Bloggang.com : weblog for you and your gang

หมากรุกไทย thai chess

หมากรุกไทย

Location :
พิษณุโลก Thailand

[Profile ทั้งหมด]


My FriendFlock
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed [?]

"เก่งไม่มีในโลก เพียงแต่เขารู้วิธีมากกว่าเราเท่านั้น"

วิธีเรียนรู้และการสอน(สำหรับอย่างอื่นด้วยครับ)
1.เรียนรู้สิ่งที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ก่อน ข้อกำหนด การปฏิบัติเบื้องต้น โดยเลียนแบบ ทำตามเขา ฝึกปฏิบัติเอง และทำความเข้าใจ รวมทั้งสรุป
2.เรียนรู้พื้นฐานในเรื่องนั้นๆ โดยเน้นเรื่องที่จำเป็นก่อน
3เรียนรู้และทำความเข้าใจเพิ่ม สามารถจัดหมวดหมู่ และอธิบายได้ รวมทั้งปฏิบัติได้ในระดับดีกว่า
4.สะสมความรู้และประสพการณ์ สามารถสร้างแนวทางใหม่เพิ่มเติม โดยมีแนวทางหลักตามที่เรียนมา สอนผู้อื่นตามหลักการ มีผลปฏิบัติดีมาก หวังระดับคาดหวังได้ค่อนข้างแน่นอน
5.สูงสุดคืนสามัญ เรียนรู้แนวทางอื่น ปรับใช้ แก้ปัญหาได้ตลอด ไม่ยึดติดแนวใดแนวหนึ่ง สอนผู้อื่นตามความเหมาะสมกับวิถีและระดับการเข้าใจของผู้เรียน
แนวทางการเล่นการเข้าใจ
"จากจุดเริ่มเกมและมีการดำเนินไปของเกม ต้องหาวิธี หาทางให้ได้เปรียบมากกว่า และพยายามทำให้ฝ่ายตรงข้าม เข้าสู่รูปโครงสร้างการถูกรุกจนแบบใดแบบหนึ่ง แล้วรุกให้จน แต่ถ้าพลาดให้หาทางเสมอไว้ก่อน แล้วพยายามพลิกสถานการณ์ แต่อย่าฝืนความเป็นไปได้ในเกมนั้น"
1.เริ่มเกม 2.ดำเนินเกม 3.หาทางให้มีเปรียบมากกว่า 4.ทำให้มีโครงสร้างการถูกรุกจน 5.การรุกให้จน 6.การหาทางเสมอ 7.การพลิกสถานการณ์

การแบ่งเพื่อระยะเข้าใจ
...1.ระยะเตรียมพร้อม 2.ระยะดำเนินการและเฝ้าระวัง 3.ระยะแตกหัก 4.และระยะทำลายขั้นสุดท้าย
หรือ
...1.ระยะเปิดหมาก 2.แปรรูป แปรทาง 3.ขยายตัว พันตู 4.เบียด 5.ไล่และรุกจน

สิ่งควรจำและระลึกในใจ และประกอบการคิดหาตัวเดิน

-อย่าหลับหูหลับตาเดินตามที่ตั้งใจ
-พยายามอย่าให้พลาด เบี้ย 1ตัว อาจเสียหายทั้งกระดานได้
-อย่าท้อ ปาฏิหารย์มีเสมอ
-อดทนจนกว่ามีการพลาด
 
Group Blog

 
All Blogs

 
Friends' blogs
[Add หมากรุกไทย's blog to your weblog]
Links
 

 

เรียนรู้ในแนวลึกเชิงทฤษฎีของหมากรุกไทย

ตอนนี้ท่านผ่านการฝึกหัดจากต้น ผ่านเลยบทหมากกล มาถึงตรงนี้น่าจะสามารถไล่ฝ่ายตรงข้ามให้พ่ายแพ้ได้(แต่ไม่รู้ว่าจะได้ไล่กันหรือเปล่า ส่วนใหญ่จะโดนไล่มากกว่า แต่อย่างน้อยน่าจะหนีไม่ให้เข้าตาจนได้ง่ายเกินไป คือคงไม่ได้แพ้แบบหมูๆนะครับ

