Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
โตเกียวไม่เคยพอ ...วันที่ 6 kamakura - Enoshima - Jiyugaoka

Kamkura เป็นเมืองเล็กที่ตั้งอยู่ในเขต Kanagawa ห่างจากโตเกียว 50กิโลเมตร จุดเด่นหรือไฮไลท์ของที่นี่ไม่พ้นหลวงพ่อโต (เรียกด้วยเคยชินของคนไทย ภาษาอังกฤษก็ Great Buddha ภาษาญี่ปุ่นไดบุตซึ)

เราออกจากที่พักพร้อมสายฝนในตอนเช้าไปสถานีอิเคะบุคุโระ เบื่อเดินขึ้นลงบันได exit นี้มากๆ เดินเลยสถานีเมโทร โตเกียว ไปด้านสถานีของเจอาร์เพื่อเข้าไปต่อสาย Saikyo line ลงสถานีชิบูยา (เร็วกว่ายามาโนเตะ) ที่สถานีชิบูยา มองหาป้าย Tokyu-Toyoko line เราใช้ของสายนี้เพราะว่าถูกกว่าของเจอาร์อย่างเห็นๆ ตีตั๋วชิบูยา-โยโกฮามา 260 เยน

นั่งเพลินๆไปถึงโยโกฮามา ออกจากเกทเพื่อไปหน้าเกทของเจอาร์ จัดการซื้อ Kamakura Enoshima Free Kippu ราคา1130 yen กดซื้อจากเครื่องจำหน่ายตั๋วได้เลย หน้าตาก็คล้ายบัตรเบ่งแห่งชาตินั่นแหละ (JR Rail Pass)



รอขบวน JR Yokosuka เพื่อต่อไปลงสถานีคิตะ คามาคูระ แต่พอมองนาฬิกาเกือบ 11 โมงแล้ว แถมอากาศข้างนอกก็เป็นใจจริงๆ ฝนตกไม่หยุดท่าทางจะหนาว เดินตากฝนท่ามกลางความหนาวคงไม่ไหวเลยตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปลงสถานีคามาคูระเลย (เสียดายวัดย่านคิตะคามาคูระ และเส้นทางจากที่นี่เดินไปคามาคูระก็สวยมาก ไว้คราวหน้ามาแก้ตัว)



ถึงสถานีคามาคูระ ทัวร์ย่า อา หลาน ก็หน้าเดินไปศาลเจ้า Tsurugaoka ระหว่างทางเห็นเด็กนักเรียนญี่ปุ่นมาทัศนศึกษาหลายกลุ่มมากๆแต่นักท่องเที่ยวบางตา สงสัยเพราะฝนนั่นแหละพัดกระจาย จากหน้าสถานีเดินตัดผ่านถนนช้อปปิ้งไปสุดถนนก็เลี้ยวขวาจะเห็นโทริอิตั้งตะหง่านอยู่หน้าศาลเจ้าพอดี ฝนยังตกพรำๆ ตรงไปล้างมือตามธรรมเนียมของที่นี่ ก่อนไต่บันไดขึ้นไปด้านบน






ศาลเจ้าTsurugaoka เป็นศาลเจ้าใหญ่ประจำเมืองเลยน่ะ ประมาณกลางเดือนเมษานี่แหละที่จะเทศกาลประจำปี แต่เรามาหลังเทศกาลผ่านไปแล้ว เช็คจากปฏิทินแล้วแหละ ไม่ชอบคนเยอะเลยเลี่ยงวัน ด้านหน้านอกจากประตูโทริอิที่เป็นจุดเด่น พอเดินเข้ามาก่อนถึงบันไดขึ้นไปด้านบน มองไปทางซ้ายจะเห็นต้นแปะก๊วย ginkgo tree ถ้ามาตอนที่มันเหลืองอร่ามไปทั้งต้นคงสวยไม่น้อย

>


ลงจากศาลเจ้าTsurugaoka เราก็ไปเดินถนนซากุระ ซึ่งตอนนี้เหลือแค่เศษดอกติดต้น เพราะช่วงที่สวยที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว ดูภาพใน japan-guide ช่วงซากุระเบ่งบานกับภาพตัวเอง มุมเดียวกัน ต่างช่วงเวลา ความสวยยิ่งสุดโต่งเลย






เราเดินย้อนมาถนนช้อปปิ้ง ให้คุณหลานได้เข้าร้านนู้นออกร้านนี้ อย่างเพลิดเพลิน ที่นี่เราได้ของฝากเป็นพวงกุญแจประกอบด้วยถุงมือเบสบอล ไม้ตี และลูก ราคา 500 เยน (ควักเงินดังหนึบ555) ไปเห็นอีกทีหน้าอาซาคุสะขาย 550 เยน ถูกกว่า 50 เยน ซื้อโมจิ 2 กล่อง ห่อกระดาษสีสวยดีทั้งชมพู เขียว แวะซื้อโมจิมันเทศด้วย อร่อยสุดๆ กินตอนหนาวนี่มันได้ใจจริงๆ




