สาววิศวะรักงานศิลป์
Group Blog
 
All Blogs
 

A Story of Shoes


... ชีวิตคือการเดินทาง ...

และบนการเดินทางอันแสนยาวไกลนี้ สิ่งที่เราต้องการ อาจเป็นเพียงรองเท้าสักคู่
ที่จะเดินไปพร้อมกัน คอยเคียงข้างทุกย่างก้าวไปยังทุกแห่งหน จนถึงจุดหมายปลายทาง

สำหรับฉัน การตามหาความรัก อาจเหมือน เรื่องราวของรองเท้า
บางคนอาจเจอรองเท้าของตัวเองแล้ว แต่บางคนยังคงไม่

... ฉันยังคงเดินเท้าเปล่า ค้นหารองเท้าคู่ที่ใช่ ...

รองเท้าที่จะให้ความอบอุ่นกับฉันตลอดการเดินทาง
รองเท้าที่ฉันจะเชื่อมั่นและมอบความรักได้อย่างหมดหัวใจ
แม้จะรู้ดีว่า มันอาจไม่ง่ายดาย...

เคยมีรองเท้าบางคู่ ที่สวยงามจับใจ แต่ฉันก็ได้เพียงปล่อยไว้บนแท่นโชว์อย่างนั้น เพราะมองไม่เห็นภาพที่ฉันจะสวมใส่และเดินไปพร้อมกับรองเท้าคู่นั้น

เคยมีรองเท้าบางคู่ ที่ฉันคิดว่าคงจะสวมใส่ได้สบาย แต่กลับกลายเป็นไม่ใช่เลยสักนิด

และเคยมีรองเท้าบางคู่ ที่ฉันพึงใจ แม้จะรู้ว่าสวมใส่ไม่พอดี ก็ยังอยากจะใส่เดินไปด้วยกัน ต่อให้ต้องเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
สุดท้าย ไม่เพียงแค่ฉันที่ต้องทรมานจากความดื้อรั้นของตัวเอง รองเท้าคู่นั้นก็เช่นกัน
และฉันก็เข้าใจ ว่าเราคงไม่สามารถเดินต่อไปด้วยกันได้อีก

ถึงแม้จะไม่สามารถใส่รองเท้าที่ฉันรักได้อีก ทุกช่วงเวลาที่ได้มีกันบนเส้นทางนี้ยังคงมีค่าเสมอ
ฉันดีใจที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้พบและมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตามที

ความทรงจำอันมีค่าเหล่านั้นยังคงงดงามในใจนี้ และจะไม่มีวันจางหาย

... แต่การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป ...

ไม่ว่าจะรักรองเท้าเหล่านั้นเพียงใด สิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจะทำได้ คือเดินหน้า และตามหารองเท้าคู่ใหม่ ที่จะเดินทางไปด้วยกัน

... ยังเชื่อมั่น ว่าสักวันจะได้เจอรองเท้าที่เข้ากับฉัน ...

และเมื่อเวลานั้นมาถึง ฉันสัญญาว่าจะรักและดูแล ให้เราได้เดินด้วยกันไปตราบนานเท่านาน เพราะฉันรู้ว่า รองเท้าคู่นั้น มีค่ามากมายแค่ไหน


--------------------------------------------------


... Life is a journey ...

And on this long journey, what you need is just a pair of shoes to keep you walking along your road, wherever fate may lead.
The shoes that always support every step of the long way to where your destination lies.

For me, finding love might be a story of shoes.

Some people might have already found theirs, but some haven’t.

... I’m still walking on my bare feet, searching for the right shoes ...

The shoes that will give me warmness all along my way.
The shoes that I can trust and simply love with all of my heart.
Though I know, it might not be easy...

There were some gorgeous shoes I was attracted to but decided to leave them shine on the showcase because I couldn’t imagine myself walking with them.

And some nice shoes I initially thought I could wear them comfortably, before it turned out that I was wrong.

And there were also some pleasing shoes I knew from the beginning that they didn’t fit my feet at all. But stillI, I needed to try and believed I could endure the discomfort because of my affection toward them.
Later, it's not only me that suffered from my stubbornness, but the shoes as well.
They were broken. And I finally realized that we couldn’t walk together any longer.

Despite the fact that I can no longer wear those beloved shoes, I still treasure every moment having them on my way.
I'm really grateful that we once met and shared our time together, even though it was just a short period.

The precious memories of being together keep gracefully dancing in my mind, and they will never fade away.

... But the journey goes on ...

No matter how much I was fond of those shoes, the best I can do is to move on and find another pair of shoes to share the same journey.

... I still believe, I will find my suitable shoes someday ...

And when the time comes, I promise to cherish them so we can walk together till the very end, as I know how meaningful they are.

blog_shoes-2.png




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2558    
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2558 16:51:35 น.
Counter : 451 Pageviews.  

[Poem] รวมมิตรร้อยกรอง ของสาววิศวะ

รวมมิตรร้อยกรองที่แต่งไว้ ที่ไม่ใช่แค่บ่นๆเพ้อๆ หรือเฉพาะทาง เก่าบ้างใหม่บ้าง...
ช่วงนี้ผีกวีเข้าสิง บ่นนู่นเพ้อนี่เป็นกลอน... ทำให้นึกถึงสมัยเรียนที่ชอบแต่งกลอน โตมาไม่ค่อยได้แต่ง ไม่รู้ถ้าพ้นช่วงนี้ไปจะมีอารมณ์แต่งอีกไหม เลยรู้สึกอยากจะพิมพ์ไว้เป็นลายลักษณ์อักษร คิดว่าเขียนเป็นเอนทรี่ดีกว่า เพราะบล็อกร้างนานแล้ว อัพเดทบ้างก็ดี (แม้อาจจะไม่มีใครอ่านก็ตาม... Foot in mouth)
กลอนบทแรกในชีวิต.... เป็นการบ้านสมัย ม.2 แต่งกลอนประกอบภาพ (สุ่ม) ได้รูปพระอาทิตย์ตกมา เลยออกมาเป็นกลอนนี้ เนื่องจากเป็นกลอนแรก เลยใช้คำเฝือไปหน่อย และจบไม่ค่อยดี (แต่ก็ภูมิใจนะ)

