เมื่อแม่เป็นมะเร็ง (ภาคต่อ)
ต้องขอโทษทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านตั้งแต่คราวที่แล้ว
ด้วยภารกิจรัดตัวมากมายจึงทำให้ไม่ได้เล่าให้ฟังทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง
เอาใหม่เริ่มต้นเล่าให้ฟังใหม่....
มะเร็ง..แค่ชื่อโรคร้ายนี่ก็น่ากลัว
แต่บางคนก็รู้สึกเฉยๆเพราะเป็นโรคยอดฮิต
ทุกวันนี้ใครๆที่อยู่รอบตัวเราก็รู้จักก็ต่างเป็นโรคนี้
แต่จะมีซักกี่คนที่รู้จักตั้งรับและเข้าใจถึงการรักษาโรคมะเร็งได้อย่างแท้จริง

ปัจจุบันแม้แต่หมอหลายท่านยังถูกคร่าชีวิตไปด้วยโรคนี้


...ก่อนทุกอย่างจะสาย

เรามารู้จักมะเร็งกันดีกว่าไหม...

มะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ ที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต
มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ รวดเร็ว และมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และในที่สุดก็จะทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะการ เจริญเติบโตของหลอดเลือด ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใดก็จะ เรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้นเช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็ง เม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
(ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ //www.nci.go.th/Knowledge/whatis.html)

แล้วสัญญาณอันตรายที่บอกเราว่าน่าจะเป็นอาการของมะเร็งหล่ะ

1.มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือปัสสาวะเป็นเลือด
2. กลืนอาหารลำบาก หรือมีอาการเสียด แน่นท้องเป็นเวลานาน
3. มีอาการเสียงแหบ และไอเรื้อรัง
4. มีเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น
5. แผลซึ่งรักษาแล้วไม่ยอมหาย
6. มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝตามร่างกาย
7. มีก้อนที่เต้านมหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
8. หูอื้อหรือมีเลือดกำเดาไหล

สัญญาณอันตรายเหล่านี้แสดงว่าเราควรรีบไปหาหมอโดยด่วนแล้ว
แล้วมะเร็งแสดงอาการแบบไหนเราถึงรู้ว่าเริ่มเป็นมะเร็งแล้ว

1. ไม่มีอาการใดเลยในช่วงแรกขณะที่ร่างกายมีเซลล์มะเร็งเป็นจำนวนน้อย
2. มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งตามสัญญาณอันตราย 8 ประการ ที่เป็นสัญญาณเตือน ว่าควรไปพบแพทย์ เพื่อการตรวจค้นหาโรคมะเร็ง หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้มีสัญญาณ เหล่านี้ เพื่อการรักษาและแก้ไขทางการแพทย์ที่ถูกต้องก่อนที่จะกลายเป็นโรคมะเร็ง หรือเป็นมะเร็งระยะลุกลาม
3. มีอาการป่วยของโรคทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่างกายทรุดโทรม ไม่สดชื่น และไม่แจ่มใส
4. มีอาการที่บ่งบอกว่า มะเร็งอยู่ในระยะลุกลาม หรือเป็นมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมะเร็ง ชนิดใดและมีการกระจายของโรคอยู่ที่ส่วนใดของร่างกายที่สำคัญที่สุดของอาการในกลุ่ม นี้ ได้แก่ อาการเจ็บปวด ที่แสนทุกข์ทรมาน (ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ //www.nci.go.th/Knowledge/whatis.html)

เรายังโชคดีที่ประเทศไทยมีการจัดตั้งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เนื่องจากเดี๋ยวนี้ใครๆก็เป็นมะเร็งทั้งนั้น

