p_express's blog

รีวิวจัดหนัก เมื่อสาวขี้เมาไปสิมิลันช่วงมรสุมเข้า






คำเตือน เยาวชนอายุไม่เกิน 60 ปี ควรมีวิจารณญาณในการอ่านรีวิวครั้งแรกของข้าพเจ้าด้วยใจกรุณา เมตตา มุทิตา อุเบกขา และอยู่ในการดูแลของคนที่ท่านรักเวลาอ่านแล้วอารมณ์ขึ้น(ในกรณีฉุกเฉิน ที่ข้าพเจ้ามิอาจทราบและรับผิดชอบอารมณ์ของท่านได้)

เกริ่นออกตัวไปเช่นนั้นเอง เนื้อหาไม่ได้หวือหวามากมาย

อยาก จะมีรีวิวจัดหนักซักครั้งของชีวิตคนเล่นพันทิป เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีของข้าพเจ้าเท่านั้น พิมพ์ข้าพเจ้าบ่อยๆ อ่านไปก็ชักจะแปลกๆสายตา ขอแทนตัวเองว่า หก ละกัน (แป้นพิมพ์มันติดกัน ไม่มีความหมายเจาะจงใดๆ)

อ่ะเริ่มซะที






หกทำงานบริษัทมีน้อง เพื่อนที่ทำงาน ใจดี รักสนุก ชอบจองตั๋วถูกแอร์เอเชีย สมมติว่าชื่อ รน ละกัน (แป้นพิมพ์มันติดกันเหมือนเคย) น้องรนรีบแชทมาหาในเวลางาน ถามว่า พี่หกคะ สนใจไปสิมิลันไหมคะ มีตั๋วถูก ไม่ถึงพันค่ะ อ่ะเรามันใจง่าย ตอบไม่คิด จองเลยจ้ะ ไปไหนไปกัน

นอกจาก พี่หก น้องรน ก็มี..(หาแป้นพิมพ์แปบนึง) เพื่อนกด พี่ยบ และน้องวง รวมเป็นห้าสาว ที่จะไปสิมิลัน วันที่ 7-9 พ.ย.

ก่อน ไปก็จัดแจงไปซื้อแพกเกจท่องเที่ยว ถูกใจที่พักแนะนำ มีรีวิวในพันทิปบ่อยๆ ที่เขาหลัก เลยสอยมาเรียบร้อยคนละ 4,700 บาท รวมก็ 23,500 บาท จ่ายเงินมัดจำไป 10,000 บาทในงาน แต่ต้องจ่ายค่ารถตู้ต่างหาก ราคารวมอาหาร 5 มื้อ

อ่ะ หก รน กด สบายใจ พร้อมทุกอย่างแล้ว เตรียมตัว เตรียมใจไปลั้ลลา สิมิลัน ครั้งแรกในชีวิตสาวหกซะด้วย ตื่นเต้นจริง จริ๊ง จัดแจงลางานตั้งแต่เดือนตุลาคม กลัวหัวหน้างานจะไม่รู้ว่าหนีเที่ยว พร้อมแล้วจ้า มาย สิมิลัน (My Similan)!

เอาล่ะสิ จัดหนักแรกมา ช่วงวันที่ 28-30 ตุลา มรสุมเข้าทางอ่าวไทย คลื่นสูง เกิน 2 เมตร น้ำท่วมหาดใหญ่ ก็เริ่มทำใจแล้วว่า เสียเงินชัวร์เลย หกเริ่มลนลานล่ะสิ ก็เลยพาน้องรนลนลานไปด้วย
รนเริ่มโทรคุยกับพี่เซลล์ว่า ถ้าไปไม่ได้เพราะมีมรสุม หนูจะขอเงินคืนได้ไหมคะ พี่เซลล์ก็บอกว่ารอเช็คอากาศวันที่ 4 พ.ย.ก่อน ค่อยว่ากัน อีกอย่าง แพกเกจใช้ได้ถึงเดือนเม.ย.ปีหน้า เรื่องเลื่อนเป็นเรื่องธรรมชาติ โอเค รอก็รอ



คำเตือน ทานข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยมาอ่านนะคะ ข้อความอาจไม่เหมาะสมต่อผู้ที่กำลังเจริญอาหารค่ะ

ช่วง ระหว่างที่รอ ก็เริ่มมีสำนักต่างๆ ออกข่าวกันให้ครึ่ม สึนามิ มั่งล่ะ ไต้ฝุ่นมั่งล่ะ พี่ ยบ กับ น้องวง ก็ได้ขอบายทริปนี้ น้องรนโทรหาเซลล์ด่วนจี๋ สรุปว่ายังไงก็ยึดเงินมัดจำ 10,000 บาทนะ เพราะว่าวันที่ 4 พ.ย. ฝนหยุดตก ฟ้าเปิดแล้ว ให้ลองดูว่าจะเลื่อนเวลาดีกว่า

สุด ท้ายก็เหลือสามสาวที่ยืนยันว่าไป เพราะเสียดายเงินค่าตั๋วที่ต้องมาจ่ายเยอะกว่าเดิมมาก หากว่าเราเลื่อนทริป อีกอย่าง ปีหน้าก็แพลนไปเที่ยวหลีเป๊ะแล้วด้วย จะเลื่อนไปชนหลีเป๊ะ หกจะสะบักสะบอมเป็นอย่างมาก

สรุปว่ามี หก เพื่อนกด และน้องรน

และ แล้วก็ถึงวันเดินทาง มาที่สนามบินสุวรรณภูมิ หกโมงเช้า เดินหาอะไรทานรองท้อง เพราะหกต้องทานยาแก้เมา เมาเครื่องบินแหละค่ะ เคยเกิดอาการนี้ ตอนนั่งเครื่องกลับจาก อเมริกา กลับมาเมืองไทย หกได้ไปปล่อยของใส่ส้วมที่ไฮเทคที่สุดแห่งนึงเลยนะ (ยังมีหน้ามาโม้เนอะ)

อ่ะ ได้แซนวิชมาทาน ตอนจะกินก็ได้กลิ่นแปลกๆ แต่ชิมแล้วรสก็ปกติ เลยไม่เอะใจทานไปจนหมด เสร็จก็ทานยาไปเม็ดนึง ขึ้นเครื่องได้ สบาย บรื๋อ หลับเนียนๆ ตูรอดละเว้ย พอกัปตันประกาศว่าจะทำการแลนดิ้งที่สนามบินภูเก็ต แม่เจ้า ท้องไส้มันปั่นป่วน คิดในใจมาปวดท้องอะไรตอนนี้เนี่ยนังหก ขอท้าวความนิดหนึ่ง หกเป็นพวกธาตุอ่อนค่ะ ทานอะไรผิดสำแดงนิดนึง ครึ่งชั่วโมง มีปล่อยของ งวดนี้ก็เหมือนกัน นั่งนับ 1-10 พี่กัปตันคะ จอดเร็วๆได้ป่าวคะ หนูจะแย่ละ ปล่อยของบนเครื่องลำใหม่กิ๊กของพี่ ก็ดูจะโหดร้ายกับแอร์ เอเชียเหลือเกิน

พอเครื่องแลนดิ้งด้วยความ นิ่มนวลมากๆ กัปตันแกเนียนมากฮ่ะ แทบไม่รู้สึกว่าล้อแตะพื้นเลย หกก็แทบจะร้องไชโย ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนได้มั้ยเนี่ย นั่งรอสักพัก เวรจริง จริ๊ง ต้องนั่งรถบัส รอรถบัสอีก แต่ละท่านผู้โดยสารก็เดินกันด้วยความเชื่องช้า หกก็ต่อว่าเค้าไม่ได้ค่ะ เค้าไม่รู้นี่ว่าหกปวดท้องอยากจะถ่ายหนัก หน้าเขียวหน้าเหลือง เค้าก็คงนึกว่าเมาเครื่องบิน ฮ่าๆ กว่ารถจะออก ทรมานมากค่ะ กว่าจะถึงห้องน้ำ จัดหนักอีกเรื่องค่ะ ปวดหนักตอนแลนดิ้ง

พอหกออกมาด้านหน้าก็เริ่มคิด เอ รถตู้จะมารับเรายังไงนะ ต้องโทรไปบอกรีสอร์ทหรือเปล่า เดินช้าๆวนเวียนๆ ก็เห็น คุณลุงหน้าตาหล่อเหลา ชูป้ายชื่อเรา ตื่นเต้น หกเป็นคนตื่นเต้นง่ายค่ะ เห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆในชีวิต จะเกิดอาการนี้เสมอ (บ้าเห่อ นั่นแหละค่ะ) ตื้นเต้นง่ายๆ นะใจดวงน้อย อิอิอิ



ถึงรีสอร์ทด้วยความปลอดภัย ฤทธิ์ยายังไม่หมด ได้อีกร้อยโค้งนะคะลุง อิอิ

ห้อง พักสวย สะอาด เงียบสงบ เห็นแขกต่างชาติ สองสามคน ยิ้มหวานๆให้หนึ่งดอก แลนด์ออฟสไมล์ (Land of smile ) ค่ะ สาวไทยยิ้มสวย อยากโชว์

เช็ค อิน เข้าพักเรียบร้อย หิวตั้งแต่ปล่อยของเสร็จแล้ว ตกลงใจกันว่า มื้อกลางวันทานที่รีสอร์ทนี่แหละ ไม่ต้องไปเดินหาของกินข้างนอก อยากนอนเล่นแล้ว เพราะเมื่อเช้าตื่นมาตั้งแต่ตีห้า (ไม่ค่อยได้ตื่นเช้า ร่างกายมันร้องหาเตียงนอนค่ะ ) มาถึงห้องอาหาร ดูราคา แล้วดูรายการอาหาร ลำดับแบบนี้จริงๆค่ะ บอกได้ไม่อาย อิอิ หกเลือกทานราดหน้าทะเล เพื่อนกดเลือกผัดไทยกุ้งสด น้องรนทานผัดเผ็ดเนื้อ ไข่เจียว

