การตัดสินใจ และประสบการณ์กับการเรียนภาษาญีีปุ่นครั้งแรก
ไม่ได้เขียนบล็อคนานมวากกก
เพราะรู้สึกว่าเขียนไป ก็ไม่มีคนเข้ามาอ่าน (ฮ่าๆๆ)
แต่วันนี้นึกครึ้มแวะเข้ามาดู ก็เห็นมีเม้นท์ใหม่ๆ
ก็แสดงว่ายังมีคนหลงทางเข้ามาหาเราบ้าง นึกฮึดขึ้นมาเขียนบล็อคใหม่อีกรอบ
เผื่อสิ่งที่เรามีอยู่ จะเป็นประโยชน์ หรือส่งผลดี กับใครเค้าบ้าง

ส่วนตัวเรียนภาษาญี่ปุ่นมาได้ขึ้นปีที่ 2 แล้ว จากตอนแรกที่คิดจะเริ่มเรียน ก็คิดอยู่สองอย่าง

1.ไปเรียนต่อยอดเอาภาษาอังกฤษที่มีอยู่ ให้ดีขึ้นไปอีกในระดับนึง ทุกวันนี้ภาษาอังกฤษก็ใ้ช้แค่ใน Communicate เฉยๆ ไม่ได้ใช้ภาษาทางการเป็นการเป็นงานอะไรนัก อยากจะเก่งๆ ใช้ภาษาสวยๆ เป็นเรื่องเป็นราว กับเค้า้บ้าง

2.เรียนภาษาญี่ปุ่น ซึ่งตัวเองก็ชอบเป็นทุนเดิม แต่ว่าไม่มีโอกาสได้เรียนสมัยเด็กๆ เพราะว่าราคาคอสแพงมากก แล้วก็ทางบ้านไม่เห็นชอบด้วย เพราะเค้าคิดว่าไม่สำคัญอะไร

สอบถามคนรอบๆข้าง และใจตัวเองแล้ว ก็ได้ความว่าเรียนภาษาญี่ปุ่นดีกว่า เพราะภาษาอังกฤษเราก็ไม่ได้แย่อะไรมาก อยู่ในระดับไปเมืองนอกได้ด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าอ่านหนังสือพิมพ์ กะเขียนจนหมายธุรกิจไม่ได้แค่นั้นเอง แล้วก็ไม่ได้คิดจะไปเป็นนักเขียน หรือหากินทางการใช้ภาษา ภาษาอังกฤษเดี๋ยวนี้ใครๆก็ใช้ได้แล้ว เด็กรุ่นใหม่ๆ เค้าเรียนภาษาอังกฤษกันแต่อ้อนแต่ออก

ภาษาญี่ปุ่นสิอยากเรียนนี่ ลองดูละกันสักตั้ง โทรไปสอบถาม สสท.ดู ว่าการเรียนเนี่ยใช้เวลานานแค่ไหนยังไง เจ้าหน้าที่เค้าก็ตอบกลับมาว่าปรกติเนี่ย เล่มนึงใช้เวลาเรียนประมาณสามเดือนสำหรับคอสเรา, เรียนสักปึนึง หรือเล่มครึ่ง ก็น่าจะพอพูดได้แล้ว.. เอาวะลองดู ปีนึงถ้าไม่ไหวก็ค่อยว่ากัน ถือซะว่าสนอง need ตัวเอง

วันแรกที่ไปเรียนเค้าก็สอนการจำตัวอักษรคาตาคานะ ซึ่งคอสที่เราเรียนคือเรียนตอนเย็น อ,พฤ, ครั้งละสองชั่วโมง อ.ไทยหนึ่งชัวโมง อ.ญี่ปุ่นหนึ่งชั่วโมง อ.คนไทยจะเน้นไปทางแกรมม่า ส่วน อ.คนญี่ปุ่นจะเน้นไปทางการอ่าน ออกเสียง และฝึกฟัง เพราะอ.จะไม่พูดภาษาไทยกับเราเลย มีแค่ภาษากาย และภาษาอังกฤษในกรณีฉุกเฉินจริงๆ (แอบมารู้ทีหลังว่าอ.ฟังภาษาไทยรู้เรืื่อง ดันนินทาไปซะเยอะ ฮ่าๆๆ)