 เพื่อให้สามารถได้ไล่ผู้อื่น คงต้องรู้จักวิธีการให้มากขึ้นกว่าเดิม ลองอ่านความเห็นและวิธีการจากเซียนท่านอื่นดูก่อน


"สรุปบทความของบุญแถม ปิติยานนท์ "

"สรุปบทความของสุชาติ ชัยวิชิต"

"อยากเล่นหมากรุกไทยเก่ง ข้อสรุปจากเซียน โดยขุนก้อง "

"Basic concept of thai chess" โดย หนูเพชร"


เรียนรู้ในแนวลึกเชิงทฤษฎี

จากที่ท่านๆเขียนไว้ พอกล่าวได้ว่าการเล่นหมากรุกให้ได้ดี มีหลักง่ายมาก แต่อาจต้องผ่านการเรียนรู้ ผ่านการเล่นและแข่ง รวมทั้งเจ็บแล้วต้องจำ ชนะแล้วก็ต้องระวังเพราะวันหลังยังมีอยู่

พูดง่ายๆคือ การเล่นหมากรุก เป็นการปฏิบัติ แต่การจะปฏิบัติให้ได้ดีนั้น ควรมีหลักการที่เหมาะสมอยู่ในใจ โดยจำเป็นต้องให้เกิดความเข้าใจ ต่อแนวคิดและหลักการนั้นๆ และเฝ้าทบทวนฝึกฝน จนฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก และนำมาใช้คิดปฏิบัติโดยอัตโนมัติ

เรามาเริ่มเรียนรู้เชิงลึก ทีละขั้นกันต่อนะครับ (ที่ผ่านมาผมวางเป้าการเรียนไว้แค่ให้ผู้อ่านเล่นเป็นเท่านั้น)

ค่อยๆอ่านไปทีละข้อ จะสัมพันธ์กันหรือไม่ ยังไม่ควรใส่ใจ อ่านไปทีละส่วน คิดตามไปด้วย ท่านๆผู้ศึกษาจะเกิดแนวทางในใจขึ้นเองครับ

1.ภาพรวมกว้างๆแนวทางเล่นเกม


"เริ่มต้นให้ได้เปรียบ สร้างความได้เปรียบสะสมไว้เท่าที่ทำได้ หาทางใช้ความได้เปรียบรุกรานตามโอกาสที่เกิด(หรือสร้างโอกาสเอง) โดยเป้าหมายการใช้ความได้เปรียบหรือการรุกรานคือ"จับขุนมาทำลายหรือรุกจน"
หากสะสมความได้เปรียบจนเหนือกว่าพอควร อาจรุกรานโดยตรงเพื่อให้ได้เปรียบมากขึ้นก็ได้

แต่หากมีโอกาส สามารถทำการรุกจนได้ ต้องทำการรุกให้จนทันที ไม่จำเป็นต้องทำตามขั้นตอนสร้างความได้เปรียบ"

การได้เปรียบคือ การเดินหมากให้เกิดลักษณะที่ได้เปรียบในการโจมตี

การสะสมความได้เปรียบคือการทำให้เกิดโครงสร้างที่ได้เปรียบในหลายๆรูปแบบ และหากยังไม่โจมตีก็สร้างการได้เปรียบให้หลากหลายยิ่งๆขึ้น จะได้มีแนวทางโจมตีหลายแบบ

ลักษณะที่ได้เปรียบพิจารณาจากตำแหน่งหมากและขุน ทางขึ้นตัว ช่องทางโจมตี แนวทางตั้งรับ แยกแบบเป็นข้อๆดังนี้

1.โครงสร้างหน้าเบี้ย 2.ตำแหน่งหมากใหญ(แท่น โพรง บ่อ จ้องจู่โจม คลองเรือ การกด และการโดนกดด้วยเรือ รวมถึงการซ้อนเรือ) 3.ที่อยู่ขุน 4.จังหวะ และลำดับการเดินตัวก่อนหลัง 5.รูปแบบที่ครงกับกลยุทธที่มีแนวปฏิบัติแน่นอน(รูปหมาก กลหมาก)

