ชัชชาติ กับกิจกรรมดวลดุริยางค์
ผลการแบทเทิลของ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม และ โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต ฝั่งกรุงเทพฯ กับอีกหนึ่งคู่ โรงเรียนสุรนารีวิทยา และโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย ฝั่งโคราช ในวันที่ 31 กรกฎาคม ณ อินดอร์สเตเดียม​ หัวหมาก เขตบางกะปิ เวลา 14.00-16.30 น. ก็ได้ออกมาแล้ว ลักษณะของผลการดวลที่ออกเป็นเป็นเหมือนการโชว์ตัวมากกว่า สมชื่อการกระชับมิตร จะว่าไปเราไม่ได้เห็นภาพข่าวเกี่ยวกับดุริยางค์ในหน้าข่าวนานแค่ไหนแล้ว สำหรับเราน่าจะเกิน 20 ปี แต่เราอาจเป็นคนนอกวงการจริงๆ

เราแปลกใจที่ผู้ว่าฯ ชี้ จิ้มเลือกโรงเรียนวัดสุทธิวรารามขึ้นมาก่อนเลย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะชื่อเสียงเก่าที่เคยสร้างชื่อไว้ ซึ่งหลังจากที่เราได้เห็นผลเรามาพูดคุยกันในส่วนนี้หน่อย





นี่เป็นเรื่องเล่าก่อนการแบทเทิ้ลจากเพื่อนเราอดีตเด็กฝึกดุริยางค์ โรงเรียนวัดสุทธิวราราม (รุ่น 85) เข้าหลังยุคผ.อ.สุชาติ ซึ่งผ.อ.คนดังกล่าวก็เคยเป็นอดีต ผ.อ.สุรนารีวิทยาด้วย ท่านค่อนข้างส่งเสริมในเรื่องของวงดุริยางค์ น่าเสียดายที่ท่านเสียชีวิตจากเหตุตึกถล่มที่โคราช จากที่ได้ฟัง รวมไปถึงอ่านความคิดเห็นของนักเรียนรุ่นเก่าๆ จากหลายแหล่งก็ได้เห็นมุมมองที่น่าสนใจหลายอย่าง



ตำนานจากความขาดแคลน ไม่ผิดที่จะพูดแบบนี้ เพราะเครื่องดนตรีต้องก็รับบริจาค (จากวันแข่งจะเห็นได้ชัดว่าดูขาดแคลนกว่าวงอื่นจริง) แต่แข่งแล้วดันชนะในระดับโลก มันเลยเป็นประเด็นว่าขนาดขาดคลานยังขนาดนี้ถ้าส่งเสริมจะขนาดไหน แล้วต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่ายุคก่อนที่อินเทอร์เน็ตจะแพร่หลาย ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราปากมันก็มีไว้พูดเท่านั้น "จะส่งเสริม" แต่สุดท้ายก็ได้แค่ "จะ" เท่านั้น ไม่ได้ส่งเสริม

มีประเด็นว่า ในปัจจุบันไม่มีนักเรียนความสามารถพิเศษทางดนตรีเข้าวงเลย ที่สมัครเข้าวงมีแต่พวก EXP 0 แล้วมาหัดใหม่ทั้งนั้น ไม่มีพวกที่เข้ามาแล้ว Stat +10 หรือสกิลพอยต์x2 อะไรแบบนี้ สมัยก่อนพวกประเภทเจ๋งๆ แบบ Stat +10 ยุคเขามีระดับหัวกะทิ เข้าโรงเรียนนี้ด้วยความสามารถพิเศษทางดนตรี เก่งไม่เก่งพิจารณาดู

ในมุมมองเขาการที่พึ่งเข้ามาแล้วไปสมัครวงโย จากคนไม่มีพื้นฐานไม่ใช่เรื่องแปลก พรสวรรค์ไม่สู้พรแสวง คนอื่น EXP มากกว่า ก็แค่ฝึกฝนให้หนักกว่าก็พอ แต่ในวงโยมันมีเรื่องดาร์กกว่านั้นเยอะ ก่อนอื่นต้องออกตัวอีกครั้งว่านี่เป็นแค่เรื่องที่เด็กฝึกหัดวงโยเล่าให้ฟังในยุคของเขา ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไรแล้ว





ในยุคของเขา คนต้องการเข้าวงโยมีจำนวนมาก ถึงขนาดที่วันแรกมีคนสมัครกว่า 180 คน นักเรียน 1 ใน 3 ของระดับอยากเข้าวงโย ซึ่งมันบ้ามาก แล้ววงโยเวลาเปิดรับสมาชิกใหม่จะรับแค่เด็ก ม.1 เท่านั้น ม.4 ที่พึ่งเข้าใหม่จะไม่รับ หมายความว่าหากคุณจะเข้าวงโย คุณจำเป็นต้องเข้าตั้งแต่ชั้น ม.1 แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ คนลดลงกว่าครึ่งรู้มั้ยเพราะอะไร?

