ่มทำให้คนที่โดนเขานินทาในใจเมื่อสักครู่หันหน้าควับมาทางต้นเสียง

“หัวเราะอะไรไม่ทราบคะ”

เสียงที่เธอถามมาอย่างห้วนๆทำให้หมอนุ่มได้แต่คิดว่า จุดเริ่มต้นของเขากับเธอไม่เรียบซะแล้ว


ร่างบางในชุดเทควอนโดสีขาว...ยืนปาดเหงื่อด้วยหลังมือ เธอไม่ใส่ใจหาผ้าสะอาดๆไว้เช็ดเหงื่อเหล่านั้นเลย มิน่ามันถึงขึ้นมากขนาดนั้น หมอนุภาพยืนส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมเหล่านั้นอย่างขำๆ

แล้วถ้าเธอไม่ดูแลตัวเองอย่างนี้ หมออย่างเขาจะช่วยได้ไหมเนี่ย...หญิงสาวที่ยืนกำกับการฝึกฝนของลูกศิษย์ตั้งแต่ตัวน้อยจนถึงตัวโตเหล่านั้นอย่างมาดเข้ม เสียงทรงพลังของเธอที่เปล่งออกมาช่างไม่เหมาะกับหน้าหวานๆของเธอสักนิด

“ผ้าเช็ดหน้าครับ” หมอนุภาพยื่นผ้าสีขาวสะอาดให้กับเธอก่อนที่หลังมือที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเธอจะสัมผัสถึงผิวหน้าขาวใสแต่ไม่ไร้สิวนั้น...

“ขอบคุณ แต่ไม่ต้อง” เธอทำเสียงขุ่นๆให้กับผู้มาใหม่ แอบมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่นี่

หญิงสาวยกหลังมือปาดเหงื่อโดยที่ปฏิเสธผ้าผืนสีขาวจากมือของเขา หมอหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอากับเธอ

“แล้วถ้าคุณใช้หลังมือแบบนั้นเมื่อไหร่สิวบนใบหน้าของคุณจะหายละครับ” นิสาชะงักมือที่กำลังจะยกขึ้นปาดเหงื่ออีกรอบ

...นั่นสินะ เธอก็ลืมไปซะสนิทเลย มัวแต่ใช้ความเคยชินจนลืมข้อนี้...
หญิงสาวหยิบผ้าผืนขาวจากมือของเขาแรงๆ ไม่วายจะขอบคุณด้วยสายตาค้อนๆอีกวงหนึ่ง

“ขอบคุณสักคำก็ไม่มี” เขาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ทำให้คนที่กำลังจะก้าวขาหนี ต้องหยุดชะงักแล้วหันมามองหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มนั้น

คนอะไร...ยิ้มได้ตลอดเวลาจริงๆ ตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เธอกล่าวหาเขาว่าเป็นเกย์นั้นจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะมองดูไปก็ไม่เห็นว่าเขาจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนเลยแฮะ...

หรือว่าที่ผ่านมาเธอจะกล่าวหาเขาเกินไป แต่ไม่ได้ๆ หน้าตาหล่อๆคมๆแบบนี้นี่แหละไว้ใจยากนักแล...หญิงสาวคิดเองสรุปเองคนเดียวอีกตามเคย

ท่าเอียงคอมองเขานั้น...ทำให้หมอนุภาพต้องเลิกคิ้วเชิงถามอย่างงงๆว่าทำไมเธอถึงต้องพิจารณาเขามากขนาดนี้นะ เมื่อคิดได้ว่าตัวเองทำหน้าอยากรู้เกินไปแล้ว หญิงสาวแอบสะดุ้งเล็กน้อยแล้วเสแสร้งด้วยการกล่าวขอบคุณแบบห้วนๆไป

“ขอบคุณ” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินหนี ปล่อยให้หมอหนุ่มยืนหัวเราะคนเดียวเช่นเคย


เขาคงจะบ้าไปแล้ว...ที่หลับตาก็เจอแต่ใบหน้าที่มีสิวของเธอ ลืมตาก็อยากพบแต่หน้าสิวๆของเธอ สงสัยเขาอยู่กับสิวจนจะเพี้ยนไปเสียแล้วมั้งเนี่ย...