อาหารมาถึง หกตกใจ หอยรึนั่น ทำไมมันใหญ่เต็มช้อนขนาดนี้ โปรดรอดูภาพประกอบ ความคิดเห็นข้างล่างค่ะ





อาหาร อร่อย ราคาก็ตามสมควร ทานเสร็จก็ไปเข้าห้องพัก นอนเล่นจนสี่โมงเย็นก็ไปเดินเล่นรอบๆรีสอร์ท เดินไปชายหาด แดดแรงมาก คลื่นสาดเข้าฝั่งก็ไม่แรง โชคดีแน่ชั้น พรุ่งนี้ขอให้เป็นแบบนี้นะจ๊ะ พี่อันดามัน

ช่วงที่เดินไปชายหาดก็เห็นอาคารหนีภัยสึนามิ ตั้งตระหง่าน หกก็เล็งๆไว้ก่อนแหละค่ะ เสียงสัญญาณดัง ชั้นวิ่งมาตาย เอ้ยวิ่งหนีตายมาที่อาคารนี้แหละ หกดูป้ายบอกทาง มีที่หนีภัยคลื่นสึนามิห่างไปอีก 1-2 กิโลเมตร เอ่อ นักท่องเที่ยวอย่างดิชั้นจะหารถที่ไหนนั่งไปอีกเป็นกิโลล่ะคะ

พอเห็น อาคาร ใจก็เริ่มระแวง คิดถึงการเกิดสึนามิเมื่อหลายปีมาแล้ว ก่อนหก กด รน มาที่เขาหลัก ข่าวออกเตือน ขู่ กันเยอะ สึนามิครั้งที่สองเนี่ย พอกลางคืนนอนก็ไม่หลับ หูคอยฟังเสียงแปลกๆ เสียงคอมแอร์ทำงาน ก็สะดุ้ง ตื่นเป็นพักๆทั้งคืนเลยค่ะ เช้ามา สะโหลสะเหล เลยทีเดียว หกเริ่มรู้็สึกไม่ดีแล้ว นอนไม่พอแบบนี้ นั่งเรือไปดำน้ำ เมาชัวร์ แถมเช้ามา ฟ้าครึ้มมาเลย ฝนตกเมื่อคืน เตรียมตัวโดนพี่อันดามันจัดหนักค่ะ

สภาพพี่อันดามันวันที่ 7 พ.ย.



คำเตือน รูปนี้มีเบื้องหลัง
ภาพมองไกลๆนั้น คือหนุ่มใต้ กำลัง หาสาวเกาหลี เอ้ย หาปลาเล็กปลาน้อยค่ะ

ที่มา
น้องรนของเรา เป็นสาวน้อย รูปร่างบอบบาง ผิวขาวราวสำลี หน้าตาไปทางเกาหลี ญี่ปุ่น น่ารักค่ะ (จริงๆเธอมีเชื้อสายจีนค่ะ)
ตอน ที่หกเดินไปดูเค้าทอดแห ก็สวนกับหนุ่มใต้ที่เดินกลับเข้าหาด พ่อหนุ่มใต้ก็ถามหกว่า หาไร้อ่ะ หกก็ตอบว่าเดินดูปลาตัวเล็กๆน่ะค่ะ เห็นมีคนหาปลากันเลยอยากเดินมาดู หนุ่มใต้ก็ตอบมาว่า น้ำขึ้นแล้วนะ รีบเดินกลับฝั่งเถอะ

หกเดินต่อสักแป๊บ ก็เห็นพ่อหนุ่มใต้ไปคุยกับเพื่อนกด และน้องรน ที่กำลังถ่ายรูปอย่างเมามันที่ชายหาด

พอเจอสองสาว กด รนก็เล่าให้ฟังว่า หนุ่มใต้เมื่อกี้เดินมาคุย ถามว่า คนไทยรึป่าว น้องรนตอบว่า คนไทยค่ะ

หนุ่มใต้ก็เริ่มเจรจา "คนไทยจริงเหรอ คนเกาหลีหรือเปล่า หน้าตาน่ารักจัง มีเบอร์โทรไหม"

น้องรน - -" พี่จะเอาเบอร์ไปทำไมคะ
หนุ่มใต้ โทรคุยเล่นๆน่ะ แก้เหงา

เจอหนุ่มใต้คารมดี สาวชาวกรุงอย่างเรา ไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว

ปล.ที่เห็นข้างหลังนั่น หกเองค่ะ ไม่ใช่สาวรน ไว้รีวิวเสร็จจะแปะรูปสาวๆให้ดูชั่วคราวค่ะ



วันที่ 8 พ.ย.

ตื่นเช้ามา ใจหายแว้บ ฟ้าครึ้มๆ ฝนเพิ่งหยุดตก นอนก็ไม่หลับ พี่อันดามันจัดคลื่นสูงแน่เลย ยาแก้เมาเรือ ยังไงก็ต้องทานอยู่แล้ว ทำใจเรื่องเมาเรือ แต่เสียวๆเรื่องคลื่นสูงๆนี่ล่ะ บอกตรงๆว่าระแวงกับเรื่องสึนามิเหลื้อเกิน

เตรียมตัวออกจากห้องพัก ไปทานอาหารเช้า ทานไม่ค่อยลง ไม่กล้าทานเยอะ กลัวปวดท้องกลางทะเล จะทำยังไงว้า เมาเรือด้วย ปวดหนักด้วย ชีวิตหกคงจะแย่อ่ะค่ะ นั่งทานอาหารเช้า รอจนเข้าห้องน้ำ มั่นใจว่าไม่มีอาการค้างในลำไส้แล้ว ก็เดินไปที่บริษัทรักทะเล ติดกับรีสอร์ทเลยค่ะ เตรียมตัวดำน้ำซะที

มา ถึงตึกแถวสร้างใหม่ ก็มีฝรั่งเดินมา พูดไทยชัดมาก ตระเตรียมหาอุปกรณ์ดำน้ำให้ และพวกเราสามสาวไทย กลุ่มเดียวในทริปดำน้ำนี้ นอกนั้นอีกสิบกว่าท่านเป็นฝรั่งตาน้ำข้าวหมดค่ะ หัวหน้าทริปที่บรรยายชื่อคุณ สตีเฟ่น ก็อธิบายเป็นภาษาอังกฤษ เรื่องระเบียบการดำน้ำ บอกว่าถ้าเราโชคดีอาจจะได้เจอเต่าทะเลนะครับ ถ้าเจอกรุณาดำน้ำห่างจากเต่าสองถึงสามเมตรนะครับ ไม่งั้นเต่าทะเลจะหนีเราไปนะครับ แนะนำให้คนที่เมาคลื่น Sea Sick ทานยา Viagra (ยาแก้เมาเรือ เม็ดสีเหลืองนั่นแหละค่ะ) ชื่อยา มันน่าทานดีจริงๆ คุณสตีเฟ่นก็บอกเนิ่นๆเลยว่าถ้ามีอาการไม่ดีให้ยกมือบอก อย่าไปเข้าห้องน้ำเล็กๆบนเรือเพราะมันอึดอัด แคบมาก เค้าจะพาเราไปท้ายเรือ มองไปข้างนอกได้ลม แล้วจะดีขึ้น

ฟังบรรยายเสร็จ หก ยังลั้ลลาค่ะ กินยาแล้ว ไม่กลัวพี่อันดามันหรอก สิวๆ หารู้ไม่ว่าพี่อันดามันแกแรงงงง

นั่ง รถมาชายหาด เตรียมตัวขึ้นเรือสปีดโบ้ท (Speed Boat) พอเห็นคลื่นซัดเข้าชายหาด หกขาเปลี้ยเลยค่ะ จะขึ้นเรือยังต้องระวังเลยค่ะ คลื่นแรงมาก เรือกระดก(ใช้คำศัพท์นี้ ถูกหรือเปล่า ไม่แน่ใจ) ขึ้น ลง ตามจังหวะคลื่นซัดตลอดเวลา แค่หกขึ้นเรือ ก็เวียนหัวแล้วค่ะ คนมันจะเมา ศีรษะโคลงนิดนึงมันก็เมาค่ะ

พอเรือ ออกจากฝั่งได้ซักสิบนาที หกอาการไม่ดีค่ะ มือเกร็ง ซีด ถึงขั้นหงิกค่ะ นิ้วโป้งงอเข้าฝ่ามือ มือชา ลามมาถึงปาก ชาไปหมดเลยค่ะ น้องท้ายเรือพามายืนตรงท้ายเรือก็พอดีขึ้นบ้าง ทันใดนั้นเอง คุณป้าแกนำทางมาเลย ปล่อยของ ส่งเสียงมาแต่ไกล แม่เจ้า หกอุตส่าห์อดกลั้นไม่ปล่อยของคนแรก เกรงใจนักท่องเที่ยงฝรั่ง กลัวเค้าจะไม่สนุก กลัวเค้าจะไม่กลับมาเที่ยวอีก เพราะเราสร้างบรรยากาศไม่ดี ตั้งแต่เริ่มทริปน่ะค่ะ พอคุณป้า แอ (ตั้งชื่อเลยละกัน หลักการเดิม แป้นพิมพ์ติดกัน)นำทางปล่อยของมา หกก็สบายใจจะตามได้ก็ไม่น่าเกลียด แต่ทว่า ไม่ค่ะ หกไม่ปล่อยค่ะ

ปล.ไม่มีรูปประกอบ หกไม่สามารถก้มหน้า เงยหน้า อ่านหนังสือได้เวลานั่งรถ นั่งเรือค่ะ สาวขี้เมาก็แบบนี้แหละ - -"

