ทำไมคนตอบกระทู้น้อย
"ทำไมคนตอบกระทู้น้อย"

คำนี้คงมีคำถามที่ค้าง ๆ คา ๆ อยู่ในใจผู้ชมในห้องกระทู้ เทค หลาย ๆ ต่อหลาย ๆ คนที่เห็นกระทู้ไม่มีคนตอบ ก็จะมีผู้ที่ชอบตอบกระทู้บางท่านบอกว่า เป็นเพราะเจ้าของกระทู้ชอบตั้งแล้วไม่ตอบบ้าง ไม่ขอบคุณบ้าง ก็เลยทำให้คนตอบน้อยลง

จนไปถึงบางคนที่มักไม่ค่อยชอบตอบปัญหา แต่พอมีเรื่องนี้ก็จะขอบ่นแจมไปว่า ทำความดี ทำไมต้องหวังผลตอบแทน ทำไมต้องหวังคำขอบคุณจากเจ้าของกระทู้ด้วย ทำความดี ไม่ต้องหวังผลตอบแทน

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังคงมีอยู่ให้เห็นได้บ่อย ๆ ผมไปตอบกระทู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ซะยาวเลย ก็ขอเอามาเก็บเอาไว้ เผื่อใครอ่านมาเจอเข้าก็จะได้เข้าใจเสียใหม่ว่า ทำไมเขาจึงอยากให้เจ้าของกระทู้เข้ามาตอบ หรือมาขอบคุณ หรือมาแจ้งว่าได้ผลหรือไม่ รวมทั้งทำอะไรก็ได้ที่แสดงให้ผู้ตอบทราบว่า ได้เข้ามาอ่านแล้ว




ผมขอตอบแบบส่วนตัวนะครับ ไม่เกี่ยวกับกระทู้น่ะครับ แต่พูดคุยกันในอีกมุมหนึ่งที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่เข้าใจ หรือเข้าใจไปกันคนละทาง

ความเห็นที่ 2 นั้นพูดมาถูกต้องแล้วครับ การตั้งคำถามนั้นตั้งได้ครับ แต่ถามว่า ตั้งมาแล้วมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองตั้งหรือเปล่า คนตอบน่ะมีเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครเข้ามานาน ประมาณปี 47-48 นั้นจะมีคนระดับสุดยอดมาตอบปัญหาอยู่มากมาย ทั้งเขียนบทความแนะนำ ช่วยตอบปัญหา เรียกว่า ช่วงนั้นมีความอบอุ่นกันอย่างมาก ได้ความรู้สนุกสนานกว่าตอนนี้เป็น 1000% จึงก่อเกิด PANTIP SOFTWARE MEETING ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว นั่นเป็นผลพวงของช่วงนั้นครับ แต่ช่วงหลัง ๆ นี้ คนเหล่านั้นหายไป มีสาเหตุหลายประการ เช่น โตขึ้น มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น หรือเรียนจบต้องทำงานกันบ้าง มีครอบครัวบ้าง ทำให้ต้องก้าวสู่อีกยุคที่รอคนรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาแทนที่ แต่ก็หาได้น้อยลง

ปัญหาต่าง ๆ ก็มีมากมายเพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา โปรแกรมใหม่ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้การศึกษาเรื่องเดิม ๆ มักจะมีประโยชน์น้อย ดังนั้น เมื่อตอบไม่ได้ก็เลยไม่ตอบ คุณลองดูนะครับว่าคนที่ตอบใช้ชื่อเดิม ๆ มีสักกี่คน แต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน ดังนั้น จะไปสรุปว่าไม่ช่วยกันตอบก็คงไม่ได้

อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนตั้งกระทู้นั่นแหล่ะครับที่เป็นสาเหตุของการตอบปัญหาน้อยลง คุณอย่าลืมนะครับัว่า การตั้งกระทู้เป็นสิ่งโต้ตอบกัน เมื่อมีตั้ง มีคนตอบ เมื่อมีคนตอบ คนตั้งกระทู้ ก็ต้องมาขอบคุณ หรือแจ้งผลว่าได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องทำความดีแล้วหวังผลตอบแทนอย่างที่คนหลายคนเข้าใจผิดนะครับ

แต่มันเป็นเรื่องของการปฏิสัมพันธ์กันครับ ผมไม่แน่ใจว่าคนยุคนี้เขาลืมมารยาท ประเพณีสิ่งดีงามของไทยกันหมดแล้วหรือยัง หรือว่า ครูสมัยนี้เขาไม่ได้สอนกันแล้วเรื่องจริยธรรม (ไม่ได้ว่าใคร แต่มองสภาพความเป็นจริงของสังคมที่เกิดขึ้นจริง ๆ อยู่ที่ว่าจะยอมรับความเป็นจริงกันหรือเปล่า) เมื่อมีผู้ให้ของเรา เราก็ควรที่จะขอบคุณ-ขอบใจเป็นการแสดงการตอบแทน เมื่อมีคนตอบคำถามให้ คนตั้งกระทู้ ก็ควรที่จะขอบคุณเป็นการตอบแทน รวมทั้งเป็นการรักษามารยาทและประเพณีที่ดีงามของไทยให้คงอยู่ต่อไป