ก็เล่นให้ฝึกแต่มาร์ชชิ่ง และระเบียบแถวอย่างเดียวไง แล้วจำนวนคนก็ลดลงเรื่อยๆ แค่ไม่ถึงเดือน คนก็ลดลงเหลือแค่เกือบๆ 40 คน แล้วก็ฝึกแต่มาร์ชชิ่งโดยที่ยังไม่เคยได้เห็นเครื่องดนตรีว่า อนาคตจะเล่นเครื่องไหน แต่ไม่เลวร้ายเท่าเรื่องระบบโซตัส และการบูลลี่





สมัยนั้นมีวัฒนธรรมตั้งชื่อเหี้ยๆ ให้รุ่นน้อง เช่น ไอ้เหมา เพราะคนนั้นเป็นหัวหน้าของรุ่นม.1 (ช่างกล้า เอาบุคคลที่ประเทศอื่นเคารพมาล้อเลียน) คนชื่อคมสันต์ ก็เปลี่ยนเป็น ไอ้กระสัน สมาชิกที่เป็นฝาแฝดคนนึงชื่ออาร์ต อีกคนชื่อเอส มันเปลี่ยนคนชื่อเอสเป็นไบกอนเฉยเลย คนตัวเล็กก็บูลลี่เปลี่ยนชื่อล้อว่าสูงจัง ก็ไม่รู้ว่ายุคนี้วัฒนธรรมเหี้ยๆ แบบนี้หมดไปหรือยัง ถ้าหมดไปแล้วก็ขอแสดงความยินดีด้วยจากใจจริง





อย่างที่ได้เอ่ยไว้ข้างต้นวงนี้มีชื่อเสียงเพราะความขาดแคลน แต่ก่อนเขาเคยเข้าใจว่าที่ไม่ให้จับเครื่องเพราะเครื่องดนตรีไม่พอ แต่มันไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด ความเลวร้ายที่ยิ่งกว่านั้นคือ ต่อให้คุณมีเครื่องส่วนตัว พวกเขาไม่ให้คุณซ้อมด้วย ถ้าคุณอยู่ ม.1 คุณทำได้แค่ซ้อมมาร์ชชิ่ง และช่วยยกของเท่านั้น ม.2 บางคนยังไม่ได้จับเครื่องก็มี

สรุป ม.1=เบ๊ 100% ต่อให้คุณเป็นคาร์ล เซอร์นี หรือเก่งแบบคริส บอตติ ถ้าพึ่งเข้าวง ก็เป็นได้แค่เบ๊เท่านั้น คุณไม่มีสิทธิ์จับเครื่อง แต่ก็มีคนที่มีเครื่องส่วนตัว เขาก็ไปขอร่วมซ้อมกับรุ่นพี่หลังจากที่พวก ม.1 ซ้อมมาร์ชชิ่งเสร็จแล้ว แต่ผลคือ "ไม่ให้ซ้อมด้วย" แน่นอนผลที่ตามมาคือเขาตัดสินใจลาออก เหตุผลสั้นๆ คือ "ไร้สาระชิบหาย"

มีอีกคนเอาโอโบมาเล่นโชว์หลังซ้อมมาร์ชชิ่งเสร็จ ปรากฎว่าเจอเล่นงานด้วยข้อหา "ม.1 พวกมึงไม่มีสิทธิ์จับเครื่อง" ก็ไม่เข้าใจมันสำคัญอะไรขนาดนั้นเลยหรือ? มันเป็นเครื่องส่วนตัว จะไปห้ามเขาได้อย่างไร กลัวรุ่นน้องเล่นเก่งกว่า? (ดักดานชิบหาย) ด้วยเหตุนี้ถ้าไม่ได้เล่นเขาก็ไม่อยากอยู่ คำพูดสุดท้ายที่เขาพูดไว้ "กูไม่น่ามาสมัครเรียนที่นี่เลย" คำพูดจากเด็กห้องคิง และเป็นห้องคิงคนเดียวในหมู่เด็ก ม.1 ที่เข้าวงโยด้วย





เรื่องเหี้ยๆ สุดตีนเลยคือ ไอติมแท่งเดียวบังคับให้กินทั้งระดับ ม.1 (ที่สมัครเข้าวงโย) ดูดกันคนละทีจนกว่าจะหมดแท่ง ถ้ามีคนเป็นไวรัสตับอักเสบบีก็ติดกันหมด ลูกอมสามัคคีแบบเดียวกัน เรื่องนี้ทำให้คนที่มีเครื่องส่วนตัวอีกคนตัดสินใจลาออกกลางการฝึกซ้อม เพราะมันไม่ยอมดูดไอติมแล้วรุ่นพี่ที่มาเป็นคนซ้อมมาร์ชชิ่ง ไอ้หรง (นายสาธิต แXงXXX ชื่อหรงมาจากวัฒนธรรมตั้งชื่อฉายาบ้าๆ บอๆ) ก็ยื่นเงื่อนไขว่าถ้าไม่กินร่วมกันก็ออกไปเลย แน่นอนเขาออก เพราะรับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ ไอ้ครกเพื่อนมันก็ไม่คิดจะห้ามกลับเห็นดีเห็นงามกับเรื่องดังกล่าว

อ่านมาถึงตรงนี้วงนี้สูญเสียนักดนตรีที่มีเครื่องส่วนตัวไปทั้งหมดเรียบร้อย ทั้ง 3 คนนั้นเก่งหรือไม่ไม่ทราบ แต่อย่างน้อยการพวกเขาก็มีเครื่องส่วนตัว ถ้าไม่ใช่คนที่มีความสนใจ คงไม่ลงทุนซื้อ แถมเครื่องดนตรีเครื่องทองเหลืองราคาไม่ใช่น้อย ยิ่งกว่านั้นเคยเป่าโชว์ให้เห็นด้วย โดยที่ไม่ใช่เป่าแบบคนเป่าไม่เป็น