คำเตือน หากท่านกำลังบริโภคอาหาร กรุณาข้ามการรีวิวนี้ไปจนกว่าท่านจะเสร็จภารกิจ ขอบคุณค่ะ

ถึง จุดดำน้ำที่แรก หกเริ่มลังเล เมาเฝ้าเรือดีไหมเนี่ย คลื่นสูง ผิวน้ำกระเพื่อมๆเป็นระลอกคลื่น ลงไปมีปล่อยของชัวร์ เพื่อน กด กับน้อง รนก็แนะนำว่าอยู่บนเรือไม่ได้นะคะพี่หก พี่จะหกเรี่ยราดแน่นอนค่ะ อืมมม คิดในใจ มาดำน้ำนี่นาจะปล่อยของที่ไหนก็เหมือนกัน ลงไปดำน้ำเลย เอาให้มันสุดๆ พี่อันดามันแกจัดใส่ป้าแอแล้ว เราอย่าได้เกรงกลัว เมาเรือสุดๆแล้ว ก็ทำทุกอย่างให้สุดๆ ไปเลย

หกใส่เสื้อชูชีพ(ใส่ ตั้งแต่ขึ้นเรือค่ะ เกิดอะไรขึ้นหก ลอยในทะเลแน่นอน) หน้ากากดำน้ำ (Mask Snorkel) ใส่ตีนกบ (Fin) เรียบร้อย ลงไปหาพี่อันดามันด้วยใจเต้นตุ๊มๆต่อมๆ เวียนหัว คลื่นไส้ อาการมือชา ปากชาหายไปแล้ว พอลงทะเลปุ๊บ โอ้วววว จะปล่อยของทันทีค่ะ ทะเลมันมีระลอกคลื่น ขึ้นๆลงๆ น้องท้ายเรือว่ายตามมาประกบ เพราะคุณสตีเฟ่นแกบอกให้คอยดูแล หก เป็นพิเศษค่ะ ทุกคนในบริษัทนี้ดูแลดีจริงๆ หกมีอาการย่ำแย่

น้องใต้ท้ายเรือ ว่ายน้ำมาถาม
น้องใต้ท้ายเรือ "เป็นไงพี่ ดีขึ้นไหม" น้องแกถามแบบนี้ตลอด ตอนขามา
พี่หก เอ่อ ปล่อยของไปแล้วอ่ะ (ค่ะ หกให้อาหารปลาไปแล้ว สุดจะฝืนกล้ำกลืนมันไว้จริงๆ)

ดำ น้ำที่แรก หกไม่ค่อยได้ดูปะการัง ปลา แบบดื่มด่ำ คุ้มราคาซักเท่าไหร่ เพราะเวียนหัวหนักค่ะ ว่ายประคองตัว รอหมดเวลาขึ้นเรือ แต่ทว่า ใต้น้ำ มันช่างสวยจริงๆค่ะ ปะการังไม่ได้สวยมากนักแต่เวลาปลาว่ายน้ำอยู่รอบๆ มันสวยค่ะ ปลาอะไรบ้างนั้น หกก็ไม่อาจจะจำลักษณะมาบรรยายได้ ชื่อเกาะที่แวะ ยังจำไม่ได้เลยค่ะ น่าจะเกาะเจ็ดหรือไงนี่แหละ เพื่อนกดเข้ามาอ่านกระทู้ ก็ยืนยันหน่อยนะจ๊ะ

พอถึงเวลาต้องขึ้นเรือ อาการหนักกว่าตอนลงไปดำน้ำ หกร้องหาอุปกรณ์ประจำเรือ ถุงยังชีพ ค่ะ เจ้าถุงก๊อบแก๊บ สีเขียวใบเล็กนี่แหละ น้องใต้ท้ายเรือส่งมาปุ๊บ ก็จัดหนักไปเล้ยยยย รอฝรั่งขึ้นเรืออยู่แล้ว หกก็ปล่อยของไป ไม่มีใครเสียเวลาค่ะ (ข้อแก้ตัว น่าอายจริงๆ)

เพื่อนกดมาลูบหลังให้ ทันใดนั้นเอง เสียงฝรั่งแตกตื่นก็ดังขึ้นอีกข้างของเรือ Turtle Woo เต่ามาอ่ะ เต่ามา แง้ๆๆๆ ปล่อยของอยู่อ่ะ อดเห็นเต่าต๊ะเรเรยย ตัวเองอดเห็นไม่ว่า พาเพื่อนกด อดเห็นด้วย เสียใจ น้ำตาเล็ดเลยค่ะ

ขณะ กำลังก้มหน้าใส่ถุงยังชีพ อะไรวะนั่น เหมือนเต่าต๊ะเร สีส้มๆ เฮ้ย เต่าอ่ะเพื่อนกด เต่า บอกเพื่อน ชี้ไปด้วย แหวะไปด้วย น้ำตาไหล เต่าจ๋า พี่เห็นใจน้องใช่ไหม ทรมานสังขารมาหาพี่ถึงถิ่น พี่แกว่ายน้ำโชว์ ดำผุดดำว่าย อยู่ฝั่งเรือที่หกยืนอยู่ ฝรั่งก็ว่ายไปแตะ ประชิดเต่ากันเลยทีเดียว อ่าว เพ่เตฟาน(จริงๆ พี่สตีเฟ่น พิมพ์ผิด แต่อยากพิมพ์ชื่อนี้ตอนนี้ ยกเว้นเนอะ) ไหนว่าอย่าใกล้เต่าไงล่ะ พี่ฝรั่งแทบจะขี่เต่าอยู่แล้วนะพี่

เอาเนอะ พี่เต่าก็ใจดี ไม่ไปไหน ว่ายอยู่แถวนั้น นานมากๆๆ พี่แก่ประจำเรืออีกคน (พี่คนนี้ตัวละครใหม่ ที่ลืมแกไม่ได้ค่ะ พี่แก่มั่นใจค่ะ ใส่เสื้อคอปก T-shirt สีฟ้า กับ กุงเกงลิงสีแดง กุงเกงลิง จริงๆค่ะ ไม่ใช่กางเกงว่ายน้ำ หกเห็นทีไร อยากปล่อยของทุกที - -" พี่แก่จ๋าใส่กางเกงขาสั้นได้ม้ายยยยย ) ถึงไหนแล้วเนี่ย หกไร้สติเมื่อนึกถึงพี่แก่ค่ะ

พี่แกเดินมาคุย เป็นไงน้อง เต่าตัวนี้มันเชื่องเนอะ ไม่กลัวคนเลย ดูสิ
น้องหก เต่าออกแขกอ่ะพี่ รู้งาน
พี่แก หัวเราะ เออ เต่าออกแขก

พอ เต่าจากไป ป้าแอขึ้นเรือมาค่ะ แกเอาแขนเย็นๆ มาแตะตัวเรา มองด้วยใจเมตตา ถามว่า ยู(you) เป็นอะไรมากไหม โอเคไหม ป้าแอขา หกจะแย่ค่ะป้า แต่ก็ทำหน้าสดใสไร้สติ บอกแกไปว่า ยังโอเคอยู่ ขอบคุณค่ะป้าแอ

หก พกยาดม ยาหม่องน้ำตะไคร้หอม ติดตัวมาด้วย เลยจัดแจงแต้มใส่นิ้วป้าแอ แตะใส่ขมับป้าและตัวเอง เสร็จสรรพ บอกป้าแกว่า มันจะช่วยยู(you)นะ ป้าแกก็ ขอบ อกขอบใจ บอกกว่ากลิ่นมันหอมดีจริงๆเลยยู(you) อ่ะ อ่าววว คิดในใจ ป้าแอไม่รู้อ่ะดี๊ ว่ายาไทยมีดีพอๆกับทะเลไทยนะจ๊ะ

มีเพื่อนร่วม อุดมการณ์ปล่อยของแล้ว อย่างน้อยก็มีแกแหละ ที่จะไม่ด่าหก เพราะเมาเหมือนกัน ยาที่ช่วยให้เราสองคนเมาน้อยลง ก็แบ่งๆกันดมอ่ะนะ

น้องรน ผู้เป็นสาวแกร่งแห่งทริป ชีไม่มีอาการอะไรเลย ลั้ลลาดำน้ำ เริงร่ามากมาย
ดีที่ชีแข็งแรง น้องรนถ่ายรูปเต่ามาให้ดูค่ะ



เต่าออกแขกฮ่ะ ตอนที่หกเห็นมันตัวส้มๆ กลับมาโม้ใส่เพื่อนที่ทำงานมากมาย เต่าสีส้มนะเว้ย เคยเจอป่าวล่ะ

พอมาเห็นรูปจากน้องรน พี่เต่าสีธรรมชาตินี่หว่า ไหงชั้นเห็นสีส้ม
ว่ะ ฮ่าๆ นึกขึ้นได้ ตอนนั้นเมาเรือนี่หว่า เห็นอะไรเป็นสีเหลืองไปหมดน่ะเองค่ะ



พอขึ้นเรือ น้องใต้ท้ายเรือบอกว่า เดี๋ยวเราจะไปทานอาหารกลางวันกันนะครับ
ฟังแล้วก็เซ็ง บอกน้องใต้ไปว่า กินไม่ลง กินไปก็ปล่อยของอีกอยู่ดี

นั่ง เรือไปไม่นาน ก็ถึง Honeymoon beach เกาะอะไร จำมิได้ค่ะ ใครที่อ่านรีวิวจะมาช่วยเฉลยก็ขอบคุณนะคะ อย่างที่บอกสวยใสไร้สติ จำอะไรไม่ได้มากค่ะ

