Love is all around (Fiction)

MassuShige’s story

 

Love is all around…

 

 

(1)    Massu’s secret heart

 

กว่าผมจะรู้ตัวว่ามีเขาอยู่ในสายตาเสมอ เวลาก็ผ่านไปหลายปีจนแทบไม่ได้นับ จริงอยู่ว่าเราสนิทสนมเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนในละครเรื่องคินปาจิเซนเซย์หลายปีก่อนด้วยกัน แต่ตอนนั้นผมก็แค่รับรู้ว่าชิเงะขี้อาย ไม่ค่อยพูด พอคุ้นเคยมากเข้าถึงจะเริ่มบทสนทนาได้ไหลลื่น หากความสัมพันธ์ก็หยุดยั้งเพียงเพื่อนร่วมวง เพราะเราต่างยังแสวงหาความรื่นรมย์หลายสิ่งในชีวิต

 

แล้วเมื่อไหร่นะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..ชิเงะน่ะ..น่ารัก

 

แต่ไหนแต่ไรมา สำหรับผม ชิเงะเป็นหนุ่มหน้าสวยและหล่อในคนเดียวกัน ชิเงะฉลาด รอบรู้ ขยัน มีงานอดิเรกเต็มไปหมด ผมน่ะไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าชิเงะจะทำอะไรขนาดนั้นไปทำไม เพื่ออะไร เวลาเขาสรรหาเหตุผลหรือตรรกกะยากๆมาอธิบาย ผมจะส่ายหน้าแล้วหัวเราะหนีทุกที

 

แล้วเมื่อไหร่นะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตรรกกะยากๆพวกนั้นน่ะ..น่าฟัง

 

ผมเป็นคนชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัว ชอบเครื่องประดับ ชอบเทรนด์ใหม่ๆ อะไรที่ใครว่าแปลก ผมแต่งแล้วดูดีเสมอ แนวการนำเสนอตัวเองของผมกับชิเงะนั้นคนละขั้ว ชิเงะชอบใส่เสื้อผ้าเรียบๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่เวลาคุยกันเรื่องแฟชั่นอะไรนำสมัยอยู่ตอนนี้ ชิเงะก็เข้าใจและมาคุยกับผมได้สนุก

 

แล้วเมื่อไหร่นะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..การแต่งตัวของชิเงะน่ะ..ดูดีจังเลย

แล้วเมื่อไหร่นะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..ตัวเองแอบมองชิเงะเคลื่อนไหวไปมาอย่างสนอกสนใจ..เมื่อไหร่กันนะ

 

 

(2)    Shige’s secret heart

 

กว่าผมจะรู้ตัวว่ามีเขาอยู่ในสายตาเสมอ ก็กินเวลาหลายปีจนแทบไม่เคยนับ จริงอยู่ว่าเราเริ่มคุ้นเคยตอนเล่นละครคินปาจิเซนเซย์ด้วยกัน แต่โลกของมัสสึก็แตกต่าง เร้นลับ ยากจะเข้าถึง ผมเป็นพวกชอบซ่อนตัวอยู่ในหลืบ เอียงอายคนแปลกหน้าเกินกว่าจะยินดีปรีดาแต่แรกพบ แม้จะเป็นเพื่อนร่วมวง สถานะของเราก็เป็นไม่ได้มากกว่านั้น

 

แล้วเมื่อไหร่กันนะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..มัสสึน่ะ..น่ารัก

 

แต่ไหนแต่ไรมา มัสสึสำหรับผมเป็นผู้ชายตัวโตที่ดูแลสุขภาพดีมาก หน้าตาผิวพรรณใสสะอาดหมดจด เวลาสามชั่วโมงที่หมดไปกับการเตรียมเนื้อเตรียมตัวก่อนมาทำงานเป็นอะไรที่ไม่มีใครเคยเข้าใจ ความคิดของมัสสึลึกซึ้งยากเย็นเกินความอัจฉริยะของผมจะไปถึง

 

แล้วเมื่อไหร่กันนะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..มัสสึน่ะ..คุยสนุก

 

