<<
กันยายน 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
14 กันยายน 2551
 
 

เรื่องของ ตรงนั้น ที่ ชั้นใน

อย่าเพิ่งงงว่าเรากำลังจะพูดถึง อะไรนะคะ แต่บอกเป็นนัยๆ แบบนี้คุณผู้หญิงก็คงเดากันได้... เราเชื่อว่าคุณผู้หญิงทุกคนคงเคยสังเกตตัวเองบ้าง ว่าระหว่างวันของคุณนั้นอาจเจอร่องรอยบางอย่างเปื้อนเปรอะบนกางเกงชั้นใน ที่บางคนเรียกว่า “ระดูขาว” นั่นเอง บางคนอาจสงสัยว่าเจ้ารอยที่เห็นนั้นมันเป็นเรื่องปกติหรือไม่กันแน่ ครั้นจะเอ่ยปากถามใครบางทีก็ไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่ หรือจะไปถามคุณหมอก็อาจรู้สึกว่ายังไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้น...อาจ จะรบกวนเวลาของคนไข้คนอื่นเสียเปล่าๆ (ข้อสำคัญคือไม่กล้าถามซะด้วย ...อายหมอ) ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ต้องขอบอกว่ายังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่สงสัยเช่นเดียวกัน ดังนั้นคราวนี้เราจะมาบอกเล่าเก้าสิบกันถึงเรื่องนี้กันค่ะ

ตามธรรมชาติแล้วผู้หญิงไม่ว่าจะยังสาวหรือสูงอายุทุกคนที่ถึงวัยมีประจำ เดือนจะต้องมีระดูขาว หรือของเหลวที่ไหลมาจากช่องคลอด เป็นผลให้เกิดรอยเปื้อนเปรอะบนกางเกงชั้นในหรือแผ่นอนามัย จนสังเกตเห็นได้ แม้ยังไม่ถึงเวลาของรอบประจำเดือนก็ตาม ขณะที่บางวันก็แห้งสะอาด ไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนใหญ่ลักษณะเป็นมูกใสๆ ไม่มีกลิ่น ปริมาณน้อย ซึ่งหยดมาจากคอมดลูกหรือผนังช่องคลอด ลักษณะนี้อาจเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลาระหว่างรอบประจำเดือน อย่างเช่น ช่วงตกไข่ (ช่วงกลางๆ รอบเดือน) ลักษณะมูกอาจจะใสมากเนื่องจากการผลิตมูกมากขึ้น หรือคนที่รับประทานยาคุมกำเนิด กำลังตั้งครรภ์ หรือขณะเผชิญสิ่งเร้าทางเพศก็มีผลต่อลักษณะและปริมาณของสิ่งที่ร่างกายขับ ออกมาทางช่องคลอดได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น ภาวะวัยทอง หรือระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ก็มีผลให้ร่างกายขับมูกที่ว่านี้ออกมาน้อยลงด้วย

ปกติแล้วช่องคลอดของผู้หญิงจะมีการทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติ การที่ปล่อยมูกสีใสหรือขุ่นเล็กน้อยออกมาก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำความ สะอาดนั่นเอง ถือว่าเป็นเรื่องปกติของร่างกายที่สมบูรณ์ แต่หากมูกที่ร่างกายขับออกมาทางช่องคลอดเป็นผลจากความผิดปกติของร่างกายล่ะ ก็ จะมีลักษณะที่เปลี่ยนไป เช่น สี กลิ่น ผิดไปจากปกติ เช่นเป็นสีขาวขุ่นข้น สีอมเขียว อมเหลือง อมเทา หรือมีมูกเลือดเจือปน หรือมีกลิ่นเหม็น ซึ่งบางทีอาจเกิดพร้อมเป็นผื่นแดง เจ็บ แสบ หรือคัน

ปัจจัยหลักๆ ที่เป็นสาเหตุของอาการระคายเคืองรอบๆ ช่องคลอด และทำให้ของเหลวที่ขับออกมานั้นเปลี่ยนสี กลิ่น ปริมาณ รวมทั้งความเหนียวข้นนั้นได้แก่การติดเชื้อโรคต่างๆ นั่นเอง อาทิเช่น

ยีสต์ และเชื้อรา หากติดเชื้อยีสต์ มูกที่ออกมามักจะมีลักษณะเป็นก้อนหนา สีขาวขุ่นข้น จนดูคล้ายกับชีสสด อาจเกิดคู่กับการที่บริเวณช่องคลอด และปากช่องคลอดบวมแดง หากเป็นมากและไม่ได้รักษาจะทำให้คัน และแสบร้อนบริเวณอวัยวะเพศได้

ส่วนเชื้อรานั้น ปกติบริเวณช่องคลอดเราจะมีราบางชนิดอาศัยอยู่ในปริมาณพอดีๆ ซึ่งไม่ทำให้เกิดอการผิดปกติอะไร เช่น เชื้อ Candida albicans หากเมื่อไรเชื้อรานี้เติบโตแพร่กระจายมากเกินปกติ ซึ่งมักเกิดระหว่างการตั้งครรภ์ หลังการกินยาประเภทแอนตี้ไบโอติกส์ กินยาคุมกำเนิด เป็นโรคเบาหวาน หรือเกิดความอับชื้น ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคันและเป็นผื่นแดงบริเวณอวัยวะเพศ เชื้อรานี้มีโอกาสติดต่อกันได้ระหว่างคู่