เมื่อนิสาหมดเวลาในการสอนนักเรียนของเธอแล้ว จึงเดินออกมาจากห้องกะจะเก็บของเพื่อกลับบ้าน เพราะวันนี้รถเธอต้องเข้าอู่ซ่อมด้วยเลยต้องขึ้นรถเมล์กลับบ้านเอง แต่เมื่อเธอเดินออกจากห้องมาก็พบว่ามีหน้าใสๆของหมอหนุ่มนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ก่อนแล้ว

“หมดเวลาสอนแล้วใช่ไหมครับ” เมื่อเห็นหน้าตูมๆของเธอโผล่ออกมาจากห้องสอนเทควอนโด หมอนุภาพรีบลุกจากเก้าอี้ตรงดิ่งไปหาเธอทันทีโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะตีหน้ายักษ์ให้แค่ไหน

“ว่างนักหรือไงคุณ มาอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน” อดไม่ได้ที่จะประชดออกไป

“วันนี้ผมว่างครับ เลยมาดูแลคนไข้นอกสถานที่” เขาตอบหน้าเป็นจนน่าหมั่นไส้
รอยยิ้มที่ทอดมาตลอดเวลาของเขา ทำให้อารมณ์บูดๆเมื่อสักครู่ของเธอมอดลงบ้าง

“วันนี้ผมขอไปส่งนะ” เขาว่า

“ฉันเอารถมาเอง” หญิงสาวปฏิเสธพร้อมปดไปพร้อมๆกัน

“รถคุณอยู่อู่” นิสาวหันควับไปหาใบหน้าที่เปื้อนยิ้มนั้นทันที...เขารู้ได้ยังไงกัน

“ผมมีญานวิเศษ” เมื่อเห็นหน้าใคร่อยากรู้ของเธอ เขาจึงตอบไปแบบนั้น

“แล้วคุณล่วงรู้อนาคตของคุณต่อจากนี้ไหม?” เธอเลิกคิ้วถามกวนๆ

“รู้ซิ”

“รู้ว่า” อดไม่ได้ที่จะต่อปากต่อคำกับเขา อยากรู้เหมือนกันว่าอีตาหมอหน้าเป็นจะตอบว่ายังไง

“รู้ว่า...อีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ ผมจะมีสาวสวยนั่งเคียงคู่กลับบ้านกับผม”

“แปลว่าคุณไม่มีญานวิเศษจริง เพราะฉันจะไม่ไปกับคุณ” เธอลอยหน้าลอยตาตอบ แต่ก็อดยิ้มกับคำตอบเขาไม่ได้

“ผมบอกว่าสาวสวยตะหาก ไม่ใช่คุณสักหน่อย” เขาลอยหน้าตอบกลับบ้าง ทำให้คนที่อมยิ้มเมื่อสักครู่หุบยิ้มแทบไม่ทันก่อนสะบัดหน้าอย่างงอนๆพร้อมจะก้าวขาหนี แต่ยังไม่ได้ก้าวก็มีมือหนามาฉุดแขนไว้ก่อน เมื่อหญิงสาวหันไปก็เจอแต่หน้าที่เปื้อนยิ้มอีกตามเคย

คนอะไรเนี่ย...ยิ้มได้บาดตาบาดใจจริงๆ เวลาเขายิ้มตาก็หวานเชื่อม โอ้ย...แค่นี้ใจก็จะละลายแล้ว เลิกยิ้มซักทีได้ไหม เดี๋ยวเธอก็ตกหลุมรักเกย์ซะเลยนี่ หญิงสาวยังคงปักใจเชื่อว่าหมอหนุ่มไม่เต็มร้อยเหมือนเดิม

“ผมล้อเล่นน่า” เขาฉุดแขนเธอไว้อย่างนั้น ไม่ยอมปล่อยจนมีสายตาเคืองๆส่งมาให้นั่นแหละเขาถึงยอมปล่อยแขนนั่น

