ชมทุ่งกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม ชุ่มฉ่ำตาดโตน อัศจรรย์มอหินขาว เที่ยวชัยภูมิ มีดีกว่าที่คิด


รูปค่อนข้างจะเยอะนะครับ ใครรอไม่ไหวเข้ามาดูที่นี่ก่อนได้ครับ รีวิว ชมทุ่งกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม ชุ่มฉ่ำตาดโตน อัศจรรย์มอหินขาว เที่ยวชัยภูมิ มีดีกว่าที่คิด

มาถึงชัยภูมิเกือบบ่าย 3 วันนี้ขอไปเที่ยวใกล้ๆ เมืองก่อน ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงทางเข้าน้ำตกตาดโตน เดินเข้าไปยังไม่ทันเหนื่อยก็เห็นน้ำตกแล้ว


คุณลูกสาวจัดเตรียมสัมภาระพร้อมลุย


ตอนนี้พร้อมที่จะลุยกันแล้ว


เดินมาประมาณ 400 เมตร ก็จะเห็นป้ายนี้ อยู่ใกล้ๆ กับน้ำตก


น้ำตกตาดโตนในยามนี้ ผมว่าน้ำน้อยไปหน่อยสำหรับหน้าฝน ผมเคยไปในช่วงปลายปีน้ำเยอะกว่านี้


ถึงน้ำจะน้อยแต่ก็น้ำใส เย็นฉ่ำ น่าเล่นมาก


ริมหน้าผาน้ำตก ถึงจะไม่สูงมาก แต่ถ้าตกไปก็คงไม่เหลือ


มาดูความแรงของน้ำกัน


ภายในมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว


ถังขยะจัดไว้ให้มากมาย ไปเที่ยวกันแล้วช่วยทิ้งขยะให้ลงถังด้วย


ห้องน้ำพร้อมให้บริการ


ร้านค้าสวัสดิการ, กาแฟสด ก็มีขายอยู่ด้านใน


กลางคืน มาเดินเล่นกันที่ถนนคนเดินเมืองชัยภูมิสักหน่อย


เดี๋ยวนี้เมืองท่องเที่ยวต่างๆ ฮิตกันมากเลยกับการสร้างถนนคนเดิน ผมเองก็ได้ไปสัมผัสถนนคนเดินดังๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ปาย หรือที่เชียงใหม่ ซึ่งในแต่ละที่นั้นออกจะดูวุ่นวายเกินไปหน่อย มาลองดูถนนคนเดินแห่งเมืองชัยภูมิกันบ้าง


เดินเหนื่อยๆ ขอน้ำปั่นสักแก้ว


อาหารการกินมีมากมาย อย่างไก่ทอดร้านนี้


ลองดูพิซซ่ารถเข็นกันบ้าง


ขนมครกชาววัง อันนี้ผมได้ลองชิมอยู่ ก็อร่อยใช้ได้


เค้ามุงดูอะไรกันมากมาย ด้วยความขี้สงสัย ก็เลยต้องขอไปมุงดูบ้าง


ที่แท้เค้าก็มุงซื้อน้ำแข็งใสนี่เอง ร้อนๆ แบบนี้เหมาะยิ่งนัก


จะพลาดได้ยังไง ก็เลยต้องลองสักถ้วย


ยามสายในเมืองชัยภูมิ วันนี้ท้องฟ้าสดใส แดดแรงดี เหมาะกับการไปเที่ยวมอหินขาวอย่างยิ่ง


ก่อนไปมอหินขาว ต้องเตรียมตัว เตรียมท้องกันสักหน่อยก่อน แวะกินข้าวร้านครัวไทยกัน


ร้านครัวไทย เป็นร้านขายข้าวแกงเล็กๆ ที่อยู่ในตัวเมืองชัยภูมิ


เติมพลังกับข้าวแกงรสเด็ดกันก่อน


ทางเข้ามอหินขาวช่วง 6.5 กิโลเมตร สุดท้าย สภาพทางเป็นอย่างที่เห็นครับ


ในช่วงแรกจะเป็นเหมือนหมู่บ้าน แต่พอขับเข้าไปสักหน่อยจะเป็นเหมือนไร่ที่ชาวบ้านทำการเกษตรกัน บรรยากาศสองข้างทางสวยงามมาก


