วัดโบสถ์ (wat bot) ขับมาจากสระบุรีจะไปเที่ยวชะอำ วิ่งมาทางวงแหวนตะวันตก (ทางหลวงหมายเลข 9) ระหว่างทางผ่านวัดโบสถ์จึงแวะไปขอพรให้เดินทางโดยปลอดภัย วัดโบสถ์ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 15 หมู่ 1 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เป็นวัดโบราณสมัยอยุธยามีชื่อเดิมว่า "วัดสร้อยนางหงส์" อยู่คู่ชุมชนโบราณ "โคกยายมั่น-บ้านเก่า" ซึ่งขุดพบวัตถุโบราณเป็นจำนวนมาก จัดแสดงไว้พิพิธภัณฑ์วัดโบสถ์ วัดโบสถ์สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น พุทธศตวรรษที่ 20 โบสถ์เป็นอาคารทรงไทยก่ออิฐถือปูนหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผากาบู (กาบกล้วย) หน้าบันปูนปั้นลายเคลือเถาประดับด้วยเครื่องถ้วย ภายในประดิษฐาน พระประธานและพระลำดับ พระประธานปูนปั้นขนาดใหญ่สององค์ปางมารวิชัยประดิษฐานบนฐานชุกชีมีพุทธลักษณะงดงามที่นิยมศิลปกรรมอย่างสุโขทัย ใบเสมาหินชนวนขนาดค่อนข้างใหญ่แกะสลักเป็นเส้นขอบและตรงกลางแกะสลักเป็นรูปสามเหลี่ยมขนมเปียกปูนเอวขอดเว้าไม่มีตัวเหงาตั้งอยู่บนฐานบัวกลุมรอบโบสถ์ ต่อมาโบสถ์ได้ทรุดโทรมคณะกรรมการวัดและเจ้าอาวาส "พระอธิการสำลี อคคิปทีโป" ได้ทำการรื้อถอนและสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นบนฐานเดิมและพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2496 โบราณวัตถุที่สำคัญของวัดโบสถ์ได้แก่ "ธรรมาสน์ยอดโดม" ศิลปสมัยรัตนโกสินทร์ตกแต่งด้วยภาพเขียนสีสวยงามอย่างช่างจีนที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ "ตู้พระธรรม" มีขนาดใหญ่ศิลปกรรมสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เป็นตู้เท้าสิงห์ปิดทองลายกนกเปลวเรื่องพุทธประวัติและเรื่องรามเกียรติ "หลวงพ่อเหลือ" พระพุทธรูปศักดิ์คู่วัดคู่บ้านคู่เมืองพระพุทธรูปศิลาทรายสมัยอยุธยาตอนต้น วัดโบสถ์ในปัจจุบันมี "พระราชวรเมธาจารย์" (วิชาญ ถิรสีโล) เป็นเจ้าอาวาสเมื่อปี พ.ศ.2545 และได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคมให้ดำรงตำแหน่งเป็น "เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีฝ่ายธรรมยุตินิกาย" วัดโบสถ์นั้นอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมากท่านตั้งใจแน่วแน่ที่จะพัฒนาปรับปรุงวัดโบสถ์ให้เจริญก้าวหน้าว่า "ชีวิตของคนเราต้องพัฒนา เป็นผู้นำต้องเสียสละ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกทำความดีได้" และการพัฒนาวัดโบสถ์ของท่านก็สำเร็จดังที่หวังตั้งใจไว้ ตัวอย่างบางส่วนผลงานของท่านที่สร้างไว้ - พ.