“ไปเปลี่ยนชุดเถอะ วันนี้ขอผมไปส่งคุณนะ” เขาบอกเมื่อเห็นว่าเธอยังอยู่ในชุดเทควอนโดสีขาวคาดสายสีดำอยู่อย่างนั้น

ดีนะที่เธอไม่จับเขาทุ่มเวลาที่เธอโกรธ ดีที่เธอแค่ส่งสายตาเขียวปั๊ดมาให้ ไม่เช่นนั้นเขาคิดว่าตัวเองคงแย่แน่ๆ เพราะเขามักจะชอบทำให้เธอเคืองบ่อยๆถึงแม้ไม่รู้สาเหตุว่าที่เธอเคืองนั้นคืออะไรก็ตามแต่...

“อีกอย่าง...อย่าทำหน้าบูดบ่อยๆนะครับ นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ ทางที่ดีพยายามยิ้มบ่อยๆ ถ้าไม่รู้ว่าจะยิ้มให้ใครดี ก็ยิ้มให้ผมนี่แหละ” เขาว่าก่อนที่เธอจะผละตัวไปเปลี่ยนชุด


“อย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้น ไม่ดีครับ...เพราะนั่นแปลว่าคุณกำลังเครียด และความเครียดก็สามารถทำให้สิวบนใบหน้าของคุณไม่ยอมหายสักที ถึงแม้คุณจะใครครีมราคาแพงๆแค่ไหน ถ้าคุณไม่รักษาสุขภาพของคุณเอง ครีมเหล่านั้นก็ไม่เป็นผลอะไร” เขาร่ายยาวให้กับเธอทุกครั้งที่เธอเผลอทำหน้าอย่างนั้น

บางครั้ง...เธอก็ไม่ได้อยากทำหน้าแบบนั้นสักหน่อย แต่บางทีคนเราก็ต้องมีเรื่องให้คิด จะมากหรือน้อยก็ทำให้เครียดได้ แต่สำหรับเธอ...ตอนนี้เครียดเรื่องเดียวคือ เรื่องการฝึกซ้อมเทควอนโดให้กับเด็กนักเรียน เพราะอีกไม่กี่วันก็ถึงวันแข่งแล้ว

เหมือนหมอหนุ่มจะรู้ว่าเรื่องที่ทำให้เธอเครียดนั้นเรื่องอะไร...เขาก็ได้แต่แนะนำเท่าที่จะทำได้ เพราะเขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับกีฬาด้านนี้ ถึงแม้อยากช่วยก็คงจะทำให้เธอยุ่งยากขึ้นมากกว่า

“ทุกอย่างย่อมเป็นไปตามทางของมัน เราก็คงจะทำเท่าที่เราทำได้ กีฬาก็เช่นกันย่อมมีแพ้มีชนะ ถ้าคุณคิดแต่จะชนะอย่างเดียวโดยไม่เผื่อใจไว้สำหรับการพ่ายแพ้บ้าง นั่นยิ่งจะทำให้คุณเจ็บมากยิ่งขึ้น”

นิสามองหน้าเขาอย่างขอบคุณที่เขาคอยให้คำแนะนำกับเธอมาโดยตลอด หลายวันมานี่เขายังคงปฏิบัติกับเธอเหมือนกับวันแรกที่ได้รู้จักกัน

เขายังคงพูดคุย หยอกล้อ ส่งยิ้มส่งกำลังใจให้ตลอดทุกครั้ง...ถึงแม้ตอนนี้ใบหน้าของเธอจะปราศจากสิวแล้ว แต่เขาก็ยังคงแนะนำและคอยเตือนเธอเสมอ

หรือไม่บางที...สิวที่เกิดขึ้นมาตอนนั้น อาจเป็นพรมลิขิตที่ทำให้เธอได้พบกับเขาก็เป็นได้

“ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ” เขากระซิบบอกเบาๆ

“ขอบคุณค่ะ” เป็นครั้งแรกที่เธอยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ และลบความคิดคำว่า “หมอเกย์” ออกจากสมองไปจนหมดสิ้น