ถึงหาดปุ๊บ แผ่หราตรงชายหาด ดมยาสักพัก สองสาวสวย หน้าตาดี มีน้ำใจก็เดินไปหาอาหารมาให้กิน ระหว่างนั้น หกก็งีบบ้าง ดูฝรั่งใส่บิกินี งาม และไม่งาม มองฝรั่งหนุ่ม เด็ก เล่นน้ำเพลินๆ หาดที่นี่ ขาว ทรายเม็ดละเอียด หกเคยไปมัลดีฟค่ะ ขอบอกว่า ของเราสู้ได้สบายค่ะ

ขณะกำลังเพลิดเพลินวิวงามๆ สายตาหาเรื่องไปเจอ ขยะ ค่ะ ทนไม่ได้อ่ะค่ะ ลุกไปเก็บขยะทิ้ง ไม่อยากให้สกปรก คนอื่นมาเที่ยวจะได้ประทับใจเนอะ
หน้าตาดีอย่างเดียวไม่ได้ค่ะ ต้องจิตใจดีด้วยนะคะ (น้องพอลล่าฝากบอกมา)
เมาแค่ไหนก็มีจิตอาสาค่ะ

ทาน ข้าวไปได้หน่อยนึง เริ่มมีแรงฮึด เล่นน้ำ ถ่ายรูปกระโดด ไม่อายฝรั่งมังค่าค่ะ ถ่ายรูปเพลินๆไป เวลาแห่งความสุขก็หมดลง เฮ้อ ทำไมมันช่างแสนสั้นเช่นนี้

หกไปรอขึ้นเรือ เพื่อนกดกับน้องรน พากันยืนรอให้ฝรั่งขึ้นเรือก่อน เวลาเรือจอดมันทรมานสาวขี้เมา ยิ่งกว่าเรือแล่นเยอะค่ะ

หก หันหน้าไปเจอป้าแอ แกทำหน้าเซ็งๆเศร้าๆ ขึ้นเรืออีกแล้วง่ะ หก สาวไทยใจงาม เดินเอายาหม่องไปแต้มให้แกอีกรอบ แกก็ขอบใจตามเคย เราเลยตอบว่า ชั้นเข้าใจว่ามันเป็นไง ไอ้อาการเมาเรือเนี่ย อิอิอิ

ขึ้นเรือได้สัก พัก ก็มาถึงจุดดำน้ำที่สอง จัดหนักมากกับจุดนี้ คลื่นแรงกว่าจุดแรกสองเท่าค่ะ ซัดโขดหินกระจาย พี่สตีเฟ่นก็เตือนฝรั่งใจกล้า ไม่ต้องเตือนสาวไทย หมอบกระแตอยู่แถวเรืออยู่แล้ว แกบอกว่าพยายามอย่าไปดำน้ำแถวนั้นนะ อันตรายมาก เรือก็กระดกไปกระดกมา ไอ้เราก็ไม่ไหวแล้ว ลงน้ำจุดแรกก็ปล่อยของ จุดนี้ยิ่งกว่า คลื่นแรงมากๆๆ

น้องใต้ท้าย เรือบอกว่า พี่ไม่ดำน้ำตรงนี้จะเสียใจนะ สวยที่สุดของสิมิลันแล้ว ตอนนั้น หกคิดว่าเจอเต่าก็คุ้มแล้ว เมารอที่เรือดีกว่า ก็พากันย้ายสำมะโนครัวกับเพื่อนกดไปหัวเรือ พี่แก่นั่งอยู่พอดี หกก็เอายาหม่องมาดม พี่แก่แกขอยามั่ง แกบอกว่าไม่ไหวๆ ผมก็จะแย่แล้ว นั่งสักพัก หนุ่มใต้ท้ายเรือเดินมา ลงน้ำเหอะพี่ พี่อยู่ตรงนี้มีหกรอบสี่ รอบห้าแน่นอน เอาวะ ลงน้ำกันดีกว่าว่ะเพื่อนกด มาถึงนี่แล้ว เดี๋ยวเค้าจะว่าหญิงไทยใจปลาซิว

สองสาวใส่อุปกรณ์ลงน้ำฮ่ะ น้องรนไปเริงร่าดำน้ำแล้ว ชีแกร่งค่ะ

เกร็ดเล็กน้อยค่ะ

น้อง ใต้ท้ายเรือกับเพื่อนอีกคนสองคน เริ่มแซวๆน้องรนตั้งแต่ตอนทานข้าวกลางวันแล้ว ถามว่าเป็นสาวเกาหลีรึป่าว มีแฟนหรือยัง (ประโยคชักจะคุ้นๆหู) ขอเบอร์โทรหน่อย

หนุ่มใต้เค้ามี แนวทางเป็นของตัวเองจริงๆค่ะ พวกเราก็ฮากันไป ไม่ได้จริงจัง คุยเล่นๆแก้เครียด น้องรนดูท่าว่าจะเป็นสเปคหนุ่มใต้แน่นอน โดนจีบมาหลายคนแล้วด้วย ข้อความเดิมๆอีกต่างหาก

กลับมาช่วงดำน้ำค่ะ หนุ่มใต้ท้ายเรือบอกว่า เดี๋ยวผมจะพาพวกพี่ไปดูปลาตัวใหญ่นะ แกลากหกกับเพื่อนกด จับมือไปดู โฮ้วววว ปลาตัวสีขาวใหญ่พอๆกับเด็กสองขวบ ตื่นเต้นๆๆๆ หกจับมือดำน้ำกับเพื่อนกด ไปไหนไปด้วยกันนะเพื่อนนะ
ชี้ชวนกันดูฝูงปลา สวยจริงๆค่ะ ไม่เสียใจที่เชื่อหนุ่มใต้ท้ายเรือ น้องแกโฆษณาซะมากมาย เชื่อผม เหอะ เชื่อผม เดี๋ยวจะดีเอง

น้อง แกบอกว่าเดี๋ยวไปดำน้ำตรงนั้นนะครับ สวยมาก ผมพาไปได้ทีละคนนะครับ ว่าแล้ว แกก็จับมือน้องรนไปเลย หายไปกับเกลียวคลื่น - -" น้องคับ กลับมารับพี่ด้วยคับ เง้ออออออ

อ่ะ น้องมันหายไป เราสองคน หก กด ก็จับมือกันดำน้ำ เจอปลาหมึกยักษ์ค่ะ สองตัว (Octopus) เถียงกันอยู่นั่นเอง ว่ามันเป็นสามีภรรยา หรือว่าคู่เกย์

ดำน้ำจุดนี้ สวยมากๆๆๆค่ะ ดูนั่นดูนี่ สักพักหมดแรง พากันว่ายไปเกาะเชือกโยงเรือกับทุ่น ลอยคอไปเรื่อยๆ คลื่นสูงมากค่ะ ซัดน้ำเข้าปากหลายรอบเลย
พอมองไปบนเรือ ก็เริ่มเห็นสมาชิกใหม่ปล่อยของลงทะเลอีกหลายคนเลยค่ะ (ฮิฮิ นึกว่าจะมีแค่ป้าแอกับหก แฮะ ) แสดงว่า พี่อันดามันแกจัดหนักให้ทุกคนทั่วถึงกันค่ะ ระหว่างนั้นถุงยังชีพได้ลำเลียงมาให้หกคนเดียวหลายใบเลยค่ะ ใช้เปลืองมากมาย น่าจะสักสี่ครั้งได้ค่ะ ฝรั่งร่วมทริปก็ดูใจดี ไม่มีแสดงอาการรังเกียจหกเลยค่ะ (น่าจะเพราะหกไม่เห็นค่ะ ก้มหน้าใส่ถุงยังชีพตลอด) แต่หกเห็นฝรั่งหลายคนปล่อยของเยอะขึ้นหลังจากกลับขึ้นเรือค่ะ

แบบนี้ เรียก จัดหนักได้หรือยังคะ ทุกคน

หลังจากนี้เวลาแห่งความสุข และ ทุกข์ระคนกันก็หมดลง จะเหลือแต่ความทุกข์ชั่วคราว ยาวนานชั่ว....ให้กับหกค่ะ

พอเรือเริ่มออกจากจุดดำน้ำ พี่สตีเฟ่น ถือไวอากร้ามาแจกอีกรอบ หกมองหน้าป้าแอ จะกินดีไหมนะ คุยกันเล็กน้อยตกลงว่าไม่กินค่ะ น้องใต้ท้ายเรือรีบบอกเลย พี่เชื่อผม กินเหอะ อ่ะเรามันใจง่าย กินก็ได้ฟระ

ตลอดการเดินทางบนเรือสปีดโบ๊ท จะมีเด็กมายืนข้างหลังเราตลอดเวลาค่ะ อุ่นใจมาก บางครั้งเรือกระแทกคลื่น เราก็มีกลัวหลุดตกเรือไปเหมือนกัน อย่างน้อยมีคนยืนเป็นแจ๊ก ดอร์สั้น (แอบใส่ไม้โท อิอิ) ให้โรส ก็ยังรู้สึกดีกว่าค่ะ จุดนี้ต้องชื่นชมน้องๆท้ายเรือค่ะ ทุ่มเทเพื่อหก จริงๆ

นั่งเรือได้ สักแปบ ก็มาถึง แถ่น แทน แท้นนนนน เกาะสิมิลัน ใบเรือ สัญลักษณ์ของเกาะก็ได้เห็นกับตาแล้ว แต่ทว่าความสวยงามนี้ ต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตาของหกค่ะ
คำเตือน รูปประกอบนี้อาจดูรุนแรงกว่าความเป็นจริง 10 เท่า หกจะพยายามลดขนาดรูปให้มันเล็กๆๆๆ จะได้ไม่สยองเกินความเป็นจริงค่ะ

เมื่อ มาถึงเกาะสิมิลัน มองเห็นเรือใบปุ๊บ เรือดับเครื่องปั๊บ เอ่อ พี่อันดามันคะ จะจัดหนักหนูไปถึงไหนคะ หนูไม่เคยทิ้งพลาสติกลงทะเลพี่เลยนะคะ พี่ทำร้ายหนูทำไม - -"