เริ่มแรกตอนที่แม่เป็นโรคมะเร็ง.แม่เริ่มจากการปวดท้อง และท้องอืด อาหารไม่ย่อยและเบื่ออาหาร ไม่ค่อยร่าเริงอย่างที่แม่เคยเป็น(คุณนายเป็นคนร่าเริงมาก พูดได้ทั้งวัน) ด้วยความที่แม่เป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการหน่วยงานหนึ่งของประเทศไทย ที่แม่รักงานและทุ่มเททั้งชีวิตและหัวใจให้กับงานทั้งหมด พวกเรา(ลูกๆ) และสามีสุดที่รักจึงคิดว่ามันเป็นเพียงอาการของคนบ้างานคนนึงที่อาหารไม่ย่อยเป็นเรื่องปกติ แต่แม่ก็ยังตระเวนรักษากับโรงพยาบาลดังๆที่ไม่ขอเอ่ยนามอีกหลายโรงแต่ด้วยความที่แม่เป็นเมื่อ 15 ปีที่แล้วหมอต่างๆจึงไม่สามารถวินิจฉัยได้ดี(พออ่านถึงตรงนี้ทุกท่านอาจคิดในใจเรื่องมันเมื่อ 15 ปีที่แล้วจะเอามาใช้กับเราได้อย่างไร..มะเร็งกี่สิบปีก็คือมะเร็ง..การรักษามะเร็งทำยังไงก้อต้องอ่านต่อไป)เพราะเจ้าของบล็อกเองเอาวิธีการรักษาของคุณแม่ไปบอกคนที่รักที่อยู่รอบๆตัว หายมาไม่น้อยกว่าสิบรายแล้ว แต่ที่บ๊าย บาย จากกันก็มี สาเหตุเพราะรู้ช้าไป อาการเพียบแป้ลแล้ว
เอ้ามาต่ออาการของแม่ต่อ เมื่อคุณนายผู้เป็นที่รักตระเวนและได้มาเพียงอะลั่มมิลค์ แอนตาซิล(ไม่ใช่แผลแตกจากการขึ้นชก..แอนตาซิลเลยไม่จ่าย) และแม่ก็ยังไม่หายปวดท้อง พวกเราเลยร้อนใจ ให้คุณน้าของเราที่เป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬานัดอาจารย์หมอให้ เราเองก็ปลาทองจำชื่อคุณหมอไม่ได้(แต่เดี๋ยวจะไปหามาให้เน้อ) คุณหมอก็ซักอาการแล้วก็ให้ทำ CT Scan ผลจากการทำพบว่าแม่มีก้อนเนื้อที่จำเป็นต้องเอาออกด่วน เดชะบุญของแม่อีกที่อาจาร์ยหมอมีผ่าตัดอันดับต้นๆของประเทศไทยคนนึงเพิ่งกลับมาจากอเมริกา และท่านก็มาอยู่ รพ. บำราศนราดูร นนทบุรี ชื่อ อาจารย์สมศักดิ์ อาจารย์เป็นคนน่ารักและใจดีมากวันที่แม่เข้าห้องผ่าตัด พวกเรา(ลูกๆ+พ่อ+แม่) คิดว่าเป็นเนื้องอกธรรมดาที่ใครๆก็เป็นกันผ่าแล้วก็หาย เลยไม่กังวลอะไร ส่งแม่เข้าห้องแล้วก็รอ..และก็รอ..แลแล้วแม่ก็ออกมาด้วยความปลอดภัย แต่อาจาร์ยมาคุยกับเราและพ่อบอกว่าแม่เป็นเยอะมากอาจอยู่ได้แค่ 3 เดือน วินาทีนั้นยังอยู่อยู่ในใจเราทุกวันนี้ นึกถึงเมื่อไหร่น้ำตาก้อพาลจะไหลทุกที ในชีวิตไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้เราเสียใจได้มากกว่านี้อีกแล้ว






Free TextEditor




Create Date : 21 มีนาคม 2552
Last Update : 21 มีนาคม 2552 11:06:19 น.
Counter : 538 Pageviews.

4 comments
4 วิธีหาย ปวดข้อ ปวดเข่า 10 สิ่งควรทำ ก่อนและหลังวิ่งออกกำลังกาย newyorknurse
(23 ก.ย. 2564 22:21:02 น.)
ฝังเข็มต่อ Alex on the rock
(7 ก.ย. 2564 20:34:15 น.)
ถนนสายนี้ ***มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 284 "เที่ยวทิพย์ทั่วไทย ดาวริมทะเล
(25 ส.ค. 2564 19:05:01 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 285 " ครั้งแรก " เมืองหนาว อยากปลูกต้นกล้วยบ้าง newyorknurse
(7 ก.ย. 2564 03:33:12 น.)
  
มาให้กำลังใจค่ะ เพราะรู้ว่าต่อหน้าแม่ต้องทำเป็นเข้มแข็งใช่ม้า น้องชายเสียด้วยมะเร็งเราเข้าใจ

อดทนไว้นะคะ อ่านหนังสือธรรมะ ให้คุณแม่ทำบุญทุกๆวันจะได้คิดแต่เรื่องดีๆ และสงบ
โดย: anchesa วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:16:20:48 น.
  
ขอให้คุณแม่เข้มแข็งและการรักษาเป็นไปด้วยดีค่ะ อย่าเพิ่งท้อนะคะ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ
โดย: ชฎาแหลม วันที่: 21 มีนาคม 2552 เวลา:21:24:35 น.
  
ขอบคุณทั้งสองท่านเลยนะคับ ตอนนี้คุณแม่หายมาได้ 15 ปีแล้ว เลยเอามาเล่าจะได้เป็นหนทางให้คนอื่นบ้างค่ะ...ขอสุขภาพดีจงมีแด่ท่าน..บุญรักษาคับ
โดย: marineman วันที่: 24 มีนาคม 2552 เวลา:13:17:43 น.
  
แวะมาอ่านจร้าขออนุญาตฝากเว็บไว้ในอ้อมกอดน้อยๆด้วยนะครับ|เข้าชมเว็บ บิ๊กอายขอบคุณครับ
โดย: bigeye (tewtor ) วันที่: 15 เมษายน 2554 เวลา:22:50:19 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Seamarine.BlogGang.com

marineman
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]