ส่วนคนเล่าน่ะเหรอ เขาเคยเล่นเมโลเดียนมาก่อน ที่เขาจำขึ้นใจเลย คือไอ้ธนุ (น่าเป็นรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว) ช่วงปิดเทอม ก่อนเลิกซ้อมมาร์ชชิ่ง คุณแม่เขาขับรถมารับพร้อมกับพี่สาว ก็นั่งรอใต้ต้นหูกวาง ก่อนจะเลิกไอ้ธนุคงอยากแกล้งเด็กใหม่ มันก็เรียกเด็กม.1 ในวงคนหนึ่งให้ไปขอเบอร์โทรผู้หญิงที่นั่งอยู่ (ให้ขอเบอร์พี่สาวคนเล่าน่ะแหละ) แล้วคำหนึ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจเด็ดขาด คือ "คนที่สาวๆ คนนั้นนะไม่ใช่ไอ้แก่นั่น" บอกได้เลยว่าระยำสัตว์มาก สุดท้ายเพื่อนเขาก็ไม่กล้าไปขอเลยโดนวิดพื้น ไม่มีใครกล้าหรอกเด็กผู้ชายวัยนั้นมันเขิน มันอายกันก็โดนวิดพื้นไปจนมันวนมาที่เขา เขาก็ใส่สิครับ "ไอ้แก่นั่นแม่ผมเอง" ไอ้ธนุมันคงอึ้ง มันเลยให้เลิกซ้อมวันนั้นทันที แล้วเขาก็ไม่เคยคิดที่จะกลับไปซ้อมอีกเลย





รู้มั้ยว่าบางคนไปศึกษาเองยังไม่ได้จับเครื่องไม่เป็นไร ฝึกแต่มาร์ชชิ่งก็ไม่เป็นไร บางคนไปหาเมาส์พีชมาฝึกเป่าก่อนก็มี แต่น่าเสียดายที่สุดท้าย คนที่เป็นหัวกะทิจริงๆ หรือแม้แต่จะเป็นพวกหางกะทิก็โดนคั้นทิ้งหมด เหลือแต่พวกกากไว้ ซึ่งพวกกากนี่แหละที่อาจารย์มักดูถูก เพราะมันชอบโดดเรียนไปนอนเล่นในห้องดุริยางค์ซึ่งห้ามคนอื่นเข้านอกจากสมาชิก


เท่าที่เราได้ฟังจากพอดแคสต์ และได้คุยกับศิษย์เก่าหลายคน เราไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่เขารู้สึกว่ามันตกต่ำ แต่ไม่คิดว่าจะดูตกต่ำลงได้มากขนาดนี้ แต่ทว่าที่ชัชชาติเลือก ส่วนหนึ่งเพราะชื่อเสียงเก่าที่เคยมีมา และผลการแข่งขันก็ออกมาอย่างที่เห็น ไม่ได้จริงจังในเรื่องผลการแข่งขัน แต่เป็นแนวการโชว์ตัว ถ้าคิดแค่ส่งเสริมในเรื่องท่องเที่ยว และการใช้เวลาว่างของเยาวชนก็โอเคชัชชาติ คุณประสบความสำเร็จแล้ว




การเมืองมีทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่ในวงโยของโรงเรียน เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเรื่องดาร์กๆ ที่ได้ยินมา ไม่ทราบว่าปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรแล้ว แย่ลงหรือดีขึ้นมากน้อยเพียงใด ก็หวังว่ามันจะดีขึ้นอย่างน้อยก็เรื่องวัฒนธรรมเหี้ยๆ ในยุคก่อนไม่ควรมีอีกแล้ว แต่ถ้าคิดว่าเป็นเอกลักษณ์ และมองว่าดีก็ทำต่อไป ก็แค่นั้น

เขาฝากมาอีกข้อกฎปัญญาอ่อนแบบนี้ควรเลิกได้แล้วนะ มันดักดาน
1.รุ่นพี่ถูกเสมอ
2.ถ้ารุ่นพี่ผิด ให้กลับไปดูข้อ 1



Create Date : 01 สิงหาคม 2565
Last Update : 1 สิงหาคม 2565 20:40:20 น.
Counter : 371 Pageviews.

17 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณชีริว, คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณtoor36, คุณtanjira, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา

  
ลองไปฟังพอดแคสต์ดูแล้วสตั้นไปเลย อันนี้เผาเละสุดๆ

https://www.youtube.com/watch?v=spWc7gxCVIg


อันนี้คลิปการประชัน
https://www.youtube.com/watch?v=fO6T6B_VO8I
โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:20:41:56 น.
  
เคยได้ยินเรื่องลักษณะนี้มา เอาเข้าจริงบล็อกเกอร์ที่เขียนในบล็อกแก๊งก็มีหลายคนที่มีความสัมพันธ์กับที่นั่นนะ ไม่ว่าจะเป็นเรียนจบ หรือลูกเรียนที่นั่น หรือมีคนรู้จักที่เกี่ยวข้อง

ผมพูดในมุมของการ์ตูนที่ผมเคยดูดีกว่า ถ้าพูดถึงเรื่องวงโยฯ ผมจะนึกถึงการ์ตูนเรื่อง Hibike! Euphonium ฮิบิเคะ! ยูโฟเนียม (Sound! Euphonium) ในการ์ตูนเรื่องดังกล่าว อย่างแรกเลย คือ เขาจะให้รุ่นน้องที่มาสมัครได้ดูเครื่องดนตรีก่อนเลยว่าสนใจชิ้นไหนอย่างไร กรณีที่มีคนสนใจมากกว่าจำนวนเครื่องดนตรีที่มีจะต้องมีการคัดตัวกัน หรือขอให้ไปเล่นในเครื่องดนตรีชนิดอื่น ในเรื่องเครื่องดนตรีพร้อมมากถึงขั้นเหลือให้เลือกเลย วงโยฯ ฝึกหนักจริงๆ ครับในการ์ตูนหรือเรื่องจริงก็ไม่ต่างกัน ถ้าไม่ได้รักดนตรีจริงทะเลาะกับที่บ้านได้ง่ายๆ เลย ในการ์ตูนก็มีตัวอย่างให้เห็น