คนส่วนใหญ่ชอบถามว่า "เรียนภาษาญี่ปุ่นยากมั้ย?" เราก็ไม่เข้าใจว่า "ยากมั้ย?" คืออะไร เพราะ คหสต.เราแล้วมีแค่ว่า "จำได้หรือไม่" การเรียนภาษาส่วนใหญ่คือการจำคำศัพท์และอะไรใหม่ๆ "ถ้าเราจำได้" เราก็เรียนได้ บางคนบอกยาก ไม่เข้าใจ ยากเพราะอะไร? ยากเพราะเราจำไม่ได้.. พอเราจำไม่ได้ เราก็เลยไม่เข้าใจ

แกรมม่าจะกฏตายตัวของมัน ถ้าเราจำได้ เราก็จะเข้าใจโครงสร้างของมัน เราก็จะสามารถหยิบออกมาใช้ได้ เพียงแต่ว่าจำแม่นแค่ไหน และสับสนรึเปล่าเท่านั้นเอง พื้นฐานการเรียนคอสแรกๆ ถือว่าสำคัญมากๆ ถ้าพื้ันฐานเราแน่น เรียนต่อไปสูงๆ เราก็ไม่โงนเงน แต่ถ้าพื้นฐานเราไม่แน่น เราจำไม่ได้เราก็จะสับสน ไปต่อไม่ได้ ล้มลงมาแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ถ้าคิดจะเรียน ก็ต้องมีเวลาให้กับมัน อ่านหนังสือ แล้วก็จำ เทคนิคการจำมีเยอะแยะ วิธีที่เราใช้บ่อยก็ืืคือ การเขียน และการพูดกับตัวเอง บางคนมองอีนี่กระแดะ ก็ช่างแม่งด่ามันเป็นภาษาญี่ปุ่นไปเลย (ฮาาาา)

ตอนนี้เราเรียนมาได้สองปีแล้ว จากที่คิดไว้ว่าจะเรียนแค่ปีเดียว การเีรียนภาษาญี่ปุ่นสนุกกว่าที่เราได้คิดไว้มากจริงๆ ในความคิดของเราการเรียนภาษาไม่ใช่แค่เรียนวิธีการพูด แต่เป็นการศึกษาวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาไปด้วยในตัว ภาษาจะบ่งบอกถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ และกระบวนการความคิดของเจ้าของภาษาด้วย มันยิ่งทำให้เรารู้สึกสนใจมากขึ้น

นอกจากการจำ และความสนใจแล้ว "ความสนุกในการเรียน" หรือ "เทคนิคของอาจารย์ผู้สอน" ก็เป็นอย่างหนึ่งที่จะทำให้เราสนอกสนใจเรียน โชคดีที่เราคิดว่าเราได้เจอ อาจารย์ที่ดีตั้งแต่คอสแรกทำให้การเรียนของเราไม่น่าเบื่อ บอกตรงๆ เราเป็นคนชอบแข่งขัน กระตือรือร้นถ้าหากว่ามีการถามตอบ ดีใจเมื่อตอบได้ในสิ่งที่คนอื่นตอบไม่ได้ (อวดเก่ง? ไ่ม่ใช่นะ T_T)

ใครที่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นแล้วรู้สึกว่ายากบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ไม่สนุกอย่างที่คิดเลย แต่ใจก็ยังอยากเรยีนอยู่ แนะนำให้ลองเปลี่ยนที่เรียน จนเจอที่เหมาะกับตัวเอง จากนี้ไปถ้ามีเวลาเราจะเขียนบล็อคสอนการใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เรียนมาในรูปแบบของเรา ก็อยากให้ลองแวะเข้ามาดู

ขอบคุณมากที่เสียเวลาอ่านมาจนถึงตรงนี้ (ทั้งๆที่ไม่ีมีอะไรเลย ฮ่าๆๆ)












Create Date : 09 สิงหาคม 2554
Last Update : 9 สิงหาคม 2554 21:15:56 น.
Counter : 2888 Pageviews.