เมื่ออาทิตย์เลือนลับจากขอบฟ้า     ทั่วทั้งหล้าหม่นหมองมิสดใส
ดวงตะวันจะลาขอบฟ้าไป     ดั่งดวงไฟดับมิดโลกมืดมัว
ยามนภาไร้แสงจากตะวัน     ทุกสิ่งพลันแลแต่ความสลัว
ความหมองหม่นมืดมิดพาใจกลัว     ใจระรัวกลัวแสงจะจากไป
แต่อาทิตย์จากไปยังหวนกลับ     เหมือนมารับการเริ่มต้นของวันใหม่
แสงสว่างลิบๆอยู่รำไร     เป็นแสงชัยส่องพาความรุ่งเรือง
(วันก่อนแปะไว้ใน facebook มีคนถามว่าขุดมาจากไหน เกือบครึ่งอายุยังเก็บไว้อีกหรอ... ก็แปลกใจที่เจอคำถามนี้ เพราะไม่ได้เก็บ มันฝังอยู่ในหัวมากกว่า แต่งเองยังไงก็จำได้)
หลังจากนั้น ก็ชอบแต่งกลอนเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นกลอนหวานๆ ทั่วไป

จะฝากใจส่งไปในดวงดาว   ทุกทุกคราวที่เธอมองคงได้เห็น
ฝากคำรักส่งผ่านสายลมเย็น   ให้คอยเป็นสื่อกลางระหว่างเรา

ส่วนครั้งแรกกับ โคลงกระทู้ (และยังเป็นครั้งเดียว นับถึงตอนนี้)... แต่งให้เข้าธีมอำลาเพื่อน ตอนม.3

จำจากพรากต่างร้าง     แรมไกล
ใจต่างสะอื้นไห้     ห่มร้อง
ลาลับห่างกันไกล     ยังไป่ลืมหลัง
จากร่างร้างเพียงคล้อง     จิตให้ยืนยง

หลังจากนั้นเรียกว่าไม่ได้แต่งร้อยกรองอีกเลย เน้นไปทาง fiction มากกว่า และแปลงเพลงบ้าง (จนผีกวีเข้าสิงเอาช่วงนี้)

กาพย์ยานี 11.... เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จู่ๆ ก็คิดว่า เกิดมาไม่เคยแต่งกาพย์เลย อยากลองแต่งดูบ้าง ในใจคิดธีมขึ้นมาว่าเป็นอารมณ์เศร้าลึกๆ เหนื่อยที่ต้องฝืนยิ้ม เคว้งคว้างอยากมีคนปลอบประโลม... แต่งออกมาแล้วมีคนทักว่าอกหักเลย

แอบร้องไห้ในใจ     น้ำตาไหลหลั่งพรั่งพรู
ไม่อาจให้ใครรู้     ทนเจ็บช้ำเพียงลำพัง
แม้เพียงเสี้ยวเวลา     รู้ดีว่าไม่อาจหวัง
หมดเรี่ยวแรงกำลัง     ยังฝืนทำเป็นเข้มแข็ง
ทรมานทนกล้ำกลืน     ต้องทนฝืนทำเสแสร้ง
อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง     หมดทั้งตัวและหัวใจ
หากมีที่พักพิง     ให้ละทิ้งความเจ็บไป
น้ำตาขอหลั่งไหล     ซบตรงไหล่ใครสักคน

เมื่อวาน อยากแต่ง โคลงสี่สุภาพ เลยลองแต่ง ด้วยอารมณ์อยากตำหนิตัวเองที่ไม่กล้าทำ ไม่กล้าลุย

ยามเยาว์ฝันใฝ่ได้     ตามจิด คำนึง
เติบใหญ่กลับขลาดคิด     ไขว่คว้า
รีรอไม่ลิขิต     ชีวิต ตนเอง
พลั้งพลาดยังโทษฟ้า     บ่ได้พิศตัว




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2555    
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 11:36:41 น.
Counter : 1643 Pageviews.  

[AF4 Fan Fiction] ลอยกระทง

++++++++++++++++++++
Title : ลอยกระทง
Main Character : Music, Lookpong
Disclaimer :
เหตุการณ์ในเรื่องเป็นเรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด
++++++++++++++++++++


"มิวสิค"
เสียงใสๆดังขึ้นจากทางด้านหลัง ดึงให้หนุ่มน้อยผู้ถูกเรียกหันตามไปยังต้นเสียงทันที

ในยุคที่เต็มไปด้วยสาวสวยแนวหมวยขาวเหมือนซาลาเปาเต็มท้องถนนแบบนี้ สาวน้อยเจ้าของเสียงกลับดูสวยในแบบที่ต่างออกไป ผมที่ยาวเป็นลอน รูปร่างเพรียวบาง ใบหน้าและดวงตาเรียวคมของเธอ รับกับโหนกแก้มสูง และผิวสีน้ำผึ้งเนียน เสริมให้ดูสวยเปรี้ยวเก๋ไก๋และน่าดึงดูดใจทีเดียว

"ลูกโป่ง... หวัดดี... เอ่อ... ทำไมมาเร็วจังเลยอะ"
มิวสิคพูดตะกุกตะกัก พลางเอามือขึ้นมาถูคิ้วข้างซ้ายไปมา ซึ่งเป็นอาการตอบสนองแบบรีเฟลกซ์ทุกครั้งที่เขารู้สึกประหม่าหรือเขินอาย