กลับมาที่สถานีคามาคูระฝนก็ยังพรำๆอยู่ เดินลอดไปขึ้นรถไฟสายเอนโนเดน เพื่อจะไปไดบุตซึ นั่งไปลงสถานีที่ 4 Hase โผล่มาหน้าสถานีมีร้าน 100เยนเล็ก คุณหลานตาโตอยากจะเข้า เลยต้องรีบห้ามก่อน (หน้าที่พักก็มีร้าน 100 เยน คุณเธอเล่นเข้าแทบทุกวันก่อนเข้าที่พัก) จากสถานี Hase เดินไปไม่ไกลก็จะถึงไดบุตซึ แต่เพราะเราเข้าไป 2 ครั้งแล้ว ไม่อยากเสียเงินเลยบอกผ่านเดินเล่นถ่ายรูปอยู่หน้าวัด นั่งดูบรรดาทัวร์ที่มาลง ว่างๆก็ไปกดกาแฟกิน จะกินกาแฟร้อนดันไปกดกาแฟเย็นมา เย็นมันเข้าไปอีก




ออกจากไดบุตซึ คณะทัวร์หิวได้ที่เลยเลี้ยวเข้าร้านอาหารมันแถวนั้นแหละ เป็นร้านคูหาเล็กๆ บรรยากาศร้านอาหารจีน มีราดหน้า ข้าวหน้าไก่ ราเมง เรากินราเมงเกี๊ยวซ่า รสชาติพอใช้ได้แต่ไม่ประทับใจ กินเสร็จฝนยังไม่เลิกตก สงสัยวันนี้ทั้งวันเลย กลับมาสถานี Hase รอรถไฟไปสถานี Enoshima เพื่อเดินข้ามไปยังเกาะเอนโนชิมา ระหว่างที่รถไฟวิ่งผ่าน เค้าว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สวยติดอันดับเพราะตัดผ่านชุมชนบ้านคน เลียบทะเล ที่สำคัญ ที่้นี่ใช้เป็นโลเกชั่นหนังเรื่อง i give my first love to you (Boku no Hatsukoi wo Kimi ni Sasagu) ที่มาโอะจังเล่นเรายังโดดงานไปดูก่อนปีใหม่เลย





มาถึงสถานี Enoshima เดินออกจากสถานีเลี้ยวซ้ายมุ่งตรงไปยังริมทะเล ผ่านร้านค้าน่าเอ็นดูหลายยร้าน เห็นเกาะอยู่ลิบๆ แถวนี้เงียบมาก นักท่องเที่ยวมีนับคนได้ เดินฝ่าความหนาวไปกัน 3 คน แล้วก็มาถึงเกาะเอนโนชิมาจนได้ 3 โมงพอดีเด๊ะ ทัวร์ที่มาลงเหมือนจะทยอยกลับ ร้านค้าดูเงียบๆเหงาๆ เราเดินแค่ด้านหน้าเกาะ ขึ้นไปถ่ายรูปด้านบน ไม่ได้เข้าถ้ำเพราะกะว่าจะอยู่นี่ไม่นานแล้วจะไปโยโกฮามาต่อเลยกลายเป็นทัวร์ทำเวลา




กว่าจะหลุดจากเกาะเอนโนชิมาก็ 4 โมงได้เดินกลับมาหาสถานี Shonan-Enoshima แต่ไม่ได้ศึกษามาว่าอยู่ส่วนไหน มองไปด้านซ้ายเห็นคนเดินข้ามสะพานไปเยอะ สงสัยต้องไปสถานีแน่เลยเดินตาม เห็นแหละสถานีหรือศาลเจ้าล่ะนั่น พอเดินเข้าปรากฎว่าหน้าแตกไม่ใช่แฮะ เจ้าหน้าที่ชี้ให้เดินกลับ พวกเราเลยเดินกลับมาทางสถานี Enoshima แล้วเดินเลยขึ้นไป เห็นแล้วสถานี Shonan-Enoshima ตัวสถานีตั้งอยู่ชั้น 2 ของอาคารเก่าๆ (เก่าจริงๆน่ะ)