คลื่นค่ะ สูงและแรงมาก เรือเข้าไปจอดใกล้หาดไม่ได้ ลูกเพ่เตฟาน(ตอนนี้ ชักมีอารมณ์เสียค่ะ ขอเปลี่ยนชื่อเพื่ออรรถรสในการบรรยาย) เดินมาบอกทุกคนว่า เรือเข้าฝั่งไม่ได้ครับ ตอนลงเรือ ให้ลงช้าๆ ฟังผมก่อนนะครับว่าให้ไปได้ ค่อยลงนะครับ เสร็จแล้ว ว่ายน้ำไปเกาะเชือกจนกว่าเท้าจะแตะพื้นนะครับ

เอา ละสิ หกสุดแสนจะเพลียใจ เพลียกาย พลีกายให้คลื่นอันดามันมาทั้งวันแล้ว แต่ว่าครั้งนี้ดูจะน่ากลัวที่สุด เรือโยกขึ้น-ลงสูงกว่าเดิมมาก น้องใต้ท้ายเรือรอประจำที่ ส่งพี่ให้ถึงฝั่งนะน้อง

หกเดินไปท้ายเรือ ใส่เสื้อชูชีพเพราะต้องว่ายน้ำจากท้ายเรือไปเกาะเชือกที่ พี่สตีเฟ่นบอก ไกลประมาณ 10 เมตร สำหรับหกแล้ว ยังกับเป็นกิโลเมตรค่ะ หกว่ายน้ำไม่แข็ง ดำน้ำตื้น ป๋อมแป๋มก็พอได้ ใส่เสื้อชูชีพก็วาดมือให้เหมือนคนว่ายน้ำเป็น ได้แค่นั้นค่ะ

น้องใต้ท้ายเรือบอกว่า พี่เชื่อผม ไม่มีอะไร ลงน้ำแล้ว ว่ายไปเลยนะ วาดๆมือเหมือนที่พี่ดำน้ำนั่นแหละ น้องรนลงจากเรือนำหน้าไปแล้ว บอกแล้วว่าชีแกร่ง รนว่ายน้ำไปสักแปบ ก็ถึงจังหวะไม่มีคลื่นให้เราลงจากเรือ

หกลงน้ำปุ๊บ ได้ยินเสียงเด็กใต้ท้ายเรือตะโกน ว่ายไปเลยพี่ ว่ายไป
น้อง ครับ พี่ว่ายแล้วครับ ทำไมตัวพี่ไม่ไปไหนเลยวะนี่ สักพักตัวเหมือนโดนดูดกลับหาเรือ เรือขึ้น ลงตามคลื่น แขนของหก ไปโดนท้ายเรือจังหวะเรือลงพอดี ผลคือแขนของหกโดนใบพัดท้ายเรือค่ะ

หลัง จากนั้น พี่สตีเฟ่นว่ายน้ำเข้ามาดึงตัวหกไปหาเชือกค่ะ ตอนนั้นรู้สึกว่าแขนชา เริ่มรู้สึกแปลก เพื่อนกดตามมาติดๆ เริ่มบอก หก เลือดออก ตามรูปเลยค่ะ เวรเลย เห็นเลือดปุ๊บ เจ็บปั๊บ น้องรนเดินกลับมาดูใจ เอ้ย ดูแผล ค่ะ รอพี่สตีเฟ่นขึ้นฝั่งเสร็จก็พากันไปเจ้าหน้าที่อุทยาน ให้ทำแผลให้

พอ มีสติเพราะเสียเลือด เลยเห็นว่าโดนไปบาดไปสองแผล เหมือนโดนมีดบาด พี่เจ้าหน้าที่อุทยานหลายคนก็เข้ามาช่วยทำแผลให้ มีท่านนึงอาวุโสหน่อย น่าจะรู้จักพี่สตีเฟ่น ตะโกนถาม ตีเฟ่นไปไหนนิ ไม่มาดูแลลูกทริปเลย คือตอนนั้น ตามโปรแกรมพี่ตีเฟ่นต้องพาคนอื่นไปจุดชมวิวค่ะ แต่แกก็เอาใจใส่อยู่นะ หกเข้าใจทุกคนค่ะ อิอิ (อารมณ์นางงาม)

ตอนทำแผลก็เจอคำถามจากพี่ๆเจ้าหน้าที่

มีแฟนยัง อ่าว มีแล้วเหรอ ราคาตกไปหน่อยนึงนะ มีเบอร์โทรมั้ย (จะเหมือนกันไปไหนคะพี่ มีประโยคอื่นมั้ยยยย)

ขำๆ ค่ะ ทำแผลไปก็ขำไป ใจชื้นบ้าง แต่ไม่มีแรงจะเดินไปจุดชมวิวแล้ว นั่งกังวลว่า ขากลับจะขึ้นเรือยังไงวะเนี่ย ต้องว่ายน้ำเกาะเชือก จะโดนใบพัดอีกมั้ยยย สารพัดจะกลัว เลยนั่งกร่อยอยู่ที่โต๊ะ (เพื่อนกด น้องรน ก็ไม่ทิ้งเราไปไหน นั่งอยู่ด้วยกันตลอด) บอกว่าไม่ต้องห่วง ไปดูวิวเลย เราขอนั่งสงบจิตใจแปบนึง แต่เพื่อนก็ไม่ทิ้งอ่ะ ปลื้มปนเสียใจ เป็นภาระให้เพื่อนทั้งทริปเลย เพื่อนกดนี่ มือลูบหลังตลอด พอเรียกหาถุงยังชีพ เพื่อนเดินมาถึงตัวเลย ลูบหลัง เกาคาง(ไม่ช่ายยยยย)

น้องรนก็ดูแลเราดีมากเหมือนกันค่ะ ดีใจได้เห็นน้ำใจเพื่อน ตอนเราลำบากมากมาย

นั่ง ดูวิวได้แปบนึง ต้องขึ้นเรือแล้ว เง้ออออ น้ำตาจะไหล จริงๆ จะรอดไหมเนี่ยย ไม่เจ็บแผลเท่าไหร่ค่ะ แต่ความกลัวเนี่ยมาก จินตนาการไปไกล เมื่อกี้ ถ้าเรือฟาดมาโดนหลัง ทริปนี้จบไม่สวยแน่ๆ แต่จะไม่ขึ้นเรือกลับจะทำยังไงได้ ตกลงกันสามสาว เพื่อนกดว่ายน้ำหน้า เกาะมือกันไปสามคน มือนึงเหนี่ยวเชือก อีกมือเกาะชูชีพเพื่อน

เกาะเชือกไปเรื่อยๆจนถึงจุดที่ต้องว่าย เรือเพ่เตฟานจอดไกลจากเชือกมากกว่าตอนขาลงเยอะเลยค่ะ
โอ้ ยยยย จะไกลไปไหนเนี่ย เห็นใจคนเจ็บแขน เมาเรือ ว่ายน้ำไม่เป็นบ้างดิ๊ (หลังๆอารมณ์แปรปรวนเหมือนคลื่นพี่อันดามัน) ลากคอกันไปสามสาว เห็นพี่ตีเฟ่นลอยตัวรอดูอยู่ไม่ห่าง แหมะ มีน้ำใจ หกผละจากเชือกก็ว่ายน้ำค่ะ ว่าย ๆ จ้วงๆ จะถึงเรือแล้วๆๆ อีกนิดๆ ฮึ๊บๆ หมดแรงงงงง

หกลอยตัวพะงาบๆ หมดแรงเหมือนเต่าต๊ะเร ทันใดนั้นเอง เด็กใต้ท้ายเรือก็โยนถุงยังชีพลงมา จะโยนมาทำไมเนี่ยยยยย (ล้อเล่น อิอิอิ) โยนห่วงยางชูชีพค่ะ
อิชั้นก็กระเสือกกระสน ไปจนถึงห่วงจนได้ แล้วก็ตะโกนบอกว่า ดึงเล้ย ดึงเล้ย หมดแรงแล้วววว ถึงเรือฮ่ะ ปลอดภัย คลื่นนิ่งสนิท ผิวน้ำเรียบกริ๊บ อิตอนตู ลงทำไมไม่นิ่งอย่างนี้วะเนี่ย (ชักจะโกรธพี่อันดามัน)




เธอเห็นเชือกน้อยนั่นไหม น้องรนถ่ายรูปหลังจากกลับขึ้นเรือมากันแล้วค่ะ



สองแผล ชื่นใจจริง จริีง ทริปนี้



อ่านมาถึงตรงนี้คิดว่าหมดแล้วใช่ป่าว การจัดหนัก
ตอบ เปล่าค่ะ ยังมีอีก เพราะฉะนั้นตามอ่านกันหน่อยนะคะ

ขาก ลับ หลับตาบ้าง มองท้ายเรือบ้าง มองไปเรื่อยๆ เอ เรือชักจะกระแทกคลื่น แรงกว่าขามาอีก เกิดอะไรขึ้นเนี่ย พี่ตีเฟ่นบอกว่า ชั่วโมงครึ่ง ถึงฝั่ง เสียวเป็นชั่วโมง จะไปหาที่ไหนได้เนี่ยยยย อารมณ์แบบนี้

นั่งไปเรื่อยๆ สายตาหาเรื่องอี้ก นกป่าวว้า ทำไมบินใกล้น้ำจังเลยแฮะ
เอ๊ะ มีอีกแล้ว ปลานี่หว่า บินขึ้นมาเหนือน้ำ หกเริ่มคึก ร้องวู้ ว้าว อยู่คนเดียว
อิตาฝรั่ง ที่นั่งข้างๆคงสงสัย มันวู้อะไรของมันนักหนา เมายาไวอะกร้าแหงๆ

