ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โลกจะไม่ยอมหยุดหมุน
สาปภูษา
(ภาพจากเวปไซด์สำนกพิมพ์เพื่อนดีค่ะ)"ฉันจะสาปให้เธอเสียใจไม่ต่างจากฉัน.........."เริ่มต้นที่หาอ่านนวนิยายเรื่องนี้ยอมรับว่ามาจากการถูกนำมาสร้างเป็นละครส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนมาจากที่ก่อนหน้านี้เพื่อนสาวคนสนิท(ที่สนิทมากๆ)พูดถึงนิยายเรื่องนี้ในแง่....(ไม่ค่อยดีนักนักหรอกแต่ก็ไม่ใช่ว่าติแหลก) เนื่องจากเพื่อนสาวคนนี้เป็นคนรอบรู้เรื่องผ้ามากทีเดียว(รู้มากเสียด้วยไช่แค่งูๆปลา) ก็เลยก่อให้เกิดความสนใจขึ้นมา เนื่องจากบทละครโทรทัศน์ทำออกมาได้ ห่วย บอกได้คำเดียว เพราะมันห่วยจริงๆ ถ้าเนื้อเรื่องไม่น่าสนใจจะไม่ดูเลย แต่ทนดูไม่ได้นานเพราะรับบทโทรทัศน์ไม่ได้เข้าขั้นรุนแรง ไร้เหตุผลและไสมเหตุสมผลมากๆ ก็เลย.....ซื้อหนังสือเล่มนี้มาเพราะอยากรู้ว่าจริงๆเป็นอย่างไร ประจวบกับมีงานสัปดาห์หนังสือจึงไปได้หนังสือเล่มนี้มาเรื่องราวในหนังสือดูสนุกและมีเหตุผลดีมากๆ อ่านเองถึงไดรู้ว่าไอ้ที่เพื่อนสาวว่างงๆเราไม่เห็นจะงงเลย เจ้าสีเกดเธอปักผ้าแหละ ไม่ใช่ทอผ้า เพราะอย่างไรเสียคนไทยสมัยนั้นก็ไม่มีทางทอผ้าตาดได้เรื่องราวก็ดำเนินได้ดีกว่าในหนังสือ ผีเผออะไรก็ไปมีปรากฏออกมาชัดเจนแบบนั้น และมีเหตุมีผลมากกว่าในละครมากกว่าหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของไหมพิมหญิงสาวธรรมดาๆคนหนึ่งที่บังเอิญเก็บผ้าตาดทองโบราณผืนหนึ่งได้จากชายแปลกๆที่เข้ามาในร้านที่เธอทำงานอยู่ด้วยจุดประสงค์บางอย่างที่ไม่ชัดเจน หลังจากนั้นนิสัยของไหมพิมก็แปลกไปเหมือนมี"อะไร"บางอย่างกำลังครอบงำเธออยู่ทีละน้อยๆโดยที่เธอไม่รู้ตัวแต่เรื่องสำนวน คุณพงศกรเขียนยอมรับว่ามีหลายอย่างที่ยังทำให้รู้สึกงง พอๆอ่านๆไปตัวละครพูดขัดกันเอง ง่ายๆ ตอนที่ไหมพิมฝันเห็นหม่อมเจ้าหญิงโฉฒและหม่อมเจ้าหญิงฉายพูดคุยกันตอนก่อนที่หม่อมเจ้าหญิงคนน้องเธอจะห่มผ้าของสีเกดแต่หม่อมเจ้าหญิงคนพี่มาห้ามไว้ หม่อมเจ้าหญิงคนน้องเลยว่า"ไม่มีใครรู้ว่าสีเกดเธอท้อง ไม่เช่นนั้นคงไม่ถูกประหาร"แต่ไหงพอท้ายเรื่องหม่อมเจ้าชายทดกับพาสีเกดซึ่งทองนูนจนเห็นได้ชัดไปงานพระศพพระอง์เจ้าพระองค์หนึ่ง แถมสีเกดผูกคอตายก็ตอนครรภ์แก่ใกล้คลอด งง????แต่รวมๆอ่านแล้วก็สนุกดีนะ เราชอบตรงนำผ้ามาผกเรื่อง แต่นิดนึง....คุณพงศกรเป็นผู้ชาย เมื่อมาเขียนโดยตัวนำเรื่องเป็นผู้หญิงก็เลยไม่เข้าใจในเรื่องส่วนตัวของผู้หญิงหลายๆอย่าง เช่นเรื่องการแต่งหน้าเป็นต้น อย่างตอนที่ไหมพิมชนประตูแล้วของตาเขียว คุพงศกรเขียนว่าใช้มาสคาร่าแต่ของตา???เอ่อ....ผู้หญิงใช้มาสคาร่าปัดขนตานะคะ ถ้าจะแต่งดวงตาเพื่อกลบรอยคล้ำก็ต้องใช้ คอนซิลเลอร์ อายแชโดว์ ดินสอเขียนขอบตา ใช้มาสคาร่าเพื่อเสริมขนตาให้เด่นขึ้น(ไม่ได้จับผิดแต่คิดว่าน่ารักดีเพราะผู้ชายเขาไม่รู้จักหรอกว่าเครื่องสำอางผู้หญิงชิ้นนี้เรียกอะไร ชิ้นนั้นเรียกอะไร เคยฝากเพื่อนซื้อมาสคาร่าแล้วพี่ชายเพื่อนแกล้งแซวว่าเดี๋ยวจะขโมยไปให้น้องๆพริตตี้ปัดแก้ม เอ่อ......???) อ่านจบแล้วก็รู้สึกดีกับนิยายเรื่องนี้ เราชอบเรื่องประวัตศาสตร์อยู่แล้วพอมาอ่านเรื่องนี้ทำให้สนใจเรื่องเจ้าอนุวงศ์ขึ้นมาก็ได้ค้นเรื่องราวต่อยอดไปอีกหลายประการก็เป็นการเพิ่มพูนความรู้ไปในตัว