แต่ทีนี้กรณีกลั่นแกล้งแบบที่เล่าก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าประเทศไทยเรามันจะโลกที่ 3 ไปถึงไหน เราต้องไม่ลืมจุดนี้นะว่า "คนแกล้งคนทำไม่จำ คนที่โดนทำจำไปจนวันตาย" คิดแต่เรื่องสนุกเข้าว่า ผมเดาว่าคงไปเอาการเล่นบ้าๆ มาจากระดับมหาวิทยาลัยที่รับน้องกัน เห็นว่ามีคนที่น่าจะเป็นศิษย์เก่าด้วยนี่ใช่มั้ย? งั้นทุกอย่างก็ลงตัว จะอ้างเรื่องความสามัคคี ทำงานหนักกว่านี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยทำงานเลย หาเงินเองไม่ได้สักบาท มันไม่เข้าท่าเลย

วัฒนธรรมโซตัส บูลลี่มีทุกสังคม ถ้ามากเกินก็มีเรื่องกันดังที่เราอาจจะเห็นในข่าวบ้าง ถ้าไม่ถึงขั้นอันตรายกับชีวิตก็เป็นเรื่องดี แต่ที่น่าห่วงคือมันลงไปเรื่อยๆ และคนที่ทำเรื่องแบบนี้ก็ใช้อำนาจที่ตนเองไม่มีไปทำร้ายคนอื่น โห... ถ้าฝีมือขนาดคริส บอตติ ยังโดนให้ไปเป็นเบ้ยกของคงมีคนอยากอยู่หรอก เรื่องนี้ผมนึกถึงการ์ตูนเรื่อง ปริ้นออฟเทนนิส ถ้าแกกล้าให้เรียวมะไปเป็นเด็กเก็บลูก เรียวมะมันคงอยู่หรอก ที่น่าตำหนิสำหรับเรื่องที่เล่าดังกล่าวคือ อาจารย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการคุมวงในยุคนั้นไปไหน? และรับรู้เรื่องราวเหล่านี้หรือไม่? บอกเลยว่าคำถามนี้ไม่ว่าอาจารย์จะตอบออกมาในทิศทางไหนก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้อยู่ดี เป็นเรื่องที่น่าตำหนิมาก

ผมก็ไม่ได้ชอบเหมาอะไรหรอก แต่ก็เห็นด้วยว่าไม่ควรเอาบุคคลที่ประเทศอื่นเคารพมาล้อเลียน ถ้าประเทศเราโดนบ้างคงขำไม่ออกเหมือนกัน ซึ่งประเทศเราก็เคยโดนนะ แล้วรู้สึกอย่างไร? ความขาดแคลนไม่ใช่ข้ออ้าง เหมือนคนจนไม่สามารถอ้างเรื่องนี้ในการขโมยของ ถ้ามันขาดแคลนขนาดนั้นจริง คำถามคือ แล้วงบอุดหนุนไปไหนหมด? เท่าที่ทราบเห็นว่าเจ้าอาวาสวัดก็ช่วยสนับสนุนประจำมิใช่หรือ?


ประเทศเราชอบแบบนั้นจริงๆ แหละ เหมือนที่ศิลปินแห่งชาติท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า ประเทศไทยเราถนัดเรื่องการคั้นกะทิ แล้วเอากะทิไปเททิ้ง ถ้าเรื่องที่เล่ามาเป็นเรื่องจริง ทุกวันนี้ก็น่าจะยังมีวัฒนธรรมดังกล่าวอยู่ สิ่งที่โดนสลักเป็นธรรมเนียมไปแล้ว มันแก้ยากครับ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:20:51:35 น.
  
เรื่องบังคับรุ่นน้องให้กินอะไรด้วยกัน
สมัยผมก็มีครับ
เห็นด้วยเลยว่ามันติดต่อกันได้หลายโรคมากๆ
แล้วก็ไม่ได้ทำให้รักกันหรือสามัคคีกันเลย
รุ่นพี่ก็แค่ตลก สะใจที่ได้สั่งรุ่นน้องทำอะไรบ้าๆบอๆ

สมัยผมเป็นประธานนักศึกษาเคยเสนอให้เลิกการรับน้องด้วยครับ
เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตมากในสมัยนั้น
แต่สุดท้ายก็ประชุมอาจารย์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน
แล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่าให้จัดงานรับน้องต่อไป
ผมไม่สามารถคัดค้านได้
แต่หลังจากนั้นสองปีก็ไม่มีการรับน้องหรือว๊ากน้องในคณะอีกต่อไปครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:21:39:26 น.
  
หลายชาติชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์กันจริงจังเลยนะครับ ไปเที่ยวทีไรก็เห็นเด็กๆ มาจด มาจ้องดูสิ่งของแบบสนใจจริงๆ
เนี่ยแหละ ประเทศที่สร้างซอฟท์พาวเวอร์ กระตุ้นให้คนสนใจความเป็นมาของชาติตัวเองได้สำเร็จ แต่ไทยโคตรล้มเหลว ล้มเหลวตั้งแต่บทเรียนชาตินิยมยันอุทยานราชภักดิ์
ราคาค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ คิดตามสัญชาติครับ ถ้าต่างชาติได้ citizenship ประเทศไทยแล้วก็คิดราคาคนไทย

.....

