ช่องทางติดต่อรับเลี้ยงคีเฟอร์(kefir=บัวหิมะธิเบต)


  เห็นหลายคนมาเม้นถามหรือทิ้งเบอร์กับเมล์ไว้ในเม้น
มัทจะพยายามลบออกเพราะมันเป็นช่องทางหากินของมิจฉาชีพที่ชอบล่าข้อมูลการติดต่อไปขายนะคะ

 อย่างเมล์นี้ที่มัทเอามาลงก็เป็นเมล์หลักที่มัทใช้แจกและใช้โพสต์ในเน็ต ปรากฏว่าเป็นเมล์ที่มีเมล์ขยะเมล์ลูกโซ่ส่งเข้าไปเยอะมากโดยเฉพาะก่อนที่ฮอทเมล์จะปรับปรุงระบบ

สำหรับคนที่สนใจคีเฟอร์
ติดต่อทางไลน์สะดวกสุดค่ะ







Create Date : 19 มีนาคม 2558
Last Update : 14 ตุลาคม 2559 12:16:08 น.
Counter : 1272 Pageviews.

0 comment
Q&A about Kefir By Mutty
Q1 คีเฟอร์ตายจะเป็นยังไงค่ะ?
A1 
คีเฟอร์ตาย
ในกรณีคีเฟอร์นมมันจะสลายตัวค่ะ ตอนกรองจะไม่เหลือเป็นเม็ดอยู่ในกระชอน
ส่วนคีเฟอร์น้ำ ที่เคยเจอปัญหาตือเม็ดคีเฟอร์มันจะลอกคราบเป็นเยื่อยุ่ยๆขุ่นๆ
แต่ที่เหมือนกันทั้ง2ชนิดคือเลี้ยงๆไปมันจะลดจำนวนลงเรื่อยๆจนเกลี้ยงค่ะ

Q2 เวลาและปริมาณที่กินจำนวนเท่าไหร่ต่อวันถึงจะดี?
Q2 เวลาที่เหมาะสมในการบริโภค ดื่มตอนเช้าเพื่อกระตุ้นระบบขับถ่าย ดื่มก่อนนอนเพื่อให้หลับสบาย ดื่มก่อนมื้ออาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก แต่สำหรับมัทเอง กรองตอนไหนก็ดื่มตอนนั้นแหละค่ะ คีเฟอร์ไม่ใช่ยา ไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัวในการดื่ม
ส่วนปริมาณที่เหมาะสม นี่ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลอีกเช่นกัน แต่เท่าที่อ่านมาส่วนใหญ่จะดื่มวันละแก้วค่ะ บางคนดื่มครึ่งแก้วที่เหลือเอาไปพอกตัว บางคนดื่มเช้า1แก้วเย็น1แก้ว มัทเองดื่มได้สูงสุดวันละ2แก้วค่ะ เท่าที่ลองสังเกตตัวเองคือถ้าดื่มมากกว่านั้นจะเริ่มรู้สึกมีอาการร้อนใน 
ส่วนระยะพักสำหรับผู้ดื่มคีเฟอร์น้ำ เท่าที่ตามอ่านข้อมูลมาไม่ได้ระบุไว้นะคะ ต่างจากคีเฟอร์นมที่บางแหล่งบอกว่าต้องเว้น10วัน(แต่บางแหล่งก็บอกว่าไม่ต้องเว้น)
สรุปว่า สังเกตุร่างกายตัวเองเป็นหลักค่ะ

Q3 ถ้าจะเปลี่ยนคีเฟอร์น้ำให้เป็นคีเฟอร์นมได้ไหมคะ?
A3 เท่าที่ศึกษาข้อมูลมา ทำไม่ได้ค่ะ(ใครทำได้กรุณามาสอนด้วย) เรื่องนี้มัทยังไม่กล้าทดลอง ถ้าใครลองแล้วได้ผลยังไงก็มาบอกกันด้วยนะคะ