6 comment
หนังสือเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นบางส่วน ที่มี

หนังสือเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นที่มี (ไม่รวมตำราเรียนมินนะโนะ นิโฮงโกะ และหนังสือการ์ตูน หนังสือนิตยสาร..)



สนุกกับภาษาญี่ปุ่น เป็นเซ็ตหนังสือที่ชอบมาก เพราะเป็นการยกเอาสำนวนที่คนญี่ปุ่นใช้จริงๆมาสอน
ซึ่งบางทีในตำราไม่ได้มีบอกเอาไว้ชัดเจน ความจริงมีสิบเล่มแต่ไหง๋เหลือแค่ 5 เล่มล่ะเนี่ย..



 หนังสือที่เป็นภาษาญี่ปุ่นเลย เลือกซื้อมาจากร้านหนังสือมือสอง เป็นหนังสืออ่านง่ายๆ มีฟูริคานะกำกับตัวคันจิด้วย อิอิ
日本のこわい話 เป็นรวมเรื่องเล่าผีๆของญี่ปุ่น ซื้อมา 20 บาท คุ้มเกินคุ้ม
動物 (どうぶつ)เป็นหนังสือสารานุกรมสัตว์ต่างๆ เป็นภาพสีทั้งเล่มและมีำชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นประกอบ ก็ซื้อมา 20 บาท คุ้มมั่กๆ
150 ライフ ชีวิตร้อยห้าสิบเซ็น มีแปลเป็นภาษาไทยแล้ว แต่ลองซื้อมาอ่านดู ฟร้อนท์ตัวหนังสือเป็นแบบลายมือ อ่านคันจิยากหน่อย แต่ก็พอรู้เรื่องบ้าง ซื้อมา 60 บาท หนังสือญี่ปุ่นนี่กระดาษเค้าดีจริงๆ ==







Create Date : 01 มีนาคม 2554
Last Update : 1 มีนาคม 2554 22:13:28 น.
Counter : 848 Pageviews.

3 comment
ศัพท์โอตาคุเบื้องต้น
ออกตัวก่อนว่าอันนี้เจ้าของบล็อคไปก๊อบมาจากบอร์ดไหนสักบอร์ดนานแล้ว เก็บไว้ในเครื่อง เลยเอามาโพสต์อัพกันเน่า

คำศํพท์เกี่ยวกับค่าพลังการ์ตูนต่างๆ

Holy (โฮลี่) - ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่ใช้ย่อแนวของการ์ตูนประเภทต่างๆ หลักๆคือ 4 ตัวนี้ ( 4 ธาตุหลักสายพลัง H - O - L - Y)

E Ecchi(เอ็ตจิ) - ลามกเล็กๆ ทะลึ่งหน่อยๆ

H Hentai (เฮ็นไท)) -โรคจิต, ลามก ใช้เติมสรรพนามเพื่อเพิ่มความหมายคำว่าโป๊ เช่น H-Doujin (โดจินโป๊), H-Anime (การ์ตูนโป๊), H-Game (เกมส์โป๊) ฯลฯ

Tentacle (เทนตาเคิล) -ผู้ที่ชอบพวกประเภทหนวดๆ สิ่งที่เป็นเส้นๆ ทั้งหลายแหล่ มักจะปรากฏอยู่ในเกมส์โป๊ เพื่อข้อมูลปกปิด

Ren-Ai(เรนไอ) - เกมส์จีบสาว, H-เกมส์ แม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุชายก็เต็มใจที่จะหามาในครอบครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ

Rape (เรพ) - พวกที่ชอบการข่มขืนกระทำชำเราประเภทฉีกเสื้อผ้า

Wet (เว็ท) - สายนี้จะชอบแนวความเปียกชื้นเปื้อนเปรอะเลอะไปทั้งหน้าและตา ( อะไรเปียกๆ -*- น้ำอะไรหว่า... )