ผมเป็นคนมีงานอดิเรกมากมายในชีวิต เพราะผมอยากใช้เวลาทุกนาทีให้มีประโยชน์ ผมไม่อยากเสียเวลาทิ้งเปล่าไปกับสิ่งไร้สาระ ผมมองว่าแฟชั่นของมัสสึน่าสนใจ แต่เขาควรทำอย่างอื่นเช่นเรียนภาษาเพิ่มเติม อ่านหนังสือมากขึ้น น่าจะดีกว่า กิจกรรมของเรานอกเวลางานแทบไปด้วยกันไม่ได้เลย เราจึงลงเอยด้วยการต่างคนต่างไป

 

แล้วเมื่อไหร่กันนะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..มัสสึน่ะ..เท่จังเลย

แล้วเมื่อไหร่กันนะ ที่ผมเริ่มรู้สึกว่า..ใจจดจ่อรอมัสสึชวนไปกินข้าวเสมอๆ…เมื่อไหร่กันนะ

 

 

(3)    True Heart meets

 

เหลือเวลาอีก 15 นาที คอนเสิร์ตรอบสุดท้ายที่ซัปโปโรของนิวส์ 4 คนจะเริ่มขึ้น ในห้องแต่งตัวด้านหลัง โคยาม่านั่งทำสมาธิอยู่มุมหนึ่ง เทโกชิกำลังสนุกกับการเดาะบอลอย่างสนุกสนานโดยมีสายตาของโคยาม่ามองมาแบบปรามๆ แต่ไม่ดุอะไร มัสสึอยู่ในอาณาบริเวณซึ่งกินพื้นที่เมมเบอร์คนอื่นเท่าตัว กำลังมองตัวเองในกระจกอย่างพินิจพิเคราะห์

 

ด้านหลังของมัสสึคือชิเงะ ผู้กำลังขะมักเขม้นกับการอ่านหนังสือเล่มหนาในมือโดยไม่สนใจใครอื่น

 

“เฮ้ย!”

โคยาม่าอุทานด้วยความตกใจ ลูกบอลที่เทโกชิเดาะบนปลายเท้าลอยหวือข้ามห้องเล็กๆนั้น และกำลังตกลงบนศีรษะของชิเงะผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่

“หือ?!..เอ๊ะ!?!”

พร้อมกับเสียงโคยาม่าอุทาน ชิเงะเหลือบตาขึ้นมาพร้อมคำถาม แล้วก็ต้องมึนงงไปที่จู่ๆก็มีร่างโตๆ ของใครอีกคนเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ปิดแสงที่ส่องตัวหนังสือให้มืดมิดลง

“โห ทำไมนายรับเร็วขนาดนี้วะมัสสึ!?”

เทโกชิส่งเสียงดังลั่นเหมือนไม่คิดว่าตัวเองทำอะไรผิด ดวงหน้าหล่อเหลาน่ารักจ้องมองมัสสึที่ยืนจังก้าคว้าบอลไว้ในอุ้งมือเดียวอย่างขบขัน

“เร็วยังงี้แสดงว่าจ้องชิเงะตลอดเลยล่ะสิ!?”

คนที่นั่งถือหนังสือในมือฟังแล้วเริ่มรู้สึกถึงความร้อนระบายไปทั่วหน้า ทั่วลำคอ ทั่วตัว เลยเสลุกขึ้นทำท่าขึงขัง

“พูดมั่วๆอีกล่ะเทโกชิ มัสสึรู้ทันนายน่ะสิว่าจ้องจะแกล้งฉันอยู่เรื่อย จะเล่นคอนเสิร์ตแล้วก็ยังไม่เว้น เกิดลูกบอลโดนหัวฉันสลบเหมือดไปจะทำยังไงกัน”

“ก็ไม่ทำอะไร ฉันก็ออกไปร้องเพลงกับเคจังสองคน ให้มัสสึอุ้มนายไปหาหมอไง”

เทโกชิทำท่าไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แถมเดินไปกอดแขนโคยาม่าที่ผุดลุกขึ้นมายืนงงๆด้วยความตะลึงอีกต่างหาก

“เนอะ เคจัง เราร้องกันสองคนก็ได้เนอะ”