ใกล้จะถึงมอหินขาวแล้วครับ


จุดแรกที่จะได้เจอคือ กลุ่มเสาหินห้าแท่ง ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มจะไม่ค่อยดีเสียแล้ว


คุณลูกสาวกำลังสนใจกับดอกไม้จิ๋วสีม่วงที่มีอยู่ทั่วบริเวณ


กลุ่มเสาหินห้าแท่ง ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าที่นี่มีอะไร มีหินอยู่ห้าแท่งนี่แหละครับ แต่เป็นห้าแท่งที่สูงใหญ่มาก แต่ละแท่งสูงประมาณ 10-12 เมตร


คุณลูกสาวเดินสำรวจไปทั่วบริเวณเลยครับ ไม่เคยเห็นหินใหญ่ขนาดนี้


แท่งนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด


รูปที่มอหินขาวเยอะพอสมควร ดูกันไปเรื่อยๆ นะครับ


ที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะมาก ถึงแม้ว่าตอนนี้ฟ้าจะไม่ใส แต่อากาศก็ไม่ร้อน เดินถ่ายรูปสนุกไปเลย แต่เห็นมีบางกลุ่มคุยกันบอกว่า "มาเพื่อดูแค่นี้เนี่ยนะ ไม่เห็นมีอะไรเลย" ผมก็อดยิ้มไม่ได้ครับ ฮิฮิ ใครคิดจะเข้าไป ลองดูก่อนนะครับว่าชอบเที่ยวแนวนี้ไหม


ปีนขึ้นมาดูมุมสูงบ้าง


นอกจากเสาหินสูงๆ แล้ว ก้อนหินเตี้ยๆ ก็มีอยู่มากมาย


ทุ่งดอกไม้, เสาหิน กับท้องฟ้าที่อยากจะไล่พวกเราเต็มที่


เสาหินอีกมุมหนึ่ง อยากรู้ว่าเสาหินใหญ่ขนาดไหน ลองดูที่ตัวคนได้


เดินสำรวจไปรอบๆ เห็นมีทางเดินเล็กๆ อยู่ ท้องฟ้าด้านซ้ายเห็นสายฝนเทลงมาแล้ว


แต่สายฝนไกลๆ ไม่ทำให้เรายอมแพ้หรอก อุตส่าห์ดั้นด้นมา คุณลูกสาวนำทีม สำรวจต่อเลยครับ


เจอก้อนหินประหลาดอีกแล้ว


ก้อนนี้เป็นหินลูกเจี๊ยบครับ


บริเวณนี้มีกลุ่มหินอยู่หลายก้อน ถึงจะไม่ใหญ่โตแต่ก็ดูสวยไปอีกแบบ


เดินกันขึ้นไปจนถึงด้านบนก็จะไปเจอถนนตรงช่วงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวพอดีครับ ตอนนี้เดินกลับลงมาแล้วครับ


รถที่จอดอยู่ตรงเสาหินห้าแท่งเริ่มหายไปกันหมดแล้ว


เจอรถไอศครีมไม่ได้เลย ต้องวิ่งเข้าหาตลอด นี่ขนาดเข้ามาอยู่ในนี้ยังจะตามเข้ามาขายอีก


ออกจากเสาหินห้าแท่ง ขับรถขึ้นไปด้านบนต่ออีก มาถึงสุดทางก็จะเจอจุดชมวิวผาหัวนาค


ทางเดินเข้าจุดชมวิวผาหัวนาค สบายๆ ไม่ไกลมาก


มาถึงจุดชมวิวแรก


จากจุดชมวิวมองเห็นพื้นล่างได้กว้างไกล


จากจุดชมวิวแรก เดินกันต่ออีกไม่ไกล บริเวณนี้จะมีจุดชมวิวริมหน้าผาอยู่หลายแห่ง


หาที่ถ่ายรูปกันได้ตลอดทาง


ลานกว้างริมหน้าผา ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะริมหน้าผามีรอยแยกลึกอยู่หลายแห่ง หากเดินไม่มองคงได้อยู่เฝ้าหน้าผาเป็นแน่