2.ภาพรวมกว้างๆแนวทางแบ่งระยะของเกม

1.ระยะเปิดหมาก 2.แปรรูป แปรทาง 3.ขยายตัว พันตู 4.เบียด 5.ไล่และรุกจน

  1. ระยะเปิดหมาก   อาจมีความเห็นแตกต่างกัน แต่ผมกำหนดให้อยู่ในช่วง ตั้งแต่เดินตัวแรก ไปจนถึง การได้ตั้งตำแหน่งม้า หรือตัวใหญ่อื่นเป็นเบื้องต้น มักจะเป็น1-4ตัวแรก

       เป้าหมายระยะนี้คือจัดกระบวนทัพเบื้องต้น ให้เหมาะกับการได้เปรียบต่อรูปขบวนฝ่ายตรงข้าม แต่พยายามทำให้เขาจัดทัพแล้วเสียเปรียบเรา
  2. แปรรูป แปรทาง    คือการปรับตำแหน่งม้าและตัวใหญ่อื่น รวมทั้งตำแหน่งของกองกำลังสนับสนุนเช่นตำแหน่งโคน เรือกดตัวหมาก เรือคุ้มกัน รวมไปถึงการปรับโครงสร้าง และการเดินโจมตีเบื้องต้นเพื่อจัดขบวนทัพ(ยังไม่ใช่การเข้าทำโดยตรง) ส่วนใหญ่จะประมาณตาเดินที่ 4-10 ของแต่ละฝ่าย
       เป้าหมายระยะนี้คือปรับปรุงรูปขบวนทัพ โดยให้มีผลในแง่ ความเหมาะสมกับแนวทางการเดินในเวลาสืบไป เช่นการขึ้นตัว ส่งตัว การหาตำแหน่งที่อยู่ของขุน รวมทั้งปรับตำแหน่งหมากสนับสนุน หมากคุ้มกัน ให้เหมาะกับแผนการโจมตีที่วางไว้เป็นขั้นๆ อาจมีการต่อสู้ประปรายเพื่อแย่งชิงตำแหน่งซึ่งกันและกัน ดังนั้นอาจต้องแปรรูปแปรทางซ้ำอีก เพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งที่ยึดได้ หรือที่ที่เสียไปไม่อาจยึดครองได้
    ขยายตัว พันตู   เป็นระยะที่มีการขยายหมาก มีการขึ้นตัวกินแดนและกินตัว เพื่อรุกรานให้มากขึ้น หรืออาจเพื่อโจมตีกันตรงๆ ระยะนี้จะมีการต่อต้าน ต่อสู้กันเสมอ ความหลากหลายของเกมมักจะมาอยู่ในระยะน หมากเด็ดที่คุยกันบ่อยๆก็เกิดในระยะนี้

       แต่โดยรวมของระยะนี้ มีผลต่อมาจากความเป็นไปได้ของตำแหน่งหมาก หลังผ่านระยะแปรรูปแปรทาง

       เป้าหมายระยะนี้คือเอาเปรียบให้ได้ ทำความได้เปรียบให้ได้ หรือถ้าในทางตรงข้ามก็ต้องแก้ไขการเสียเปรียบพลิกกลับมาเสมอตัวให้ได้ ทั้งนี้จะใช้เทคนิคกลยุทธการต่อสู้ รวมไปถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบ ใช้ประโยชน์จากความพลั้งเผลอ ไม่รอบคอบ ความใจร้อน ความกลัวของอีกฝ่ายเข้าช่วย