นอกจากยีสต์ หรือรา แล้ว ในช่องคลอดเรายังเป็นที่อาศัยของเชื้อแบคทีเรียบางตัวด้วยเช่นกัน หากมีปริมาณมากเกินก็จะทำให้เกิดอาการผิดปกติ ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น lactobacilli, Gardnerella และ Peptostreptococcus แบคทีเรียมักพบในคนที่เป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หรือคนที่มีเพศสัมพันธ์แบบเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือคนที่ใช้ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นคือ อาจจะพบมูกหรือเมือกที่ไหลจากช่องคลอดเป็นสีขุ่นเหลือง มีกลิ่นคาวปลา มีอาการคัน แสบร้อนเวลาปัสสาวะ หรือเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้ยาประเภทแอนตี้ไบโอติคส์ โดยควรปรึกษาแพทย์
เชื้ออีกอย่างที่พบได้คือ ทริคอมโมนาส (Trichomonas) เป็นเชื้อปรสิตชนิดหนึ่ง หากติดเชื้อนี้จะสังเกตได้จากมูกที่หลั่งทางช่องคลอดจะออกเป็นลักษณะฟองสี เขียวอ่อนๆ เกิดอาการคัน และเจ็บบริเวณนั้น บางครั้งอาจมีกลิ่นเหม็น แต่ไม่เสมอไป และเนื่องจากเชื้อทริคอมโมนาสนั้นเป็นปรสิตที่สามารถอาศัยในต่อมลูกหมากของ ผู้ชายได้ด้วย ดังนั้นคู่นอนของคุณผู้หญิงจึงควรหาทางป้องกันการติดเชื้อด้วย ซึ่งควรปรึกษาแพทย์

นอกจากนี้โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจเป็นสาเหตุของอาการคัน เจ็บบริเวณอวัยวะเพศ และมีเมือกหรือของเหลวหลั่งออกมาจากช่องคลอดได้ ซึ่งแบคทีเรียและไวรัสบางตัวก็อาจแพร่ไปถึงผู้อื่นได้อีกด้วยวิธีอื่น เช่น เชื้อ HIV หรือไวรัสตับอักเสบ ที่สามารถติดต่อทางการให้เลือด ให้นมลูก หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ดังนั้นทางที่ดีเมื่อรู้ตัวว่ามีอาการเตือนต่างๆ จึงควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที

ดังนั้นหากคุณผู้หญิงที่สังเกตเห็นร่องรอยของระดูขาวผิดปกติ นอกจากควรไปปรึกษาแพทย์แล้ว ก็ควรดูแลตัวเองดังนี้

* ใช้ยาจนหมดตามแพทย์สั่ง
* หลีกเลี่ยงความอับ ชื้นบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยไม่สวมกางเกงรัดแน่นเกินไป หรือใช้กางเกงชั้นในที่ทำจากผ้าฝ้ายธรรมชาติที่จะระบายความอับชื้นได้ดีกว่า กางเกงที่ทำจากวัสดุใยสังเคราะห์
* หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ น้ำหอม แป้ง สบู่ที่มีน้ำหอมมาก หรือมีสารเคมีเจือปน
* หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยที่ผสมน้ำหอม
* หลีกเลี่ยงการใช้ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ฯลฯ ที่ผสมน้ำหอมแรงๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นสาเหตุของการระคายเคือง
* หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหยุดยา เพื่อป้องกันการติดต่อไปยังคู่นอน และป้องกันการระคายเคืองแทรกซ้อน
* หากใช้ยาไปสักระยะแล้วอาการต่างๆ ยังไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์อีกครั้ง และเว้นการทายาบริเวณช่องคลอดก่อนพบแพทย์ประมาณ 48 ชั่วโมง
* สำหรับ คนที่อยู่ในช่วงก่อนหมดประจำเดือน หรือหลังหมดประจำเดือนแล้ว อาจทำให้ผนังช่องคลอดบางลง และแห้ง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บ แสบ หรือคันเวลามีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าเดิม กรณีนี้อาจปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ฮอร์โมนเสริมเอสโตรเจน และวิธีปฏิบัติตัวที่เหมาะสม

เพื่อสุขภาพของตัวเราเอง อย่ามัวอายเมื่อสังเกตเห็นอาการผิดปกติที่ “ตรงนั้น” ของ “ชั้นใน” นะคะ ใกล้หมอไว้ปลอดภัยกว่าค่ะ....

ที่มาข้อมูล :นิตยสาร Health Today




 

Create Date : 14 กันยายน 2551
3 comments
Last Update : 14 กันยายน 2551 20:07:03 น.
Counter : 1414 Pageviews.

 

อิอิ....

ไม่ต้องถามหมอแร่ะ...

 

โดย: +DidYouKnowMe+ 25 กันยายน 2551 19:05:01 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
นานแล้วนะไม่อัพบล็อก

 

โดย: mentalk 13 กุมภาพันธ์ 2553 17:01:12 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

คิดถึงนะ
มาคุยให้หายคิดถึงหน่อย

 

โดย: พี่โอ๋เอง (mentalk ) 13 เมษายน 2553 11:51:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

buvtong98
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




hits
[Add buvtong98's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com