ศ.2549 สร้างรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและสร้างศาลารายรอบ รอบรูปเหมือนสมเด็จฯ - วิหารพระสีวลี - วิหารหลวงปู่ทวด - และสร้างหลวงพ่อโสธรองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดหน้าตักกว้าง 16 เมตร สูง 39 เมตร เริ่มสร้าง 6 เมษายน 2555 ![]() หลวงพ่อเหลือเป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานชุกชีในโบสถ์ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 12 องค์ ประมาณปี พ.ศ.2507 ขโมยได้เข้ามาลักพระพุทธรูปในโบสถ์แต่พระพุทธรูปเป็นพระศิลา มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากขโมยจึงตัดเศียรพระพุทธรูปไป คงเหลือพระพุทธรูปเพียงองค์เดียวไม่ถูกตัดเศียร เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก ชาวบ้านจึงมีความศัทธาว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จึงเรียกชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "หลวงพ่อเหลือ" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระพุทธคุณที่เชื่อถือต่อองค์หลวงพ่อเหลือคือ ผู้ใดได้กราบไว้บูชาปิดทองจะคลาดแคล้วจากอุบัติภัยต่างๆได้อย่างตั้งใจ และมีเงินทองเหลือใช้เหลือเก็บ จะไม่ยากไม่จนทุกผู้ทุกคนไป หมายเหตุ : คำว่า "ชุกชี" หมายถึง ฐานปูนสําหรับประดิษฐานพระประธานเป็นต้น (ราชบัณฑิตยสถาน) บางแห่งก็หมายถึง แท่นหรือฐานที่ทำด้วยไม้หรือปูนสำหรับรองเช่นแท่นชั้นล่างที่รองพระประธาน และพระพุทธรูปอื่นๆ เป็นต้น (อ.เปลื้อง ณ นคร) บางแห่งก็หมายถึง แต่เดิมหมายถึงวัชรอาสน์ คำว่าชุกชี เป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า ที่นั่ง ดังนั้นเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูป จึงตั้งอยู่บนฐานชุกชี (guru google) ![]() สมเด็จพระพุฒาจารย์ (พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม นามเดิม โต บรรพชาเป็นสามเณรในรัชกาลที่ 1 แล้วศึกษาพระปริยัติธรรม อยู่ ณ สำนักวัดระฆังโฆสิตาราม ท่านเป็นสามเณรที่เทศน์ได้ไพเราะ ครั้นอายุครบอุปสมบท รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อุปสมบทเป็นนาคหลวงที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สามเณรโตมีความรู้แตกฉานในพระธรรมวินัยยิ่งนัก พอบวชเป็นภิกษุใหม่คนทั่วไปก็พากันเรียกท่านว่า "มหาโต" ทั้งๆที่ท่านยังมิได้เป็นเปรียญ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ไม่ปรารถนายศศักดิ์ คงเป็นพระมหาโตมาตลอด หรือบางคนก็เรียกว่า "ขรัวโต" สมเด็จรัชกาลที่ 4 ทรงตั้งเป็นพระราชาคณะที่พระธรรมกิติ เมื่อ พ.ศ. 2395 ต่อมาเป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ที่พระเทพกระวีและได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อ พ.