Q4คีเฟอร์น้ำ เลี้ยงในเฮลส์บลูบอยได้มั้ย?
A4 มัทลองแลี้ยงดูแล้วนะคะ ชงน้ำแดงเลี้ยงแทนน้ำตาลทรายแดง ผลคือรอดค่ะ(สีสวยด้วย) แต่จะโตช้ากว่าที่เลี้ยงในน้ำตาลทรายแดงนะคะ

ปล.มัทจะพยายามรวบรวมคำถามคำตอบมาลงในหน้านี้นะคะ 
ทั้งที่ถามในหลังไมค์พันทิปและถามในbloggang สอบถามกันเข้ามาได้เรื่อยๆค่ะ อันไหนตอบได้ก็จะตอบ ตอบไม่ได้ก็จะบอกค่ะ
ใครทีเลี้ยงคีเฟอร์อยู่ก็เข้ามาทักทายพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้นะคะSmiley



Create Date : 16 มีนาคม 2556
Last Update : 25 พฤษภาคม 2557 15:37:11 น.
Counter : 1320 Pageviews.

6 comment
วิธีเลี้ยงคีเฟอร์นม
อุปกรณ์การเลี้ยงคีเฟอร์
***ไม่ควรใช้อุปกรณ์ที่เป็นโลหะ***

-กระชอนพลาสติกสำหรับใช้กรองเม็ดคีเฟอร์ 
ถ้าหาไม่ได้ก็ประยุกต์ใช้กระชอนช้อนปลา ถุงซักผ้าตาถี่ๆ ผ้ามุ้ง ผ้าขาวบาง(ไม่แนะนำผ้าขาวบางเท่าไหร่เพราะดูแลความสะอาดและกรองคีเฟอร์นมได้ยาก) อนุโลมให้ใช้กระชอนแสตนเลสได้แต่ก็ไม่ควรเอาคีเฟอร์ไว้ในกระชอนนานๆ

-ภาชนะสำหรับใช้เลี้ยงคีเฟอร์ และภาชนะสำหรับใส่นมที่ผ่านการหมัก(นมเปรี้ยวคีเฟอร์)
แนะนำให้ใช้ภาชนะที่เป็นแก้ว หรือเซรามิก ถ้าไม่สะดวกจริงๆก็สามารถใช้ภาชนะพลาสติกได้บ้าง(แต่ไม่ควรใช่ระยะยาวและควรเลือกชนิดที่ระบุว่าทนต่อกรด)



วิธีเลี้ยง

1.กรองเอาเม็ดคีเฟอร์แยกจากนมที่แช่มาในตอนแรก
2.สำหรับบางคนที่ไม่สะดวกใจกับการที่ยังมีนมเกาะอยู่ที่เม็ดคีเฟอร์ กลัวมันจะบูดเน่าถ้าปล่อยเอาไว้
สามารถนำเม็ดคีเฟอร์ในกระชอนไปแกว่งในน้ำสะอาดไม่มีคลอรีน(น้ำดื่ม)เพื่อล้างนมเก่าออกก่อนก็ได้

3.แต่ที่จริงจะข้ามข้อ2.มาข้อนี้เลยก็ได้ค่ะ คือเอาเม็ดคีเฟอร์ที่กรองได้มาใส่ภาชนะใบใหม่ที่ล้างสะอาดและผึ่งให้แห้งแล้ว แล้วเทนมที่เราต้องการหมักทำนมเปรี้ยวลงไป โดยส่วนใหญ่ตอนเริ่มเลี้ยงจะใช้นม 1 กล่อง(200-250ซีซี)ต่อเม็ดคีเฟอร์ 1 ช้อนชา

4.เก็บคีเฟอร์ให้พ้นจากมดแมลง(บางคนบอกว่าพ้นแสงด้วยยิ่งดี) จะใช้ผ้าขาวบางคลุม หรือจะปิดฝา แถมเอาน้ำหล่อไว้ก็ตามสะดวกค่ะ มัทใช้วิธีเลี้ยงในโหลแก้วฝาสปริง ปิดแน่นสนิทดี