(O Obacon (โอบาคอน)) - ผู้ที่ชอบคนที่มีอายุมากกว่า, นมโต --- Ojicon (โอจิคอน) ผู้ที่ชอบชายแก่ ตรงข้ามกะ Shotacon

(L Lolicon (โลลิคอน)) - ชอบเด็กหญิง ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้ (แต่ก็มีคนจัดเกณฑ์ว่า จะอยู่ที่อายุ10 - 14 ปี หรือ หญิงสาวที่มีความสูงไม่เกิน 150 - 155 ซ.ม. รูปร่างขนาดไม่เกี่ยวขอให้น่ารัก )

Lolita (โลลิต้า) - พวกนิยมชุดสาวน้อยสีหวาน แนวๆ คุณหนูไฮโซ ประมาณยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19 เช่นกัน มีโบว์และพู่ฟ่องๆ เยอะๆ
บางพวกนิยมนำมาผสมกับข้างบน ออกมาเป็นคุณหนู... (ปัจจุบันมีคนสับสนระหว่าง Gothic กับ Lolita กันเยอะ คนละอย่างนะจ๊ะ)

Gothic (โกธิค) - พวกเป็นปลื้มกับสีทึบๆ เป็นพิเศษ ส่วนใหญ่จะเน้นอยู่ที่ ขาว ดำ แดง

Shotacon (โชตะคอน) - ชอบเด็กชาย ถ้าอายุจัดอยู่ในเกณฑ์โดนข้อหาพรากผู้เยาว์ให้จัดอยู่ในหมวดนี้เช่นกัน
Y - รักร่วมเพศ แบ่งออกมาอีก 2 ประเภทคือ

Y Yaoi (ยาโอย) - กลุ่มสงวนพันธุ์ป่าไม้(เดียวกัน) ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันชาย แบ่งสายได้ 2 สายคือ

Seme YAOI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบเข้าทางข้างหลัง

Uke YAOI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำทางด้านหลัง

Shonen-ai (โชเน็นไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายกะชาย [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวนะ

Y Yuri (ยูริ) - สมาคมอนุรักษ์ดนตรีไทย ง่ายๆ ชอบพวกชอบเพศเดียวกันหญิง แบ่งได้ 2 สายเช่นกัน

Seme YURI (เซเมะ y สายรุก) เรียกสั้นๆ ว่าเมะ ชอบแสดงตัวเป็นชาย

Uke YURI (อุเคะ y สายรับ) เรียกสั้นๆ ว่าเคะ ชอบถูกกระทำโดยเพศเดียวกัน

Shojo-ai (โชโจไอ) ความรักบริสุทธิ์ระหว่างหญิงกะหญิง [ไม่ติดเรท] - จัดอยู่ในสายขาวเช่นกันแม้จะผิดกฏหมายแต่โอตาคุหญิงก็เต็มใจที่จะหามาในครอบ ครอง และหาเหตุผลอันชอบธรรมในการเสพ

JIN (จิ้น) -มาจากคำว่า Imagine(อิเมจิ้น) แปลว่าจินตนาการ ใช้กับวงการ Y โดยผู้ใช้สามารถจิ้นให้ตัวละครนึงไปมีอะไรกับตัวละครเพศเดียวกันทั้งๆ ที่เนื้อเรื่องหลักจะไม่ได้มีอะไรกันเลยได้

Harem - (ฮาเร็ม)สายนี้จะเป็นพวกชอบอยู่ห้อมล้อมด้วยสาวๆ สวยน่ารักมากมายแถมด้วยทุกคนมารุมรักอีก - เช่น เนกิมะ

Gyaku-Harem (逆ハレム) - เหมือนกับแนวฮาเร็มทุกประการ แต่จะเปลี่ยนเป็นหญิงสาวถูกห้อมล้อมด้วยชายหนุ่มหน้าตาดี(ikemen + bishounen) พบใน Ouran Highschool Host Club, Yamato Nadeshiko Shichi Henge และ Otome Games ทั่วไป