เจอเห็ดสีแดงสดน่ากินซะด้วย แต่ผมไม่ขอลองดีกว่า แค่ถ่ายรูปเก็บมาดูก็พอ


ตากล้องคนนี้ก็เอาแต่ถ่ายรูป ถอยหลังน่ะได้นะ แต่อย่าเผลอเดินหน้าก็แล้วกัน


มองลงไปด้านล่างก็จะเห็นที่ราบกว้างใหญ่


มองไปด้านซ้ายจะเห็นขุนเขาสลับซับซ้อน


เส้นทางขาลงจากจุดชมวิวผาหัวนาค ถ้าฝนไม่ตก City สบายมากครับ


ระหว่างเสาหินห้าแท่งกับผาหัวนาคจะมีจุดน่าสนใจอยู่หลายจุด อย่างตรงนี้คือลานหินต้นไทร แต่ไม่ได้ลงไปเดินดูเพราะว่าตอนนี้ฝนเริ่มตกลงมาแล้ว


ถนนขากลับออกมาจากมอหินขาว ฝนยังตกลงมาไม่หยุดหนักบ้างเบาบ้าง ขับเลยมาจากกลุ่มเสาหินห้าแท่งได้เพียงนิดเดียวก็พบอาการผิดปกติในการขับรถอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่สามารถควบคุมรถให้วิ่งไปได้อย่างที่ใจคิด จะให้วิ่งไปตรงๆ ยังไม่ค่อยได้เลย ล้อเริ่มจะลื่นไถลไปมา หักพวงมาลัยเพื่อให้รถเลี้ยวไปตามโค้งก็กลายเป็นว่าไม่เลี้ยวลื่นตรงไปซะอย่างนั้น ถนนที่เคยวิ่งง่ายในตอนเข้า กลับกลายเป็นลำบากในตอนออกซะแล้ว ยังดีที่ถนนค่อนข้างกว้างจึงพอ จึงพอให้มีพื้นที่ในการไถลอยู่บ้าง ถ้าเป็นถนนแคบๆ อาจจะไถลตกเขาไปแล้ว ผมลองจอดรถลงมาดูไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงคุมรถไม่ได้ ในตอนนี้แถบจะไม่เห็นล้อรถเลยครับ ดินเกาะล้อหนามากๆ ผมใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง ต้องขับออกมาแบบคลานออกมาเรื่อยๆ นี่คงจะเป็นสาเหตุที่ใครๆ บอกว่าไม่ควรเอารถเก๋งเข้ามอหินขาว


วันนี้เที่ยวกันจนเหนื่อย กลับเข้าตัวเมืองหาอะไรทานกันดีกว่า ขับรถผ่านครัวแม่เตียงก็เลยเข้าไปลองสักหน่อย


ถ้าจำไม่ผิดนะครับ จานนี้คือเต้าหู้ขาอ่อน


ปลาช่อนแม่เตียง


ยำปลาหมึก


ห่อหมกทะเล แต่ผมว่าเหมือนทะเลผัดผงกระหรี่มากกว่าครับ


จานนี้อาหารที่มีคนนิยมกินกันมากที่สุด ไข่เจียวครับ


ปีกไก่ทอด โดยรวมแล้วครัวแม่เตียงสำหรับผม ก็พอใช้ได้ครับ


วันนี้วันสุดท้ายแล้ว วันนี้ไปชมทุ่งกระเจียวที่ป่าหินงามกัน และใช้เป็นทางผ่านกลับกรุงเทพฯ ด้วยเลย


ทางเดินชมดอกกระเจียวถูกทำไว้อย่างดี การเดินชมดอกกระเจียวนั้นทางอุทยานฯ ห้ามเดินออกนอกทางเดินเด็ดขาด