5.ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงโดยประมาณก็จะครบรอบการหมัก สามารถกรองเอานมมาดื่ม/ทำอาหาร/พอกตัวตามอัธยาศัย ย้อนกลับไปทำตามข้อ1.ใหม่แต่ต้นค่ะ

จริงๆแล้วเลี้ยงง่ายมากๆเลยเพียงแต่ต้องรักษาความสะอาดและระวังเรื่องแมลงให้ดี



ปล.ภาพประกอบจากกูเกิ้ลนะคะ




Create Date : 18 มกราคม 2556
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2556 11:21:57 น.
Counter : 2472 Pageviews.

1 comment
คีเฟอร์ สัตว์เลี้ยง(?)เพื่อสุขภาพ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มัทเคยเลี้ยงคีเฟอร์น้ำค่ะ
คิดเอาง่ายๆว่ามันคงเปลืองน้อยกว่าคีเฟอร์นม
ก็เลี้ยงมาเริ่อยๆเกือบปี
ประเดี๋ยวก็โต
(เพิ่มจำนวน)

ประเดี๋ยวก็ตาย
(เปลี่ยนชนิดน้ำตาลแล้วคีเฟอร์ปรับตัวไม่ทัน)

ตอนกลับไปเยี่ยมบ้านช่วงปิดเทอม เอากลับไปด้วย
เจอพี่สาวเราซดเข้าไป...เกลี้ยงค่ะ

ยังค่ะ ยังไม่เข็ด 
เมื่อปลายปีที่แล้วสั่งมาเลี้ยงใหม่อีกจนได้
คราวนี้สั่งมาทั้งชนิดที่เลี้ยงในนมและชนิดที่เลี้ยงในน้ำ

เลี้ยงมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้ เพิ่มจำนวนพอจะแบ่งก็เริ่มแบ่งแล้วค่ะ 
จะแบ่งให้คนอื่นไปเรื่อยๆจนกว่าจะเลิกเลี้ยง

หลายๆคนสงสัยว่าคีเฟอร์ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คืออะไร

ถ้าจะเรียกให้ถูกต้องจริงๆต้องเรียกว่าคีเฟอร์เกรนส์(Kefir Grains)ค่ะ หมายถึงหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักอาหารแบบโปรไบโอติก(อาหารเสริมที่มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย)

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง นมเปรี้ยว(ฉบับที่ 289)พ.ศ.2548

ได้ระบุไว้ว่า "นมเปรี้ยวเคเฟอร์ (Kefir) หมายถึง นมเปรี้ยวที่ได้จากการหมักด้วยแบคทีเรียและยีสต์ ได้แก่

แล็กโทบาซิลลัส เคฟิไร (Lactobacillus kefiri) หรือแล็กโทค็อกคัส (Lactococcus) และแอซีโทแบกเตอร์ (Acetobacter) และไคลเวอโรไมซีส มาร์เซียนัส (Kluyveromyces marxianus)และแซ็กคาโรไมซีสยูนิสปอรัส (Saccharomyces unisporus) หรือแซ็กคาโรไมซีส เซรีวิซิอี (Saccharomyces cerevisiae) หรือแซ็กคาโรไมซีส แอซิกูอัส (Saccharomyces exiguus)"


เจ้าเม็ดนิ่มๆที่เรียกว่าคีเฟอร์เกรนนี้ ที่จริงแล้วคือกลุ่มแบคทีเรียและยีสต์(ที่ชื่ออ่านยากๆบรรทัดบน)ที่มาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีน้ำใจไมตรีถ้อยที่ถ้อยอาศัย มันมีชีวิตอยู่ด้วยการทำให้เกิดกระบวนการหมักซึ่งทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีประโยชน์ที่เรียกว่าคีเฟอร์