พอ เจออีกตัว เลยหันไปบอก fish อ่ะ ตื่นเต้นอีกแล้วววว เพื่อนกด มาเล่าทีหลังว่า เค้าหันมาดูกันทั้งเรือ อิตอนอิชั้นตื่นเต้นเนี่ย ไม่มีใครเห็นอะไรเลยย อ่ะ ช่วยไม่ได้นะ ไม่ได้เมาเรือหนักอย่าง หก นิ ของแบบนี้มันเป็นรางวัลปลอบใจจ้ะ อิอิ

พอถึงฝั่ง หกหน้าบานเป็นกระด้ง กระแดะพูดเป็นภาษาต่างด้าว Wow Finally I'm at home ถึงบ้านแล้วโว้ย อารมณ์แบบดีใจจนถึงจุดสุดยอด เพราะยาไวอะกร้าแท้ๆ ทำให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย อิอิอิ

ขากลับน้องใต้ท้ายเรือเอาถุงยัง ชีพมาให้ ถามเอากี่ใบ อิชั้นไม่อาย เอาสี่ใบยัดใส่กระเป๋ากางเกงไว้ ฝรั่งสาวสวยหัวเราะหกใหญ่เลยอ่ะ อ่ะนะ ขำๆ ตอนหกบอกดีใจถึงบ้านซะที ฝรั่งคนสวยยกนิ้วโป้งให้ด้วยอ่ะ ฮากันไป ถึงฝั่งแล้วนิ อิชั้นซ่าส์ได้

ตอนลงจากเรือ น้องใต้ประจำที่ บอกลงดีๆ เดี๋ยวโดนอีกแผล แหมะ ขอบใจนะยะน้อง ไม่พลาดๆ งวดนี้

กลับ ถึงที่พักอาบน้ำ เตรียมตัวไปทานข้าวเย็น ทานไม่ได้มากค่ะ ก้มหน้ามองจานข้าว ก็เวียนหัวไปหมด เหมือนว่ายังอยู่บนเรือ เชื่อน้องใต้ท้ายเรือ ไม่มีผิดหวัง ของเค้าชัวร์จริงๆ

ทานข้าวเสร็จ หกก็ไปหาพนักงานต้อนรับ ขอยาทำแผล น้องที่รีสอร์ทก็ทำแผลให้เสร็จสรรพ เบามือและระมัดระวังมากมาย พี่เจ็บมั้ยครับ บอกนะครับถ้าเจ็บ ค่อยๆเช็ดๆๆ แปะพลาสเตอร์ยา ตราม้าลายให้ด้วย ขอบใจนะน้อง

ย้อนรอยนิดนึง
ช่วง ที่อยู่หัวเรือกับพี่แก่ เสื้อฟ้า กุงเกงลิงแดง เด็กใต้ท้ายเรือ ก็คุยๆกันว่า ตอนนี้ไม่เท่าไหร่ ขึ้นฝั่งเมื่อไหร่ เตรียมตัว เมาบกอีกสองวัน อย่างหกเนี่ย มีลางานต่อแน่นอน หกก็ปากกล้า บอกว่ามียาแก้เวียนหัว หกเป็นโรคบ้านหมุน โรคเวียนศีรษะ( Vertigo ) ด้วยค่ะ อาการเมาต่างๆ จะหนักเป็นพิเศษ ไม่หนักจากเดิมหรอก มาดูกันว่าเป็นไง เมื่อกลับมาถึงถิ่นตัวเอง

จบ จัดหนักวันที่ 8 พ.ย. ด้วย ยาแก้เวียนหัว ยาพารา แล้วก็นอนหลับตั้งแต่หัววัน

ภาพประกอบ อาหารมื้อเย็น น่าทาน อร่อยแต่ก็กินไม่ได้มาก



คิดว่าจะรอท่านๆ มาคอมเม้นท์ มาคุย พรุ่งนี้จะมาอัพต่อ

ไหนๆแล้ว เอาให้จบวันนี้แหละเนอะ

เมาค้าง แต่เราไม่อัพกระทู้ค้าง ให้เสียรมณ์

วันที่ 9 พ.ย. ปิดทริป คิดว่าจะไม่หนักใช่มั้ย หุ หุ ทำชะล่าใจนะหก เดี๋ยวๆๆเจอของแรง

ตื่น เช้ามา จ๊อกแจ๊ก จอแจ กันสามสาว คุยเรื่องดำน้ำเมื่อวาน หกตั้งมั่นแล้ว นอนคิดเมื่อคืนว่าจะมารีวิวพันทิป ชื่อหัวข้อนี้เลยแหละ ทำตามสัญญาแล้วนะเพื่อนกด น้องรน ซึ้งป่ะๆ

เตรียมตัวกลับ จัดกระเป๋า ล้วงกางเกงที่ใส่ดำน้ำเมื่อวาน ถุงยังชีพสี่ใบยังอยู่ในกระเป๋า เออ ขากลับไม่มีอาการเลยแฮะ มันเป็นทริคป่าวน้า เหมือนกันเอาพลาสเตอร์ยาแปะดือ นั่นแหละ เอาติดตัวไปด้วยดีกว่า กันเหนียว

ขนของออกจากห้อง มาทานอาหารเช้า กินยาแก้เมาอีก เพราะเมาบกค่ะ ทุกท่าน เวียนหัวจริงเชียว เดี๋ยวจะเดินเที่ยวเมืองภูเก็ตไม่สนุก

พร้อม แล้ว นั่งรถตู้ออกจากรีสอร์ทสิบโมงเช้า เพื่อไปตัวเมืองภูเก็ต เจอพี่หนุ่มใต้คนใหม่ (ไม่ถามประโยคเดิมๆ กับน้องรนแล้ว เลยเดาว่า ต้องเป็นหนุ่มใต้ท้ายเรือเท่านั้น ถึงจะใช่ สำหรับน้องรนคนสวย) ขึ้นรถปุ๊บ หกเอ่ยปากก่อนเลย พี่คะ เข้าโค้งเบาะๆหน่อยนะคะ หนูเมาเรือมาเมื่อวาน อาการยังไม่ดีค่ะ แต่หนูกินไวอะกร้า เอ้ยย ยาแก้เมารถ มาแล้วค่ะพี่ )

เพื่อนๆถาม เอาถุงยังชีพมาป่าว แหม ไม่ลืมๆ ทริคส่วนตัว ใส่กระเป๋าเรียบร้อย เอาพลาสเตอร์ยาแปะดือด้วยนา

มา ถึงอนุสาวรีย์ ท้าวเทพกษัตรีย์ ท้าวศรีสุนทร พี่หนุ่มใต้ก็เอ่ยถาม คนไหนเป็นพี่ คนไหนเป็นน้อง รู้ป่าว อืมมมม น่าคิด คนไหนอ่ะ ใครอ่านมาถึงตรงนี้ ตอบถูกให้ 3 กิ๊ฟนะ เพิ่มเรทติ้งกระทู้หน่อย

เริ่ม หิวเพราะเที่ยงแล้ว พี่หนุ่มใต้บอกว่าจะจอดรถแถวตึกเก่านะ มีร้านชื่อดัง หมี่สะปำ ร้านเก่าแก่ดั้งเดิม แต่เค้าแยกตัวมาตั้งร้านใหม่ อืมมม ฟังดูดี ทานของดัง ร้านเด่นของภูเก็ต เท่ห์ว่ะ

พอถึงร้าน เอิ่มม ร้านปิด พี่แกบอกว่าน้องลงตรงนี้นะ ร้านปิด เดินไปสุดทางก็มีของกินอีกนะ อืมมม ลางไม่ดีเลยแฮะ วันนี้ สามสาวเดินหิ้วกระเป๋าใบ บ่ะเอ้ก (ใบโต นั่นแหละ ) ลากไป หิ้วไป ถ่ายรูปไป เจอรถนิสสัน มาร์ช สีส้ม ชะลอๆ ตอนถ่ายรูปเพื่อน หกอยู่อีกฝั่งถนนค่ะ สองสาวสวยเค้าแชะใส่กัน เมามันมากมาย

แปบนึง เพื่อนกดบอกว่า ผู้ชายน่ะเพื่อน ถามเพื่อนกดว่าอยากมีคนยืนข้างๆมั้ย (ประโยคใหม่ เร้าใจกว่าเดิม ถึงจุดนี้ หกมั่นใจค่ะ ว่าน้องรนถูกใจหนุ่มตังเก ส่วนเพื่อนกดของเรา ต้องนายหัวภูเก็ตค่ะ)
ปล. คิดเล่นๆ ไม่ได้บ้าผู้ชายกันนะคะ ขำๆกันตามสถานการณ์ค่ะ

ถ่าย รูป ลั้ลลา ได้แปบนึง ไม่ไหวแล้วแฮะ หิววว เดินหาของกิน เดินไปเดินมาก็ยังไม่เจอร้านถูกใจ ถามคนภูเก็ตดีกว่า สายตาก็ไปเจอคุณป้า ท่าทางใจดี ถามเลยดีกว่า พี่คะ พวกหนูหิวมากเลย มีร้านข้าวแนะนำไหมคะ ร้านอื่นปิดหมดเลย

คุณป้าใจดีบอกว่า อ๋อ วันนี้ วันอังคารร้านเค้าปิดจ้ะหนู ไปตรงวงเวียนนะ มีร้านบะหมี่ฮกเกี้ยน ดังนะ อร่อยด้วย ไปทานกันสิจ๊ะ

คนภูเก็ตใจดีจริงๆ น่าจะชินกับ สาวหลงเมืองอย่างเราสามคน

ไปถึงร้าน บะหมี่มาถึงโต๊ะ แม่เจ้าโว้ยยย น่ากินอะไรเช่นนี้ เรากำลังจะจ้วง เพื่อนกดไวกว่า อย่าเพิ่งๆ ถ่ายรูปก่อนๆ