อย่างที่สอง การที่คนตั้งกระทู้เข้ามาแสดงความขอบคุณ หรือตอบว่า แก้ปัญหาได้แล้ว นั่นแสดงว่า คน ๆ นั้นมีมารยาทที่ดี มีความรับผิดชอบ รวมทั้งอาจจะแก้ปัญหาได้แล้ว ทำให้คนที่มาตอบปัญหา ก็โล่งใจได้ว่า ช่วยแก้ป้ญหาให้เขาได้แล้ว ซึ่งหากไม่มาตอบเลย (ขอบคุณหรือแจ้งว่าแก้ปัญหาได้ )ก็เป็นไปได้ว่า เขายังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อาจจะทำให้ผู้ตอบรอว่า เกิดปัญหาอะไรต่อจากนั้นหรือเปล่า แก้ปัญหาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้จะได้หาวิธีอื่น ๆ ต่อไป เพราะบางคนก็ตอบตามหลักการบ้าง ตอบตามความรู้ที่ตนเองมีอยู่ แต่ในสภาพแวดล้อมของ OS และซอฟท์แวร์ รวมทั้ง HARDWARE ต่างกัน ก็อาจจะเกิดปัญหาต่าง ๆ ไม่เหมือนกันได้ ซึ่งอาจจะทำให้คำตอบที่ให้ไป อาจจะแก้ปัญหาไม่ได้ นี่เองต่างหาก ที่เป็นความปรารถนาดีของผู้ตอบที่อยากจะส่งเจ้าของกระทู้ถึงฝั่ง แต่การจะรับรู้ว่า เจ้าของกระทู้แก้ปัญหาได้หรือไม่นั้น จะทำอย่างไรดีล่ะ ถ้าไม่ใช่การเข้ามาตอบ ขอบคุณหรือแจ้งว่า แก้ปัญหาได้แล้ว ดังนั้น การรอเจ้าของกระทู้มาขอบคุณหรือมาตอบนั้น ไม่ใช่เป็นการทำความดีหวังผลตอบแทนอย่างที่หลายคนเข้าใจ

อย่างที่สาม ถ้าจะบอกว่า คนที่รอให้เจ้าของกระทู้ มาขอบคุณหรือแจ้งว่าแก้ปัญหาได้แล้วนั้น เป็นการทำความดีหวังผลตอบแทน แล้วถ้ามองย้อนกลับไปยังคนที่ตั้งกระทู้ แล้วเฉย ๆ ไม่แสดงอะไรเลย เมื่อมีคนตอบปัญหาให้ อย่างนี้ น่าตำหนิกว่าคนที่ตอบปัญหาแล้วหวังคำขอบคุณ หรือตอบว่าแก้ปัญหาได้แล้วหรือไม่ อย่างนี้เรียกว่าเห็นแก่ตัวหรือเปล่า เมื่อตนเองมีปัญหา ก็ถาม แต่เมื่อมีคนตอบให้แล้วก็เฉย ๆ ซึ่งผมก็เจอมาเยอะเลย ที่ว่า มีแต่คนว่า ทำไมทำความดีแล้วต้องหวังผลตอบแทน (หมายถึงว่าคนที่ตอบปัญหาแล้วทำไมต้องรอคำขอบคุณ) แต่คนที่ว่านี้ ไม่เคยมีใครตำหนิคนที่ตั้งกระทู้ถามปัญหาเลยแม้สักคนเดียว

อยู่ในสังคม มันต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อมีปัญหาถามมา มีคนตอบ ก็ควรมีน้ำใจตอบแทนบ้าง เพื่อที่เขาเสียสละเวลาหาข้อมูลมาแก้ปัญหาให้ มันก็สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ เพราะการตอบปัญหานี้ มันไม่ใช่การทำความดีซึ่งหน้า เหมือนกับการให้เงินขอทาน ที่จะไม่ต้องหวังผลตอบแทน เพราะมันสุขใจตั้งแต่เขาเต็มใจรับ เขารู้สึกดีใจที่ได้รับของจากเรา นั่นเขาดีใจแล้วครับ เราเห็นเราก็สุขใจแล้วครับ

แต่การตอบกระทู้ จะรู้ได้อย่างไรว่า เจ้าของกระทู้อ่านแล้ว แก้ปัญหาได้หรือไม่ ถ้าแก้ไม่ได้จะได้หาวิธีช่วยเหลือต่อไป แต่นี่เงียบ...เลยไม่รู้ว่าแก้ปัญหาได้หรือไม่ คนตอบจะเป็นกังวลมากกว่าคนตั้งกระทู้เสียอีกเพราะการตอบก็อยากให้เขาแก้ปัญหาได้ แต่ไม่บอกอะไรสักอย่างที่แสดงว่า เข้ามาอ่านกระทู้แล้ว