"อือ ก็อยู่ใกล้ๆแถวนี้พอดีอะ ว่าแต่คิดไงเนี่ยถึงได้มาถึงถิ่นเรา"

คำว่า ถิ่นเรา... หญิงสาวหมายถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตัวเองกำลังเรียนอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ ส่วนมิวสิคเป็นเด็กหนุ่มนิสิตวิศวะ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ การที่จู่ๆอีกฝ่ายมาหาถึงที่ และโทรเรียกมาเจอกันแบบนี้ จึงทำให้เจ้าตัวแปลกใจอยู่ไม่น้อย

"ก็ พอดีเป็นทางผ่านอะ มิวนัดเพื่อนไว้ ตอน 5 โมง แต่คิดถึงโป่งเลยแวะมาหาก่อนไง"
หนุ่มน้อยทำเสียงออดอ้อนใส่หญิงสาว... เสียงอ้อนอย่างเดียวไม่พอ ยังส่งสายตาให้อีกเป็นของแถม

"แหวะ น้ำเน่า"
หญิงสาวส่ายหัวยิ้มๆ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามหนุ่มน้อยที่นัดเธอออกมา ก่อนที่จะเริ่มสนทนากันเรื่อยเปื่อยตามประสาเพื่อนเก่า

ทั้งคู่รู้จักกันจากการเข้าร่วมแข่งกันรายการ Academy Fantasia ซีซั่นที่ 4 รายการ reality show ที่หนุ่มสาวนักล่าฝันทุกคนต้องอยู่ร่วมกันภายในบ้านหลังใหญ่ที่ถ่ายทอดชีวิตของพวกเขาออกอากาศตลอด 24 ชั่วโมง และแม้ว่ารายการจะจบลงไปแล้วหลายปี แต่ช่วงเวลา 3 เดือนที่ต้องเห็นหน้าและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ก็ทำให้ความผูกพันของนักล่าฝันแต่ละคนก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆแต่มั่นคง โดยเฉพาะมิวสิคและลูกโป่ง ที่ต่างฝ่าฟันจนได้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเหมือนกัน มิตรภาพของเขาและเธอจึงไม่ได้จบลงตามรายการ

ด้วยความคิดที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ของทั้งสองคน หลังจากที่มีผลงานเพลงออกมาร่วมกันกับนักล่าฝันร่วมรุ่นคนอื่นๆ มิวสิคและลูกโป่งจึงพักงานด้านบันเทิงไว้ เพื่อกลับมาเรียนให้จบ ทำให้ทั้งคู่ไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นัก

หลังจากพูดคุยกันไปได้สักพัก มิวสิคก็สะดุดตากับอะไรบางอย่าง

"เออ นั่นเค้าทำอะไรกันอะโป่ง"

ลูกโป่งมองตามไป เห็นกลุ่มนิสิตชายหญิงขะมักเขม้นกันทำงาน นิสิตหญิงใส่กระโปรงจีบรอบ ส่วนนิสิตชายผูกไทค์เรียบร้อย บ้างก็กำลังนั่งแกะสลักแผ่นโฟมเป็นลวดลายไทยสวยงาม บางคนก็เดินรอบๆคอยส่งเหยือกน้ำกับปี๊บใส่ขนมให้คนอื่นๆทาน

"อ๋อ ทำเสลี่ยงไง"

"ห๊ะ อะไรนะ กระเหรี่ยงหรอ"

ลูกโป่งยกมือขึ้นตบหัวมิวสิคแทบจะทันที

"เสลี่ยง! เอาไว้ให้นางนพนั่งอะ งานลอยกระทง อาทิตย์หน้าแล้วเนี่ยะ"

"อ๋อๆ แล้วโป่งเคยเป็นนางนพบ้างเปล่าอะ"

"ไม่เคย แล้วก็ไม่อยากเป็น เราชอบเดินดูร้านรอบๆงานมากกว่า พวกแบบ ขายของเล่นเกมไรแบบเนี้ย บางทีก็โดนเพื่อนลากไปช่วยเฝ้าซุ้ม"

"อืมๆ มิวก็เคยมากะเพื่อนทีนึง มีร้านเต็มไปหมดเลย ยังกะงานวัด"

"แล้วได้ลอยกระทงปะ"

"ไม่อะ คนเยอะอย่างเวอร์ มิวขี้เกียจเข้าไปเบียด เล่นเกมหนุกกว่า"

มิวสิคทำหน้าแหยเมื่อนึกถึงภาพคนจำนวนมากที่แออัดกันเข้าไปที่สระน้ำเพื่อลอยกระทง

"นี่ เค้ามีตำนานอาถรรพ์ลอยกระทง(*)นะ เค้าว่า ถ้าใครมาลอยด้วยกันที่หน้าพระรูปเนี่ยะ จะได้เป็นแฟน แต่ถ้าเป็นแฟนแล้วมาลอยด้วยกันจะเลิกกัน"

"จริงอะ ทำไมเด็กจุฬาชอบเชื่ออาถรรพ์เรื่องนู้นเรื่องนี้กันเยอะจัง สงสัยเป็นพวกชอบเล่นของกันเยอะเลยดิงี้"

"ไปได้ยินอะไรมาเนี่ย"

"ก็พวกแบบ บันไดเค้าสร้างไว้ ก็บอกว่าห้ามเดินผ่าน เดี๋ยวเรียนไม่จบ หรือว่า วันไหนเจอเต่าในสระจะโชคดี แต่เจอตะพาบจะโชคร้าย หรือแบบ วันสอบเจอหมาเห่าแล้วจะซวย"

"เอ้ย อันสุดท้ายนี่มีด้วยหรอ??"

