Group Blog
 
All blogs
 

---ปู่---

ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกันครับปู่

เมื่อเช้าพี่ชื่อโทรมาปลุกแต่เช้าตรู่ว่ารู้ข่าวหรือยัง
ถึงจะทำใจไว้อยู่บ้าง แต่ก็อดใจหายไม่ได้กับข่าวร้ายที่ได้รับแต่เช้า
ผมเจอปู่ล่าสุดก็หลายเดือนมาแล้ว ครั้งล่าสุดที่ไปบริจาคเลือดก็ไม่ได้ขึ้นไปหา กลัวจะรบกวนปู่ เลยได้แต่คุยผ่านทางโปรแกรม msn ไม่ได้คิดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้คุย

นับไปนับมาผมก็รู้จักปู่มาหลายปีมากแล้ว จำได้ว่าวันแรกที่ป้าซันเรียกปู่ว่า 'ปู่' เรายังนั่งขำฟังปู่กับป้ากันอยู่เลย เราไปเที่ยวสวนนู้นสวนนี้ กินข้าวที่นั่นที่นี่อยู่เรื่อยๆ เวลาผ่านไปเร็วมากเลยครับ ผมยังจำวันแรกที่ไปบ้าน+สวนใหญ่ของปู่ได้อยู่เลย จากเด็กบ้าๆ โก๊ะๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไรซักเท่าไหร่ ก็ได้ปู่นี่แหละครับที่คอยสอนเรื่องต่างๆ คอยตอบปัญหาที่สงสัยอยู่เสมอๆ หรือแม้แต่วิธีผสมดอกกล้วยไม้ ปู่ก็เป็นคนสอนวิธีผสม ปู่ไม่เคยหวงต้นไม้ แถมตัดพ่อแม่พันธุ์ดีๆให้ซะอีก รวมถึงยังช่วยเป็นลูกค้าคนแรกในชีวิตอีกต่างหาก ผมไม่รู้ว่าปู่รู้หรือเปล่า แต่จะสารภาพตรงนี้แหละครับว่าปู่เป็นคนที่ให้ผมมีกำลังใจในการทำไม้ต่ออีกแค่ไหน

ผมได้แต่มีโอกาส 'สวัสดี' ปู่อย่างเป็นทางการในวันแรกที่ได้เจอกัน
แต่ไม่มีโอกาสได้ 'บอกลา' ปู่อย่างเป็นทางการในวันสุดท้ายของปู่
ผมขอถือโอกาสนี้กราบเท้าลาปู่ด้วยความเคารพยิ่งแล้วกันนะครับ
ผมเชื่อว่าคุณความดีและความเป็น 'ผู้ให้' ของปู่ทั้งหมดที่ปู่เคยทำมาตลอดชีวิตนั้น จะทำให้ปู่ได้อยู่อย่างสบายบนฟ้า คอยมองพวกเราลงมาจากข้างบน

แล้ววันใดวันหนึ่งในอีกไม่ช้าไม่นาน หวังสุดใจว่าผมก็คงจะพบกับปู่อีกครั้งนะครับ

แด่.. ครู ผู้เป็นทั้งมิตรและผู้ใหญ่ที่เคารพมากที่สุดในชีวิตคนหนึ่ง
คุณ Crazy Man / คุณไกรฤทธิ์ เวศย์วรุตม์




 

Create Date : 28 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2550 9:25:18 น.
Counter : 161 Pageviews.  

อยู่กับยาย (1)

เขียนความเรียงชิ้นนี้ยามบ่ายของวันที่ฝนฉ่ำฟ้า
ด้วยความระลึกถึงหญิงผู้หนึ่งอย่างสุดหัวใจ..........

ความที่เมื่อก่อนพ่อ-แม่ ต้องออกไปทำงานนอกบ้านทั้งคู่ ซึ่งก็คงเป็นเรื่องปกติของครอบครัวที่กำลังสร้างตัวเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว หลานซนๆ ตัวนี้ถึงได้ต้องมาอยู่ในบ้านหลังเล็กๆบนซอยสุขุมวิทท้ายๆหลังนึง เป็นภาระให้คุณตา-คุณยาย-และน้าๆทั้งหลาย ตามใจจนเสียคน ( อันนี้แม่ว่า) เพราะตอนนั้น ทั้งบ้านก็มีผมที่เป็นเด็กอยู่คนเดียว เมื่อก่อนเช้า-เย็น จะอยู่บ้านยาย ถ้าไม่ไป รร. แล้วเย็นก็กลับบ้าน หรือถ้ามีเรียน เลิกเรียนก็ไปอยู่บ้านยายจนเย็นๆถึงจะกลับบ้านกับแม่ บางทีก็ค้างซะเลย ถ้าเป็นวันสุดสัปดาห์

