ชีวิตคือการค้นหา..แต่สิ่งที่หาจะเกิดขึ้นใหม่ทุกๆวัน
 
พฤษภาคม 2557
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
17 พฤษภาคม 2557
 
 

ทริปญี่ปุ่น NO. 2 ตอนที่ 4 (ตอนจบ) Matsumoto-Gero-Nagoya

Plan วันที่ 7 บ่าย เที่ยว Matsumoto

จาก Shinano Omachi ไป Matsumoto ขบวน LED.EXP  15:05 - 15:43 1,330Y

ถึง Matsumoto Station ก็ได้ข้อมูลจาก Tourist Information เกี่ยวกับจุดชมซากุระ  เพราะเมืองนี้ซากุระยังอยู่ในช่วงฟลูบลูม

เมื่อได้พิกัดมาแล้ว ซึ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือ Check-in โรงแรม คืนนี้เราพัก Toyoko Inn ชื่อที่คนไทยคุ้นเคย ใครไปญี่ปุ่นต้องรู้จัก

หลังจาก Check-in เก็บของเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปตามหาซากุระ ตามพิกัดบอกว่าอยู่แถวถนนเรียบแม่น้ำ(จำชื่อไม่ได้)

เดินมาจากโรงแรมไกลพอสมควร ก็จะเจอแยกที่มีสะพานมองเข้าไปจะเห็นทิวต้นซากุระเป็นแนวยาวตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำ

matsumoto1

เนื่องจากเรามาถึงเมือง Matsumoto ก็เป็นช่วงเย็นแล้ว เดิมวางแผนเที่ยวหลายที่ แต่พอมาเจอซากุระ เพลินจนหมดเวลา

วันนี้พวกเราก็ใช้พลังงานกับการเดินไปเยอะ ประกอบกับท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว  เลยตัดสินใจเดินกลับเข้าเมือง

ตั้งใจไปเที่ยวปราสาทต่อ แต่ด้วยความเหนื่อย+หิว เลยเปลี่ยนเป็นหาข้าวเย็นกินกันก่อนดีกว่า มีกำลังแล้วค่อยลุยต่อ

Matsumoto เป็นเมืองเล็กคล้ายๆ Toyama แต่ก็มีห้างสรรพสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร  เราก็ส่องกันอยู่หลายร้าน

แล้วก็มาเจอร้านนี้ อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม  ชื่อร้านเป็นภาษีญี่ปุ่นอ่านไม่ออก แต่มีสัญลักษณ์เป็นรูปปลา อาหารอร่อยใช้ได้เลย

matsumoto5

หน้าตาอาหารดูดีมากๆ ราคาก็พอรับได้ สั่งไปหลายสิ่ง ค่าเสียหายประมาณ 6,000Y  ลุงเจ้าของร้านก็เป็นกันเองดี

matsumoto2

หลังจากอิ่ม ก็พากันกลับโรงแรม ตั้งใจว่าจะออกมาดู Light up ที่ Matsumoto Castle   แต่พอถึงห้อง เจอเตียงเท่านั้นแหละ  วันนี้เป็นอันจบ

 

Plan วันที่ 8  Gero Onsen

วันนี้เราต้องกลับ Takayama เพื่อไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ที่ K's house และนั่งรถไฟต่อไปเมือง Gero

จาก Matsumoto เราใช้บริการรถบัส ซึ่งน่าจะสะดวก และประหยัดที่สุดแล้ว  โดยเลือกออกตอนเช้าเลย ตอน 8:35  ถึง 10:50

ตอนมารอรถบัสที่ Terminal เจอดาราไทยด้วย อินเทรนกะเค้าบ้าง เห็นใครๆ มาญี่ปุ่นก็เจอดารากัน เราเจอ จอย (รินลณี)

ตัวจริงเค้าน่ารัก ผอม-สูงมาก เลยขอถ่ายรูปมาเป็นที่ระทึกซะเลย   อิชั้นจะหน้าบานไปไหนเนี้ย

หลังจากขึ้นรถ ตอนแรกๆ ถนนก็ยังธรรมดาอยู่ แต่พอออกนอกเมือง ก็ต้องขึ้นเขาไปเรื่อยๆ โค้งแล้ว โค้งอีก เส้นทางนี้โหดเอาการทีเดียว

