ฟ้าหลงไดอะรี่

 
มกราคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
19 มกราคม 2553
 

จากใจของมี๊ ว่าทำไมถึงต้องเป็นฟ้าหลง

ประมาณกลางเดือนพย.52นี้เอง ก็เป็นปรกติเหมือนเช่นทุกวันคือว่างก็เล่นเน็ตและเวปแรกที่ไปคือพันทิพแล้วก็ห้องจตุจักรเพื่ออ่านเรื่องที่คนมาโพสต์ไว้บ้างบางครั้งก็เป็นความรู้ใหม่ๆบางครั้งก็มีดราม่าบ้างแล้ววันนั้นก็อ่านเจอกับกระทู้ที่ว่า"สุนัขบางแก้วโดนรถชนแล้วลากขาจนกระดูกโผล่กว่าสองเดือนแล้ว แวบแรกที่คิดตอนนั้นคือ"แม่เจ้าทำไมมันช่างอึดเหลือเกิน"เปล่าเราไม่ได้คลิ๊กไปอ่านหรอกเพราะว่าในนั้นต้องมีภาพสยองแน่ๆแล้วอีกอย่างก็คิดว่ามันไม่น่าจะรอดก็เลยไม่สนใจ หลังจากนั้นก็จะเห็นคุณกล้วยไม้สีเงินมาอัพเดทอาการของมันอยู่เนืองๆ จนกระทั่งวันนึงคือวันที่29ธค.เจอกระทู้อัพเดทฟ้าหลง(อีกแล้ว)ได้วีลแชร์แล้ว แหมเรื่องน่ายินดีอย่างนี้ก็ต้องเข้าไปดูกันซักหน่อยก็เลยทำให้รู้ว่าเป็นเจ้าบางแก้วตัวนั้นที่ถูกรถชนกระดูกโผล่ลากขา ได้ดูคลิปที่หัดเดินแบบเก้ๆกังๆอยู่ดีๆน้ำตาก็ไหลคือดีใจแทนมันจริงๆก็เลยลองไปอ่านกระทู้ย้อนหลังอ่านไปน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลออกมาเพราะความสงสารดีนะที่วันนั้นอยู่บ้านคนเดียวแล้วคิดว่าเราน่าจะทำอะไรให้มันบ้างเช่นไปเยี่ยมเพื่อเป็นกำลังใจให้มัน หลังจากปรับอารมณ์แล้วก็เลยโทรศัพย์ไปหาพี่กล้วยไม้สีเงินเพื่อถามทางที่จะไปรพ.เจริญสุข รุ่งขึ้นหลังจากไปไหว้พระทำธุระส่วนตัวแล้วเป้าหมายคือไปเยี่ยมฟ้าหลง พอไปถึงก็ได้เจอกับพี่กล้วยไม้สีเงินที่ไปเยี่ยมฟ้าหลงเหมือนกันได้คุยกันครั้งแรกก็ได้รับรู้ถึงรังษีของความเมตตาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่เค้าถึงช่วยชีวิตหมามากมายขนาดนี้ น้ำเสียงที่โอบอ้อมอารีแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เคยคิดและฝันว่านางฟ้าตัวจริงหน้าตาจะเป็นแบบไหนพอได้มาเจอตัวเป็นๆเข้าก็ถึงบางอ้อแล้วก็ไม่ใช่ว่าใครจะมาเป็นกันได้ง่ายๆ และในที่สุดเจ้าหน้าที่รพ.ก็พาฟ้าหลงออกมา พอได้เจอตัวจริงโอ้โหมันหล่อมากหน้าตาน่ารักสุภาพ เราเลยซื้อขนมให้กินเพื่อผูกมิตรกับมัน ตั้งแต่วันนั้นก็ได้กลับไปเยี่ยมอีกสามครั้ง แต่หลังจากวันแรกที่เจอกันนั้นมีความรู้สึกว่าเจ้านี่มันไม่ธรรมดา และคิดต่ออีกว่าอยากดูแลอยากรับมาเลี้ยงอยากให้รางวัลแห่งการต่อสู้ของมันที่มันสามารถยื้อเอาลมหายใจกลับมาได้ ความแกร่งที่ต้องทนกับความเจ็บปวดและอีกหลายๆอย่างที่มันต้องเจอมา แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าที่มันทนมาขนาดนี้เพราะมันรอที่จะเจอกับพี่กล้วยไม้สีเงินและมันรู้อีกว่าหลังจากนั้นมันต้องได้เจอกับเรา แล้วเราก็จะเป็นแม่ที่ดูแลมันอย่างดีและสามารถให้ความสุขกับมันได้ตลอดจนมันสิ้นอายุขัย สำหรับเราแล้วมันคือหมาที่พิเศษมากฉะนั้นมันก็ต้องเหมาะกับคนที่พิเศษเช่นเรา อิอิ




 

Create Date : 19 มกราคม 2553
6 comments
Last Update : 3 ตุลาคม 2553 20:36:46 น.
Counter : 1219 Pageviews.

 
 
 
 
ดีใจแทนหลงจริงๆค่ะที่ได้มาเจอกับคุณ ขอบคุณที่เมตตาเค้านะคะ
 
 

โดย: จอมยุทธไร้หัวใจ วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:20:13:45 น.  