แล้วแบบนี้เจ้าตัวนี้จะถูกปรับเงินไหมเนี่ย


ทางเดินชมทุ่งกระเจียว เดินง่าย สบายๆ ไม่เหนื่อยมาก


เล็งหาดอกที่คิดว่าดีที่สุดอยู่นาน หายากมาก


ดอกกระเจียวอีกดอก


เดินเข้าไปเรื่อยๆ จะเห็นดอกสีชมพูเต็มไปหมด


ดอกกระเจียวสีชมพู รวมกลุ่มกันอวดความงาม


การท่องเที่ยวชมทุ่งดอกกระเจียวนั้น สามารถชมได้ในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่มิถุนายน ถึง สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกกระเจียวบานเต็มพื้นที่สวยงามเหมือนกับทุ่งในทรวงสวรรค์เลยทีเดียว แต่ในปีนี้ วันที่ผมไปถึงนั้น (25 กรกฎาคม 2554) ดอกกระเจียวได้เริ่มเน่าและร่วงโรยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้บอกว่าเพราะปีนี้ฝนตกหนักแถบทุกวัน ทำให้มีน้ำไปค้างอยู่ที่ตัวดอกมาก ก็เลยเน่าเร็วกว่าทุกๆ ปี



ลึกเข้าไปในทุ่งกระเจียว ป่าจะเริ่มทึบขึ้น


ผมเดินตามทางเดินชมทุ่งดอกกระเจียวเข้าไปด้านใน จากที่เป็นทุ่งโล่งๆ เริ่มเปลี่ยนเป็นทางเดินเข้าป่าริมหน้าผา เห็นป้ายชี้บอกทางไปจุดชมวิวผาสุดแผ่นดินก็เลยเดินต่อผ่านป่าเข้าไปด้านใน


คุณลูกสาวหยุดพักเหนื่อยก่อนลุยต่อ


กิ้งกือยักษ์เกาะอยู่บนต้นไม้


ระหว่างหยุดพักก็ถ่ายรูปไปเรื่อย


เอาล่ะหายเหนื่อยแล้วก็ลุยต่อได้ อีก 300 เมตรก็จะถึงจุดชมวิวผาสุดแผ่นดิน


สภาพทางเดินเข้าป่า ทางเรียบ มีหินบ้างตามรายทาง


เจ้าตัวนี้ตามเข้ามาตั้งแต่อยู่ที่ลานจอดรถ คอยเดินนำทางมาตลอด พอเห็นพวกเราหยุดเดิน มันก็จะเดินย้อนกลับมาคอย


ยืนดูเส้นทางก่อน มีก้อนหินขวางทางอยู่ จะเดินผ่านไปทางไหนดี


คราวนี้มีต้นไม้ขวางทางบ้าง


และแล้วก็เดินมาถึงผาสุดแผ่นดิน


จากจุดชมวิวผาสุดแผ่นดินสามารถชมวิวทิวทัศน์โดยรอบได้อย่างงดงาม


ลานหินกว้างวิ่งเล่นได้เลย แต่ผมว่าอย่าดีกว่า


มองไปเห็นหน้าผาอันสูงชัน


ผาสุดแผ่นดินจะมีหน้าผายื่นออกไปเป็นอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ


มุมมหาชนสักหน่อย


คุณลูกสาวตอนนี้กลายเป็นลิงไปซะแล้ว


ดอกกระเจียวในทุ่งมีแต่เหี่ยวๆ เลยเอาที่เขาปลูกไว้มาให้ดูกัน


นี่น่าจะเป็นกระเจียวอีกพันธุ์


ตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้ว ผมรีบออกจากผาสุดแผ่นดินเพื่อเข้าชมป่าหินงาม หรือ ลานหินงาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด


ทางเดินชมลานหินงาม เริ่มต้นจะเป็นทางเดินที่ทางอุทยานฯ จัดทำไว้ เดินง่าย แต่พอเข้าไปถึงด้านในจะเป็นลักษณะต้องปีนป่ายไปตามก้อนหินในบางจุด แต่ก็ไม่ถึงกับลำบากมาก ที่ลานหินงามมีหินรูปทรงแปลกตาอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หินฟีฟ่าเวิลด์คัฟ, หินแม่ไก่ยักษ์, หินจานเรด้าร์