เมื่อเป็นเด็ก เด็กชายโอห์มเป็นเด็กที่ซนมาก ความสามารถพิเศษที่มีติดตัวมาคือทำบ้านให้รกได้เก่งอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งรื้อกองของเล่น กองหนังสือ สารพัดจะทำ นอกจากนี้ยังเป็นมนุษย์ที่ทำของหายและเสียหายได้บ่อยมาก มีความขี้หลงขี้ลืมเป็นเลิศ [ ติดตัวมาจนทุกวันนี้...สาธุ...] ส่วนคุณยายก็เป็นมนุษย์รักสะอาดและช่างเก็บ เธอจะมีตู้ไม้สักใบเก่าๆที่เป็นคลังมหาสมบัติอยู่ใบหนึ่ง เอาไว้เก็บของสารพัด ยายจะนั่งดูทีวีอยู่หน้าตู้นี้เสมอๆ เวลาหลานมานั่งเล่นอะไรไว้ใกล้ๆแล้วผละไปอย่างไม่ไยดีแล้ว เธอก็จะกวาดของเหล่านั้นมาแยกเป็นสัดส่วนและใส่ในตู้ไว้ รอด่าเวลาหลานมาหาของ ก่อนจะเปิดตู้แล้วหยิบมาโยนให้ด้วยความหมั่นไส้ [ ยายชอบบ่นว่า " ชั้นไม่ใช่ตู้เซฟเคลื่อนที่นะยะ / ใครเป็นคนใช้แกเนี่ย" แต่ยายก็คอยเก็บของ คอยรับฝากสมบัติอยู่ตลอด]

นอกจากนี้ ยายยังเป็นแก้วสารพัดนึกและท้องพระคลังของเด็กบ้านี่มาตั้งแต่เล็กจนโต เมื่อก่อนยายจะมีห้องนอนอยู่ชั้นสอง ซึ่งมีระเบียงติดกับถนนในซอย ตอนเราเป็นเด็กๆ ก็จะชอบนั่งเล่นที่ระเบียงเล็กๆ รอรถของกินขับผ่านมา เวลาบ่ายๆ มันจะมีเสียงร้องขายของกินจากรถเข็นมาเรื่อยๆ เช่น..........
" เผือกทอดร้อนๆคร้าบบบบบ"
" ขนมจีบ ซาละเปามาแล้ววววว"
"ไข่ปิ้ง ถั่วต้มจ้าาาาาา"
"ข้าวเกรียบว่าว ข้าวหมากกกกไหมคร้าบบบ"
หรือ
" ตือ ตื้อ ตืดด ตือ ตื้ออ ตืดด" ( ไอติมวอลล์)[ถ้าก่อนหน้านั้นจะเป็นไอติมโฟร์โมสต์ เด็กสมัยนี้ไม่เคยกินล่ะซี้]
ฯลฯ


เราสองคนยายหลานก็จะคอยนัดแนะกันว่าวันนี้จะคอยกินอะไรกันดี พอได้ยินเสียงรถเข็นของเจ้าที่ต้องการผ่านมา ก็จะชะโงกหน้าตะโกนบอกให้จอดด้วย ก่อนจะสั่งว่าเอาอะไรเท่าไหร่ ทีนี้ยายจะมีเครื่องมือพิเศษ ก็คือตะกร้าหวายใบเล็กๆ ผูกเชือก ใส่เงินแล้วหย่อนลงไปจากชั้นสอง ให้คนขายทอนแล้วใส่ของคืนมาให้เสร็จสรรพ โดยที่ไม่ต้องลงไปข้างล่างเลยแม้แต่ก้าวเดียว อิอิ

ถ้าออกไปเล่นกับเพื่อนแถวๆนั้น แล้วจะไปซื้อขนมกัน ผมก็จะวิ่งมาหน้าบ้านพร้อมกับกดกริ่งสองที พอยายได้ยินก็จะชะโงกหน้ามาที่ระเบียงพร้อมกับเงินในตะกร้าใบเดิมที่จะหย่อนลงมาให้ยี่สิบบาทสำหรับเป็นค่าขนม
ส่วนเวลาอยากได้อะไรน่ะเหรอ ….จริงๆไม่ค่อยอยากได้อะไรเท่าไหร่ เป็นเด็กที่มีกิเลสกะของเล่นน้อยมาก เพราะชอบหนังสือ กับพวกของเล่นที่ออกแนววิทยาศาสตร์หน่อยๆ(อันนี้มีปัญหากะแม่ เพราะมันเป็นแบบ ที่ดูรังมด อุปกรณ์ทดลองของเด็กทั้งหลาย รกบ้านให้แม่เก็บมากๆ) ดังนั้น พ่อกะแม่เลยไม่ค่อยจะขัดใจเท่าไหร่นัก เพราะเห็นว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง จะมีที่ไร้สาระหน่อยก็ตรงที่บ้าปลา ซึ่งมีพ่อเป็นกองหนุน เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเท่าไหร่ ถ้ามีปัญหาเรอะ….. โน่น.. ยาย ตา น้า ยังมีเป็นกองหนุนอีกเพียบ (งี้แหละ แม่ถึงได้ค่อนว่าตามใจกันเข้าไปจนเสียคน -_-")