 
 
 
ดีใจที่วันนั้นตัดสินใจถูก พาหลงเข้ากรุงเทพฯเพื่อรักษา...ทั้งๆที่ดูสภาพแล้วเขาไม่น่าจะรอด
คุณหมอที่เป็นเจ้าของcase ก็บอกให้ put to sleep เลย
และก็ดีใจ ที่ยืนยันที่จะรักษาเขาต่อ...จนถึงที่สุด
แล้วเขาก็ไม่ได้ทำให้พวกเราผิดหวัง..เขาต่อสู้อย่างอดทน
จนมีวันนี้ วันที่เขาจะได้รับรางวัน สำหรับหมาจอมอึดตัวนี้
คือได้เป็นลูก ในบ้านที่อบอุ่น ที่มีมี้ มีพ่อ มีพี่ชาย และมีน้องตัวเล็กอีกสองตัว

ชีวิตของหลงเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับคนที่กำลังตกอยู่ในชะตากรรมลำบากและท้อแท้
ว่าฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ ......ตราบใดที่เราไม่ยอมแพ้กับชะตากรรมใดๆทั้งสิ้น

ขอขอบคุณ ครอบครัวคุณอีฟ นางฟ้าคนสวยที่ให้ชีวิตใหม่กับหมาพิการตัวนี้

ฝาก และก็ฝาก ชีโม่(ฟ้าหลง) ชีวิตน้อยตัวนี้ เขาไม่สามารถ ที่จะอยู่โดยที่ไม่มีใครดูแลได้........
ขอบคุณ และขอบคุณ
กล้วยไม้สีเงิน
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2009/11/J8503041/J8503041.html


 
 

โดย: กล้วยไม้สีเงิน วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:11:37:39 น.  

 
 
 
 
 

โดย: กล้วยไม้สีเงิน วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:11:43:04 น.  

 
 
 
ดีใจมากๆค่ะที่สังคมไทยยังมีคนใจบุญแบบนี้อยู่...
เป็นกำลังใจให้ในการทำความดีเช่นนี้ต่อไปนะคะ..
 
 

โดย: noinanai วันที่: 21 มกราคม 2553 เวลา:14:51:55 น.  

 
 
 
เพิ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องฟ้าหลง ดีใจด้วยจริงๆกับฟ้าหลง และขอขอบคุณ คุณ sophia's mom มากครับที่มีเมตตาขนาดนี้ ขอให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปนะครับ
 
 

โดย: พ่อแตงกวา (สายส่ง ) วันที่: 29 มกราคม 2553 เวลา:15:01:05 น.  

 
 
 
คุณ Sophia's Mom จิตใจงดงามมาก ๆ ค่ะ
เช่นเดียวกับคุณกล้วยไม้สีเงิน
ที่อุทิศเวลาให้น้องหมามาโดยตลอด
โชคดีของน้องหมาที่ได้เจอคุณกล้วยไม้สีเงิน
และได้อยู่ในการดูแลของคุณ Sophia's Mom

ดีใจกับน้องชีโม่ ผ่านมีตั้งปีแล้ว ดีใจด้วยมาก ๆ
 
 

โดย: โสดในซอย วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:07:23 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Sophia's Mom
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ เป็นคนรักสัตว์มาตั้งแต่จำความได้อาจจะเป็นเพราะว่าพ่อเพาะสุนัขขายมั้งเลยได้เห็นและใกล้ชิดกับหมาๆตั้งแต่เด็กๆก็เลยกลายเป็นคนรักสัตว์ พ่อเพาะสุนัขพันธ์ อัลเซเชี่ยนหรือเยรมันเชพเพิร์ดนั่นเอง แม่พันธ์ชื่อลิลลี่ เคยเห็นตอนพ่อทำคลอดเอง แล้วย่าก็ยังเลี้ยงหมาพันธ์สปิทอีกสองตัว เป็นตัวเมียทั้งคู่ชื่อสำลีกับลีน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีฟาร์มนกหงส์หยกด้วย เคยเห็นมีดารามาเที่ยวที่ฟาร์มด้วย พ่อชอบเอานกไปประกวด ซึ่งทุกครั้งพ่อจะพาไปด้วย บางครั้งพ่อก็ชนะได้ถ้วยรางวัลมาบ้าง น่าเสียดายที่เราไม่ได้เก็บรักษาพวกถ้วยรางวัลต่างๆไว้ ส่วนเรื่องเพาะหมาขายนั้นแต่ก่อนกับเดี๋ยวนี้แตกต่างกันโดยสี้นเชิง เราว่าแต่ก่อนมีคุณภาพมากกว่านี้ จำได้ว่าพอลูกหมาโตได้ประมาณสองเดือนพ่อก็จะเอาไปขายส่งให้ร้านเพื่อนที่อยู่ที่สนามหลวง(แต่ก่อนจตุรจักรอยู่ที่สนามหลวง)เราชอบสนามหลวงแบบที่เป็นอยู่ในตอนนั้นมากกว่าจตุรจักรในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ไปสนามหลวงพ่อจะต้องเขียนที่อยู่ของบ้านใส่กระเป๋าเราไว้เพราะพ่อกลัวเราหลงทาง พอเริ่มโตขึ้นก็ได้เลี้ยงหมาเป็นของตัวเองบ้าง แต่ขอสารภาพเลยว่าไม่ค่อยเอาใจใส่กับพวกมันเท่าไรนัก ทุกวันนี้ยังเสียใจอยู่เลยแต่ก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ กลับมาเลี้ยงหมาอีกครั้งนึงศึกษาการเลี้ยงอย่างถูกวิธีแล้วให้ความรักอย่างสม่ำเสมอ แสดงความรักกับพวกมันทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ไม่เคยใช้คำว่าไม่มีเวลากับพวกมันเลย
[Add Sophia's Mom's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com