เมื่อขาดการโต้ตอบเช่นนี้ ก็เลยทำให้หลาย ๆ คนที่ตอบปัญหาอยู่บ่อย ๆ รู้สึกว่าไม่สนุก และไม่ต้องมานั่งดูว่า ตอบปัญหาไปแล้วเขาจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ ดังนั้น เขาเลยไม่ตอบไงครับ มันก็เหมือนกับการเข้าสังคมนั่นแหล่ะครับ ถ้าคุณคุยกับคนอื่น แล้วคนอื่นคุยตอบกับคุณ คุณก็อยากคุยตอบกันใช่ไหมครับ แต่ถ้าคุณคุยกับเขาแล้ว เขาฟังและเงียบ ถามว่า คุณอยากจะคุยกับเขาต่อหรือไม่

ดังนั้นที่ตอนนี้พันทิปไม่ค่อยมีคนตอบปัญหา ก็มีสาเหตุหนึ่งมาจากคนตั้งกระทู้เองนั่นแหล่ะครับ ที่ไม่ค่อยสนใจกับปัญหาของตนเอง ก็เลยไม่มีคนตอบ และปัญหาบางอย่าง ก็เกินความสามารถบ้าง เจ้าของกระทู้ให้ข้อมูลมาน้อยบ้าง บางครั้งถามขอข้อมูลเพิ่ม เจ้าของกระทู้ไม่มาตอบซะงั้น ก็เลย ต้องให้พึ่งพาตนเองนั่นแหล่ะครับ

สุดท้าย มันก็จะเป็นวัฏฏจักรครับ คือมีคนตั้งกระทู้ มีคนตอบ พอมีคนตอบเจ้าของกระทู้ก็เฉย ๆ ไม่แจ้งให้ทราบว่าแก้ปัญหาได้หรือไม่ หรือไม่ขอบคุณ (ทำอย่างไรก็ได้ ที่จะให้ผู้ตอบรับทราบว่า แก้ปัญหาได้แล้วหรือมาอ่านแล้ว) ก็ทำให้คนตอบปัญหาเหล่านั้น ไม่ตอบ เลิกตอบกันไป

เมื่อไม่มีคนตอบ ก็ออกมาเรียกร้องให้มีคนตอบกันบ้าง หัดตอบปัญหากันบ้าง อะไรอย่างที่เป็นอยู่กันตอนนี้แหล่ะครับ

ล.ป. การตอบว่า แก้ปัญหาได้แล้วนั้น (จากเข้าของกระทู้) จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ปัญหานั้นแก้ได้ด้วยคำตอบที่มีผู้ตอบไว้ ผู้อ่านคนอื่น ๆ ก็จะได้เก็บไว้เป็นความรู้ด้วย แต่เงียบ ก็ไม่ได้แสดงว่า คำตอบนั้นแก้ปัญหาได้หรือไม่ การยืนยันการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือเจ้าของกระทู้มายืนยัน


ตัวอย่างของการถามแล้วกลับมายืนยันการแก้ปัญหาและขอบคุณผู้ตอบ

//www.pantip.com/tech/software/topic/SA2390922/SA2390922.html
//www.pantip.com/tech/software/topic/SO2499940/SO2499940.html
//www.pantip.com/tech/basic/topic/BA2494358/BA2494358.html
//www.pantip.com/tech/software/topic/SA2484034/SA2484034.html
//www.pantip.com/tech/software/topic/SA2480587/SA2480587.html

คิดว่า ดูตัวอย่างกระทู้จบ ก็คงจะเข้าใจความหมายของความเห็นที่ #2 และที่ #4 ได้ดีนะครับ




สังคมไทยจะน่าอยู่ ถ้าทุกคนรู้จักให้ รู้จักรับ



Create Date : 18 ธันวาคม 2550
Last Update : 18 ธันวาคม 2550 11:17:38 น.
Counter : 574 Pageviews.

4 comments
ทนายอ้วนพาเที่ยวเหนือสุดแดนสยาม - เชียงราย - วัดกลางเวียง เชียงราย ทนายอ้วน
(11 ม.ค. 2564 13:36:28 น.)
วัดประจำชาวไทลื้อ SertPhoto
(12 ม.ค. 2564 16:24:39 น.)
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(2 ม.ค. 2564 21:16:12 น.)
ท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อหลังวิ่ง The Kop Civil
(4 ม.ค. 2564 21:15:48 น.)
  
จริงอย่างที่เขียนวิเคราะห์ไว้ครับ ตรงมาก

ขอบคุณสำหรับประเด็นและสาระดีๆที่นำมาฝากให้ได้อ่านได้ศึกษากันครับ
โดย: ตี๋น้อย (Zantha ) วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:12:02:04 น.
  
ถ่องแท้เลยคับพี่
โดย: Kurt Narris วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:13:41:38 น.
  
จริงๆด้วยแฮะ........น่าคิดคับ....
โดย: ลิงด้วยกัน... (ลิงจ๊ากจ๊าก ) วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:16:00:46 น.
  
เห็นด้วยค่ะ
โดย: whitelady วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:16:22:08 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Linkinpak.BlogGang.com

ลิงกินผัก
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]