SM Sadism&masokism - กลุ่มคนที่นิยมใช้ โซ่ เทียน แส้ กุญแจมือ ส้นสูง ม้าไม้ โดย Sadism คือผ่ายชอบทำร้ายผู้อื่น และ Masokism คือฝ่ายที่ชอบถูกทำร้าย

GuRo (กูโระ) - พวกที่ชอบการชำแหละ เลือด ฆ่า เครื่องใน ไส้

Psycho (ไซโค) - ความหมายตรงตัวหมายถึงพวกที่โรคจิตๆเล็กน้อยถึงปานกลางอีกความหมายหนึ่งหมาย ถึงพวกพลังจิตร คาแรคเตอร์พวกโรคจิตรอ่อนๆนี้อาจไม่พบเห็นได้มากนัก ยกตัวอย่างที่ดังๆก็เช่น L แห่งเดธโน๊ต เขาคนนี้ก็ติดเชื้อ P เหมือนกัน ส่วนคาแรกเตอร์มนุษย์พลังจิตร เช่น สามพลังป่วนพิทักษ์โลก(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง) ไซโคบลาสเตอร์(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง) โคอิทซึม(ฮารุฮิ) ไซโครเมทเรอ เอย์จิ(ไอ้นี้พลังจิตรทั้งเรื่อง)

Maho (มาโฮะ) - กลุ่มคนที่ชอบสาวน้อยเวทมนต์ - อันนี้แน่นอนโดเรมี และ นาโนะฮะ (ซึ่งมิได้หมายถึงโดเรมี่จากเรื่องโดเรม่อนแต่อย่างใด)

Robot (โรบอท -)กลุ่มคนที่บ้าความเป็นเครื่องจักรกลอย่างเข้าไส้ ซึ่งสามารถที่จะบอกรุ่นความสามารถสรรถนะของหุ่นทุกตัวในโลกออกมาได้ ซึ่งสายนี้ค่อนข้างแยกได้ชัดโดยมี กันดั้ม เป็นผู้นำลัทธิ รองลงมาคือ เอวังเกย์เหลี่ยม - เรียกอีกอย่างว่า Mecha (หุ่นยนต์)

Real Robot (เรียลโรบอท) - หุ่นยนต์ที่อิงถึงหลักความเป็นจริงในทางวิทยาศาสตร์

Super Robot (ซูปเปอร์โรบอท) - หุ่นยนต์ที่ไม่อิงหลักความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ เช่นมีพลังอภินิหาร แปลงร่างได้ ประกอบร่างได้ เป็นต้น

Computer - พวกชอบแนวคอมพิวเตอร์ที่คล้ายๆ กับมนุษย์ (ตูก็ชอบ) อาจเป็นหนุ่มสาวหน้าตาดีด้วย มีทั้งเป็นโปรแกรม และเป็นตัวเป็นตนในโลกความจริง - เช่น Chobits และ AI love (ดูเหมือนคอมชายจะไม่ค่อยมี)

Silent (ไซเลนท์) - สายนี้จะเป็นพวกที่ชอบตัวละครพูดน้อย ไม่พูดเลยยิ่งชอบ (แต่ไม่ได้เป็นใบ้นะ - -)และส่วนมากสายนี้ก็จะทำหน้าตาเหมือนคนอมทุกข์ ไม่ค่อยแสดงสีหน้าออกมาให้เห็น (หรือเรียกว่าหน้าตายก็ได้)

Maid (เมด) -กลุ่มคนที่ชอบชุดสาวใช้ สาวเสิร์ฟ ชุดเมด อะไรก็ได้ที่มีผ้ากันเปื้อน หรืออาจจะมีแต่ผ้ากันเปื้อนก็ได้ ชุดส่วนใหญ่เอามาจากยุคอังกฤษสมัยศตวรรษที่ 18-19

Miko (มิโกะ) -กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่ชอบสตรีในชุดขาวแดง (มิโกะ เป็น ผู้รับใช้พระเจ้าเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้า)
บางครั้งมีการเพี้ยนออกไปในรูปแบบของชุดนักบวชในศาสนาอื่นก้อมีอยู่บ้างประปราย เช่น ชีเปลือย