แต่จะว่าไปวิวตามเส้นทางก็สวยมากๆ  เลาะเรียบไปตามภูเขา อีกด้านนึงก็จะเป็นแม่น้ำ บ้างก็เป็นเขื่อน ยิ่งสูงยิ่งหนาว

มีหิมะที่ละลายยังไม่หมดบ้าง และที่เยอะพอๆ กับโค้ง ก็ คืออุโมงค์ สังเกตุว่าถนนต่างจังหวัดของญี่ปุ่นอุโมงค์เยอะมาก

ก่อนถึง Takayama รถบัสจะแวะจอดที่ Hirayu Onsen  ซึ่งที่นี่จะเป็นออนเซ็นที่มีชื่อเสียง ชาวญี่ปุ่นนิยมเดินทางมาเที่ยว 

 

วันนี้รถบัสมาถึง Takayamy Rate ไปประมาณ 20 นาทีเลย เนื่องจากตลอดเส้นทางที่ผ่านมา จะมีจุดซ่อมถนนและอุโมงค์อยู่

Plan วันที่ 8 ช่วงบ่าย เที่ยวเมือง Gero

เมื่อมาถึง Takayama กลับไปดูซากุระแถวสะพานแดงอีกครั้ง เพราะคาดว่าน่าจะบานแล้ว และก็บานจริงๆ ด้วย แต่ยังไม่มากนัก

takayama

ก่อนไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ ก็แวะไปซื้อขนมโปรด ไดฟูกุสอดใส้สตอเบอรี่ แต่ต้องผิดหวังเพราะไม่มีสตอเบอรี่ ก็จัดกีวีมาแทน 

จากนั้นก็แวะซื้อเสบียงที่ร้านเบนโตะเจ้าเดิม ได้สตอเบอรี่สดลูกใหญ่ น่ากินมาด้วย กะว่าจะเก็บไว้กินกันตอนไป Gero

หลังจากไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ ก็ลากไปสถานีรถไฟ เราจองตั๋วไว้แล้วตั้งแต่ตอนกลับมาถึง 

ในช่วงเทศกาลแบบนี้ การจองตั๋วรถไฟล่วงหน้าเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะคนที่ไม่มี JR Pass  เพราะคิวจองตั๋วจะยาวมาก

บางครั้งอาจทำให้เราพลาดเที่ยวรถไฟได้

(มีประสบการณ์มาจากตอนซื้อตั๋วจาก Shinano-Omachi เพื่อไป Matsumoto  ตอนแรกตั้งใจไปขบวน Local

แต่เห็นเวลาของขบวน LTD.EXP. ดีกว่า เลยเปลี่ยนใจนาทีสุดท้าย กว่าจะเปลี่ยนตั๋วได้ เกือบขึ้นรถไม่ทัน)

 

มาถึงสถานีก็เจอกับอุปสรรคจนได้ ---> platform ที่ต้องขึ้นรถไฟอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งต้องลากกระเป๋าลงบันได แล้วลากขึ้น platform อีกฝั่ง

ด้วยกระเป๋าของแต่ละคนขนาดไม่ต่ำว่า 24 นิ้ว แล้วอัดแน่นด้วยสัมภาระที่หนักอึ้ง หุหุหุ กว่าจะแบกมาขึ้นรถไฟกันได้ หลังแทบหัก T T

จาก Takayama มา Gero ด้วยขบวน LTD.EXP ใช้เวลา 45 นาที นั่งรถชิวกินเบ็นโตะกันไป ไม่นานก็ถึง Gero Station

daifuku

เหตุผลที่เราไม่ onsen ตอนอยู่ Takayama ทั้งที่ก็มีอยู่หลายแห่งเหมือนกัน แถมเรานอนที่นั่นถึง 2 คืน เป็นเพราะว่า

ที่ Takayama เป็นช่วงเทศกาล ราคาจะปรับขึ้น แล้วก็คนเยอะด้วย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ทำให้เราไม่กล้า onsen เท่าไหร่

จึงเลือก Gero ที่เป็นเมือง onsen โดยเฉพาะ และมีชื่อเสียงติดอันดับ 3 ของญี่ปุ่นเลยด้วย เดินทางไม่ไกลจาก Takayama