เดินเข้าไปถึงจะเห็นหินฟีฟ่าเวิลด์คัฟอยู่ไกลๆ เป็นก้อนแรก


คุณลูกสาวสนุกสนานกับการปีนป่ายก้อนหินต่างๆ


หินถ้ำมอง ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงเรียกแบบนี้


หินแม่ไก่ยักษ์ แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเหมือนได้ขนาดนี้


หางแม่ไก่ยักษ์


อันนี้ถ้าพิมพ์ไปจะโดนเซ็นเซอร์ไหมเนี่ย เอาเป็นว่าดูชื่อกันเองล่ะ


มองลานหินจากมุมสูง


ผมเดินเข้าไปจนถึงจุดที่มองเห็นหินจานเรด้าร์ แล้วก็ต้องเร่งเดินกลับออกมา เพราะตั้งใจว่าจะเข้ามาไม่นาน แต่นี่ก็เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงแล้วที่เข้ามายังลานหินงาม


ตรงนี้ไม่รู้ว่าเป็นหินอะไรบ้าง


หินจานเรด้าร์ เสียดายที่ไม่ได้เดินเข้าไปดูใกล้ๆ


ยืนชมวิวลานหินกันก่อนกลับ


ระหว่างทางเดินจะพบเห็นขยะมากมายถูกทิ้งไว้ตามซอกหิน


ขยะตามรายทางที่เยอะมากๆ ซึ่งดูแล้วเป็นการตั้งใจทิ้งมากกว่า เพราะผมเห็นขวดน้ำซุกซ่อนอยู่ตามซอกหินเป็นจำนวนมาก ผมอยากให้ทุกคนที่ไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ทิ้งขยะกันให้ถูกที่ถูกทางด้วยนะครับ แค่ถือออกมาทิ้งข้างนอกมันคงไม่ลำบากเกินไปหรอกครับ คุณไม่อยากเห็นธรรมชาติที่งดงามอย่างนี้ไปนานๆ หรืออย่างไร


ก่อนกลับออกมาจากลานหิน ขอเข้าไปดูหินฟีฟ่าเวิลด์คัฟใกล้ๆ ซะก่อน


อำลาทริปนี้กันด้วยภาพนี้ครับ สักวันไทยเราคงได้ถ้วยฟีฟ่าของจริงมาครองกัน

ผมคงต้องโบกมือลาป่าหินงาม และจังหวัดชัยภูมิแล้ว ทริปนี้เป็นทริปที่สนุกสนาน ตื่นเต้น และได้พบเห็นสิ่งต่างๆ มากมาย ความสุขนี้ไม่มีวันลืมเลือนไปจากใจผมแน่นอน

ดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ รีวิว ชมทุ่งกระเจียว เที่ยวป่าหินงาม ชุ่มฉ่ำตาดโตน อัศจรรย์มอหินขาว เที่ยวชัยภูมิ มีดีกว่าที่คิด





Create Date : 25 สิงหาคม 2554
Last Update : 9 กรกฎาคม 2555 12:34:00 น. 3 comments
Counter : 3869 Pageviews.

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 26 สิงหาคม 2554 เวลา:8:32:40 น.  

 
แวะมาชมค่ะ


โดย: นู๋ที วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:11:15:52 น.  

 
ลูกสาวน่ารักมากเลยคับ...ครอบครัวนี้คงมีความสุขดีนะคับ


โดย: แมน IP: 203.158.4.226 วันที่: 6 ตุลาคม 2554 เวลา:13:52:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Naaaa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




บทความและภาพถ่ายทุกๆ ภาพสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามเผยแพร่ ดัดแปลง โดยไม่ได้รับอนุญาต

หากผู้ใดมีความประสงค์ต้องการนำบทความและภาพถ่ายไปเผยแพร่ หรือเพื่อการอย่างอื่นอย่างใด ผมไม่หวงครับ แต่กรุณาขออนุญาตกันอย่างถูกต้องด้วยครับ ขอบคุณครับ


Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Naaaa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.