Chounyou(โชเนียว) - พวกนิยมผู้หญิงโนตมๆ โนตมจริงๆ นะ ไม่เห็นกับตาไม่รู้หรอก - -" มักอยู่ควบคู่กับ H บางทีอาจจะเห็นว่ามีการวาด fanart แนว C ตามเว็บ H (ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว) เตือนไว้ก่อนเลยว่าโนมันไม่ตมธรรมดา

Megane (เมะกะเนะ) - สมาคมที่มีอยู่เพิ่มไม่ให้ แว่นตา หายไปจากโลกนี้ (พวกชอบหนุ่มสาวที่ใส่แว่น) และรังเกียจคอนแทคท์เลนส์ยิ่งนัก มีสโลแกนประจำกลุ่มเป็นที่เลื่องลือว่า " สาวแว่น สุดยอดดดดดดดดดด!!! "

Megami (เมก้ามิ หรือ เมงามิ ) - พวกชอบเทพธิดา นางฟ้า ชาวสวรรค์ อะไรเทือกนี้

Kemono (เคโมโนะ หรือ เคโมะ) - คนที่ชอบ พวกครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ สัตว์ที่มีลักษณะคล้ายคนมากกว่าสัตว์ ยืนได้ พูดได้ เป็นต้น

Mimi (มิมิ) - พวกคลั่งหู จะรวมๆใน พวกหูแมว หมา กา ไก่ (เฮ้ยๆ)

Nekomimi (เนโกะมิมิ) กลุ่มคนที่คลั่งไคล้ หูแมว และหางแมว

Inumimi (อินุมิมิ) คล้ายๆกับ Nekomimi แต่จะเป็น หูหมาหางหมาแทน - ใครชอบอินุยาฉะรู้ตัวซะว่า....

Usagimimi (อุซาหงิมิมิ) ก็เหมือนกับข้างบนอีกแหละ แต่เป็นกระต่าย

Animal (แอนนิมอล) -ตรงตัวเลย สายสัตว์เห็นๆ มีมากจนแทบล้นในเรื่อง วันพีซ

Change (เชนจ์) - พวกที่ชอบในด้านการแปลงเพศ สลับเพศ (แต่อาจจะหมายถึงพวกชอบแปลงร่างก็ได้) - เช่น รันม่า1/2 อุลตร้าแมน

Kinniku (คินนิคุ) - พวกที่ชอบจนถึงคลั่งไคล้ในมนุยษ์จำพวกที่มีกล้ามใหญ่ๆ - เช่น เคนชิโร่ บากิ คินนิคุแมน ดราก้อนบอล

Incest (อินเซสต์) - รักต้องห้าม รักระหว่างสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง)

Siscon (ซิสคอน) - พวกบ้าพี่ชายน้องสาว [ในสายเลือดรึตามกฎหมาย]

Twincest (ทวินเซสต์) - ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าทวิน ใช่แล้ว ความรักของฝาแฝดนั่นเอง อันนี้ค่อนข้างจะสับสนกับ I ซักหน่อย คาดว่าคงแตกย่อยออกมา

Fetishism (เฟติชม์) - คือ พวกชอบสิ่งของหรือเครื่องแต่งกายเพศตรงข้าม รวมไปถึงพวกชอบแต่งกายในชุดยูนิฟอร์มต่างๆ (ชุดตำรวจ ชุดนางพยาบาล etc.)

Futanari (ฟูตานาริ) -คือ พวกที่นิยมชมชอบพวกมนุษย์สองเพศ กล่าวคือพวกผู้หญิงที่มีตุ้มน้อยนั่นเอง อาจเรียกอีกชื่อว่า Dick Girl

Sport - สายนี้ค่อนข้างจะบ้าพลังเอามันทุกอย่าง กูจะเล่นกีฬาทุกประเภท ซ้ำยังมีท่าไม้ตายเวลาจะเล่นอีก เอาก๊ะมันดิ เคยมีเพื่อนคนนึงมันทดลองจะเตะลูกจากครึ่งสนามไปที่โกลตามแบบซึบาสะ มันบ้า - คำเตือนเวลาเล่นกีฬากะไอ้พวกนี้กรุณาเอาที่อุดหูมาด้วย เพราะเสียงดังน่ารำคาญยิ่งนัก