       แต่ถ้าฝีมือไม่ต่างกัน การแปรรูปแปรทางไม่ดี ผู้ดูอาจอึดอัดเพราะเกมยืดเยื้อต้องอาศัยสมาธิ ความอึดเป็นหลัก รวมทั้งการเตรียมตัวล่วงหน้า ใครเตรียมมาดี หาแนวทางมาเนิ่นๆจะได้เปรียบกว่า (มือระดับสูงจะใช้วิธีถอดหมากมาก่อน มือระดับล่างก็ใช้วิธีอ่านจากตำรา และฝึกถอดหมากจากนั้นนำไปใช้ จะค่อยๆพัฒนาฝีมือขึ้นเอง)
  3. 4.เบียด 5.ไล่ รุกจน   ระยะนี้ก็ง่ายๆ คือทำให้เพี่ยงพร้ำและเข้าสู่ตำแหน่งการจน จากนั้นก็รุกจน

       การเบียด จะอยู่ในลักษณะที่ทั้งสองฝ่ายมีตัวมากอยู่

       การไล่จะอยู่ในลักษณะมีตัวฝ่ายหนึ่งน้อยกว่า หรือมีแต่ขุน ซึ่งบางครั้งอาจซับซ้อน เพราะมีกำหนดจำนวนการเดินไว้ในการเล่นด้วย (การไล่ในกรณีพิเศษ หรืออาจเป็นรูปหมากกลไปเลย )

3.รูปแบบสถานการณ์ในการต่อสู้ ตั้งแต่ต้นจนถึงแตกหักทำลายล้าง(มีสถานการณ์ดังนี้)

  1. เตรียมความพร้อมทั่วไป
    หมายถึง สถานการณ์ทั่วไป ยังไม่มีแนวโน้ม แนวทางชัดเจน การเดินตัวก็เพือถ่วงเวลา ดึงกำลังหนุน รอจังหวะ และมองหาโอกาสหรือแก้ไขการเสียโอกาส
    ถ้าพูดถึงระยะการเล่น มักอยู่ในช่วง ต้นๆของเกม แต่ในบางโอกาสก็พบได้ตลอดเกม เป็นลักษณะ ไม่รู้จะทำอะไรต่อไปดี กับตำแหน่งหมากขณะนั้น
  2. ตั้งรับการโจมตี หรือเตรียมความพร้อมเพื่อรับการโจมตี
    หมายถึงสถานการณ์ที่ รูปหมาก ตำแหน่งหมาก และจังหวะเดิน เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายบุกเข้ารุกรานกินตัว กินแดนโดยตรง บางทีสถานการณ์นี้ก็แอบแฝงอยู่ จึงต้องสังเกตุให้ดี ๆ บางครั้งเราเดินพลาดตัวเอง จนอีกฝ่ายรุกรานตั้งแต่เริ่มเกมเลยก็มี (เช่นจนเพราะม้าขโมยในตาที่ 3-4 ของเกม)
    บางท่านแนะนำให้เล่นแบบปลอดภัยไว้ก่อน เน้นเล่นหมากรับ กันตาขึ้น มีตาหลบ ตาถอย รอการพลาดของอีกฝ่าย หรือบางท่านแนะให้เล่นแบบขุนอยู่ในวัง(ฝ่ายตัวเองปลอดภัยอยู่เสมอ) แล้วเดินตัวหลอกหล่อ บังคับอีกฝ่ายต้องระวังตัวตลอดเวลา
  3. โจมตี หรือเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าโจมตี
    หมายถึงหมายถึงสถานการณ์ที่ รูปหมาก ตำแหน่งหมาก และจังหวะเดิน สามารถบุกเข้ารุกราน และโจมตีอีกฝ่าย บางครั้งอาจเกิดได้ทันที จากการเดินตัวพลาดของอีกฝ่าย และบางครั้งสถานการณ์หรือโอกาสนี้ก็แฝงอยู่ในตำแหน่งหมากบนกระดาน เพียงแต่อาจต้องปรับตำแหน่งตัว หรือปรับจังหวะการเดิน หรือยอมสูญเสียตัว(ให้กินตัว บังคับให้กิน หรือบางทีเดินเสนอแกมบังคับให้กินก็มี ตือการเซ่นนั่นเอง) เพื่อแลกกับการได้เข้าทำต่อเนื่อง และท้ายสุดมีการได้เปรียบกลับคืน หรืออีกฝ่ายพ่ายแพ้ไป (หมากเด็ด)

