สวยไว้ก่อน
 

ปราสาทบายน







ปราสาทบายน เป็นปราสาทหินของอาณาจักรเขมร อยู่ในบริเวณของใจกลางนครธม สร้างขึ้นเป็นวัดประจำสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7-8 ก่อสร้างในราวปี พ.ศ. 1724-พ.ศ. 1763[1] หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงได้ชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย เนื่องจากผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนาและความเชื่อมาตั้งแต่คราวนับถือเทพเจ้าฮินดู และพุทธศาสนา อาคารมีลักษณะพิเศษ เนื่องจากส่วนของหอเป็นรูปหน้าหันสี่ทิศ จำนวน 49 หอ ปัจจุบันคงเหลือเพียง 37 หอ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี 4 หน้า 4 ทิศ แต่บางหออาจมี 3 หรือ 2 แต่บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มอาคาร จะมีหลายหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะพยายามนับว่ามีกี่หน้า

ลักษณทางสถาปัตยกรรมของบายนก็เช่นเดียวกับเรื่องความเชื่อ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงมาในหลายๆ สมัย กษัตริย์ในยุคหลังๆ พบว่าเป็นการง่ายกว่าที่จะปรับปรุงวัดแห่งนี้ แทนที่จะรื้อสร้างใหม่เช่นที่ทำกัน และใช้เป็นวัดประจำสมัยต่อเนื่องกันมา





สัณฐานของกลุ่มอาคารประกอบด้วยระเบียงคต (gallery) ล้อมรอบอยู่ 2 ชั้น เรียกว่าชั้นในและชั้นนอก ชั้นนอกจะสร้างก่อนชั้นใน ระเบียงจะมีเสาหินเรียงรายสองข้าง และมักมีรูปสลักนูนต่ำของนางอัปสรอยู่ รวมทั้งรูปสลักภาพประวัติความเป็นมาและสังคมในสมัยนั้น เช่น การรบระหว่างขอมกับจาม เป็นต้นระเบียงชั้นนอกจะเข้าถึงที่ตั้งของบรรณาลัย หรือหอหนังสือ (Library) 2 จุด คือหอเหนือ และหอใต้ ส่วนระเบียงชั้นในซึ่งสร้างในยุคหลัง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปสลักจากรูปชีวิตประจำวัน เป็นรูปสลักทางศาสนามากขึ้น





รอบ ปราสาทบายนที่เสียมเรียบจะปรากฏภาพโดยเฉพาะภาพแกะสลักอายุนับพันปีเหล่านั้น รอบปราสาทบายนจะเห็นภาพของ "การประดั่ญ" เรียกเป็นภาษาไทยว่า ภาพการต่อสู้ อยู่บนกำแพงปราสาทบายน "มวย" มีมานานตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจคำว่า มวย เอง เป็น ภาษาขะแมร์ แปลว่า "หนึ่ง"ทั้งหมดนี้ไทยรับคำมาจากขะแมร์เพราะอิทธิพลความรุ่งเรืองของขะแมร์ที่รับมาจากขอม มาจากคำว่า "เนี๊ยะประดั่ญเลขมูย" อันมีความหมายว่านักสู้อันดับหนึ่ง และเรียกกันสั้น ๆ ว่า"เนี๊ยะมูย" และคนไทนำมาเรียกสั้น ๆ ว่า "นักมวย"





 

Create Date : 15 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2552 17:00:32 น.
Counter : 589 Pageviews.  
Share to Facebook

ปราสาทสระกำแพงใหญ่









 


ปราสาทสระกำแพงใหญ่ หรือ ปราสาทศรีพฤทเธศวร ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสระกำแพงใหญ่ ถนนประดิษฐ์ประชาราษฎร์ หมู่ 1 ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ใกล้กับสถานีรถไฟอุทุมพรพิสัย และห่างจากที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัยไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 2 กิโลเมตร

สภาพทั่วไปของปราสาท
สภาพทั่วไปของปราสาทสระกำแพงใหญ่ประกอบด้วยระเบียงคดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 49 เมตร ยาว 67 เมตร ล้อมรอบกลุ่มปราสาทอิฐและบรรณาลัย รวมทั้งหมด 6 หลัง จากภาพถ่ายทางอากาศ ชี้ให้เห็นว่าปราสาทสระกำแพงใหญ่น่าจะมีชุมชนรายรอบอย่างหนาแน่น ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างออกไปประมาณ 400 เมตร มีสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เรียกว่า "สระกำแพง" สันนิษฐานว่าน่าจะขุดขึ้นเมื่อครั้งสร้างปราสาท ส่วนทางทิศตะวันออกมีลำห้วยเล็กๆไหลผ่าน คือ ห้วยตาเหมา ซึ่งเป็นลำห้วยสาขาที่แยกออกมาจากห้วยสำราญ