จองที่พักผ่าน Expredia เพราะช่วงนั้นมีโปรฯลด 10% ที่พักชื่อ Gero onsen Fukagu

เลือกห้องพักแบบญี่ปุ่นสำหรับ 4 คน พร้อมอาหารเช้าและเย็น ซึ่งจะเสริฟในห้องเราเลย มีชุดยูกาตะสีสันสดใสให้ใส่ด้วย

สนนราคาอยู่ที่ 9,720 Y ต่อคน ถือว่าราคาดีทีเดียวเมื่อเที่ยบกับ Onsen ทั่วไปในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ ที่ดูมา 15,000-20,000Y

fukagu

พอออกจากสถานี Gero จะมีรถของที่พักมารอรับอยู่  โดย Mr.Ben ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมจะมารับเองเลย 

จริงๆ ที่พักก็อยู่ไม่ไกลจากสถานี นั่งรถประมาณไม่เกิน 5 นาทีก็ถึงแล้ว ทำเลที่พักถือว่าดีมาก อยู่ติดถนน ริมแม่น้ำ

บรรยากาศในห้องพัก เป็นแบบญี่ปุ่นปูพื้นด้วยเสื่อทาทามิ อุปกรณ์ครบครัน มีชาและขนมด้วย ส่วนห้องน้ำแยกอยู่อีกด้านนึง

fukagu

Mr.Ben จะพาเรามาดูห้องและแนะนำเรื่องต่างๆ  กำหนดเวลาสำหรับ Onsen ในแต่ละช่วง  เวลาสำหรับอาหารเย็นและอาหารเช้า

หลังจากเราเก็บของเปลี่ยนเสื้อผ้า ก็ออกไปเดินเล่นชมเมืองกัน

Gero Town  --> Gero (เกโระ) แปลว่า กบ  เพราะฉะนั้นเมืองนี้จึงมีกบเป็นสัญลักษณ์

gero

เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ onsen  มีบ่อ onsen สำหรับแช่เท้าด้วยซึ่งจะมีอยู่หลายจุด และไม่เสียค่าบริการ

นอกจากนั้นยังมีบ่อ public onsen(แช่ตัว) เป็นบ่อธรรมชาติ แบบเปิดโล่ง อยู่ริมแม่น้ำ เป็นบ่อรวม ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

 (อยากรู้จะผู้หญิงคนไหนกล้า เปิดโล่งซะขนาดนั้น)

gero

เดินเล่นชิวๆ ในเมืองน่ารักๆ

gero

ตั้งใจไปจองตั๋ว JR สำหรับพรุ่งนี้ ก็เลยเดินเล่นไปเรื่อยๆ เมืองนี้สงบดีจริงๆ เลย   เรามาไม่ทันช่วงเทศการซากุระบานอีกตามเคย

แต่ Mr.Ben บอกว่าคืนนี้มีงานดอกไม้ไฟวันสุดท้าย แค่ได้ฟังก็ตาลุกวาว ดีใจจะได้ดูพลุที่ญี่ปุ่นด้วย  นึกว่ามีแต่ในฤดูร้อน

จองตั๋วเสร็จก็เดินกลับโรงแรม กลับไปแช่น้ำร้อน เผื่อจะใส่ยูกาตะออกมาเดินเล่นบ้าง

ที่ Fukagu จะมีบ่อ Onsen อยู่ 4 บ่อ เป็นแบบ in-door 2 บ่อ out-door 2  บ่อ โรงแรมมี 5 ชั้น บวกชั้นใต้ดินอีกหนึ่ง

ซึ่งแต่ละบ่อจะสลับกันใช้ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง โดยกำหนดเป็นช่วงเวลาที่ต่างกัน เช่น

06:00 - 15:00  ผู้หญิง in-door   ผู้ชาย out-door

15:00 - 24:00 ผู้หญิง out-door  ผู้ชาย in-door

เราสามารถ request ห้อง private ได้ด้วย แต่ต้องจองตรงกับโรงแรม จองผ่าน agency ต้องเสียค่าบริการเพิ่ม