“และอีกเรื่องนะ...”หมอหนุ่มพูดพร้อมเว้นจังหวะเล็กน้อย

“ผมไม่ใช่เกย์ ผมแมนเต็มร้อย” เมื่อได้ยินคำพูดของเขาทำให้หญิงสาวอ้าปากเหวอ เขารู้หรือนี่ว่าเธอคิดอะไรอยู่

“หน้าคุณน่ะ เดาง่ายจะตายว่าคิดอะไรอยู่ อย่างตอนนี้ก็เช่นกัน...” เขาว่า

นิสาเอียงคอมองเขาเล็กน้อย “แล้วตอนนี้คุณคิดว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่”

“คุณคิดว่าจะปลูกสิวขึ้นมาใหม่ใช่ไหม...คุณจะได้อยู่ใกล้ๆผมตลอดเวลา” พูดจบเขาก็หัวเราะอย่างถูใจ

อีตาหมอบ้าคิดได้ไงเนี่ย...อืม แต่ก็เป็นความคิดที่ดีสำหรับเธอนะเนี่ย แล้วจะเอาไปพิจารณาเป็นกรณีพิเศษแล้วกันนะ...เธอจะได้อยู่ใกล้เขาตลอดเวลาอย่างที่เขาพูดไง













Create Date : 23 มกราคม 2551
Last Update : 23 กรกฎาคม 2551 23:20:10 น. 17 comments
Counter : 354 Pageviews.

 
อิมเมจพระเอกเรื่องนี้ค่ะ





โดย: หนึ่งเดียวในใจ วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:11:53:30 น.  

 
อิมเมจนางเอกห้าวๆของเรื่องนี้ค่ะ



โดย: หนึ่งเดียวในใจ วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:12:01:32 น.  

 
อิมเมจพระเอกน่ะใช่เลย
แต่นางเอกของเปลี่ยนได้เปล่า อยากได้พอลล่ามากกว่า อิอิ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:12:19:38 น.  

 
คุณนาห์... หุหุ งั้นนางเอก ใครอยากได้คนไหนเลือกกันเองนะคะ

แต่ที่จริงปาณิกอยากได้ตัวเองเป็นนางเอกคู่กับหมอโอ๊คมากกว่า ฮ่าๆๆๆ


โดย: หนึ่งเดียวในใจ วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:12:37:39 น.  

 
เหอๆ นาห์ก็เป็นนะคะที่ชอบเอาตัวเองเป้นนางเอก แต่ดูสารรูปตัวเองแล้วก็ต้องบอกถอยดีกว่า ให้คนอื่นเค้าแจ้งเกิดเถอะ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:12:53:22 น.  

 
....อ่านจบแล้ว สนุกจัง อมยิ้มโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ แล้วจะแว๊บมาอ่านอีกนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ...


โดย: G_LoVeLy วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:14:45:10 น.  

 
คุณนาห์...ธ่อว่าตัวเองแบบนั้น เราต้องยกหางตัวเองไว้ก่อน แบบปาณิกไง ไม่เคยรับความจริงซักที กร๊ากกส์

คุณ G_LoVeLy...ขอบคุณที่ชอบนะคะ และก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้า ว่างๆอ่านเรื่องอื่นๆก็ได้นน้า ยินดีต้อนรับค่ะ


โดย: ปาณิกดา IP: 61.19.66.105 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:16:58:31 น.  

 
เฮ่อ!! นางเอกน่ะ น่าจะเป็นน้ำค้างมากกว่านะ..หุหุ เป็นไงคุณเปิ้น สบายดีไหมเอ่ย ไปแล้วค่า..ไปเยี่ยมบล๊อกน้องน่านแล้วค่า..น่ารักดีค่ะ (แหมเล่นแซวกันอย่างนี้เลยเหรอคะ ไม่ดองหรอกค่ะไม่ดองแม้แต่นิดดดดดดเดียววววว...ฮา


โดย: น้ำค้างกลางใจ วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:7:09:37 น.  