ลูกโป่งทำหน้าฉงน... ก็เรื่องแรกๆน่ะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินอยู่ แต่เรื่องสุดท้ายเนี่ย...คุ้นๆว่าจะไม่

"มีดิ ก็เพื่อนมิวเนี่ยแหละ เรียนวิดวะที่เนี่ย วันสอบชอบหนีหมา กลัวโดนเห่า มันบอกเดี๋ยวได้ D(og)"

"โหยยยย ไม่ใช่แล้ว ไม่เกี่ยวๆ เพื่อนเราโดนเห่าทุกทีอะ หมาเต็มคณะ ไม่เห็นเคยได้ด็อก"

คำตอบของมิวสิคทำเอาลูกโป่งหัวเราะยกใหญ่... ไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมว่าที่วิศวกรหนุ่มทั้งหลายถึงได้มีแต่คนติ๊งต๊องกันทั้งนั้นเลยน้อ...

"แต่เนี่ย ตำนานลอยกระทงอะ ศักดิ์สิทธิ์มากๆเลยนะ จริงๆ เพื่อนเราอะหลายคู่แล้ว"

ลูกโป่งพูดพร้อมทำหน้าจริงจัง จนมิวสิคต้องถามอย่างสนใจบ้าง

"ได้เป็นแฟนกันจริงๆหรอ"

"เปล่า เค้าเลิกกันอะ"

คำตอบที่ได้รับเล่นเอาฝ่ายชายถึงกับอึ้งไปสักพัก จนเริ่มรู้สึกตัวว่าชักจะตามมุกฝ่ายหญิงไม่ทัน เลยต้องเนียนตัดบทเปลี่ยนเรื่อง

"เออ มิวเคยได้ยินเพื่อนมันบอกว่า ที่จุฬาเนี่ย ถ้าใครสะดุดหกล้มที่บันไดตรงลานเกียร์(*)จะได้เนื้อคู่เป็นเด็กวิดวะ ไม่รู้จริงป่าว"

"ถ้างั้นมิวก็ลองไปแกล้งสะดุดทีนึงดิ แล้วอีก 18 ปีก็มาที่จุฬาใหม่นะ ไม่แน่อาจจะได้สาวสวยวิดวะเป็นแฟน" พอพูดจบปุ๊บก็มองอีกฝ่ายด้วยนัยน์ตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

"ทำไมต้องรออีก 18 ปีอะ"

คราวนี้ลูกโป่งหัวเราะชอบใจ... ก็ที่มิวสิคถามมามันเข้าทางพอดิบพอดีเลยน่ะสิ

"ก็... เนื้อคู่ฉันมาเกิดรึยังไม่รู้...."

เธอตอบคำถามด้วยการร้องเป็นเพลง และเจ้าของเพลงนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล หนุ่มน้อยที่นั่งเอ๋ออยู่ตรงข้ามเธอนั่นเองแหละ

"เนื้อคู่มิวยังไม่เกิดไง ต้องรอไปอีก 18 ปี"

"...เอ่อ... ลูกโป่งมามุกนี้ มิวรับไม่ทันเลย"

"รับไม่ทันก็หล่นดิ"

ฝ่ายหญิงสวนกลับแทบจะทันที ตามมาด้วยเสียงหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง... ส่วนฝ่ายชายก็เลยได้แต่เอามือก่ายหน้าผาก

"สงสัยจะเจอต้อลมันแพร่เชื้อโรคให้นะเนี่ย เดี๋ยวต้องไปบอกพี่นัทให้จัดการแล้ว มาทำลูกโป่งของมิวติดเชื้อ" มิวสิคพูดเล่นๆ แอบแซวคู่ซี้พี่น้องจากล้านนาซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นจากรายการไปในตัว

"งั้นฝากบอกพี่นัทด้วยนะ ว่าคิดถึงมากกกกกกกกกกกก" ลูกโป่งยังล้อเล่นต่อไป โดยไม่ทันสังเกตสีหน้าแอบน้อยใจของอีกฝ่ายสักนิด

นัทถือเป็นพี่ชายที่มิวสิคเคารพและชื่นชมมากคนหนึ่ง แต่ลึกๆเด็กหนุ่มก็แอบอิจฉานัทอยู่เล็กๆเหมือนกัน เพราะความที่เป็นคนที่เรียกได้ว่าแทบจะเพียบพร้อมไปหมดทุกด้าน ทั้งฐานะ หน้าตา สติปัญญา และวุฒิภาวะ ทำให้ลูกโป่งออกอาการปลื้มนัทอยู่เป็นประจำ จนมิวสิคอดน้อยใจไม่ได้

"โป่งอะ คิดถึงแต่พี่นัท คิดถึงมิวบ้างรึเปล่า"

น้ำเสียงที่พูดนั้นกึ่งเล่นกึ่งจริง เพียงแต่ถูกกลบเกลื่อนด้วยสไตล์ออดอ้อนของเจ้าตัว

แกล้งงอนอยู่ได้ไม่นาน มิวสิคก็ก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ... ตายล่ะ เวลาผ่านไปนานขนาดนี้เลยหรอ... หนุ่มน้อยรู้สึกเหมือนเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเวลาที่อยู่กับอีกฝ่าย

"โป่ง มิวต้องไปแล้วล่ะ เดี๋ยวจะสาย"

"อือ บาย ไว้เจอกันนะมิว"

ลูกโป่งบอกลา พร้อมรอยยิ้มหวานๆให้ ขณะที่มองตามเด็กหนุ่มที่ลุกขึ้นยืนด้วยแววตาแฝงความรู้สึกบางอย่าง

