ตะวัน (ไม่) ตกดิน ที่ป้อมปี่ ตอนที่ 2
เราออกมาจากป้อมปี่เพื่อมาเที่ยวที่น้ำตกเกริงกระเวียตอนเวลาใกล้เที่ยง ฝนเริ่มตกลงมาพรำๆ สักพักเดียวก็หยุด เราเดินผ่านน้ำตกชั้นล่างที่เป็นลานหินกว้างขึ้นสู่ชั้นบน ประมาณร้อยเมตรก็พบวัดซึ่งเคยเป็นที่พำนักของอดีตหลวงพ่อยันตระผู้โด่งดัง เดินชื่นชมความสวยงามของวัดที่สร้างคร่อมน้ำตกเอาไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เดินกลับลงมาด้านล่าง ฝนเริ่มตกหนักอีกแล้ว - ฝนที่นี่เดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุดคล้ายผลัดกันทำงานครั้งละ 1 ชั่วโมง เราวิ่งข้ามถนนมาหลบฝนที่ร้านอาหารริมถนน สั่งข้าวมากินพร้อมนั่งดูไอหมอกขาวโพลนที่ปกคลุมอยู่ตามยอดเขาต่างๆรอบบริเวณ - ชั่วขณะหนึ่งเรานึกไปว่ากำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่จังหวัดทางภาคเหนือ ไม่ใช่ที่นี่ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงไม่เกินสี่ร้อยกิโลเมตร





ฝนที่ตกๆ หยุดๆ ตลอดเวลาทำให้เราไม่สามารถเดินเที่ยวที่อื่นได้ต่อ แผนการที่เราจะเดินไปดูน้ำตกไดช่องถ่อง - น้ำตกอีกแห่งหนึ่งของอุทยานฯ ก็เป็นอันต้องพับไป เรากลับมาพักผ่อนที่ป้อมปี่อีกครั้ง เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะมืด เราลองสอบถามเจ้าหน้าที่สาวใจดีดูว่าพอจะมีเรือพายหรือรถจักรยานให้เราได้ขี่เล่นได้บ้าง ปรากฏว่ารถจักรยานพังหมด โชคดีที่มีเรือพายของชาวบ้านให้ขอยืมได้ลำหนึ่ง กิจกรรมยามบ่ายของพวกเราก็เลยเป็นการพายเรือเล่นในอ่างเก็บน้ำ ผลัดกันนั่ง ผลัดกันพาย มองลงไปใต้น้ำก็ต้องหวาดเสียวกลัวเรือล่ม มองเห็นป่าทั้งผืนอยู่ใต้ตัวเราลงไป ดูลึกลับน่ากลัว พาลให้นึกไปว่าข้างล่างอาจจะมีสัตว์ประหลาดแฝงตัวอยู่ในป่าใต้น้ำรอเขมือบพวกเราอยู่ถ้ามีใครจมลงไป





ความคิดนี้ทำให้เรามือเท้าอ่อนไม่มีแรงพายเรือต่อจนต้องนำเรือไปคืนแล้วกลับมานั่งชมภาพอันสวยงาม เงียบสงบของผืนน้ำกว้างใหญ่เบื้องหน้า ท้องฟ้ายังถูกปกคลุมด้วยกลุ่มก้อนเมฆสีเทา จนเราเริ่มกลัวว่าจะไม่ได้เห็นภาพดวงอาทิตย์ตกน้ำที่ตั้งใจเอาไว้ ยิ่งเวลาผ่านไป คนในบริเวณนั้นก็เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากที่มีไม่เกินสิบคนในช่วงเช้าก็เพิ่มเป็นเกือบห้าสิบคน เกือบทุกคนพกอุปกรณ์ถ่ายรูปมาอย่างครบครัน มีเป้าหมายเดียวกันคือการได้เก็บภาพความสวยงามของผืนน้ำในอ่างเก็บน้ำที่ถูกแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันย้อมให้เป็นสีส้ม



ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วในเย็นวันนั้น ท้องฟ้าจะไม่เปิด และไม่มีใครในที่นั้นได้เห็นภาพดวงอาทิตย์ตกน้ำอย่างที่ต้องการ แต่ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำยามใกล้ค่ำก็ไม่ได้ด้อยลงไป สีเทาของท้องฟ้าเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนคล้ายจะกลืนหายไปกับสายน้ำ สายลมพัดแรงลูบไล้ผิวน้ำจนเกิดเป็นริ้วคลื่นเล็กๆวิ่งตามกันไม่หยุดหย่อน ดวงไฟสีเขียวของเรือนักหาปลาถูกจุดสว่างขึ้นทีละดวงตามแนวเกาะแก่งกลางท้องน้ำกว้างใหญ่จนทั่วบริเวณ มองดูคล้ายฝูงหิ่งห้อยที่กำลังบินเล่นกับสายลมอยู่ตามยอดเขาที่โผล่พ้นขึ้นมาจากทะเลหมอกสีเทา



เราพยายามไล่เก็บภาพความสวยงามเหล่านั้นไว้ให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่จำกัด ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่า คงไม่มีภาพถ่ายภาพใดในโลกที่จะสามารถถ่ายทอดความงดงามที่เห็นอยู่เบื้องหน้าได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม

ความสุข ปรอดโปร่ง สบายใจจากการที่ได้ถูกโอบล้อมด้วยอ้อมกอดของธรรมชาติที่สวยงามนี้ทำให้เกิดความสงสัยว่า เหตุใดคนเราจึงต้องดิ้นรนไขว่คว้าหาความสุขกันนัก ความจริงแล้วตัว "ความสุข" ที่แท้จริงอาจกำลังบินว่อนอยู่รอบตัวเราในทุกขณะ เพียงแต่ว่าเราไม่เคยสนใจมองมันเท่านั้นเอง




Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 8 ตุลาคม 2552 10:02:11 น.
Counter : 688 Pageviews.

2 comments
20 เม.ย. 67 หาดสามร้อยยอด Day.1 kae+aoe
(29 เม.ย. 2567 21:55:02 น.)
Civilize Hotel อุดรธานี โรงแรมสวยใจกลางเมือง แมวเซาผู้น่าสงสาร
(27 เม.ย. 2567 14:50:09 น.)
กองถ่ายจีนในเทศกาลภาพยนตร์ปักกิ่ง เตรียมลงทุนถ่ายหนังในไทยกว่า 2,600 ล้านบาท travelistaนักเดินทาง
(26 เม.ย. 2567 17:03:40 น.)
สวนพฤกษศาสตร์กันดอว์จี (National Kandawkyi Botanical Garden) สายหมอกและก้อนเมฆ
(25 เม.ย. 2567 16:24:02 น.)
  
ว้าวววววว ชอบบรรยากาศแบบนี้มากครับ
โดย: หมื่นลี้ ทวีโค้ง (JKKGRAPHIC ) วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:13:19:21 น.
  
ชอบเหมือนกัน
โดย: kwan_3023 วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:7:52:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Jijaa.BlogGang.com

johnraphi
Location :
สุพรรณบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]