 
คุณน้ำค้าง... หุหุ เรื่องนี้ขอปาณิกเป็นนางเอกคู่กับหมอโอ๊คแล้วกันนะคะ กร๊ากกก


โดย: ปาณิกดา... IP: 61.19.66.169 วันที่: 29 มกราคม 2551 เวลา:8:17:53 น.  

 
ไม่ด้ายยยย..หรอกค่ะคุณปาณิก ของอย่างนี้ใครดีใครด้ายยย..ซิค๊า.....หุหุ


โดย: น้ำค้างกลางใจ วันที่: 30 มกราคม 2551 เวลา:19:32:54 น.  

 
คุณน้ำค้าง... หุหุ ถ้าเป็นเยี่ยงนี้ให้หมอโอ๊คตัดสินเลยดีกว่า ฮิๆ


โดย: ปาณิก IP: 61.19.66.168 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:7:13:47 น.  

 
หวัดดีวันจันทร์ค่ะคุณปาณิก วันนี้ไม่เห็นไปเตร่แถวบล๊อกหลานชายเลยค่ะ หรือว่าวันนี้ความไร้สาระหายไปไหนหมดดดดด....หุหุ


โดย: น้ำค้างกลางใจ วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:03:25 น.  

 
วันนี้อยู่โหมดขี้เกียจจ้าคุณน้ำค้าง
ตอนนี้หัวหมองไม่แล่นเลย เรื่องสั้นยังค้างเติ่งอยู่
แต่งต่อไม่ได้เรยยยย เศร้า...


โดย: ปาณิก... IP: 61.19.66.158 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:14:23 น.  

 
หวัดดีค่ะ คุณปาณิก วันนี้น้ำค้างรู้สึกเหงาจัง เลยแวะมาเยี่ยมคุณปาณิก เผื่อความไร้สาระจะติดไปมั่งจะได้คิดอะไรออกเนอะ ..หุหุ..


โดย: น้ำค้างกลางใจ วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:23:21 น.  

 
คุณน้ำค้าง... ติดความไร้สาระไปเยอะๆก็ได้นะคะ
เผื่อว่าจะช่วยคลายความเหงาได้

อย่าเหงานานนะ ยิ้ม ยิ้ม เข้าไว้ โลกนี้เป็นของเรา เนอะๆๆ


โดย: ปาณิก... IP: 61.19.66.199 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:53:51 น.  

 
แวะมาหาด้วยความคิดถึง
ยังตราตรึงอยู่ในใจมิเลือนหาย
แม้นานทีจะได้มาเยี่ยมกราย
ใช่เดียวดายลืมเธอไปจากใจกัน

คิดถึงจังเลยคุณปาณิก

นาห์เองตอนนี้เขียนนิยายเรื่องใหม่ไม่ออกเลยค่ะ ได้แต่โคงเรื่องไว้ แหะๆ

สงสัยไร้แรงบันดาลใจอ่ะคะ เรื่องเก่าก็ยังไม่ได้แก้ไขเลยค่ะ เมื่อไหร่จะได้เป็นนักเขียนอย่างคุณปาณิกก็ไม่รู้ตัวขี้เกียจบินว่อนแบบนี้ท่าจะอีกนาน


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:18:43 น.  

 
ชอบจัง นางเองห้าวๆ แล้วจะแวะมาอ่านอีกค่ะ


โดย: taklomklom วันที่: 30 มีนาคม 2551 เวลา:15:53:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หนึ่งเดียวในใจ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






* ฝนริน/ปาณิกดา *

ผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว
เหงา เศร้า หัวเราะ
ร้องไห้ได้ในเวลาเดียวกัน
(ท่าจะบ้าเนอะผู้หญิงคนนี้ เอิ๊กส์)

งานเขียนในบล็อกนี้
ขอสงวนลิขสิทธิ์
ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
นะคะ




**ขอขอบคุณภาพแต่งบล็อก และ โค๊ดแต่งบล็อกจากเพื่อนชาวบล็อกทุกท่านมา ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ**
















Friends' blogs
[Add หนึ่งเดียวในใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.