แอบไปถ่ายรูปบ่อแบบ in-door ที่อยู่ชั้นใต้ดินตอนไม่มีคนมาด้วย  แต่เราไม่ได้แช่บ่อนี้  บ่อที่เราแช่จะอยู่ชั้น 5 เห็นวิวแม่น้ำและภูเขาด้วย

onsen

วันแรกเราแช่น้ำร้อนบ่อแบบ out-door  ตอนอาบน้ำหนาวมาก เพราะที่อาบน้ำก็อยู่ด้านนอกเหมือนกัน  ไม่มีคนอื่นแช่เลย

ผลัดกันแช่น้ำร้อนเรียบร้อย ก็มาใส่ยูกาตะกัน เค้าให้เราเลือกสีของชุดกับผ้าคาดเอวเอง  ใส่กันไปแบบมั่วๆ ก็ออกมาดูดีเหมือนกันนะ

ukata

ถึงเวลามื้อเย็น ก็จะมีพนักงานมาจัดโต๊ะให้  เป็นคุณป้าที่คล่องแคล่วมาก อาหารเยอะ ละลานตาไปหมด อย่างละนิดละหน่อย

onsen

เห็นจานเล็กจานน้อย แต่ก็อิ่มมากเลย  พออิ่มกันเรียบร้อยก็โทรแจ้งพนักงาน เค้าก็จะมาเก็บโต๊ะ และปูที่นอนให้ด้วย

แล้วก็มาถึงเวลาดูพลุ สถานที่จุดอยู่หน้าตรงริมแม่น้ำ หน้าโรงแรมพอดีเลย สามารถดูได้จากห้องพัก แจ่มสุดๆ

ประทับใจพลุมาก เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายสุดๆ คิดว่าจะเป็นชุดเล็กๆ แต่เค้าจัดเต็มมาก เป็นพลุที่สวยที่สุดเท่าที่เคยดูมา

เสียดายถ่ายรูปมาไม่สวย เพราะกล้องไม่เอื้ออำนวย ได้แต่เก็บไว้ในความทรงจำ   ดูพลุไป กินสตอเบอรี่ไป ฟิน สุด สุด

onsen

จบคืนแรกที่ Gero เต็มไปด้วยความประทับใจ  คืนนี้คงนอนหลับฝันดี

Plan วันที่ 9  ไป Shopping ที่ Nagoya

 

ตื่นแต่เช้ารีบไปแช่น้ำร้อนตั้งแต่ 6 โมง  เพราะส่วนใหญ่จะยังไม่ค่อยมีคนมาแช่กัน  เช้านี้แช่บ่อ in-door ด้านบน วิวดีสุดๆ

วันนี้นัดทานมื้อเช้าตอน 7 โมง เพราะต้องไปรถไฟเที่ยว 8:45  เค้าก็จัดให้ตามที่เรา request ไว้

ตอนเช้าก็จะมีพนักงานมาเก็บที่นอน แล้วคุณป้าคนเดิมก็จะมาจัดโต๊ะอาหารเช้าให้

สำหรับมื้อเช้าเมนูจะไม่เยอะเท่ามื้อเย็น  แต่ปริมาณก็อิ่มเลยทีเดียว  ถึงเวลาต้องเดินทางด่อไปกันแล้ว วันท้ายๆของทริปแล้ว

พนักงานจะขับรถไปส่งเราที่สถานีรถไฟ ซึ่งเราต้องแจ้ง Mr.Ben ไว้ล่วงหน้าเลย รวมทั้งเวลาอาหารเช้าด้วย ซึ่งจัดเร็วกว่าปกติ

 

จาก Gero ถึง Nagoya ด้วย JR LTD.EXP ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง มาถึง Nagoya 10:33 เราจองตั๋วแบบมีที่นั่งไว้ 4,620Y

ระหว่างรอรถไฟ  ถ่ายรูปร้านขายของที่ระลึกในสถานีฆ่าเวลา สมกับเป็นเมืองกบจริงๆ ของที่ระลึกเอย ขนมเอย ล้วนทำเป็นรูปกบ

gero

Nagoya ถือเป็นเมืองใหญ่เจริญพอๆกับ Osaka เลยทีเดียว มาถึงสถานี JR บรรยากาศเหมือนกันเลย เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

จุดประสงค์หลักของวันนี้คือ Shopping ซื้อของฝาก เพราะเป็นวันสุดท้ายแล้ว  อันดับแรกต้องลากกระเป๋าไปฝากก่อน