มิวสิคก้มลงมองลูกโป่งที่นั่งอยู่อีกครั้ง

"โป่งเดินไปส่งมิวหน่อยดิ"

พอพูดจบประโยคเท่านั้นแหละ ใบหน้าของมิวสิคก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาชัดเจน คำพูดที่ออกไปโดยไม่ทันคิดทำให้เขาเขินจนต้องยกมือขึ้นมาถูคิ้วตัวเองอีกครั้ง ส่วนลูกโป่งก็ได้แต่ตอบรับคำขอแบบขำๆในท่าทีที่เห็น

ทั้งคู่เดินเคียงกันไปจนถึงประตูรั้วมหาวิทยาลัย ก่อนจะก้าวเท้าออกไปพ้นเขตรั้ว มิวสิคก็หันกลับมา พร้อมท่าทางที่เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง

ลูกโป่งมองหน้ามิวสิคเป็นเชิงถาม แต่หนุ่มน้อยไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย ได้แต่เอามือถูกคิ้วไปมาแรงขึ้นอีก... คราวนี้ดูเหมือนเขาจะใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดนานพอสมควร

"เอ่อ... ลูกโป่ง... ไว้... เอ่อ... แล้ว... มาลอยกระทงที่นี่กันนะ"

ไม่ทันได้รอให้อีกฝ่ายได้ตอบคำถาม มิวสิคก็รีบวิ่งออกจากประตูรั้วไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวแอบอมยิ้มพึมพำยู่คนเดียว

"เด็กวิดวะนี่จะเชื่อเรื่องตำนานลอยกระทงเหมือนกันทุกคนเลยรึเปล่าน้า"

สงสัยว่าจะเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ... หรือไม่แน่ อาจจะเป็นคำถามที่ได้คำตอบแล้วก็เป็นได้...


-THE END-
++++++++++++++++++++



<<หมายเหตุ >>
ลานเกียร์ = ชื่อเรียกลานที่คณะวิศวะจุฬา
ตำนานลอยกระทงของจุฬา = เชื่อว่าหนุ่มสาวที่มาลอยกระทงด้วยกันในสระน้ำจุฬา หน้าพระรูป 2 รัชกาล(ร.5 ร.6) จะได้เป็นแฟนกัน




 

Create Date : 16 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 11:37:08 น.
Counter : 250 Pageviews.  

[AF4 fan fiction] ของขวัญวันเกิด

มือใหม่หัดแต่ง ฝากด้วยนะค้า :D

++++++++++

ของขวัญวันเกิด


- วันที่ 8 มิถุนายน -

สาดอ่อนๆยามเช้าส่องเข้ามายังห้องนอนสีขาวสะอาด ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ กระทบใบหน้าของหญิงสาวเจ้าของห้องที่กำลังนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์

นานมากแล้วที่ภคมนไม่ได้มีวันสบายๆแบบนี้ หลังจากเธอประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะนักร้องหญิงที่ไปสร้างชื่อเสียงไกลถึงต่างแดน กระแสความนิยมในตัวเธอก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากความสามารถด้านการร้องเพลงและบุคลิกที่โดดเด่น การเดินสายไปแสดงคอนเสิร์ตตามประเทศต่างๆทั่วเอเชียทำให้เธอแทบไม่มีเวลาว่างเป็นส่วนตัว แต่กระนั้นเธอก็พยายามจัดตารางตัวเองอย่างดีให้เหลือเวลาว่างสำหรับวันสำคัญของเธออย่างเช่นวันนี้


...จะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฟากฟ้า จะไปไขว่คว้าเอามาดังใจฝัน...


เสียงเรียกเข้าจากโทรศัทพมือถือที่ดังขึ้นเป็นเพลงที่คุ้นเคย ทำให้รู้ทันทีว่าปลายสายเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมรายการ "AF" ซีซั่นเดียวกับเธอ หญิงสาวรีบลุกจากที่เดิมไปคว้าโทรศัพท์มารับอย่างตื่นเต้น

"ว่าไงยะแคท" ภคมนตอบรับด้วยความร่าเริง
"happy birthday to ลูกโป่งงงงงงงงงง!!" ปลายสายนั้นตะโกนอย่างสุดเสียงจนคนฟังต้องรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบจะทันที
"ขอบใจย่ะ เดี๋ยวชั้นก็ได้ไปหาหมอรักษาแก้วหูเป็นการฉลองวันเกิดกันพอดี" เจ้าของวันเกิดพูดกลั้วหัวเราะ อดขำในความรั่วของเพื่อนสาวคู่ซี้ไม่ได้

แคทเป็นเพื่อนสนิทมากที่สุดอีกคนของเธอที่ได้จากรายการ "Academy Fantasia" ด้วยบุคลิกสดใส ชอบสร้างเสียงเฮฮาให้คนรอบตัว ดูจะทำให้พวกเธอถูกชะตาและเข้ากันได้เป็นอย่างดีตั้งแต่วันแรกๆที่รู้จักกัน และยังคงคบหาสนิทสนมกันเรื่อยมา ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของลูกโป่งหลังจากอัลบั้มเดี่ยวของเธอประสบความสำเร็จที่ต่างประเทศ จะนำพามาซึ่งงานที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย คิวงานที่แน่นตลอดเวลา ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสไปไหนมาไหนด้วยกันน้อยลง แต่มิตรภาพของทั้งคู่ไม่ได้จืดจางลงเลยแม้แต่น้อย

ภคมนนั้นเพิ่งจะกลับจากการทัวร์คอนเสิร์ตต่างประเทศไม่กี่วัน ทั้ทั้งคู่จึงคุยเม้าท์แตกกันออกรสออกชาติ ตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอหน้ากันนาน