ศ. 2407 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ถึงมรณะภาพเมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2415 อายุ 85 ปี อยู่ในสมณะเพศ 65 พรรษา พระพุทธคุณที่เชื่อถือต่อองค์หลวงพ่อโต คือผู้ใดได้กราบไหว้บูชาปิดทองขอพรได้สมปรารถนา การทำงานเจริญก้าวหน้าได้เป็นใหญ่เป็นโต เป็นเจ้าคนนายคน ครอบครัวมั่นคง ![]() หลวงพ่อพุทธโสธร อยู่ระหว่างก่อสร้าง หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นพระพุทธรูปที่มีผู้กราบไหว้มากที่สุดในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิราย สมัยอยุธยาตอนต้น พระพักตร์ค่อนข้างกลมแป้น พระขนงโก่งเล็กน้อย พระเนตรเล็กหรี่และเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์เล็กสีพระพักษ์ขรึมแบบอยุธยา ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะเขมร มีอุษณีษะและพระรัศมีทรงสูง พระวรกายส่วนบนพระอุระเล็กพระเพลากว้าง สังฆาฏิเป็นแผ่นยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายแยกเป็นสองชายคล้ายเขี้ยวตะขาบ เป็นพระพุทธรูปหินทรายสลักเป็นชิ้นๆรวม 11 ชิ้น และนำมาประกอบเข้าด้วยกันแล้วลงรักปิดทอง จัดเป็นพระพุทธรูปอู่ทองรุ่นที่ 2 มีประวัติความเป็นมาว่า ประดิษฐานที่วัดโสธรวรารามตั้งแต่ราว พ.ศ.2313 โดยมีประวัติกล่าวว่า พระพุทธโสธรเป็นพระพุทธรูปทางเหนือที่แสดงปาฏิหาริย์ลอยน้ำมาพร้อมกัน 3 องค์ และได้ไปขึ้นตามวัดต่างๆ คือองค์พี่ใหญ่คือหลวงพ่อบ้านแหลม วัดบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม องค์กลางคือหลวงพ่อโสธร วัดโสธรวราราม และองค์เล็กคือ หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ จังหวัดสมุทรปราการ สำหรับหลวงพ่อโสธรที่ลอยมาถึงหน้าวัด ได้มีพระอาจารย์ผู้ทรงความรู้เป็นผู้ทำพิธีบวงสรวงใช้สายสิญจน์อัญเชิญขั้นประดิษฐ์ ณ วัดโสธรวรารามได้สำเร็จ พระพุทธคุณของหลวงพ่อโสธร คือผู้ใดได้มากราบไหว้ปิดทองบูชาขอพรจะได้สมปรารถนา เช่น การขอลูกและการขอให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จ เป็นต้น ![]() พระสีวลีเถระ เป็นพระมหาเถระที่มีประวัติค่อนข้างพิศดารกว่าพระมหาเถระองค์อื่นๆ ท่านต้องอยู่ในครรภ์พระมารดาถึง 7 ปีกับอีก 7 วัน พระมารดาคือพระนางสุปปะวาสนา ผู้เป็นราชบุตรีของเจ้าโกลิยะ กุศลกรรมในอดีตที่ท่านเกิดเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากาสี ผู้ครองกรุงพาราณสี ต่อมาถูกกองทัพพระเจ้าโกศล กรีฑาทัพมายึดกรุงและปลงพระชนพระเจ้ากาสี ต่อมาพระโอรสได้รวบรวมกำลังผู้คนเป็นกองทัพเข้าปิดล้อมประตูใหญ่ 4 ด้านไว้ 7 ปีผู้คนในกรุงยากลำบาก อดน้ำ อดอาหาร จึงพร้อมกันจับพระราชาพระเจ้าโกศลตัดเศียรมามอบแก่พระกุมารพระกุมารจึงได้เสวยราชสมบัติ จึงเป็นผลกรรมให้พระสีวลีเถระต้องหลงอยู่ในครรภ์นานนับปี ในอดีตชาติท่านได้เกิดเป็นกษัตริย์ครองนครหงสาวดี พระองค์ทรงปราถนาในพระพุทธศาสนา อยู่ในตำแหน่งเอตทัคคะผู้มีลาภ ทรงนิมนต์พระชินลีห์ พร้อมทั้งพระสาวกได้เสวยถึง 