คีเฟอร์เกรน แบ่งตามวิธีเลี้ยงออกเป็น 2 ชนิดหลักๆคือ

คีเฟอร์นม(milk-based kefir grains)
เลี้ยงในน้ำนม คุณค่าทางสารอาหารและรสชาติจะแตกต่างกันไปตามแต่นมที่นำมาเลี้ยง ที่อ่านมาหลายแหล่งบอกว่าใช้นมแพะดีที่สุดในเรื่องคุณประโยชน์ โดยส่วนตัวแล้วมัทชอบใช้นมไทยเดนมาร์ครสจืด ราคาพอซื้อไหวและกลิ่นหอมมันถูกใจกว่านมสูตรพร่องมันเนย(แน่ล่ะ พรองมันไปแล้วจะเอาที่ไหนมาหอมมัน)ข้อดีของคีเฟอร์นมคือมีมีประโยชน์มากกว่าคีเฟอร์น้ำ มีข้อมูลอ้างว่ามีประโยชน์มากกว่าโยเกิร์ต(นมเปรี้ยว)ที่ขายตามท้องตลาดด้วยซ้ำ มีการอ้างถึงสรรพคุณของคีเฟอร์นมในการรักษาโรคในชื่อของ"บัวหิมะธิเบต" 

คีเฟอร์น้ำ(water-kefir grain )
เลี้ยงในน้ำตามชื่อนั่นแหละค่ะ แต่ข้อแม้คือในน้ำต้องมีส่วนผสมของน้ำตาลด้วย จะเป็นพวกน้ำหวานหรือจะเลี้ยงน้ำสมุนไพรใส่น้ำตาลก็ได้ ระวังอย่าใช้น้ำตาลที่มีสารฟอกสี หรือใช้น้ำหวานที่ผสมสารกันเสียนะคะ จะเป็นอันตรายต่อชีวิตคีเฟอร์น้อยของเรา ถ้าลองดูข้อมูลของฝรั่ง เค้าจะชอบใส่ผลไม้ลงไปหมักด้วยจะทำให้อร่อยไปอีกแบบ(มัทชอบใส่ลูกเกดนิดหน่อย) ถ้าหมักซัก1วันกลิ่นจะออกหอมหวานตามชนิดน้ำตาลที่ใช้ ซ่านิดๆ มีกลิ่นแอกอฮอล์บางๆ กลิ่นไม่ร้ายเท่ากลิ่นคีเฟอร์นม ถ้าหมักนานๆหน่อยถึงจะออกกลิ่นแอกอฮอล์ชัดแบบดื่มแล้วเหมือนกินสปายไวน์ซ่าแต่ว่าไม่เมา ดื่มคีเฟอร์ชนิดน้ำเพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายก็พอไหว ถึงสารอาหารจะไม่สู้คีเฟอร์นมก็เถอะ

โชว์เม็ดคีเฟอร์ที่มัทเลี้ยงเองซะหน่อย 

รูปซ้ายเป็นเม็ดคีเฟอร์น้ำที่เลี้ยงด้วยน้ำตาลทรายแดง 
รูปขวาเป็นคีเฟอร์นมที่เลี้ยงในนมจืดไทยเดนมาร์ทและยังไม่ได้ผ่านการล้างนะคะ ถ้าล้างแล้วจะเห็นเป็นเม็ดๆเด่นชัดเหมือนรูปที่โชว์ด้านบน



ยังไม่จบนะคะ เดี๋ยวจะมาลงเนื้อหาเพิ่มเติมกับรูปประกอบเพิ่มอีก 
แต่ด้วยความอยากบอกเล่า เลยขอกดPublishก่อน

มีข้อสงสัยทิ้งคำถามไว้ในคอมมเม้นได้เลยนะคะ 




Create Date : 02 มกราคม 2556
Last Update : 27 สิงหาคม 2556 23:35:19 น.
Counter : 8356 Pageviews.

26 comment

mutty
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]