ความสำคัญ
ปราสาทสระกำแพงใหญ่สร้างขึ้นในศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธแบบมหายานเพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป จากการขุดแต่บูรณปราสาทแห่งนี้ ของกรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. 2532 ได้ค้นพบปฏิมากรรมสำริดขนาดใหญ่เฉพาะองค์สูง 140 เซนติเมตร และรวมความสูงทั้งฐาน 180 เซนติเมตร ศาสตราจารย์หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศสกุล ให้ความเห็นว่าเป็นรูปของนันทิเกศวร หรือ นันทีศวร ลักษณะพิเศษ คือเป็นสำริดกะไหล่ทอง เดิมอาจจะตั้งอยู่หน้าปราสาทหลังกลางภายในมุขหน้าปราสาท เพราะโดยปกติจะประจำอยู่กับเทวาลัยของพระอิศวร ปฏิมากรรมชิ้นนี้เป็นศิลปะขอมแบบบาปวนตอนปลาย สำคัญมากนับเป็มปฏิมากรรมชิ้นเอกชิ้นหนึ่งที่พบในประเทศไทย ปัจจุบันจัดแสดงพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ +++

Create Date : 15 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2552 19:26:44 น.
Counter : 748 Pageviews.  
Share to Facebook

ปราสาทภูมิโปน



ที่ตั้ง

บ้านภูมิโปน ตำบลดม อำเภอสังขะ

การเดินทาง

จากจังหวัดสุรินทร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2077 (สุรินทร์ - สังขะ) ระยะทาง 49 กิโลเมตร จากแยกอำเภอสังขะ เข้าทางหลวง หมายเลข 2124 (สังขะ - บัวเขด) ตรงต่อไป จนถึง ชุมชนบ้านภูมิโปน ระยะทางอีก 10 กิโลเมตร จะเห็นปราสาท ตั้งอยู่ริมถนน ด้านซ้ายมือ

ลักษณะปราสาท

ปราสาทภูมิโปน ประกอบด้วย โบราณสถาน 4 หลัง คือ ปราสาทก่ออิฐ 3 หลัง และศิลาแลง 1 หลัง มีอายุการก่อสร้าง อย่างน้อย 2 สมัย ปราสาทก่ออิฐหลังใหญ่ และหลังทางทิศเหนือสุด นับเป็นปราสาท แบบศิลปะเขมร ที่มีอายุเก่าที่สุด ในประเทศไทย คือราวพุทธศตวรรษที่ 13

ส่วนปราสาทอิฐหลังเล็ก ที่ตั้งตรงกลาง และปราสาทที่มีฐานศิลาแลง ด้านทิศใต้นั้น สร้างขึ้นในสมัย หลังปราสาทภูมิโปน คงจะสร้างขึ้น เป็นศาสนสถาน ในศาสนาฮินดู ไศวนิกาย เช่นเดียวกับศาสนสถานอื่นๆ ในรุ่นเดียวกัน แม้จะไม่พบ รูปเคารพ ซึ่งควรจะเป็นศิวลึงค์ อยู่ภายในองค์ปรางค์

แต่ที่ปรางค์องค์ใหญ่ยังมี ท่อโสมสูตร คือ ท่อน้ำมนต์ ที่ต่อออกมา จากแท่นฐานรูปเคารพ ในห้องกลาง ติดอยู่ที่ผนังในระดับพื้นห้อง




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 15 กรกฎาคม 2552 15:58:47 น.
Counter : 392 Pageviews.  
Share to Facebook

ปราสาทหินบ้านพลวง





ที่ตั้ง

บ้านพลวง ตำบลบ้านพลวง อำเภอปราสาท ห่างจาก ที่ว่าการอำเภอ 4 กิโลเมตร ตามถนนสายสุรินทร์ - ปราสาท - ช่องจอม (ทางหลวงหมายเลข 214) มีทางแยก ซ้ายมือเข้าไปอีก 900 เมตร ตรงกิโลเมตร ที่ 34-35