จริงๆแล้ว สนิทกับยายมากกว่าแม่มาก มีอะไรยายก็จะรู้ก่อนอยู่เสมอๆ (แม่อย่าน้อยใจนะ เหะ เหะ…) ไม่ว่าจะเรื่องตังค์ขาดมือ ทะเลาะกับเพื่อน เฮี้ยวกับแม่ อยากได้ไอ้นั่น อยากกินไอ้นี่ ฯลฯ ยายก็จะคอยเป็นคนรับฟัง คนให้คำแนะนำ และช่วยแก้ปัญหาโดยไม่ซ้ำเติม(ซักเท่าไหร่)

ยายเป็นนักเล่าเรื่องตัวยง ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรที่ยายจำได้ฝังใจ เราก็จะมีโอกาสฟังยายเล่าอยู่เสมอๆ บางทีก็รบเร้าให้ยายเล่าซ้ำไปซ้ำมาแบบไม่รู้เบื่อ ซึ่งมันก็เป็นความสุขสำหรับยาย ที่ได้ทบทวนความทรงจำดีๆอยู่เสมอๆ

สุขภาพยายไม่ค่อยดีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ยายเลยเลือกที่จะมีความสุขอยู่กับบ้าน ทำกิจกรรมโปรดทุกวันที่ หนึ่งและสิบหกของเดือน (แทงหวยนั่นเอง ) นอกจากนี้ ยังมีรำพัดกับญาติๆบ้าง นอกจากนี้ยังมีสวดมนต์ตามเทปภาษาจีน กับฟังข่าว ยายเลยดูจะเป็นคนทันเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา

ยายมักจะอบรมสั่งสอนหลานโง่ๆคนนี้อยู่เสมอ คำพูดที่ติดปากยายมีอยู่หลายประโยค อย่าง:
"คนเรานะลูก มีสองมือสองเท้าเท่ากัน ถ้าเรามีความขยัน ไม่ต้องกลัวจน"
"คนกตัญญูรู้คุณน่ะลูก อยู่ที่ไหนก็เจริญ"
"เอาใจเขามาใส่ใจเรานะ"
"ตั้งใจเรียนเข้าไว้ อีกหน่อยจะได้สบาย"
ฯลฯ

ไม่ว่าจะเป็นการโดนใช้สารพัดจากยาย เป็นคนรับใช้ยายบ้าง กลับบ้านมาชวนยายคุย ซื้อขนมมาฝาก ไปซื้อน้ำเต้าหู้ตอนเช้าๆ (จำได้นะ น้ำเต้าหู้หวานๆใส่สาคูอย่างเดียวใช่ม้า ) ใส่บาตรแทนยาย ถึงแม้สิ่งที่ทำไปทั้งหมด คงเทียบไม่ได้กับสิ่งที่ยายเคยทำให้ แต่หลานคนนี้พอจะดีใจที่มีโอกาสทำอะไรให้ยายภูมิใจและดีใจอยู่บ้าง

แม้ว่ายายจะรีบหนีไปอยู่เป็นเพื่อนกับตาก่อนที่ผมจะเข้ามหาวิทยาลัยแค่สองปี แต่โอห์มก็รู้ว่ายายยังคงดูแล เป็นกำลังใจ และดีใจด้วยกันอยู่เสมอเหมือนทุกครั้งใช่ป่ะยาย? วันที่ประกาศผลสอบเข้ามหาลัยได้ คนที่โอห์มคิดถึงมากที่สุด กลับไม่ใช่พ่อกับแม่ แต่ยายกับตา เป็นสองคนแรกที่โอห์มนึกถึง ว่าจะดีใจกับหลานคนนี้ขนาดไหน

อยากให้ยายได้รู้ (และคิดว่ายายคงรู้) ว่าเขียนเรื่องนี้เพราะคิดถึงยายมากๆ โดยเฉพาะวันฝนพรำๆยามบ่ายอย่างนี้ ที่เราชอบนอนคลุมโปงดูตำนานรักดอกเหมยอยู่ด้วยกัน ในห้องแอร์เย็นๆ ดูละครเคล้ากับเสียงฝน

แม้วันเก่าๆจะไม่ย้อนคืนมาแล้วก็ตาม แต่ความทรงจำดีๆ ที่เรามีด้วยกันก็ยังคงอยู่เสมอ สิ่งที่ยายอบรมสั่งสอนในตอนนั้น แม้จะดูเหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา อย่างที่ยายบอกว่าชั้นพูดจนปากจะฉีกถึงหูอยู่บ่อยๆ แต่หลานคนนี้ก็ยังจำได้ทุกคำ ถ้ายายรับรู้ได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง อยากจะบอกยายว่า ดีใจที่สุด ที่ได้เกิดมาเป็นหลานยายครับ




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2549 9:17:26 น.
Counter : 276 Pageviews.  


mb.
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นเด็กครับ เลยชอบไม้วัยรุ่นอยู่ 55
Friends' blogs
[Add mb.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.