Shonan Monorail เป็นรถไฟแบบโมโนเรล ห้อยลงมาจากราง เสาของรางรถไฟต้นใหญ่มากๆ ไม่น่าเชื่อจะมาตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านคน วิวสองข้างทางก็สวย และข่าวดีฝนหยุดตกแล้ว (หยุดตอนจะกลับเนี่ยน่ะ) เรานั่งมาลงที่สถานี Ofuna เพื่อมาต่อ JR trains ไปโยโกฮามา ตรงสถานี Ofuna มีห้างใหญ่เลยแวะเข้าไปเดินเล่น เฉพาะส่วนของอาหาร ของกินอลังการมากๆ น่ากินไปหมดใจอยากจะคว้ากลับบ้านเหมือนกัน แต่เดี๋ยวต้องไปต่อ



โปรดทราบ!ตอนนี้เราปรับแผนอีกครั้งเพื่อความเหมาะสม เพราะว่าเราตัดโยโกฮามาทิ้งไปแบบไม่เสียดาย เพื่อจะไปเดินเล่นที่จิยูกาโอกะแทน ดังนั้นเราก็นั่ง JR มาลงสถานีโยโกฮามา พอมาถึงสถานีนี้ Pass ที่เราถือก็หมดฤทธิ์พอดี เดินมานั่ง Tokyu-Toyoko lineไปลงสถานี jiyugaoka




ที่นี่กลายเป็นธีม พาร์คขนมหวานสำหรับคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวอย่างเรา ด้านกน้าสถานีคนเยอะมาก เดินกันเพียบ เพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะมาที่นี่ เลยไม่ได้ทำการบ้าน ร้านขนมหวานที่แนะนำกันก็ลืมเข้าตำราไปหมด เดินเล่นแทนล่ะกัน ร้านไหนเค้กน่ากินก็ใช้บริการ เราเดินเล่นที่นี่ แวะร้าน matsumoto kiyoshi หาซื้อเครื่องสำอางตามโพยที่เค้าฝากมา เดินเล่นดูบรรยากาศร้านรอบๆ


จนมาสะดุดรักที่ร้าน mont-blanc ร้านไฮโซได้อีก ตอนเดินผ่านมีโปรโมชั่นสตอเบอรี่ พาร์ตี้ เลยไม่ลังเลเปิดประตูแว๊บเข้าไป แม้จะเป็นตอนเกือบทุ่มแล้ว ของในร้านร่อยหรอ แต่ยังพอมีให้เราและคุณหลาน เราเลือกสตอเบอรี่ชีสเค้กควบอะไรไม่รู้ หน้าตาน่ากิน555 ส่วนคุณหลานเลือกยอดเค็กมองบลังช็อกโกแลต (อืม มันเข้าใจเลือก เพราะคุณอาไม่กินช็อกโกแลต)


ร้านนี้บริการดีมาก เราเข้าคิวซื้อพอถึงคิวเราก็ชี้ปุ๊ป เค้าก็ถามประมาณว่ารับรายการเดียวเหรอ (ไม่ได้ยินได้ยินแค่ desu ka) พยักหน้าส่งเงิน พนักงานผายมือ kochira dozo แล้วเค้าก็เดินอ้อมเคาว์เตอร์ มาด้านหน้าก้มหัวพร้อมส่งถุงกระดาษใส่เค็กให้และว่า Omaase itashimashita ไม่เคยมีใครบริการแบบนี้เลย ปลื้ม555





จากสถานี jiyugaoka ก็นั่งมาลงชิบูยา พาคุณย่า คุณหลานไปทักทายฮาจิโกะด้านหน้าสถานี แล้วลงไปเดินที่ depachika แวะซื้ออาหารเย็น ก่อนจะหอบกันกลับที่พัก

พรุ่งนี้...ไม่ได้ไปไหน เดินเล่นรอบโตเกียวอย่างเดียว....แผนคือตลาดปลาสึคิจิ ร้าน donquixote สาขารปปหงิ อาซาคุสะ คัปปะบาชิ ถ้ามีเวลาจะเลยไปโอไดบะ


Create Date : 12 มิถุนายน 2553
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 19:41:24 น. 5 comments
Counter : Pageviews.

 
แวะมาเที่ยวจ้า ^^


โดย: บลอนดี้ วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:20:33:28 น.  

 
อยากไปเที่ยวด้วยจัง บรรยากาศดีๆ


โดย: WikiPK วันที่: 12 มิถุนายน 2553 เวลา:23:11:02 น.  

 
แวะมาชมค่ะ


โดย: นู๋ที วันที่: 4 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:15:35 น.  

 
ไปด้วยคนค่ะ


โดย: kim_tiger วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:50:21 น.  

 
ตามมาเที่ยวข้ามปีเลยครับ


โดย: โต้คลื่น วันที่: 15 มกราคม 2554 เวลา:11:06:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
เจ้าแก้วพิสดาร ณ เมืองปาย
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




make money for my life

make money for my dream

make money for my soul



 หลับฝันดีกันน่ะคะ
TOP
Friends' blogs
[Add เจ้าแก้วพิสดาร ณ เมืองปาย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.