4.คำถามที่เป็นหัวใจสำคัญ
ก่อนเดินทุกครั้งต้องตอบคำถามที่เป็นหัวใจของการเลือกตัวหมากเพื่อเดินคือ

  1. จะเดินตัวไหนดี ในสถานการณ์นั้นๆ
  2. ถ้าเดินตัวที่เลือกไปแล้วจะพลาดโอกาสที่อาจเกิดขึ้น หรือจะเป็นการผิดพลาดเองหรือไม่ พบบ่อยคือเดินไปแล้วต้องบ่นตัวเองว่าทำไมไม่กินฟรี หรือทำไมไปวางให้เขาเอาเปรียบได้ อันนี้คงต้องจินตนาการภาพกันให้เป็นก่อนครับ ไม่น่ายาก
  3. ตัวที่เราเลือกดีจริงไหม มีตัวอื่นดีกว่าตัวที่เราเลือกอีกไหม ให้กวาดตามองอีกที

คำถามนี้ต้องตอบเสมอ เมื่อจะเดินหมากทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าต้องคิดละเอียดซับซ้อนทุกตาเดิน เพราะบางครั้งอาจมีวิธีที่มีข้อสรุปเดิมอยู่แล้ว และสามารถนำมาใช้ได้เลย ถ้าคิดทุกตาจะมีผลทำให้ เกิดล้า และเครียดในเกมได้ง่าย
....มีบางท่านเริ่มที่คำว่า "เขาเดินตัวนั้นมาทำไม จะทำอะไร" ตำถามนี้ผมจัดอยู่ในหมวด การวิเคราห์สถานการณ์และเกมครับ ไว้ขยายความอีกที
....คำว่าข้อสรุปเดิมที่มีอยู่แล้วหมายถึง รูปหมาก ตำรา กลหมาก หรือเคยเล่นแล้วได้ผล

5.แนวทางการตอบคำถามข้อแรก(คำถามข้อสองสามนั้นเป็นแค่การมองซ้ำเผื่อหลุดหรือหลงหูหลงตาเท่านั้น )
คำถามข้อแรก จะเดินตัวไหนดี แปลว่าในการคิดแต้มเลือกตัวเดินหนึ่งครั้ง สามารถมีแนวทางได้หลายแนวทาง มีตัวเดินได้หลายตัว การจะเลือกตัวไหนขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจของผู้เล่นเองโดยตัวหมากที่จะเลือกเปรียบเทียบแต่ละตัว ได้มาจากแนวคิดหลายๆทางดังนี้