บทสนทนาจบลงด้วยการนัดกันไปงานเลี้ยงวันเกิดที่เพื่อนๆร่วมรุ่น AF4 พร้อมใจกันจัดให้ และเป็นการฉลองความสำเร็จของลูกโป่งกับการโกอินเตอร์ของเธอไปด้วยในตัว

"โอเค บ่ายโมง แล้วเจอกันย่ะ บ๊ายบาย"

ลูกโป่งเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา... เข็มสั้นนาฬิกาเพิ่งจะชี้เลยเลข 9 ไปนิดๆ...อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดของเธอและเพื่อนๆ

เธอหยิบเอาอัลบั้มรูปเก่าๆในลิ้นชักมาพลิกดูเพื่อนึกถึงภาพความทรงจำในอดีตที่ ช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิต...เวลาซึ่งเธอได้อยู่ร่วมกับเพื่อนๆอีก 19 คนในบ้านหลังใหญ่ ทำให้เธอได้พบกับมิตรภาพดีๆที่แสนประทับใจ

แม้จะเวลาจะล่วงเลยผ่านมานานหลายปี ภคมนก็ไม่เคยลืมที่จะขอบคุณในโชคชะตาที่ทำให้เธอได้ร่วมรายการ AF4 หรือ Academy Fantasia season 4 รายการ reality ยอดนิยม ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของเธอในวันนี้ก็ว่าได้ สมกับคำว่า At First ที่ผู้ชายที่เธอนับถือมากที่สุดเป็นคนนิยามเอาไว้...

ตำแหน่งที่ 5 ของลูกโป่ง ถึงแม้จะเป็นที่เสียดายของคนมากมายที่ชื่นชมในความสามารถการร้องเพลงซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกคนจนได้ฉายาว่า "ภคมน คนพ่นไฟ" แต่เธอกลับรู้สึกพอใจอย่างมาก เพราะในวันตัดสินนั้นเธอได้แสดงอย่างเต็มที่และได้รับเสียงปรบมืออันยาวนานกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์เป็นรางวัลแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่รางวัลชนะลิศของรายการนี้ตกเป็นของผู้ชายที่ชื่อ "ณัฐ ศักดาธร" ทำให้เธอมีความสุขมากที่สุดในคืนนั้นเลยก็ว่าได้

คิดดูแล้วก็น่าแปลกที่ความสามารถระดับเธอไม่ผ่านรอบคัดเลือกในซีซั่นที่ 3 แต่กลับผ่านและอยู่ได้ถึงรอบสุดท้ายในซีซั่นที่ 4 ซึ่งคนทั่วไปเห็นตรงกันว่าเป็นซีซั่นที่มาตรฐานความสามารถเฉลี่ยสูงที่สุดเท่าที่มีมาในขณะนั้น... มันคงเป็นโชคชะตาจริงๆ ที่ทำให้เธอได้มาพบกับเพื่อนดีๆมากมาย ได้น้องสาวที่แซุกซน พี่สาวที่น่ารัก และที่ขาดไม่ได้เลยคือ "พี่ชายที่แสนดี"ของเธอ...

หวนนึกถึงวันเก่าๆ ภายในบ้านแมคโนเลียส์ ที่เธอและเพื่อนๆเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกันท่ามกลางสายตาของคนทั้งประเทศ เรื่องราวต่างๆมากมายที่เกิดขึ้น ทั้งเศร้าและสุข ทำให้เธออดรู้สึกคิดถึงความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้

หลังจากจบรายการและออกอัลบั้มรวม "X-treme Army" ภคมนโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากค่ายเพลงใหญ่ที่เห็นความสามารถ จึงไปได้ดีกับการร้องเพลง เพื่อนๆร่วมรายการหลายคนก็หันไปเอาดีด้านการแสดง บางคนก็กลายเป็น idol ขวัญใจสาวๆวัยรุ่น... ทุกคนก็ต่างมีเส้นทางที่แยกกันไป จึงไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก การนัดเลี้ยงวันเกิดให้เธอวันนี้จึงถือเป็นเรื่องตื่นเต้นของเธอมากทีเดียว... การแยกจากกันทำให้การกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งมีความหมายอย่างที่ใครบางคนเคยพูดเอาไว้จริงๆ...

นิ้วเรียวสวยของภคมนพลิกดูรูปถ่ายจากคอนเสิร์ตที่คุณแม่ของเธอถ่ายเอาไว้ จนมาหยุดที่รูปถ่ายสัปดาห์เพลงคู่ ที่เธอได้ร้องเพลง "All I ask of you" รอยยิ้มน้อยๆก็เจือที่ใบหน้าของหญิงสาว พร้อมกับเรื่องราวที่เด่นชัดในความทรงจำ

++++++++++


...ภายในห้อง living room ของบ้านแมคโนเลียส์...

หนุ่มสาวนักล่าฝันผลัดกันกอดให้กำลังใจกันในคืนวันศุกร์ของสัปดาห์ที่ 7 ซึ่งเป็นคืนสุดท้ายของกลุ่ม "8เทพอสูรมังกรฟ้า" ก่อนที่จะถึงการแสดงคอนเสิร์ตประจำสัปดาห์ และตัดสินว่าใครจะเป็นคนต้องออกจากรายการไป เหลือเพียง "7ประจันบาญ" ตามที่ครูรัก ครูแอ้คติ้งประจำรายการตั้งฉายาไว้

"ฟู่วว์!! เรื่องเครียดๆจงหายไป"
พี่ชายคนโต (แต่ตัวเล็ก) ของบ้านทำท่าเป่าปากใส่น้องสาวบุญธรรม...ที่ได้จากรายการนี้แหละ

"พี่นัทเหมือนพ่อมดเลยอะ เสกให้หายเครียดได้ด้วย"
ลูกโป่งหัวเราะร่าเริงใหญ่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นานเธอยังคิดมากกับหลายๆเรื่อง แต่เวทมนต์ของพี่ชายสุดที่รักคนนี้ปัดเป่าเรื่องต่างๆออกไปจากใจเธอได้จนหมดสิ้น

"ก็พี่นัทเค้าเป็นพ่อมดจริงๆนี่นา"
เสียงของต้อลที่สวนขึ้นมาทันที ทำเอาทุกคนในห้องหันมามองด้วยความงง... มันจะมาปล่อยแป้กแบบไหนอีกล่ะทีนี้

"ก็เรียนจบจากฮอกวอร์ตไง"

"ฮาร์วาร์ดดดดดดดด"
เสียงทุกคนร้องพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ตามมาด้วยเสียงหัวเราะในความพยายามเล่นมุกของเด็กหนุ่ม...