โคยาม่าทำหน้าเพลียใจก็จริง แต่แววตาปลาบปลื้มที่เมมเบอร์คนโปรดเข้าไปออดอ้อนฉอเลาะทำท่าน่ารัก

“เทโกะจังก็เลิกแกล้งชิเงะได้แล้ว จะขึ้นเวทีกันแล้วนะ รอบสุดท้ายแล้วตั้งใจให้เต็มที่กันหน่อยสิ”

“รู้ล่ะน่า เคจังก้อ”

ถึงโคยาม่าจะพยายามดุดัน แต่เทโกชิก็ไม่หวาดหวั่น

“เราออกไปเตรียมตัวกันเถอะเคจัง ปล่อยมัสสึปลอบชิเงะสองคนดีกว่า”

“นายพูดอะไรน่ะ เทโกชิ!”

ชิเงะทำเสียงดุ หน้าตาไม่พอใจ เทโกชิหัวเราะร่า ลากแขนโคยาม่าออกไปจากห้อง มัสสึค่อยๆวางลูกบอลต้นเหตุลงกับพื้น แล้วหันมาเผชิญหน้ากับชิเงะที่ยืนหน้างอในระยะประชิด

“ช่างเทโกชิเถอะน่าชิเงะ นายก็รู้ว่ามันชอบแกล้งยังงี้แหละ”

“แล้วนายมายืนใกล้ๆฉันทำไมเล่า”

ชิเงะถอยไปสองก้าว ปิดหนังสือในมือดังฉับแล้ววางลงบนโต๊ะแต่งตัว

“ก็รอบสุดท้ายแล้ว ฉันก็อยากได้กำลังใจบ้างน่ะสิ”

มัสสึยังยืนที่เดิมด้วยสีหน้านิ่งๆ จ้องมองชิเงะชนิดไม่กะพริบตา

“กำลังใจอะไรของนาย นายมีเยอะแล้ว ฉันรู้ แฟนๆก็ให้ ไหนจะโยชิดะซังอีกล่ะ”

ชิเงะจ้องกลับไม่กะพริบตาเหมือนกัน แม้จะดูขึงขัง แต่มัสสึก็รู้สึกได้ว่ามีประกายหวามไหวซ่อนอยู่ในดวงตาคู่สวยล้ำลึกคู่นั้น

“กำลังใจของใครจะสำคัญเท่าของนายล่ะ นี่หึงฉันกับโยชิดะซังเหรอ”

สีหน้านิ่งๆของมัสสึเปลี่ยนไป เริ่มมีรอยยิ้มแปลกๆผุดพรายขึ้นมาบนใบหน้า ขับให้ความสดใสที่มีอยู่เป็นปกติเจิดจ้าขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทำให้ชิเงะมองตะลึงไปชั่วครู่แล้วก็ตะกุกตะกักตอบ

“จะบ้าเหรอ นายพูดอะไรน่าคลื่นไส้อีกแล้ว ค่อยพูดเซอร์วิสแฟนๆในคอนเสิร์ตก็ได้ ไม่ต้องซ้อมก่อนหรอก”

“ซ้อมที่ไหนเล่า กับนายฉันไม่เคยซ้อมนะ ทำจริงตลอด”

พร้อมๆกับประโยคนี้ มัสสึก็ก้าวเข้าไปหาชิเงะ วางสองมือลงบนไหล่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวปักขนนกเลื่อมพราย ชุดแต่งตัวเตรียมขึ้นคอนเสิร์ต แล้วโน้มหน้าเข้าไปกระซิบที่ใบหู

“ฉันไม่อยากทำชุดสวยนายยับ เอาเป็นว่าฉันขอกำลังใจแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ”

โดยไม่สนใจทีท่าอึกอักขัดเขินของชิเงะ มัสสึแตะริมฝีปากลงบนความนุ่มนิ่มของใบหูคนที่เนื้อตัวเริ่มร้อนผ่าวเหมือนจับไข้ แล้วไล้เบาๆไปตามขอบนุ่มๆ

“มัสสึ! นาย..นาย..ทำอะไรน่ะ!”