  1. ตัวที่เป็นความอยากเดินของเราเอง ไม่ว่าจากเหตุผลใดก็ตาม (ลองหมาก ลองทาง ลองดูการแก้ไข หลอกล่อ ลวงการเดิน หรืออยากหาแนวทางใหม่ๆ) ซึ่งก็ไม่ควรเดินสะเปะสะปะ โดยไม่มีจุดมุ่งหมายการเดินในใจ (ที่เคยเห็นเช่นเดินรุก โดยไม่มีความหมายต่อเกม เพียงแต่ได้รุกเท่านั้น)
  2. ตัวที่คิดเห็นจากเป้าหมายการเดินในใจเราขณะนั้นๆ ว่าคืออะไร ซึ่งเป้าหมายนั้นอยู่ที่ระยะของเกม สถานการณ์ในเกม และการรู้เขา คือเขาเดินแต่ละตัวมาทำไม มีแผนจะทำอะไร เขาตั้งรับ หรือเตรียมบุก หรือหาบ้านให้ขุนปลอดภัย เคยได้กล่าวไว้ถึงเป้าหมายแล้วครับ ซึ่งขอเรียกว่าเป็นการเดินตามสถานการณ์(แต่มีเป้าหมายอยู่ลึกๆ)
  3. ตัวที่มองได้จาก โอกาสที่เกิดขึ้น เพราะการเดินผิดพลาดของคู่ต่อสู้ ขอเรียกว่าเป็นการฉวยโอกาส ซึ่งอาจเป็นแค่ฉวยโอกาสเล็กๆ หรืออาจได้จังหวะเปลี่ยนแผนการจากเดิมที่วางไว้ไปเลยก็ได้
  4. ตัวที่มีประสพการณ์ผ่านมา จากลักษณะหมากบนกระดาน และเคยเดินแล้วต่อมาเราได้เปรียบมากกว่า (ประสพการณ์คือเคยเดิน เคยเห็น รู้วิธีเดินต่อไป และรู้วิธีแก้ไขหากผิดพลาด โดยได้นำเกมทั้งของเรา และของผู้เล่นชั้นสูง นำมาทบทวนแก้ไข หาแนวคิดที่ดีกว่าในการเดินอยู่เสมอๆ เป็นการเดินตามความเคยชิน
  5. ตัวเดินที่อยู่ในแผนการเดิน แผนการโจมตีเข้าทำ ที่วางไว้ตั้งแต่ต้น ซึ่งถ้าคู่ต่อสู้เดินไปตามแผน เราก็อาจจะเดินตัวต่อไป ตามลำดับตัวที่เหมาะสมในแผน(แต่ถ้าเขาไม่เดินตามแผนที่เราวางไว้ ต้องมีวิธีแก้ไข ซึ่งจำให้ขึ้นใจเลยว่า ผู้ที่เก่งกว่า มักเดินตัวเพื่อบุก หรือเพื่อแก้ไข ในรูปแบบ หรือในตัวหมากที่เราคาดไม่ถึงเสมอ)
    อักอย่างหนึ่งก็คือหมั่นทบทวนแผนที่กำหนดไว้อยู่บ่อยๆ เพราะแผนของเราอาจมีจุดบกพร่องแฝงอยู่ แล้วเพิ่งพบเจอตอนหลัง
        (ข้อ 3-5 อาจเรียก "3.แผนการใหม่ 4.แผนการเดิม 5.แผนการเดิมที่ปรับปรุงให้เหมาะสมขึ้น" ก็ได้)
  6. ตัวที่ต้องเดินเพื่อแก้ไขการเสียเปรียบที่เกิดแล้ว หรือป้องกันการเสียเปรียบจากวิธีการเดินตัวของคู่ต่อสู้
  7. ตัวที่ในตำราเขียนไว้ หรือผู้ใหญ่เคยบอกไว้

ทั้งหมดนี้ต้องนำมาประกอบการตัดสินการเลือกตัวเดินเสมอ

การเปรียบเทียบตัวหมาก    หมายถึงการเปรียบเทียบการได้เปรียบเสียเปรียบ หลังการเดินตัว โดยให้คำนึงถึง ผลทันที ผลในเวลาอันใกล้ และผลต่อข้อสรุปของเกมในท้ายสุด
  ซึ่งคงไม่สามารถตอบได้ว่าตัวไหนถูกต้องที่สุด คงอยู่ที่ตำแหน่งหมากในขณะนั้นๆ และขึ้นอยู่กับตัวผู้เล่นเองด้วย ดังนั้นผู้เล่นต้องตัดสินใจเลือกเอง และจะไม่มีคำว่าผิดหรือถูก ถ้าเดินแล้วไม่ได้ผลอย่างคิดไว้ ก็จำเป็นแนวทางต่อไปว่าไม่ได้ผล แต่ถ้าได้ผลดีอย่างที่คิดก็จำว่ามีประโยชน์
  อย่างไรก็ตาม การได้เล่น การได้คิดบ่อยๆ การได้วางแผนและการได้เปรียบเทียบบ่อยๆ (ต้องกลับไปทบทวนจากบันทึกหมาก ที่ได้เดินไปแล้วด้วย) จะทำให้การเปรียบเทียบ และการเลือกตัว ทำได้ถูกต้องยิ่งขึ้นในการเดินครั้งต่อๆมา



 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2552
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 15:28:04 น.  

Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.