เพิ่งรู้ว่ามีกิจกรรมดวลดุริยางค์แบบนี้ด้วยครับ
เหตุการณ์ตึกถล่มโคราช คือรอยัลพลาซ่าหรือเปล่าครับ
ผ่านมาหลายสิบปีแล้วนะเนี่ย แสดงว่าคุณคู่ขนานก็รุ่นเดอะเหมือนกัน

ขอเข้ามาฟังประสบการณ์วงโยด้วยครับ กิจกรรมชมรมเหมือนเป็นโลกอีกด้านในโรงเรียนที่คนนอกไม่ค่อยรู้เท่าไหร่
ส่วนวงโยที่โด่งดังนั้น ไม่คืนเงินคุณตันซะที ....ไม่เกี่ยว!
เป็นกันหลายๆ ชมรมเลยนะครับ จะโซตัสไปถึงไหน มันไม่ได้ช่วยฝึกอะไรนอกจากมีไว้ให้รุ่นพี่ระบายอารมณ์แค่นั้น
ชื่อไอ้เหมานีคือพยายามจะบูลลี่แล้วใช่มั้ยเนี่ย? ระดับก่อร่างสร้างจีนเลยทีเดียว

ม.1 แล้วไม่มีสิทธิ์เล่นเครื่องแบบนี้ไม่ต้องเข้าชมรม แต่อยู่บ้านเฉยๆ ยังได้ฝึกมากกว่าอีกครับ
ถ้าตั้งชมรมแข่งได้ ชมรมพี่ๆโดนยุบไปละ ว่าแล้วก็น่าจะให้มีชมรมซ้ำกันได้นะ จะได้แข่งกันพัฒนาชมรมตัวเอง มากกว่าผูกขาดสิทธิในการเป็นตัวแทนโรงเรียนเอาไว้ดูดน้องๆเข้ามาจิกหัว

โหวตบล็อกการเมืองให้นะครับ เราอยากได้บล็อกวิเคราะห์การเมืองและสังคมบนบล็อกแก๊งบ้าง
โดย: ชีริว วันที่: 1 สิงหาคม 2565 เวลา:22:04:54 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:5:40:58 น.
  
วงดุริยางค์ วงโยธวาทิต แตรวง นี่ อ.เต๊ะ สารภาพว่าชอบดูแต่ แตรวง เพราะมัน บ้านๆ จังหวะ โจ๊ะๆ ดีครับ555

แล้วก็ สมัยนานแล้วได้ข่าวว่า น่าจะเป็นวงโยธวาทิตไทย มั้ง
ที่ไปได้แชมป์โลกมา

สำหรับการตั้งวง ดุริยางค์ นี่ เข้าใจว่าเป็นหน้าตาของ รร.
เครื่องดนตรี ถ้ายี่ห้อดังๆ เวลาจัดซื้อนี่
น่าจะเป็นหลักล้าน เพราะ เครื่องเป่า ตัวนึงก็หลายหมื่น
ไหนจะชุด เสื้อผ้าอีก

แต่ระบบการเรียนการสอนนี่ ก็ไม่เข้าใจว่าใครเป็นคนกำหนด
ฟังดูเหมือน รุ่นพี่มีอิทธิพลมากมาย
ใน รร.ทุกที่ เด็กดีมักจะอยู่เงียบๆ
เด็กเลวนี่มักจะชอบโขว์ผลงานเป็นประจำนะครับ555

พวกระบบรุ่นพี่ ชอบบังคับรุ่นน้องนี่ จริงๆน่าจะหมดไปนานแล้ว
ถ้า รร.ใส่ใจควบคุมดูแล ไม่ปล่อยปะละเลย
แต่จริงๆ มันมีทุกวงการที่มีระดับชั้นอาวุโส

โชคดี สมัยเรียน รร.ของ อ.เต๊ะ ไม่มีวง ดุริยางค์
คนตรีแค่มี วิชาเลือกพวก กีตาร์ ไวโอลิน
อ.เต๊ะ เลือกเรียน ขลุ่ย Recorder เพราะเป็นคนชอบดูด
แต่ไม่ชอบดูดซ้ำรอยใครนะครับ ทุกวันนี้เห็นอะไรดูดได้
ต้องลองดูดหมด เย้ย555

โดย: multiple วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:6:10:10 น.
  
เอาน่าใจเย็นๆ โลกมันก็เป็นอย่างนี้แหละ
ลูกร้อยพ่อพันธุ์แม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาไม่เหมือนกันนะ
คุณก็ให้อภัยในความผิดพลาดของเพื่อนมนุษย์หน่อย

โดย: หอมกร วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:8:25:38 น.
  
หุย...เห็นด้วยมาก ๆ ครับ ที่ข่าวเรื่องการแข่งวงดุริยางค์หายไปจากข่าวในไทยมานานมากแล้ว เมื่อก่อนผมชอบดูการแข่งขันมากๆ ชอบดูทั้งคอนเสิร์ต ทั้ง มาร์ชชิ่งเลยครับ
ผมว่างานนี้เป็นที่สนใจแน่นอน เหมือนเป็นการทำให้ กรุงเทพ ศิวิไลซ์ขึ้น ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่ศิริไลซ์ด้วยศิลปะ วัฒนธรรม หนัง ดนตรี เข้ากับยุคสมัยดี จะให้ไปนั่งดูรำไทยที่สนามหลวงคนรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยเอาแล้ว ไม่ได้เข้ากับ life style แถมผมว่ามันเป็นการปลุกชีพการพัฒนาด้านดนตรีของเด็กไทยด้วยครับ จริงๆ แล้วฝีมือคนไทย เพราะครั้งสุดท้ายที่ได้ยินข่าวคือ วงที่ไปขอเงินคุณตัน อิชิตัน นั่นแหละ