"ต้อลอะดิ พ่อมด แฮร์รี่ พ็อตต้อล ดูดิ แฮร์รี่สมชื่อ คิ้วอย่างหนาเลย" พี่ชายใหญ่สวนกลับบ้าง พร้อมเอานิ้วจิ้มขนคิ้วดกๆของน้องชายตัวดี

ฝ่ายเจ้าตัวคนน้องยังไม่ยอมแพ้ รีบยิงสวนทันควันเช่นกัน

"เฮ่ย พี่ แฮร์รี่" พูดพลางชี้นิ้วไปที่ศีรษะตัวเอง

"ก็ยังดีกว่า เก้าแสนเก้า นะพี่" คราวนี้ชี้ไปที่ศีรษะอีกฝ่ายบ้าง

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เพราะมุกที่หนุ่ม "(พยายาม)ฮาว่ะ" ยิงใส่หนุ่ม "ฮาร์วาร์ด" ทำให้เกิดศึกพี่น้องวิ่งไล่กวดกันเหมือนเด็กๆ เรียกบรรยากาศครึกครึ้นกลับมาสู่บ้านแมคโนเลียส์

รวมทั้งในใจของลูกโป่งด้วย…

++++++++++


เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ภคมนก็อดยิ้มแก้มปริไม่ได้ คุณชาย "ณัฐ" ผู้ชายที่ดูจะ "ฮาร์วาร์ด" ไปซะหมดทุกเรื่อง จริงๆแล้วก็มีภาคที่เหมือนเด็กเล็กๆกับเขาเหมือนกัน

สำหรับ "ณัฐ" นั้น หลังจากทำตามความฝัน และได้มีอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองแล้ว ก็กลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยชื่อดังที่เดิม เพื่อกลับมาดูแลสืบทอดธุรกิจใหญ่ของครอบครัว เพราะเข้าใจว่าชื่อเสียงและความสำเร็จที่ได้จากวงการบันเทิงเป็นสิ่งไม่มั่นคงเท่าไรนัก

แม้ว่าทัศนคติ และความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ จะทำให้ลูกโป่งประทับใจในตัวนัทอย่างมาก แต่การที่นัทตัดสินใจกลับไปเรียนต่อนั้นทำให้ลูกโป่งใจหายอยู่ไม่น้อย เพราะนั่นหมายความว่าเขาและเธอจะไม่ได้เจอกันอีกนานทีเดียว

แต่กระนั้น นัทก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของน้องสาว นัทจะส่งการ์ดที่ทำเองมาให้เป็นของขวัญวันเกิดทุกปี แต่ปีนี้ต่างออกไป เพราะเป็นปีที่นัทเรียนจบพอดี และมีกำหนดว่าจะกลับในอีกไม่ช้า เจ้าตัวจึงบอกว่าขอให้ของขวัญย้อนหลังด้วยตัวเองแทน

++++++++++


- เวลาประมาณบ่าย 2 โมง -

ทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันในงานเลี้ยงที่บ้านของแคท ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการชวนเพื่อนๆนักล่าฝันทุกคนมาร่วมสังสรรค์กัน งานเลี้ยงเล็กๆที่บรรยากาศเป็นกันเองแบบนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนวันที่อยู่ด้วยกันในบ้านแมคโนเลียส์เมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด

หลังจากจบรายการครั้งนั้น นานแล้วที่ทุกคนไม่ได้รวมตัวกันแบบนี้ แม้จะมีโอกาสได้เจอกันบ้างตามงานต่างๆอยู่หลายครั้งหลายคราว แต่ก็ไม่ได้พร้อมหน้ากันครบทุกคน รวมทั้งไม่เป็นส่วนตัวอย่างในวันนี้

ภคมนมองเพื่อนๆที่ห่างหายไปนานมารวมตัวกันด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังไม่วายแอบนึกเสียดายเล็กๆที่พี่ชายสุดที่รักของเธอไม่ได้มาร่วมด้วย
"เสียดายเนอะ ขาดพี่นัทไปคนนึง ไม่งั้นได้เป็นงานเลี้ยงรุ่นแล้ว"

เพื่อนคนอื่นๆได้แต่มองหน้ากันยิ้มๆ และพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการเห็นด้วย แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งแคทตะโกนขึ้นมา เรียกเพื่อนๆให้มารวมตัวกัน

"เอ้าๆๆ ได้เวลาสำคัญแล้ว เดี๋ยวก่อนที่จะเอาเค้กออกมาให้เป่า ต้องปิดตาอธิษฐานก่อนนะ"
เธอเอิ้อมมือไปปิดตาเพื่อนซี้ และนำเพื่อนๆร้องเพลงอวยพรวันเกิดอย่างครึกครื้น

"Happy Birthday to you... Happy Birthday to you..."

พอจบเพลงแคทก็เอามือที่ปิดตาเจ้าของวันเกิดเอาไว้ออก พร้อมกับที่เจ้าตัวค่อยๆเปิดตาขึ้นอย่างช้าๆ...