วันนี้เราก็นอน Toyoko เช่นเคย แต่ตอนเดินหาโรงแรมงงเลย เพราะมีสองสาขาอยู่ใกล้กัน และเราก็ไม่รู้ว่าตรงไหนคือที่เราจอง

แต่ก็ไม่ยากเดินไปถามทั้งสองที่เลย ดีนะอยู่เยื้องๆ กันคนละมุม  พอเจอสาขาที่ใช่ก็ฝากกระเป๋ากันไว้ก่อนเลย

เป้าหมายแรกที่จะไปคือแถว Osu  ซึ่งเราก็เลือกซื้อตั๋ว Subway one day 600Y เพื่อการเดินทางสำหรับวันนี้

ถึงย่าน Osu แวะเที่ยววัดได้ 1 แห่งคือ วัด Kannon จากนั้นก็ตะลุย Shopping กันไปเรื่อยๆ ย่าน Osu จะแหล่งขายของมือสอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื้อผ้า


มีห้าง Komehyo ขายสินค้า Brand name มือสอง แต่ที่เราสนใจคือบนชั้น 7 จะมีขายเสื้อผ้ามือสองแบบชั่งกิโลด้วย  งานนี้ไม่มีพลาดอยู่แล้ว ต้องโดน

พอขึ้นไปก็เจอเลย มีทั้งแบบที่แขวนขายเป็นชิ้น และแบบชั่งกิโล  แบบที่ขายเป็นชิ้นจะมีราวแขวนไว้ โดยติดป้ายราคาเป็นสีต่างๆ เช่น ป้ายแดง 500y

ป้ายเขียว 1,000 y  ส่วนแบบชั่งกิโล เค้าจะเอาใส่กล่องกระดาษแล้วให้ลูกค้าไปคุ้ยเอง ราคากิโลละ 1000y ใครอยากซื้อก็ไปขอถุงพลาสติกจากพนักงาน

ก็ไปลองคุ้ยๆ ดูกะเค้าด้วย คนเยอะทีเดียว ตัวไหนสวยๆ ก็แย่งไม่ทันเค้า เลยถอยดีกว่า เพราะซื้อมากลัวเอากระเป๋าไม่พอใส่ เลยต้องตัดใจ

 

จากย่าน Osu ก็นั่ง Subway ไปตามหา shop GU แถว Sakae ย่านนี้เป็นแหล่ง Shopping หลักของ  Nagoya เลย แค่ในสถานีรถไฟก็มี Shop เยอะมาก

Shop GU อยู่บนชั้น 6 ของตึก Skyle และ Shop Uniglo อยู่ที่ชั้น 5 ในตึกเดียวกัน จัดไปทั้ง 2 ที่ เดินกันจนเหนื่อย

 
จากนั้นก็หิ้วของพะรุงพะรังกลับสถานี Nagoya มาตามหาร้านอาหารเย็นกัน เจอร้านที่คนส่วนใหญ่แนะนำ คือ ข้าวหน้าหมูทอด

 
ร้านชื่ออะไรจำไม่ได้ แต่มีหมูนุ่งโสร่งเป็นสัญลักษณ์  โดยความเห็นส่วนตัวเฉยๆกับร้านนี้ ชอบร้านที่เกียวโตมากกว่า


อิ่มกันแล้วก็เดินกลับโรงแรม เพราะยังต้องมีภาระกิจเก็บกระเป๋าอีก ดูจากของที่ Shop กันมา งานนี้น่าจะหิน

nagoya

Plan วันที่ 10  วันสุดท้ายของทริป Good bye Japan

 

วันสุดท้ายของทริปแล้ว  รีบcheck-out ออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้า ลากกระเป๋าไป Meitetsunagoya Sta. อยู่ติดกับ JR Sta.เพื่อขึ่นรถไฟไปสนามบิน

พลาดอย่างแรง ที่ไม่ได้จองตั๋วรถไฟไว้ล่วงหน้า พอไปถึงสถานี เคาเตอร์ที่ขายตั๋วยังไม่เปิด แก้ปัญหาเฉพาะหน้าดัวยการหยอดตั๋วจากเครื่องแทน