เดี๋ยวนี้ EXP 0 ก็สมัยเข้าวงได้หรอครับ สมัยผมคือ Audition กันตาแตกมาก ไม่รู้โน้ตคือไม่ได้เลยแต่มาเรียนทฤษฏีดนตรีเพิ่มตอนฝึกเอา แต่ส่วนใหญ่80% เป็นเด็กที่คัดเข้ามาเป็นความสามารถพิเศษด้านดนตรี เข้ามาต้องเข้าวงอัตโนมัติ พวกนี้เก่งจริงๆ
ตอนนั้นผมถูกบังคับให้เข้าวงดุริยางค์ตอน ม.3 เพราะผมเล่นดนตรีอยู่กับเพื่อน เป็นวงต้นๆ ของโรงเรียน แต่ผมเล่นกีต้าร์ไง จะเอาไปทำอะไรในวงดุริยางค์ จารย์คนคุมวงดังรู้ว่าผมเล่นเปียโนได้ แสดงว่ารู้โน้ตสากลแน่นอน เลยพยายามบังคับให้เข้าไปเล่นไวโอลิน อ่ะใช่...ผมเล่นไวโอลินได้ แต่จารย์ใช้วิธีบังคับให้ผมไปเล่น ไม่งั้นจะไม่สนับสนุนเรื่องการแข่งขันดนตรีต่อ ผมบอกเพื่อนว่าไม่ไปเล่นแน่นอน บอกพ่อแม่ พ่อแม่บอกว่าไม่ต้องกลัว ครอบครัวเรา ครอบครัวเพื่อนๆ ในวงสนับสนุนได้ ผมโคดโกรธเลยตอนนั้น
แต่เด็กวงดุริยางค์น่าสงสารครับ ซ้อมหนักมากจริงๆ และมีเรื่องเหล้าบุหรี่ ยาเสพติดในวงเยอะมาก ผมไม่ได้อยู่นะ แต่มีรุ่นพี่อยู่ในวง

เรื่องล้อชื่อ คลาสิกจัง คณะผมตอนมหาลัยมีเลยแหละ มหาลัยที่เสรีภาพทุกตารางนิ้วอ่ะนะ 55555 เพื่อนผู้หญิงชื่อ หญิง ก็กลายเป็น หญิงเหมือนผีเซด บอย ก็หลายเป็น คอยบวย งี้ครับ ทุเรศมาก ไม่รู้สนุกตรงไหน แต่ผมไม่มี ชื่อแบบนั้นด้วยวัฒนธรรม Beauty privilege คือผมเป็นเชียร์ลีดเดอร์คณะ เรื่องนี้อยากแฉมากเลยครับว่าเบื้องหลังภาพลีดที่โคดดูดี มันโหดร้ายแค่ไหน ผมก็เคยอยู่ในวงจรนั้นแหละ ไว้จะมาเล่าครับ เรื่อง Beauty privilege ที่มีอยู่จริง และเรายอมรับมัน โซตัสในที่ที่บอกว่าไม่มีโซตัส และ เรื่องดาร์กในสังคมคนที่ถูกสร้างภาพให้ดูดี แต่จริงๆ เราถูกสั่งสอนไว้ว่า ห้ามเอาเรื่องดาร์กไซด์ออกมาเล่านะ 55555 ผมก็พยายามเลี่ยงๆ ไม่เล่าตรงๆ มาตลอด ไม่อยากให้สังคม สถาบัน ดูไม่ดีอ่ะนะ

ผมอ่านมาถึง วงต้องเสียคนที่มีเครื่องส่วนตัวไปแล้ว 3 คน คือ เชี้ยมากครับ เป็นใครก็รับไม่ได้ต้องมีเจออะไรถ่อยๆ แบบนั้น และพีคเรื่องธนูมากครับ ....... แต่สังคมวงโยเป็นแบบนั้นจริงๆ เด็กวงโยในโรงเรียนเป็นที่รังเกียจของเด็กอื่นๆ ครับ ด้วยความเป้นที่พวกกากๆ ที่ทนกับเรื่องเลวๆ ในนั่นได้ ไม่เอาไหน เรียนแย่ และอัตพาล

โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:11:10:58 น.
  
จากเม้นที่บล๊อก

แฟร์รี่มันคงงอนผมมาก อุตส่ายอมมาอยู่ด้วย ก็ไม่รับผิดชอบซะอีก แค่ผ้าก็ไม่กลับมาปูให้นอน 55555 จริง...ที่ไม่เอาผ้าม่านมานอน 55555

บอกแล้วครับว่า ร่างกายอีกเรื่องแต่ใจสู้มาก 5555
เพื่อนก็บอกว่าผมไม่เมาขนาดนั้น แต่ใดๆ ก็อันตรายแหละไม่ควรขับรถ ถึงจะรู้สึกว่าเราขับได้ก็ตาม
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:11:14:10 น.
  
การฝึกเล่นเครื่องดนตรี ไม่ว่าแนวไหน.. ผมว่าเป็นแนวทางให้
คนมีจิตนิ่ง มุ่งมั่นแบบเงียบ ๆ

ตอนเรียนมัธยมอยู่ ตจว. ก็อยากจะเล่นกะเขา อาจารย์ให้ฝึกเป่า
ทำไงก็ไม่ได้ 555 เรียนโน๊ตก็ถูกครูเคาะหัว จำไม่ค่อยได้..เอาดี
ไม่ได้เขาให้ตีกลองแต๊ก.. ได้ไม้มาคู่ก็ไปเคาะที่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อน ด่าพรึมเลยเอาดีทางนี้ไม่ได้เลย

แต่ชีวิตดันอยู่ในแวดวงพวกนี้คือ ไปอยู่ในผับบาร์ก่อนเวลาเปิด
บริการเคยคุ้นเคยกับ นักดนตรี/นักร้องที่ซ้อมก่อนแสดง วันเอ้ย
คืนหนึ่ง 3 วง.. ดนตรีค่อยซึมซับ คือชอบ..มากทั้งที่งานผม
ไม่เกี่ยวเลยคือ งานด้านเสียภาษี/บัญชี คือไปอยู่สิบกว่าแห่ง

เลยติดตามด้านดนตรีมาตลอด..คือฟัง/ร้อง.. นักดนตรีหรือนักร้องที่ไปเล่นตามศูนย์การค้าที่ผมทำงาน หัวจะเกรียนมาจาก
วงทหารทำนอกเวลา เคยคุยกันจึงรู้ว่า เขาเรียนรู้จากวงดุริยางค์ของ โรงเรียน.. เป็นแนวทางให้เกิดอาชีพ ช่วยให้คนมีงานทำเยอะเลย

...
ช่วงโควิดมาเยือน นักดนตรี/นักร้องตกงานนานจนแทบจะขาดใจขาดเงิน เมื่อคุณชัชชาติเข้ามาเป็น ผู้ว่าส่งเสริมให้
นักดนตรีได้ ขยับบ้างได้เงินบ้างไม่ได้เงินบ้างไม่เป็นไร อีกสักพักคงจะดีขึ้น การเงินจะเดินสะเพัด

เป็นแนวคิดคนสมัยใหม่ มิได้มุ่งหวังอะไรมากนัก คนต่อต้าน
ประชาธิปไตยคือ ชอบให้คนอยู่ในกะลาก็ไม่ชอบอย่างที่เห็นๆ
ก็กระแนะกระแหน.. เรา ๆ คนธรรมดามิได้มีเงินเดือนเป็น
สว.แหะ ๆ หรือเงินเดือนการเมือง ก็ได้แต่ลุ้น ๆ ให้มีคนแบบ
คุณชัชชาติเข้ามาทำงานมากขึ้น

...
ที่บล๊อกผมเขียนเกี่ยวกับ ชีวิตในป่าเป็นช่วงชีวิตที่หนักมาก
เรืองทาก... เกลียดที่สุดเอามือล้วงกางเกงเกา ๆ จะเจอทาก
เกาะ เนื้อตัวเเปียกฝนตกตลอด ลำบาก... เรื่องสูบบุหรีหมดสิทธิสูบครับเพราะเปียกไปทั้งตัว ใช้บุหรี่จี้คงทำได้บางแห่ง

ความแขยงเจอทีไรก็ใช้มือกวาดทิ้ง บางที่มันเกาะขาใช้มีดเหน็บที่เอว กดคมมีดขูดทากออก... ตัวทากน่าจะมีสารบางอย่างที่ทากกัดเจาะไปแล้วทำให้เลือดเจือจาง ทากสูบเลือด
ได้ง่ายครับ

เรื่องที่เล่านานมากแล้ว เคยไปเจอที่เขาใหญ่บ้าง แต่ท้องที่อื่นทากอยู่ไม่ค่อยได้เพราะยาฆ่าแมลงครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:12:14:41 น.
  
สวัสดีค่ะ

พี่ว่าที่ไหนๆในเมืองไทยมันจะมีเรื่องแบบนี้ล่ะค่ะ
อยู่ที่ว่าใครรับได้แค่ไหน หรืออีกอย่างคืออยู่แบบไม่สนใจโลกไปเลย
ให้คนเหล่านั้นอยู่ร่วมกันไป ถ้าเขายอมรับกันได้
อย่างเรารับไม่ได้ก็ถอยออกมายืนดูห่างๆ อย่าไปใกล้เขาเลย

จริงๆไม่ว่าจะสังคมใหญ่ระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ หมู่บ้าน
ชุมชน โรงเรียน หรือแม้แต่ครอบครัว มันก็มีจุดดำมืดซ่อนอยู่ค่ะ


โดย: tanjira วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:14:01:51 น.
  
ผมเคยเอว 27 น้ำหนัก 56 ตอนอายุ 27
พอช่วง 30 ปลายๆ
เอว 36 น้ำหนัก 80 กว่าโล
ความดันสูงถามหาเลยครับ

ตอนนี้เลยต้องกินยาควบคุมความดัน
เปลี่ยนอาหาร ออกกำลังกาย
ตัวเลขถึงจะกลับมาปกติ

อาจารย์ก็ไม่กล้าเปลี่ยนทันทีหรอกครับ
วันที่ผมเสนอให้เลิกการว๊ากและการรับน้อง
ศิษย์เก่ารุ่นพี่ที่อาวุโสกว่าอาจารย์ในคณะ
กลับมาประชุมกันอย่างพร้อมเพียงเลย 555
เขาถามผมว่า
"คุณเป็นใครถึงมายกเลิกประเพณีอันดีงามของคณะที่มีมาอย่างยาวนาน"
ผมถามต่อทันทีว่า "อะไรคือประเพณีที่งดงามที่ว่า"
แล้วก็เล่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับน้องในปีก่อนๆให้ฟัง
มันมีทั้งความรุนแรง คำสั่งปัญญาอ่อนให้น้องทำ
มีการลวนลามน้องๆทั้งผู้ชายผู้หญิงในวันรับน้องและวันมีตติ้ง

รุ่นพี่ก็อึ้งไปครับ อาจารย์ก็รู้ว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
แต่แค่ไม่มีใครพูด พอผมพูดเลยเป็นประเด็นขึ้นมาเลย
สุดท้ายพอรับน้องไปอีกปี

ทุกคนคงเห็นแล้วว่ามันไม่มีประโยชน์และไม่ได้สวยงามเหมือนก่อน
ก็เลยยกเลิกไปในที่สุด
ปัจจุบันก็ไม่มีการรับน้อง ว๊ากน้องในคณะแล้วล่ะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:18:57:30 น.
  
สวัสดีครับ

ขอบคุณที่แวะไปคุยที่บล็อกนะครับ
ใช่ครับ คนวาดเดียวกับ 20th century boy

เดี๋ยวนี้ราคาหนังสือการ์ตูนถูกสุดเริ่ม 70 ไล่มา 80 85 90 ... ในแบบเล่มความหนาปกตินะครับ
แต่เล่ม สัญลักษณ์แห่งฝัน นี้พิมพ์เป็นเล่มใหญ่หน่อย กระดาษดี มีการ์ดแถม เลยพุ่งมา 195 ครับ แต่ถือว่าคุณภาพการพิมพ์โอเคเลยนะครับ

ที่ว่าพลิกปกกลับด้านแล้วจะไม่สวย ก็จริงนะครับ แถมจะกลายเป็นทำให้ชำรุดไป
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:21:03:09 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปคุยที่บล็อก
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 2 สิงหาคม 2565 เวลา:21:16:58 น.
  

สวัสดียามเช้าครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 สิงหาคม 2565 เวลา:6:51:56 น.
  
จากบล๊อก

วันก่อนผมเพิ่งอ่านเองว่า เพ่งครบรอบกี่ปีไม่รู้ของวงขอทาน 5555 จริงๆ โรงเรียนนั้นดังมากนะครับ
EXP 0 ก็ Level 99 ได้ อันนี้ผมเชื่อ แต่มันจะมีพวกนึงที่ไม่ได้จริงๆ ไปได้ไกลสุดก็ Level 50 ขึ้น 99 ไม่ได้ก็มี

ปกติเด็กห้องคิงจะไม่มาเอาดีด้านวงโยฯ เพราะมันใช้เวลา และต้องทุ่มเทกับการซ้อมมา เสียการเรียนเอาง่ายๆ น่าเสียดายนะครับ ที่ต้องเจอเรื่องแย่ๆ จนลาออกไป และบอกว่า ไม่น่ามาสมัครเรียนที่นี่ ฟังดูเจ็บปวดมาก ๆ

ผมเคยเจอแม่ของรุุ่นน้องสวนกุหลาบคนนึง เค้ามาแก้บนให้ลูกชายที่เข้า วิศวะ มธ ได้ เค้าถึงกับถามผมว่า จะให้ลูกมางานรับน้องดีไหม กังวลมากๆ ผมก็บอกว่า ไม่มีอะไรหรอกครับ ไม่มีอะไรรุ่นแรงหรอก มาเถอะจะได้เจอเพื่อน พอน้องต้องเข้าห้องเชียร์ ผมจะยืนดูน้องอยู่ห่างๆ ตลอดเลย ไม่อยากให้มีเรื่อง feel bad กับน้อง เพราะรับปากคุณแม่น้องเอาไว้เองว่าจะดูแลน้องให้ ซึ่งน้องก็จิตแข็ง โอเคกับทุกอย่าง สู้ได้หมดกับทุกอย่าง และบอกผมว่า พี่ไม่ต้องห่วงผมหรอก โล่งใจไปหน่อยครับ แต่น้องเกิดอยากเป็นลีดเหมือนผม คือแค่อยากเหมือนผม ผมบอกน้องคำเดียวเลยว่า "หนีไป...เมิงอย่ามา"
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 3 สิงหาคม 2565 เวลา:14:12:54 น.
  
จากบล๊อก
2 ภาพสุดท้ายมองแล้วรู้สึก เชี้ย! มหัศจรรย์!!!
หุยการย้ายของนี่นรกแตกมากครับ ผมออกจาก รพ มาวันศุกร์ เข้าบ้านเลย ไปนอนแบบ....กระเป๋าเสื้อผ้า 1 ใบ ส่วนของจากคอนโด เสื้อผ้า ของใช้ พี่สาว กับลูกพี่ลูกน้องไปขนมาให้แล้วกองไว้เป็นกล่องๆๆ วันเสาร์ไล่ถูกบ้านอีกรอบ แกะกล่องแยกของอะไรเข้าครัวอะไรขึ้นบน อะไรลงล่าง อะไรเข้าห้องเก็บของ แล้วผมก็สแตนบายอยู่ในห้องเก็บของ ยกๆ เรียงๆ ติดป้ายอยู่เกือบทั้งวันตกเย็นไปเปิดกล่องเสื้อผ้าหาชุดทำงาน นี่ร่วงเลยครับ 55555 พี่เขยได้ห่ามอีก

ห้องนอนใช่ครับ ผมชอบแนวมืด ๆ หน่อย ปรากฎ เช้าไม่รู้ว่าเช้า ตื่นสายทุกวัน 55555

เสียดายคนที่มีใจรักดนตรีแต่ต้องเจอกับเรื่องการเมืองจนตัดสินใจไม่ไปต่อทางสายดนตรีครับ เซ็งเลย
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 3 สิงหาคม 2565 เวลา:17:20:40 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Nosurrender.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#18



สมาชิกหมายเลข 7115969
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]