อร่อยจริงๆ น้ำซุปเทพมาก พี่คนขายบอกว่า เติมน้ำซุปได้นะครับ สูบกันจนหมดถ้วยเลยค่ะ (เห็นภาพเนอะ ว่ามันเทพขนาดไหน)




เติม แรงแล้ว เดินค่ะ หาที่เที่ยว เดินไปถ่ายรูปหน้าบ้านสวยๆ เดินจนเหนียงยาน ย้อย ก็มาเจอร้านขายโอ้วเอ๋ว สะกดถูกป่าวไม่ทราบค่ะ สั่งแบบปรับปรุง โอ้วเอ๋วภูเขาไฟ กับ รสชาเย็น ภาพประกอบข้างล่างนะคะ อืมมม อร่อยดีแฮะเหมือนทานวุ้นมะพร้าว หวานๆ หยุ่นๆมาก สู้ลิ้นดี อิอิอิ



นั่ง สักพัก พี่คนขายก็ถามว่าจะไปไหน กลับวันไหน เลยบอกว่าตอนนี้หาที่เที่ยว เพิ่งบ่ายโมง พวกหนูขึ้นเครื่องสามทุ่มแน่ะค่ะ มีที่ไหนไหมคะ

พี่แกเลยแนะนำพิพิธภัณฑ์ภูเก็ต กับสวนสาธารณะมังกร ให้ เดินใกล้ๆ เขียนแผนที่ให้เสร็จสรรพ ใจดี มีน้ำใจจริงๆค่ะ คนภูเก็ต ประทับใจค่ะ

สอง มือลากกระเป๋า สองเท้าก็เดินดุ่มๆ ถ่ายรูปบ้าง อะไรบ้างข้างทาง แล้วก็มาถึงพิพิธภัณฑ์ไทยหัว สวยเหมือนกับบ้านทรายทองเลยค่ะ เคยดูสมัยเด็กๆที่คุณมลฤดีเล่นกับพี่ตั้ว ค่าเข้าชมคนละห้าสิบบาท จ่ายเงินปุ๊บ เดินดูภายใน สวย และก็ทำได้น่าดูค่ะ สีสัน แสง เสียง พร้อม พาเด็ก ลูก หลานไปน่าจะเหมาะค่ะ



ใช้เวลาได้สักพักจนเกือบสี่โมง เอาไงดีหว่า ไปไหนดี ฝนเริ่มตกปรอยๆแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า ไปนั่งเล่นร้านกาแฟได้นะคะ อ่ะ ไป



สั่งน้ำสามแก้ว นั่งเล่น ดูของ ซื้อของที่ระลึก จนห้าโมงครึ่ง เอาไงดี จะไปทานอาหารเย็นที่สนามบินก็ไม่ไหว สู้ราคาไม่ได้จริงๆ น้องร้านกาแฟเลยแนะนำร้านอาหารฝั่งตรงข้ามค่ะ บอกว่า อร่อย เปิดหกโมงเย็นค่ะพี่

มองไปปุ๊บ เปิดร้านปั๊บ อ่ะไปกันเหอะสาวๆ เค้าเปิดร้านแล้ว นั่งหลับ นั่งใช้ไฟชาร์จกล้อง มือถือ ร้านกาแฟจนเกรงใจน้องมากมาย โชคดีว่าไม่มีแขกอื่นๆเลย น้องก็ก็ไม่คิดมาก คิดว่ามีคนมาช่วยเฝ้าร้านนะจ๊ะ ออกจากร้านใส่ทิปไปนิดนึง บอกว่า ค่าเสียเวลาที่พวกพี่ฝังรกรากที่ร้านน้องซะนาน

สามสาวขนของพะรุง พะรังกว่าเดิม ขนมเอย ของฝากเอย มะรุมมะตุ้ม ไปถึงร้านข้าวต้มกำลังจะสั่งอาหาร น้องที่ร้านบอกว่าทำไม่ได้ค่ะ กุ๊กยังไม่มา
อืมมมมม ชินละ ชั้นเริ่มชินละ จัดมาเรื่อยๆนะจ๊ะ อิอิอิ
งั้น ทานรองท้องก็พอ สั่งข้าวต้ม ยำไข่เค็มกุ้งแห้ง ยำปลาอินทรีย์(น้องบอกพี่คะ ต้องรอกุ๊กค่ะ เอิ่มมมมม โอเคค่ะ ไม่รอค่ะ) ใจก็คิดนิดนึง เอ ทำไมยำกุ้งแห้งได้ แต่ยำปลาเค็มไม่ได้หว่า สั่งไส้หมูพะโล้ ต้มจับฉ่าย

อืม มมม อร่อยจริงแฮะ ไม่มีรูปเพราะทานหมด เพื่อนกดไม่กดกล้องแล้ว จ้วงข้าวต้มกันเพลิดเพลิน



ทานเสร็จก็มองหน้ากัน หกโมงแล้วไปขนส่งได้ เพราะว่าเราต้องใช้บริการรถบัสไปสนามบินออกหกโมงครึ่ง ถึงสนามบินสองทุ่มมั้ง

นั่งรอรถบัส เอิ่มมม หกปวดท้องค่ะ แหม่ แหม่ เอาวะ ไม่ใช่ตอนเทคออฟเป็นใช้ได้ เดี๋ยวจะฮากันสามชาติ เพราะปวดหนักตอนเครื่องขึ้น ลง
มันไม่ขำจริงๆนะ อย่าขำ ขอร้องงงง


มาๆ ยินดีต้อนรับค่ะ มาร่วมกันขำ ร่วมกันเมากับหกและเพื่อนกด น้องรนได้ต่อเลยนะจ๊ะ

ถึง ไหนแล้ว อ่อ ถ่ายหนักที่ขนส่ง เจ้ยยย รอรถบัสไปสนามบินเนอะ ตามตารางเวลารถต้องมาหกโมงครึ่ง และถึงสนามบิน หนึ่งทุ่มครึ่งค่ะ เลยเวลาไปสิบห้านาทีแล้ว รถก็ยังไม่มา เอ๊ ยังไง จะให้หนักมันทุกเม็ดเลยมั้งเนี่ยย ถ้าพลาดรถเที่ยวนี้ มีเสียเงินค่าแท๊กซี่สังเวยทริปอีกห้าร้อยบาทแน่นอน เงินน่ะจ่ายได้ค่ะ แต่เจ็บใจนิดๆ ไปทำอะไรมานะ ถึงโดนตลอดดด อิอิ

นั่งรอสักพัก รถบัสก็มา เย้ หมดแล้วเว้ย หมดเคราะห์หมดโศก ขึ้นรถไป ถึงสนามบิน สบาย ชัวร์ (หกชะล่าใจเสมอ)

สามสาวเดิน นวยนาด เยื้องย่างดุจนางพญา (ของจริงตรงข้ามทุกอย่างค่ะ) ลากกระเป๋า เดินหน้าเหี่ยวเพราะว่าเหนื่อย หมดแรง อิอิ
อ่ะ มาๆ เพื่อนกด น้องรน ต่อแถวรอขึ้นรถบัสเป็นแนว ฝรั่งเพียบ มาเป็นครอบครัว คุยกันเสียงดังไปแปดบ้าน อ่ะนิดหน่อย รับได้ ต่อคิว ถึงจะโดนแซงคิว อ่ะนิดหน่อย รับได้ จะถึงบ้านแล้วเว้ยยยยย

ขึ้นรถบัสมาได้แล้ว รอด หึ หึ หึ เพื่อนกดนั่งข้างหกค่ะ น้องรนแกรนหาที่นั่งเดี่ยว เผื่อมีหนุ่มใต้ขึ้นรถมาชวนคุยอีกนะฮะ อิอิ จริงๆก็ไม่มีแล้วค่ะ หนุ่มตังเก มีแต่นักเรียนที่ขึ้นมาตามทาง พลาดแล้วน้องเอ๋ย อิอิ

ตอน ที่รถออกจากขนส่ง สบายแล้ว งีบซักหน่อยก็ถึงสนามบินแล้ว เพลินๆ ขำๆ สักพัก เอิ่ร์มมม กลิ่นไรหว่า เหม็นจ๊าดดด มองไปมองมา โห พี่ฝรั่งเหงื่อซกมาเลย ใช่แน่ เต่าเค้าแน่ๆ พี่จ๊ะ ฆ่าเต่าก่อนขึ้นรถสาธารณะได้มั้ยยย วุ้ย อยากจะคลั่งเลยค่ะ ณ จุดนี้ จัดมาได้เรื่อยๆ นะฮะ

แต่เราจะถึงบ้านแล้ว ไม่กลัวแล้วค่ะ

มาถึงสนามบิน นั่งรอเช็คอินสักพัก เดินไปเดินมา นั่งรอ หลับไปงีบนึงก็ถึงเวลาเตรียมขึ้นเครื่อง สามทุ่มครึ่ง สาว สาว สาว ลากของไปรอต่อแถวแต่หัววัน อยากกลับเต็มที ง่วงและเหนื่อยจริงๆค่ะ หกซัดยาไวอะกร้าไปแล้ว สบายๆ หุ หุ ระหว่างรอ มีปวดหนักมาเป็นระยะๆ เข้าห้องน้ำสามสี่รอบ เอาให้ชัวร์ จะขึ้นเครื่องแล้ว จะมาปวดหนักตอนแลนด์ด้ง แลนด์ดิ้ง ไม่อาวววว

รอเจ้าหน้าที่แอร์ เอเชีย เลยเวลาไปเกือบยี่สิบนาที ก็ยังไม่มา เอ๊ะยังไง อ่ะๆ เดินมาแล้ว หน้าตาสดใสกันมาเลย เคืองนะ มาช้าเนี่ย พอดูตั๋วเสร็จเตรียมตัวจะลงบันไดเลื่อนค่ะ เอ่อ มันไม่ทำงาน ค่ะ มันไม่ทำงาน อิชั้นละหน่ายจิต ไม่ลดไม่ละเลยนะทริปนี้ เอาวะยกกระเป๋าเดินไปบนบันไดเลื่อนน่ะแหละ แหงะตามองบันไดเลื่อนตัวข้างๆ วิ่งฉิวเชียวนะ ฮ่วย คนก็ไม่มีเปิดทำไมฮะท่าน !!!!