7 วัน พระสีวลีทดลองบุญครั้งพระพุทธกาลพระบรมศาสดาได้เสด็จไปยังนครสาวัตถี พระสีวลีถวายอภิวาทพระศาสดาและรับภาระจัดเลี้ยงพระภิกษุ 500 รูปได้ถวายทานทุกๆ 7 วัน ในสถานที่ต่างๆกัน เช่น ใต้ต้นไทร บนภูเขา ริมฝั่งแม่น้ำ ในป่า จนสำเร็จอันเป็นภาระยิ่งใหญให้สำเร็จได้ ด้วยกุศลกรรมในอดีตและปัจจุบันที่ท่านได้ถวายพระมหาทานแล้วทั้งปรารถนาในสมัยแห่งองค์พระสัมนาสัมพุทธเจ้าทรงแต่งตั้งพระสีวลีเถระให้เป็นพระภิษุผู้เป็นพระภิกษุผู้เป็นเลิศด้วยลาภ และเลิศด้วยยศทั้งหลายในพระศาสนา พระพุทธคุณของพระสัวลี ผู้ใดได้กราบไหว้ปิดทองบูชาขอพรจะได้สมปรารถนาในเรื่องลาภยศสรรเสริญสมหวังดังตั้งใจทุกประการ ![]() ![]() นอกจากนี้ปลาที่วัดยังมีหลากหลาย ได้แก่ สวาย, เทโพ, แขยงข้างลาย, กดเหลืองและ แขยงใบข้าว สวาย (Striped Catfish : Pangasius sutchi) ลักษณะทั่วไป ลำตัวเรียวยาว สนหลังตรง หน้าทู่ ปากกว้าง มีหนวดสั้นๆ 2 คู่ลำตัว สีนวลขาว หลังสีเทาเข้ม อาหาร กินซากสัตว์ วัชพืช ลูกหอย ขนาด ความยาวประมาณ 20-100 ซ.ม. เทโพ (Black Ear Catfish : Pangasius Larnaudi) ลักษณะทั่วไป หัวโตหน้าสั้นทู่ ลำตัวยาวแบน นัยน์ตาโต กระโดงหลังสูงมีก้านเป็นหนามแข็ง ครีบหูมีเงี่ยงแหลม มีครีบหางใหญ่เป็นแฉกลึก ลำตัวมีสีดำคล้ำปนเทา ตัวสีเขียวอ่อน มีจุดดำอยู่เหนือครับหู อาหาร กินสัตว์น้ำขนาดเล็กและซากสัตว์ ขนาด ความยาวประมาณ 80-120 ซ.ม. แขยงข้างลาย (Iridescent Mystus : Mystus vittatus) ลักษณะทั่วไป ลำตัวป้อมสั้นแบน หัวแหลม ปากแหลมเล็ก มีหนวด 4 คู่ ครีบหลังมีก้านเดี่ยวแหลมคม ครีบหูมีเงี่ยงแหลมคมข้างละอัน มีแถบสีขาวเงิน 2 แถบพาดตามลำตัว หลังสีน้ำตาลปนดำ อาหาร กินลูกกุ้ง ลูกปลา ซากพืชซากสัตว์ ขนาด ความยาวประมาณ 10-18 ซ.ม. กดเหลือง (Yellow Mystus : Mystus nemurus) ลักษณะทั่วไป ลำตัวยาวแบน หัวแบน มีหนวด 4 คู่ ครีบหลังมีเงี่ยง 1 อัน ครีบหูมีเงี่ยง มีครีบไขมันที่สันหลัง ลำตัวสีน้ำตาลปนเหลือง หลังสีน้ำตาลปนเขียว ท้องสีเหลืองอ่อน อาหาร กินปลา ลูกกุ้ง สัตว์น้ำขนาดเล็ก ขนาด ความยาวประมาณ 20-35 ซ.ม. แขยงใบข้าว (Long-Fatty Finned Mystus : Mystus Cavasius) ลักษณะทั่วไป ลำตัวค่อนข้างกลมยาว ปากทู่ มีหนวด 4 คู่ ครีบหลังเป็นกระโดงสูง ครีบหูมี 2 ข้างแหลมคมครีบไขมันใหญ่และยาวลำตัวมีสีเทาอมฟ้าด้านหลังสีเข้ม ท้องสีขาว อาหาร กินปลา ลูกกุ้งซากพืชซากสัตว์ ขนาด ความยาวประมาณ 8-25 ซ.ม. ![]() มีที่จอดรถสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวพอสมควร thx u
โดย: Kavanich96
วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:5:02:22 น. |
บทความทั้งหมด |












วันที่: 18 เมษายน 2556 เวลา:5:02:22 น.
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [