เมื่อเศรษฐกิจตกสะเก็ด ผ่อนชำระบ้านไม่ไหว ควรทำอย่างไร???
ก่อนอื่นขอให้กำลังใจต่อผู้กำลังผ่อนบ้านทุกคนให้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ จนผ่อนบ้านหมดทุกท่านด้วยครับ

เมื่อมีปัญหาผ่อนชำระบ้านไม่ไหว หรือ หมุนเงินไม่ทัน ก่อนอื่นต้องสำรวจก่อนว่าเราสามารถลดรายจ่ายอื่นๆ อีกได้ไหม พยายามตัดรายจ่ายก้อนใหญ่ออกก่อน (ที่ไม่เกี่ยวกับการดำรงชีวิต)
จากนั้นดูว่าเดือนนี้ (หรือเดือนถัดไป) จะเหลือเงินส่งผ่อนน้อยกว่าที่กำหนดได้เท่าไหร่ อาทิเช่น ผ่อนต่องวด 10,000 บาท แต่เหลือเงินแค่ 5,000 บาท เป็นต้น

ดังนั้นสิ่งที่ควรกระทำ ควรทำดังต่อไปนี้
1. โทร.ไปบอกเจ้าหน้าที่ธนาคาร (สาขาที่ทำเรื่องกู้เงิน) ว่าเราสามารถผ่อนชำระงวดนี้ได้น้อยกว่าค่างวดปกติ ธนาคารจะมีเบี้ยปรับอย่างไรบ้าง (ส่วนใหญ่จะมีเบี้ยปรับกรณีผ่อนชำระล่าช้า) ซึ่งจะคิดในอัตราที่สูงกว่าปกติ (ราวๆ 18%) และควรถามค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีก เช่น ค่าธรรมเนียมในการทวงหนี้ที่ค้างชำระ หรือ ค่าธรรมเนียมธนาคารอื่นๆ เป็นต้น

2. จ่ายค่างวดที่สามารถจ่ายได้ ในเดือนนี้ก่อน เช่น เหลือแค่ 5,000 บาท ก็จ่ายไปก่อน
- ห้ามไม่จ่ายค่างวดเลย หรือ เงียบหายไปเฉยๆ เพราะธนาคารอาจจะคิดไว้ก่อนว่าเราจะเบี้ยวหนี้ในครั้งต่อไปด้วยครับ ทำให้ธนาคารอาจจะเตรียมเรื่องส่งฟ้องเพื่อยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด และอาจจะฟ้องเราเป็นบุคคลล้มลายได้ ทำให้เราหรือผู้กู้ร่วมไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ (การเซ็นฯเอกสารการเงิน) ได้อีกเลย เพราะหากมีธุรกรรมใดๆ เกิดขึ้น ธนาคารจะตามไปอายัดไว้ แล้วดึงเงินในธุรกรรมนั้นไปหักค่าคงค้างพร้อมดอกเบี้ย นับตั้งแต่วันหยุดชำระ (ดอกเบี้ยบ้านเป็นแบบหักต้นหักดอก ในกรณีจ่ายค่าผ่อนปกติ แต่เมื่อหยุดจ่าย ดอกเบี้ยบ้านก็จะกลายเป็น "ต้นทบดอก" ไปครับ) ทำให้เมื่อไปเจรจากับธนาคารในภายหลังจากที่ให้ฟ้องล้มละลายไปแล้ว จะทำให้เห็นว่ายังมีเงินคงค้างที่เป็นดอกเบี้ยที่ทบต้นทบดอก ตามมาหลอกหลอนอีกครับ ทำให้ธุรกรรมใดๆ เมื่อมีการโอนเงินก็จะถูกดึงไปหักอยู่ตลอด แบบนี้ก็ไม่มีวันที่จะไปทำมาหากินใดๆ ได้อีกเลย

3. เดือนถัดไปควรจะชำระ เงินค่างวดที่คงค้างไว้ครั้งก่อน + ดอกเบี้ยที่ปรับชำระล่าช้า+ ค่างวดปกติในเดือนนั้น เพื่อที่ธนาคารจะได้หยุดดอกเบี้ยปรับล่าช้า (18%) กลับมาที่ดอกเบี้ยปกติ ที่ควรจะเป็นครับ เมื่อชำระทั้ง 3 ยอดแล้ว นำสลิปส่ง FAX ไปหาเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่เดือนก่อนได้ติดต่อไว้เรื่องขอชำระล่าช้า เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่รีบทำเรื่องยืนยันการชำระที่ค้างชำระไปในเดือนก่อน เพื่อเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่สำนักงานใหญ่ด้วยครับ พร้อมทั้งสอบถามว่าแบบนี้จะทำให้กลับมาคิดในดอกเบี้ยปกติเมื่อใดครับ