ขึ้นรถบัส ไปขึ้นเครื่อง อีกแล้วครับ รถบัสอีกแล้ว ขึ้นเครื่องได้ปลอดภัย ไม่ปวดท้อง

มา ขึ้นครื่องกลับกอตอมอกันเนอะ ที่นั่งมันเป็นแบบบสามที่นั่ง สองฝั่ง หกนั่งกับเพื่อนกด มีที่นั่งว่างอีกหนึ่ง แต่น้องรน โดนแยกเดี่ยวไปนั่งคนเดียว น่าจะเพราะเพื่อนๆยกเลิกไปสองคน ไม่งั้นฝั่งน้องรนก็เต็มค่ะ อ่ะ ข้ามมาฝั่งเพื่อนกด หก เนอะ นั่งแปบนึง ลุ้นกันไป ถ้าพี่ฝรั่งปล่อยเต่ามานั่ง อิชั้นจะยอมจ่ายเงินให้เค้าไปนั่งลำอื่นจริงๆนะเออ ไม่ได้โม้ เหอะๆ อยากให้เป็นฝรั่งคนนั้นล่ะสิ หึหึ ผิดหวังจ้า เป็นชายหนุ่มไม่เลี้ยงเต่าค่ะ อ่ะ คึกคักกันเรยยทีเดียวเชียวนะ หกเห็นน้องรนนั่งคนเดียว ที่นั่งว่างสอง อย่ากระนั้นเลยมานั่งด้วยกันเหอะ ไม่ทิ้งกันเนอะ ลากเพื่อนกดมานั่งด้วย แม้เธอจะไม่ยิมยอมพร้อมใจ ชั้นรู้นะแก อิอิ

ที่นั่งด้านหน้าฝั่งเดิม มีเด็กน้อย ร้องไห้นิดหน่อย น้องแกอยากนั่งติดหน้าต่าง นี่ก็อีกเหตุผลนึงที่ย้ายมานั่งกับน้องรน เพื่อหลบเสียงน่ะค่ะ จะได้หลับให้สบายใจ เริ่มง่วงแล้วด้วย ไวอะกร้าออกฤทธิ์

ฝั่งน้องรน มีผู้ปกครอง ครอบครัวของเด็กนั่งอยู่ค่ะ มากันเป็นครอบครัว น่ารักดีค่ะ อบอุ่นๆ

ถึง เวลาเครื่องบินขึ้น ฮ่าๆ ไม่ปวดหนักแล้ว ปล่อยของไปที่สนามบินเรียบร้อย เนียนๆ ของีบหน่อยละกัน หลับไปได้สักพัก เอ่อ เสียงอะไรหว่า อืมมม พี่ผู้ชายกรน กรนเสียงดังมากกกกกกกกกกกก แม่เจ้า ไม่เคยได้ยินใครกรนเสียงดังขนาดนี้มาก่อนเลย เค้าจะหายใจได้ไหมนั่น ตอนนั้นหกไม่พูดอะไรกับใครทั้งนั้นค่ะ นั่งหลับตาพยายามข่มใจให้หลับไปซะ สุดจะเพลีย ขนาดขึ้นเครื่องมาแล้ว ยังไม่วาย ป่านนี้ เด็กหนุ่มนั่นคงขำ ย้ายที่นั่งหนี เป็นไงล่ะ เต็มๆเลย เฮอะ เฮอะ เรื่องกรนมันเรื่องธรรมชาติค่ะ ไม่ว่ากัน แค่จิ๊ดเดียวตรงที่ว่า หาเรื่องมาฟังเสียงพี่แกใกล้ๆ ไม่อยากฟังเสียงลูกนิ มาฟังเสียงพ่อแทน มามะ

กว่า จะผ่านช่วงนี้ไปได้ หกก็นอนภาวนาในใจ สะดุ้งตามจังหวะเสียงกรนของคุณพี่ด้านหน้า ยังกับฟังเพลงออเคสตร้าก็ไม่ปาน ผ่านไปสักพัก เครื่องเริ่มสั่น น้องๆสจ๊วต ก็ประกาศว่า "สวัสดีครับ ตอนนี้เครื่องของเรากำลังบินผ่านอากาศแปรปรวน ขอให้ทุกท่านนั่งประจำที่ รัดเข็มขัดด้วยครับ" หมด หมดกัน พูดไม่ออกฮ่ะ หมดแรง โดนตั้งแต่ขามายันขากลับ จัดหนักหนูตลอด หนูงอนแล้วนะ ไม่มาอีกก็ได้ ฮือๆๆๆ

ผ่าน ช่วงทรมานจิตใจ เครื่องสั่น เสียงกรน โอ้ยอยากจะบ้าตายย เครื่องจอดกระแทกนิดนึง เจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่า เรามาถึงก่อนเวลาสิบห้านาที โห พี่กัปตันคะ เหยียบมิดด้ามเลยใช่ไหมเนี่ยย อ่ะนะ ไม่ว่าอะไรค่ะ ดีแล้วที่มาถึงเร็ว ช้าอีกนิด หกอาจจะคลั่งยาไวอะกร้าก็ได้เนอะ


แต่ทว่าพวกเราก็กลับมาถึงสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพค่ะ

อืมม จะปิดรีวิวยังไงดีอ่ะ ขอคิดแปบนะคะ

มีสองท่านขอร้องว่าอย่าปิดประทู้ อืมม นอนคิดจะเอาอะไรมาเล่าได้อีกน้อ หมดแล้วอ่ะจ้ะ จะเอาจัดหนักอีกเหรอ ไม่ไหวนะ สาวๆบอบบางจะทนทานได้กี่เรื่องกัน อิอิ ใครลองนับดูซิ ว่ากี่เรื่อง

ไม่มีแล้ว นอกจาก พี่ชายน้องรนมารับที่สนามบิน หล่อเหลามาเลย ป้าๆกระชุ่มกระชวย น้องๆคนไทยป่าว มีแฟนยัง มีเบอร์โทรมั้ย สาว หก เพื่อนกดเริ่มพร่ำพรรณนา ลักจำประโยคเด็ดมาใช้ อิอิ (ล้อเล่น ไม่กล้าๆ ชีวิตต้องนั่งรถเค้าจากสนามบินมาถึงที่พักอีก)

ขึ้นรถได้ เซฟ ปลอดภัยชัวร์ ทันใดนั้นเอง น้องรนกับพี่ชาย เริ่มบทสนทนาตามประสาคนไม่เจอกันหลายวัน อิชั้นก็เพลีย ฟังไม่ค่อยได้ความ เริ่มมีบางคำเข้าหู รถซ่อมอยู่ เป็นรอย ชน

เอิ่มม หกเอ่ยปาก น้องครับ เข้าโค้งเบาะๆได้ครับ พี่ไม่รีบกลับที่พัก ขับช้า กินลมชมวิว ได้สบายมาก ไม่ต้องกลัวพี่ปล่อยของ ถุงยังชีพมีในกระเป๋าสี่ใบ ฮ่าๆๆๆๆ แล้วรีวิวย่อยจัดหนักก็ได้ถ่ายทอดไปสู่พี่ชายน้องรน ด้วยความเมามันส์ น้องก็ขับมาช้าๆ ใกล้ถึงที่พัก มองไกลๆเจอรถรอยูเทิร์น อืม เค้ามาฮะ ไม่ได้ดูเลยว่ารถอิชั้นจะมาเร็วมาช้า กลับรถกระทันหันแบบนี้มันอันตรายนะพี่ ตอนนั้นมันเริ่มขำแล้ว ไม่เครียด ปลอดภัย แคล้วคลาด สงสัยว่าต้องระวังตัวจนกว่าตัวจะถึงเตียงนอนจริงๆแล้วเนี่ย

ถึงที่ พัก โล่งใจมากมาย บอกลาเพื่อนกด น้องรนและพี่ชาย สำทับเป็นอย่างดี ขับรถดีๆ อย่าไปจัดหนักอีกนะจ๊ะ โบกมือ บ๊ายบาย ปิดฉากทริปโหดด้วยความปลอดภัยค่ะ

ถ้า หากว่าติดใจ เอาเป็นว่า เดี๋ยวจะจัดรีวิวฉบับใหม่ เขียนบอกหน่อยนะคะ ว่าอยากอ่านไหม ถ้าอยากเกินห้าคน เราจะจัดรีวิวอีกอันให้อ่านเพลินๆ ต้อนรับอากาศเย็น

รีวิวนั้นคือ
"อากาศหนาวถึงใจ พาเพื่อนสาวไปเที่ยวเมืองเลย" แต่มันผ่านมาปีนึงแล้ว อยากอ่านก็เม้นท์บอกด้วยนะจ๊ะ

สมาชิก ก็มีหก เพื่อนกด น้องรน เป็นตัวหลักเลยแหละ แต่ว่าจะมีครอบครัวเพื่อนกดเป็นสีสันเฮฮา ก่อนรีวิว หกจะต้องไปขอลิขสิทธิ์จากเพื่อนกดก่อนนะจ๊ะ

ได้เวลาไปนอนซะที ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
จุ๊บ จุ๊บ





ส่งหลังไมค์ที่นี่ค่ะ




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 10:16:50 น.
Counter : 526 Pageviews.  


p_express
Location :
ราชบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





<
>
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_express's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.