มาลัยลายคราม
(ภาพจากเวปไซด์สำนักพิมพ์เพื่อนดี-ขออนุญาตและขอขอบคุณค่ะ)วันหนึ่งดิฉันเดินไปดูหนังสือในร้านดอกหญ้าหลังจากที่ไม่ได้เข้านาน อุ๊ยมาลัยสามชายออกพิมพ์ครั้งที่สองด้วย โอ๊ย แพง.....2เล่มอีกต่างหาก ดีนะที่ซื้อตอนรวมเล่มครั้งแรกของแพรว หรูได้อีกและถูกกว่าด้วย เล่มนี้หน้าปกลงสีแปลกๆ งานอาจารย์ฟารุตแน่เหรอเนี่ย(ดิฉันเป็นคนชอบภาพวาดอาจารย์ฟารุต สมัครไทย มากๆ)พลันสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งของอาจารย์ ว.วินิจฉัยกุล อุ๊ย หนังสืออะไรนี่ ท่าทางออกใหม่ มาลัยลายคราม ว้ายๆ ชื่อเหมือนมาลัยสามชายเลย น่าสนนะ เรื่องใกล้เคียงกันรึเปล่าเนี่ย....เช้าวันต่อมาดิฉันรีบตั้งหน้าตั้งตามาที่โต๊ะทำงาน เข้า Google แล้วค้นหาชื่อ มาลัยลายคราม ในทันทีแล้วก้ได้พบกับบทความที่กล่าวถึงหนังสือเรื่องนี้หลายๆบทความ ท่าทางน่าสนใจ เย็นวันนั้นมีนัดทานข้าวกับเพื่อนๆระหว่างรอเวลาดิฉันก็ตรงดิ่งไปซื้อ มาลัยลายครามมาทันที............และในที่สุดก็อ่านจบทั้งแปดชีวิตครบถ้วนบริบูรณ์เมื่อคืนนี้ โดยเลือกอ่าน ชีวิตที่เจ็ด จิตรี เป็นคนสุดท้ายเปิดมาชีวิตแรก ศรีอัมพร โดนเลย หญิงสาวสวย ความรู้สูง หน้าที่การงานดี แต่อยู่เป็นโสดจนอายุ 60 วุ้ย เราจะเป็นอย่างนั้นบ้างไหมเนี่ย ใจชักหวั่นๆ แต่ก็อ่านๆต่อไป หลายๆชีวิตที่ผ่านเข้ามาบ่งบอกให้ดิฉันทราบว่า ชีวิตคนเรามีโอกาสและทางเลือกเสมอ เพียงแต่เราจะคว้ามันไว้หรือไม่ก้เท่านั้น และบางครั้งสิ่งที่เราเลือกอาจจะเปลี่ยนชีวิตเราทั้งชีวิตเลยก็ได้ ดูอย่างชีวิตของประพิณนั่นปะไร ตรงสำนวนไทย เลือกนักมักได้แร่......(วุ้ย เข้าตัวอีกจนได้สิชั้น)ทีนี้จะมาบอกถึงเหตุผลที่ดิฉันเลือกอ่านชีวิตของจิตรีเป็นคนสุดท้าย อ่านๆไปดิฉันรับกับความคิดหลงตัวเองของจิตรีไม่ไหวจริงๆ คนอะไรคิดเองเออเองเรื่องหัวหน้าอรรณพตลอด ไม่ไหวเลยข้ามไปอ่านผุดผาดก่อน แล้วก็พบสัจธรรมผุดผาดเป็นคนสวย ขนาดศรีอัมพรยังสู้ไม่ได้ (คำนี้ก้องอยู่ในหูดิฉันจนตอนนี้) ผุดผาดพยายามยื้อความสาวความสวยสุดชีวิต ลดอายุลงได้สักครึ่งหนึ่ง แต่สังขารก็ไม่เที่ยง สุดท้ายเธอก็เป็นคนแรกของรุ่นที่จากไปก่อนเหวอ.....ถ้าอายุเท่าผุดผาดเราจะทำไงดี จะยอมแก่ไหม ไม่........... แก่น่ากลัว เป็นมะเร็งยิ่งน่ากลัว ทำคีโมหัวล้านยิ่งน่ากลัว ฮือๆ ไม่เอาไม่ไหวหรอกเรื่องนี้ให้คติในการดำเนินชีวิตมากๆ บอกเราให้ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต อย่างศรีอัมพร กับ จิตรี เธอสองคนมีจุดหนึ่งที่ต้องเลือกคล้ายกัน แต่ศรีอัมพรเลือกศักดิ์ศรี ความถูกต้องและศีลธรรม ส่วนจิตรีเลือกตามใจตัวเอง โดยมองไม่เห็นความผิดและไม่ฟังคำใคร ชีวิตของสองคนสะท้อนให้เห็นอย่างดีว่าใครเลือกถูก ใครเลือกผิด (ไม่เล่าก็แล้วกันนะคะ)สุดท้าย ภาพดอกฝอยฝาค่ะขอบคุณอาจารย์เทาชมพูจากห้องเรือนไทยค่ะ (รักอาจารย์จังเลย) พอดีติดใจชื่อหญิงสาวที่มาแต่งงานกับลูกชายของสายสมรค่ะเลยไปถามหาดอกฝอยฝาดูน่ารักดีเนอะ
Location : ชลบุรี Thailand
[Profile ทั้งหมด]