"พี่น้าทททททททททท"

ลูกโป่งร้องเรียกพี่ชายอย่างดีใจ ทั้งยังประหลาดใจแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง พี่ชายสุดที่รักของเธอกำลังถือเค้กวันเกิดรอให้เธอป่าอยู่ข้างหน้านี่เอง

"มาได้ไงเนี่ย ก็ไหนบอกจะกลับเดือนหน้าไม่ใช่หรอ"

"อ้าว ก็กลับมางานนี้ไง ไม่ดีใจหรอ งานเลี้ยงรุ่นจะขาดเดอะวินเนอร์ได้ไงล่ะ"
นัทตอบยิ้มๆ ดีใจปนขำที่ตัวเองหลอกเซอร์ไพรส์น้องสาวได้สำเร็จ
"แล้วนี่จะไม่เป่าเทียนหรอ พี่เมื่อยแล้วนะ"

"อือ นั่นดิ ต้อลก็อยากกินเค้กแล้วด้วย"

อีกเสียงดังขึ้นมาสมทบทันทีแบบไม่ต้องสืบ... ก็พี่นัทพูดอะไร น้องต้อลก็เออออเห็นด้วยทุกเรื่องนั่นแหละ ไม่ว่าจะห่างกันไปนานแค่ไหนพี่น้องคู่นี้ก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

"เป่าสิ เค้กพี่นัทถือมาให้นะ ไม่เป่าได้ไง" เจ้าของวันเกิดยิ้มหน้าบานก่อนจะเป่าเค้กที่พี่ชายถือไว้

และก็เป็นไปตามสูตรสำเร็จ... หลังจากเป่าเค้กกันเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนก็พร้อมใจกันรุมกันจ้วงกิน...ต่อด้วยจ้วงป้ายเค้กก้อนโตอย่างเมามัน เลอะเทอะกันถ้วนหน้า

ระหว่างที่คนอื่นยังชุลมุนกับการเล่นวิ่งหนี วิ่งไล่ กันไม่เลิก หลายคนก็หมดสภาพจากการโดนรุมจนต้องหลบมานั่งพัก โดยเฉพาะสาวคนหนึ่งที่ดูจะโดนหนักเป็นพิเศษ โทษฐานที่เป็นเจ้าของวันเกิด...

"สุขสันต์วันเกิดนะ"
เจ้าของเสียงค่อยๆนั่งลงข้างๆ พร้อมกับยื่นการ์ดใบเล็กๆที่บรรจงทำอย่างสวยงามให้น้องสาวที่รีบรับเอาการ์ดไปด้วยความดีใจ ท่าทางที่ดูเหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นนั้นทำเอาชายหนุ่มอดอมยิ้มไม่ได้

"ไหนๆๆ มีใครให้อะไรลูกโป่งบ้างอะ สู้ของขวัญที่พี่ให้ได้รึเปล่า"

เห็นพี่ชายแกล้งถามแบบนั้น น้องสาวมีหรือจะนิ่งเฉยได้ ใจจริงจะอยากจะตอบว่า "ไม่มีของขวัญไหนสู้ของพี่นัทของหนูได้ร้อก..." และโผเข้ากอดให้รู้แล้วรู้รอด เพราะสำหรับลูกโป่งแล้วของขวัญที่พี่นัทให้มาไม่น้อยหน้าของขวัญชิ้นไหนๆจริงๆ แต่ยังไม่ทันที่ลูกโป่งจะได้ตอบอะไร แคทก็แกล้งขัดจังหวะขึ้นมาก่อน

"โอ๊ยยยย พี่นัท อย่าไปถามเลย ยัยนี่ได้ของขวัญดีๆทั้งนั้นอยู่แล้ว นี่ใคร super star ระดับเอเชียนะคะ"
แม่สาวตัวฮาประจำรายการแกล้งแซว พร้อมโพสท่าสวยเลิศเชิดหยิ่ง เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนๆยกใหญ่ รวมทั้งลูกโป่งซึ่งรับมุกเพื่อนซี้ ตามน้ำลุกขึ้นมาเล่นโพสท่านางแบบตามไปด้วย

"แต่โป่งเพิ่งได้ของขวัญที่ดีที่สุดมะกี้เองนะ ก็ได้เจอทุกคนพร้อมกันนี่ไง"

"โหยยยยยยยยยยยยยย"

เสียงโห่ของทุกคนดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน และตามมาด้วยเสียงฮา...
ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าถึงจะฟังดูน้ำเน่าไปนิด แต่ก็ออกมาจากใจจริง เพราะไม่ใช่แค่ของขวัญที่ที่สุดสำหรับลูกโป่งเท่านั้น การที่ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันครั้งนี้เป็นของขวัญชิ้นเยี่ยมสำหรับทุกคนเช่นกัน

"ถ้างั้น พี่ให้ของขวัญอีกชิ้นนะ"
พูดไม่พูดเปล่า สองแขนของนัทโอบน้องสาวเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเอง พลางถามติดตลก

"อันนี้สู้ของขวัญชิ้นอื่นได้รึยังเนี่ย"

ลูกโป่งถอนตัวออกมาขยิบตาให้เล็กน้อย ก่อนจะกอดพี่ชายแน่นอีกรอบ... อ้อมกอดของพี่ชายที่แสนดีของเธอยังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยน...

ส่วนคำตอบของคำถามนั้น เป็นที่ "รู้กันในใจ" ... ;)

-THE END-

+++++++++




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 8 ตุลาคม 2555 11:37:26 น.
Counter : 219 Pageviews.  


imuya
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาววิศวะรักงานศิลป์
Friends' blogs
[Add imuya's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.