Rider|(ไรเดอร์) หรือ Masked Rider (มาสก์ ไรเดอร์) หรือ Kamen Rider(คาเมน ไรเดอร์) - สายนี้ค่อนข้างแยกตัวออกเป็นเอกเทศจากสายอื่นเนื่องจากภูมิใจในประวัติอัน ยาวนานของตนเองเเละพัฒนาการที่ก้าวหน้าจากฮีโร่ไร้สาระกลายเป็นฮีโร่เพื่อ ชีวิต-สร้างสรรค์สังคม-เน้นความรัก และเลิกกระโดดถีบโดยหันมาใช้ดาบและปืน มือถือ ติดการ์ดในการต่อสู้เเทน โดยที่ยังคงอยู่คือท่าแปลงร่างที่คนในสายนี้จะจำได้หมดไม่ว่ามันจะออกมากี่ ตัวต่อกี่ตัวก้อเถอะ - ช่วงหลังๆออกมาเยอะถึงขนาดตั้งทีมฟุตบอลได้ทีเดียวเชียว

Ranger (เรนเจอร์) - สายเพื่อนสนิท - นี้ถ้าไม่รักกันจริงคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ คนที่อยู่สายนี้จะไม่พยายามที่จะอยู่ตัวคนเดียวเป็นอันขาดและจะทำการจับ กลุ่ม 3-5 คนเข้าไว้โดยมีการกำหนดสีกันอย่างชัดเจน โดยอ้างว่าเวลาอยู่คนเดียวไม่สามารถเรียกหุ่นยนต์ออกมาได้ ซึ่งหากรวมๆ กับไรเดอร์แล้ว ก็จะถูกเรียกว่า Live Action Hero

Seiyuu (เซย์ยู) - สายรักกลุ่มคนเบื้องหลัง พวกเขาคือเหล่าโอตาคุที่เทิดทูนเสียงพากษ์และเหล่านักพากษ์(声優) มีความสุขกับการนั่งฟังดราม่าซีดี และเลือกอนิเมที่จะดู(โหลด)ด้วยการตรวจสอบรายชื่อ CAST หากคนกลุ่มนี้ดูหนังแนวไรเดอร์ ก็มักจะไปชื่นชมพวกตัวทารอส(หรือตัวอะไรก็ได้ที่มีการพากษ์แสียง)แทนที่จะ เป็นตัวเอกหน้าตาดี ถ้าอยู่ที่ญี่ปุ่นก็จะพบได้ตามแถวๆเวทีงานอีเว้นท์ที่เซย์ยูไปปรากฎตัว คนกลุ่มนี้จะใชสมองกว่าครึ่งไปกับการจำว่าตัวละครตัวนี้ใครพากษ์ ชื่ออะไร และพากษ์เรื่องไหนอีกบ้าง 99%ของโอตาคุกลุ่มนี้ไม่ดูอนิเมพากษ์ไทย ถึงตายก็ไม่ดู เสียงมันไม่โมเอ้

Moe (โมเอะ = โมมมมม-เอ่อ่อ่อ่อ่) - ถ้าใครอ่าน comic party จะเคยเห็นคำนี้ตอนที่โอตาคุผู้ชายตะโกนเมื่อนเห็นมิซึกิแต่งคอสเพลย์ ใช่แล้วล่ะพี่น้อง! โมเอะเป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงน่ารักๆ ออกจะสับสนกับ L พอสมควร แต่โมเอะไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กกว่าเรา ดังนั้น โอตาคุผู้ชายหลายคนจะบ้าโมเอะกัน วิธีการวัดความโมเอะทำได้โดยให้เราจ้องดูสิ่งที่เราคิดว่าโมเอะแล้วคิดข้าว เปล่าตามแทนกับ หากกินได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งแปลว่าโมเอะมาก บางคนให้คำนิยามของคำว่าโมเอะว่า ความรักใคร่อันวิปริตของโอตาคุ