ลักษณะปราสาท

ปราสาทบ้านพลวงได้รับการขุดแต่งบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยวิธีอนัสติโลซิส คือ การรื้อ ตัวปราสาทลง เสริมความมั่นคง และประกอบขึ้นใหม่ ดังเดิม ลักษณะของปราสาทหินองค์นี้ เป็นปรางค์องค์เดียว ตั้งอยู่บน ฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทาง ทิศตะวันออก มีประตูทางเข้า อยู่ด้านหน้า เพียงด้านเดียว ส่วนด้านอื่น อีก 3 ด้านทำเป็น ประตูหลอก องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลง หินทราย และมีอิฐเป็นวัสดุร่วมก่อสร้าง

ในส่วนบน ของปราสาท โบราณสถานแห่งนี้ เป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม จำหลักลายงดงามมาก แต่องค์ปรางค์เหลือเพียงครึ่งเดียว ส่วนยอดหักหายไป มีคูน้ำเป็นรูปตัวยูล้อมรอบ ถัดจากคูน้ำเป็นบาราย (สระน้ำขนาดใหญ่) ที่เห็นเป็นคันดิน เดิมคงเป็นที่ตั้ง ของแหล่งชุมชนมาก่อน บริเวณรอบองค์ปราสาท ได้รับการตกแต่งไว้อย่าง สวยงาม

ลักษณะของ ทับหลังที่พบส่วนมาก สลักเป็นรูป พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ อยู่ภายในซุ้ม เหนือหน้ากาล แลบลิ้นออกมา เป็นรูปสามเหลี่ยม มีแขน 2 แขน กำลังยึดท่อนพวงมาลัย ที่คายออกมาจากปาก ซึ่งอยู่ทางด้าน ทิศตะวันออก และทางด้านทิศใต้ ส่วนทางด้านทิศเหนื่อ สลักเป็นรูปพระกฤษณะฆ่านาค

สันนิฐานได้ว่า ปราสาทแห่งนี้ คงสร้างขึ้น สำหรับพระอินทร์ นอกจากนี้ ช่างมักสลัก เป็นรูปสัตว์ เรียงเป็นแนว เช่น ช้าง กระรอก หมู ลิงและวัว เป็นต้น อยู่บนทับหลัง

สำหรับหน้าบัน ด้านทิศตะวันออก สลักเป็นรูปพระกฤษณะ ยกภูเขาโควรรธนะ และเช่นเดียวกัน จะมีรูปสลักเป็นรูปสัตว์เล็กๆ นอกกรอบหน้าบัน อันน่าจะแสดงถึง ความอุดมสมบูรณ์ เพราะมีแหล่งน้ำต่างๆ อยู่มาก

ที่ผนังด้านหน้า มีรูปทวารบาล ยืนกุมกระบอง อยู่ข้างละ 1 คน ลักษณะของ ปราสาทหินองค์นี้ คล้ายกับ ปรางค์น้อย บนเขาพนมรุ้ง ลวดลายเป็นลักษณะ ศิลปะขอบ แบบบาปวน กำหนดอายุ ได้ว่า อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 - 17

จากลักษณะของฐานรูปสี่เหลี่มผืนผ้าขนาดใหญ่ มีพื้นที่ ทางด้านข้าง ขององค์ปรางค์ เหลืออยู่มาก ทำให้สันนิษฐานว่า แผนผังที่แท้จริง ของปราสาทแห่งนี้ น่าจะประกอบด้วย ปรางค์ 3 องค์ สร้างเรียงกัน แต่อาจจะยังสร้างไม่เสร็จ ตามผัง หรืออาจถูกรื้อออกไป อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เป็นได้

****โอ๊ะ โอ น่าทึ่งมั๊ยล่ะ




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2552 13:20:36 น.
Counter : 811 Pageviews.  
Share to Facebook

ปราสาทจอมพระ





ที่ตั้ง

หมู่ที่ 4 ตำบลจอมพระ อำเภอจอมพระ

ลักษณะของปราสาท

ปราสาทก่อด้วยศิลาแลง ประกอบด้วยปรางค์วิหาร และกำแพง ปราสาทแห่งนี้ อยู่ในบริเวณ วัดปราสาทจอมพระ




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 13 กรกฎาคม 2552 12:57:42 น.
Counter : 574 Pageviews.  
Share to Facebook

1  2  
 
 

แม่หญิงละอองดาว
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ดอกนีออน
[Add แม่หญิงละอองดาว's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com