4. ตรวจสอบว่าเดือนถัดไป (เดือนที่ 3) มีการคำนวณดอกเบี้ย และหักเงินต้นกลับมาเป็นระบบปกติหรือไม่ หากไม่รีบติดต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ได้ติดต่อไว้ทันทีครับ ว่ามีเหตุผิดพลาดในขั้นตอนไหน หรือ เข้าไปพบเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวให้พิมพ์ Statement การผ่อนชำระมาพูดคุยกันครับ หากเจ้าหน้าที่อธิบายแล้วไม่เข้าใจ แนะนำให้ติดต่อสำนักงานใหญ่ (อาจผ่านระบบโทรศัพท์ก่อน) หากยังไม่ได้รับการอธิบายที่ชัดเจน หรือยังไม่เข้าใจ ก็ขอชื่อเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานใหญ่ที่จะสามารถเข้าพบได้ เพื่อเข้าไปปรึกษาครับ
- ควรรีบเข้าไปดำเนินการเรื่องนี้ครับ ไม่อย่างนั้นระบบยังจะคำนวณเป็นการชำระล่าช้าอยู่ ซึ่งก็จะเป็นลักษณะทบต้นทบดอกอยู่ หากปล่อยให้เนิ่นนานก็จะกลายเป็นยอดที่สูงมากจนเราไม่สามารถชำระไหวครับ

หมายเหตุ เหตุที่ผ่อนชำระไม่ไหว ควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันที เมื่อเราทราบว่าผ่อนไม่ไหวแน่ๆ ในเดือนนี้ หรือ ในเดือนถัดไปครับ (อาจจะมีเหตุจำเป็นต้องหมุนเงินขึ้นมา) อย่างคิดเอาเองว่าธนาคารน่าจะช่วยเราอย่างนั้นอย่างนี้นะครับ โดยที่เราไม่ติดต่อเข้าไปก่อน ไม่มีใครมาช่วยเรานะครับ หากเราไม่ช่วยตัวเอง

ขอให้ทุกท่านสามารถฟันฟ่าอุปสรรคในการผ่อนบ้านไปได้ครับ



Create Date : 27 กันยายน 2551
Last Update : 27 กันยายน 2551 20:20:46 น.
Counter : 7471 Pageviews.

5 comments
ไม่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน เลยไม่เข้าใจปัญหาของประชาชน สมาชิกหมายเลข 7115969
(19 ต.ค. 2565 13:50:23 น.)
♣ ลูกหน๊อลูก ♣ จอมแก่นแสนซน
(13 ก.ย. 2565 10:10:07 น.)
ชินวูบ Rain_sk
(10 ก.ย. 2565 00:15:32 น.)
สายรุ้ง comicclubs
(26 ส.ค. 2565 00:10:28 น.)
  
การเป็นหนี่นี่มัน่าเศร้าจิงๆ ค่ะ

ปวดหัวมากมาย

ตอนนี้กำลังจะหาธนาคารมาสำหรับกู้เงินผ่อนคอนโดฯ
ไม่รู้ว่าอันไหนดี กะลังหาดูอยู่นี่อะค่ะ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:14:44:36 น.
  
อย่าให้เกิดขึ้นเล้ยยย
โดย: ไร่ปลายตะวัน วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:19:48:39 น.
  
เดชะบุญผ่อนบ้านหมดแล้ว เหลือแต่หนี้OD
โดย: gor_gai วันที่: 27 กันยายน 2551 เวลา:22:35:45 น.
  
เป็นกำลังใจให้นะค่ะ สู้สู้ เราก็ผ่อนบ้านเหมือนกันตอนแรกผ่อน 8900 ต่อเดือน ส่งมาได้ประมาณ 2 ปี ก็ติดต่อกับธนาคารขอผ่อนให้น้อยลงกว่าเดิมเพราะว่ามันไม่ไหว สรุปธนาคารก็ตกลงให้เซ็นสัญญาใหม่ส่งเดือนละ 6700 บาทต่อเดือน ก็ผ่อนมาได้ 2 ปีแล้ว ตอนนี้มีความจำเป็นจะออกรถไปค้าขาย ก็ว่าจะติดต่อธนาคารอีกรอบว่าขอส่งแต่น้อยกว่า 6700 หรือส่งแต่ดอกเบี้ยไปก่อนสัก 3-4 ปี ให้ผ่อนรถหมดแล้วจะเริ่มมาส่งเดือนละหมื่น ยังไม่ได้โทรสอบถามเลยวันนี้แหละ
โดย: thida IP: 58.10.13.104 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:51:07 น.
  
ถ้าผ่อนไม่ไหวแล้วเพิ่มผู้กู้ร่วมที่อายุยังน้อยจะทำให้ผ่อนน้อยลงหรือไม่คะ
โดย: จรวยพร IP: 171.100.25.1 วันที่: 10 มีนาคม 2560 เวลา:18:27:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Rogthai.BlogGang.com

rogthai
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]