Politics(โพลิทติคส์) - แนวล้อเลียนการเมือง ส่วนใหญ่มักจะเป็นโดจิน

Jatucharm (จตุคามฯ) -แนวใหม่ของโอตาคุเมืองไทย อีกไม่นานคงจะมีจตุคามรูปสาวน้อย ห้อยคออยู่ตามย่านสะพานเหล็ก

Tsundere(ซึนเดเระ) - แปลว่ารักนะแต่ปากแข็ง ถึงใจจะรักจะชอบยังไงแต่ก็ไม่มีทางออกปากหรือแสดงท่าทางที่บอกว่าชอบอย่างเด็ดขาด

Yandere(ยันเดเระ) - แปลว่ารักนี้มีเชือด รักแบบสามารถเชือดได้ทุกคน ไม่ใช่พวกซาดิส แต่รักอย่างเอาจริง พร้อมจะเชือดคนที่รักหรือคนที่เป็นศัตรูหัวใจได้ตลอดเวลา

เดเระเดเระ|Deredere(เดเระเดเระ) - แปลว่ารักจริงนะติงติงนัง รักธรรมดาแบบคนทั่วไปที่จะรักกันนั่นแหละ แต่ถือว่ารักจริงหวังแต่ง ไม่ใช่แค่หวังฟัน

ทุนดร้า|Tundra(ทุนดร้า) - มุกคำพ้องเสียงกับซึนเดเระ ในภาษาญี่ปุ่นออกเสียงคล้ายกัน แต่มันจะหมายถึงเย็นชาราวกับที่ราบทุนดร้าที่เปล่าเปลี่ยวมีแต่หิมะ ไม่ได้รักหรือรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย

เจ้าของบล็อคเป็นสาววาย สายเซย์ยูค่ะ เอิ้กๆๆ



Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2554 17:58:00 น.
Counter : 7541 Pageviews.

10 comment
ผ่าน JLPT N5 แล้วจ๊ะ

จากที่ได้ไปสอบวัดระดับ N5 เมื่อธันวาคมปีที่แล้ว วันนี้ผลออกแล้ว ก็ผ่านอย่างที่คิดไว้น่ะแหละ



อวดซะหน่อย หน้าตาใบเซอร์ แต่ว่าผิดหวังกับคะแนนที่ออกมานิดหน่อย ไม่ขอกล่าวถึง T^T เอาเป็นว่ารู้ตัวอยู่ว่าทำไม่ได้หลายข้อ เพราะมัวแต่ชะล่าใจ คราวหน้า N4 จะพยายามให้มากขึ้นอีก ตัวเองเสียนิสัยอย่างคือไม่ค่อยจะอ่านหนังสือสอบ เพราะคิดว่าทำได้ ทั้งๆที่ถ้าหากว่าอ่านหนังสือ ผลก็จะออกมาดีกว่าแท้ๆ.. เฮ้ออออ





Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2554 23:06:15 น.
Counter : 1970 Pageviews.

6 comment
มินนะโนะนิโฮงโกะ みんなの日本語


หนังสือเรียน ซ้ายไปขวาเรียงจากเยินมากไปเยินน้อย คอสล่าสุดไปคอสเก่าสุด


ความจริงยังขาดเล่มคัดตัวอัีกษรสีม่วงอีกเล่มนึง



 ลายมือช่วงแรก ต้องมีภาษาอังกฤษกำกับ



ลายมือช่วงคอสสองไม่ต้องมีภาษาอังกฤษแล้ว ลายมือหวัดขึ้น ตัวเล็กลงด้วย



ลายมือคอสสาม เริ่มซกมก เริ่มมีคันจิโผล่มา 



ลายมือคอสสี่ ล่าสุดที่ผ่านมา ยังคงความซกมกไว้ ไม่ต่างจากคอสสามเท่าไหร่ จะพยายามเขียนคันจิให้มากๆ




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2554 19:48:23 น.
Counter : 1025 Pageviews.

5 comment
1  2  

g@de~
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตมีรสชาติด้วยแมว และเกมส์