ซึ่งงงกับประเภทรถและตารางเวลามาก รู้สึกผิดเลยที่ไม่ได้ศึกษามาล่วงหน้า มาถึงขั้นนี้แล้ว ลุยเลยแล้วกัน ได้ตั๋วก็ลงมารอรถไฟที่ Platform ด้านล่าง
 nagoya

รถไฟของ Meitetsu จะมีอยู่หลายแบบมาก และจะวิ่งสลับๆ กันมา ก่อนขึ้นต้องดูดีๆ ว่าใช่ขบวนแบบที่เราจะไปหรือเปล่า

เราเลือกแบบ Limited Express ซึ่งจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงสนามบิน ถ้าไปแบบ Local จะเวลาเป็นชั่วโมงเลย

โดยปกติถ้าเป็นรถไฟที่วิ่งเข้าสนามบินต้องซื้อตั๋วแบบ reserved seat ราคาตั๋วอยู่ที่ 1,230 y แต่บังเอิญตั๋วที่เราซื้อมา 870 Y

เป็นค่าตั๋วอย่างเดียว ยังไม่มีที่นั่ง ต้องรอจนกว่าคนที่จองตั๋วจะขึ้นครบ เราจึงจะได้นั่งตัวที่ว่างอยู่ และจ่ายเงินเพิ่มตอนเค้ามาตรวจ

ฉนั้นเราจึงต้องยืนสิงอยู่ตรงทางเชื่อมระหว่างตู้  จนกว่าจะไม่มีผู้โดยสารขึ้นอีก  ขบวนที่เราขึ้นจอดอยู่ 3 สถานี ก่อนจะยิงยาวไปสนามบิน T T

มาถึงสนามบินตอน 8 โมงนิดๆ เคาเตอร์ Check-in ยังไม่เปิด เดินซื้อขนมของฝากด้านนอก Duty กันไปก่อน มีอยู่หลายร้าน เพลินกันไป

เดินกลับมา เคาเตอร์เปิดแล้ว แต่แถวรอ check-in+ โหลดกระเป๋ายาวเลย  รอจนเมื่อย เสร็จแล้วก็ต่อคิวผ่าน ตม.อีก รวมแล้ว ประมาณ 1 ชม.

หลุดออกมาจาก ตม. มีเวลาประมาณ 20 นาทีก่อน gete เปิด ณ จุดนี้  วิ่งเลย เพราะขนมยังไม่ได้ซื้อ 

แล้วก็ต้องผิดหวังอย่างแรง ตู้ Royce เกลี้ยงเลย เหลือแบบชาเขียวอยู่ 2-3 กล่อง  ทีนี้จะซื้อไรไปฝากคนที่บ้านดีล่ะ

จัดไปตามที่มีแล้วกัน  มันฝรั่ง Tomato Farm, มันฝรั่งเคลือบ chocolate Royce, Pokky ชาเขียว, chocolate แบบแผ่น Royce  หมดงบแล้ว

เป็นไปตามคาด ที่เก็บของบนเครื่องแน่นมาก คนขึ้นก่อนก็จัดเต็ม ส่วนคนขึ้นทีหลังก็ไม่มีที่เก็บ แอร์ทำหน้าเซ็งอย่างแรง

กว่าจะเคลียร์ให้ทุกคนมีที่เก็บกระเป๋า ก็เล่นเอาเหนื่อยเลย ขนาดเครื่องถอยออกจาก gate  กัปตันประกาศแล้ว  ยังเก็บกระเป๋าไม่เสร็จเลย

แต่สุดท้ายก็เป็นไปด้วยดี

Flight ระหว่าง  Nagoya ถึง Hanoi  มีเสริฟอาหารกลางวัน  ส่วน Flight จาก Hanoi ถึง กรุงเทพ ก็มีเสริฟ อาหารเย็น

เครื่องบินถึงสุวรรณภูมิตรงตามเวลาเป๊ะ    กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

จบแล้วสำหรับทริปนี้ เหนื่อย แต่ก็สนุกมากๆ เลย  เป็นทริปในความทรงจำอีกทริปหนึ่งเลย

***สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้โดยรวม ประมาณ 50,000 บาท  10 วัน 9 คืน  กับ 5 เมือง***




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2557
0 comments
Last Update : 19 พฤษภาคม 2557 22:19:20 น.
Counter : 2526 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

ohkouu
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ohkouu's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com