ชิเงะท้วงเสียงเบาหวิวอยู่ในลำคอ หน้าเริ่มแดงผะผ่าว มัสสึเงยหน้าขึ้นมาสบตา แทนคำตอบ มัสสึแตะริมฝีปากตัวเองกับปากสวยได้รูปของชิเงะบางเบา เล่นเอาคนงานอดิเรกเยอะวูบวาบไปทั้งตัว

“ไม่อยากให้ปากนายซีด เดี๋ยวแฟนๆจะนึกว่านายไม่สบาย ไว้จบคอนเสิร์ตคืนนี้ก่อนนะ ฉันค่อยคิดมัดจำเพิ่ม”

ชิเงะปากสั่น มองคนพูดอย่างตกใจ

“มัดจำอะไรของนาย”

“มัดจำหัวใจไง จูบมัดจำหัวใจ”

มัสสึยิ้มสดใส ส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาสว่างไสวในพริบตา แล้วถอยออกมาจากชิเงะพร้อมๆกับที่สตาฟโผล่เข้ามาให้สัญญาณ

“คาโต้คุง มาสึดะคุง สแตนด์บายได้แล้วครับ”

คนโดนขโมยจูบมัดจำอยากจะทำหน้าขัดขืนใส่คนยิ้มโลกสว่าง แต่ไม่มีทางเลือกนอกจากพยักหน้าแล้วรีบสาวเท้าออกจากห้อง ไปสมทบกับโคยาม่าและเทโกชิที่รออยู่ก่อนแล้ว

“ชิเงะ เสื้อยับนิดนึงนะ”

เทโกชิทัก ชิเงะชะงัก แต่ก่อนที่ชิเงะจะก้มดูตัวเอง มือแข็งแรงแต่นิ่มนวลของมัสสึก็เข้ามาจัดเสื้อให้ทันท่วงที แม้จะดูเป็นเหตุการณ์ปกติของเพื่อนสนิท หากชิเงะทันได้เห็นประกายตาหวานละลายใจที่เบือนมาสบตาแวบหนึ่งก่อนจะหันไปด้านอื่นพร้อมทิ้งรอยสัมผัสแสนเบาแต่รุมร้อนไว้ให้

“เอาล่ะ มาปฏิญาณกัน!”

โคยาม่าประกาศ แล้วสี่หนุ่มก็ประสานมือเข้าไว้ด้วยกัน ตั้งสัตย์ว่าจะเล่นคอนเสิร์ตวันนี้ให้ดีที่สุดเพื่อแฟนๆ จากนั้นก็เตรียมเดินขึ้นเวทีไปในตำแหน่งของตัวเอง เบื้องนอกเสียงร้องตะโกนเรียกนิวส์กึกก้อง นาฬิกานับเวลาถอยหลังสู่ความสุขสนุกสนานกำลังจะเริ่มต้น เสี้ยววินาทีแห่งความเต็มตื้น ขณะที่ชิเงะกำลังยืนนิ่งรับฟังเสียงเรียกจากแฟนๆ ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาริมหู

“รักนายนะ ชิเงะ”

แล้วเจ้าตัวคนพูดก็ผละไปยืนในที่ของตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ชิเงะยืนเบิกตากว้าง เนื้อตัวตะครั่นตะครอ สมาธิเมื่อกี้วูบหาย ในใจนึกก่นด่าคนพูดหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“อยู่กันมาหลายปีไม่เคยพูด นึกจะมาพูดตอนนี้! นายกะให้ฉันทำไมค์ตกต่อหน้าแฟนๆเพราะความเขินนายใช่มั้ย หา!!!!”

 

>>จบ<<

(ควรจะมีต่อมั้ยนะ ฮ่าๆๆๆๆ)

 

 

 




Create Date : 24 มกราคม 2556
Last Update : 24 มกราคม 2556 23:57:25 น.
Counter : 970 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Shizuka chan
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ผู้หญิงรักการเดินทาง รักการทำหนังสือ รักประเทศบ้านเกิด และรักประเทศญี่ปุ่น

เป็นจังคาปาน่าถาวรตลอดชีพของ 4 หนุ่ม News ค่ายจอห์นนี่ส์ ^O^
มกราคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
24 มกราคม 2556
All Blog