Into Thin Air ไต่ฟ้ากระชากฝัน
ข้างล่างนี่เป็นบทความเกี่ยวกับหนังสือเรื่อง Into Thin Air หรือภาคภาษาไทยว่าไต่ฟ้ากระชากฝัน โดยมีที่มาจาก คอลัมน์ร่มรื่นในเงาคิด โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๑๑๓ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ อาจจะลองอ่านดูก่อนอาจจะช่วยให้จินตนาการได้นิดนึงว่าเนื้อหาหนังสือจะเป็นอย่างไร

หนังสือเล่มนี้เป็นของสำนักพิมพ์มติชน ยังพอมีขายอยู่มั๊ง

//www.matichonbook.com





Into Thin Air ไต่ฟ้ากระชากฝัน
แปลโดยอินทนนท์

ผู้เขียนคือ จอน คราเคาเออร์ นักเขียนอิสระ ของนิตยสาร เอาต์ไซด์



ที่น่าสังเกต ในกลวิธีเขียนของคนตะวันตก ที่ทำงานกึ่งนักข่าวกึ่งสารคดี เช่นอย่างจอน คราเคาเออร์ เป็นต้นวิธีการรวบรวมข้อมูล และใช้สลับฉากในการเขียนแบบนิยาย ทำให้คนอ่านรู้สึกลื่นไหลไม่ต่อต้านเหมือนกำลังถูกยัดเยียดให้อ่านงานวิชาการ ที่น่าเบื่อหน่าย (แม้เนื้อหาจะสนุกสนานก็อาจน่าเบื่อได้ถ้าทำไม่ดี) นี่เป็นหตุผลหนึ่งที่ฉันติดตามอ่านอย่างทึ่งและสนุกในการจับผิดข้อมูล เพื่อดูว่ามีบ้างไหม ที่เขาใช้วิธีนั่งเทียนเขียน แต่แทบว่าไม่พบข้อบกพร่องในการเก็บข้อมูลสัมภาษณ์เพื่อนร่วมตายแต่ละคน


"เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2539 เขาประสบความสำเร็จในการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ในระดับความสูง 29 028 ฟุต เป็นความสำเร็จที่น้อยคนในโลกนี้จะทำได้ แต่ก็เป็นความสำเร็จที่นำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงมาสู่เขา 8 คนในคณะ สามารถไปถึงยอด 5 คน แต่ 4 ใน 5 เสียชีวิตลงท่ามกลางพายุหิมะ และในห้วงเวลาเดียวกันนั้น มีผู้เสียชีวิต 9 คน จากคณะปีนเขา 4 คณะ และ 3 คน เสียชีวิตลงในเวลาไม่ถึง 1 เดือนต่อมา ไม่รวมถึงผู้ที่ต้อง "พิการ" ไปตลอดชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง

นอกเหนือจากเป็นบันทึกเหตุการณ์ "จริง" อันชวนสยดสยองแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังเป็นเหมือนการ "ไถ่บาป" ของตัวเขาด้วย จอน บอกว่า"นักเขียนและบรรณาธิการที่ผมนับถือหลายคนแนะนำว่า ผมไม่ควรเขียนหนังสือเล่มนี้เร็วเกินไป พวกเขาบอกให้ผมรอสักสองหรือสามปี ทิ้งช่วงห่างระหว่างผมกับเหตุการณ์ เพื่อให้ผมสามารถเห็นภาพทั้งหมดได้ชัดเจนขึ้น คำแนะนำของพวกเขามีเหตุผลที่ดี แต่ท้ายสุด ผมก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม เหตุผลสำคัญก็เพราะว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนนั้นกัดกร่อนชีวิตผมมากขึ้นทุกๆ วัน ซึ่งผมคิดว่าการเขียนหนังสือเล่มนี้อาจช่วยให้ผมกำจัดมันออกไปจากชีวิตผมได้ แน่นอน มันมิได้เป็นดังที่คิด..."

จอน ยังคงลบภาพที่เขาประสบออกไปไม่ได้ ภาพความตายของเพื่อนร่วมคณะที่เขามีส่วนอยู่ อ่านหนังสือของ จอน แล้ว ต้องยอมรับว่าระทึกใจ และสลดไปกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นมากๆ พร้อมๆ กับ เกิดคำถามหลายอย่าง เกี่ยวกับความทะเยอทะยานของมนุษย์ ทะเยอทะยานที่จะเอาชนะ" ทุกสิ่งทุกอย่าง" แม้มันจะไร้เหตุผล ไร้สาระ อย่างสิ้นเชิง แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่ง กระเสือกกระสนไป

หลายตอนในหนังสือเล่มนี้ พูดถึงฉาก (ที่เป็นเหตุการณ์จริง) ของนักไต่เขาที่ปีนผ่านร่างอันไร้ชีวิตของนักผจญภัยนอนแช่แข็งอยู่ในหิมะ พวกเขาหยุดมอง แล้วก็ก้มหน้าก้มตาปีนป่ายต่อไป เหมือนร่างคนตายนั้นเป็นเพียงก้อนหินก้อนหนึ่ง ความต้องการเอาชนะ ความทะเยอทะยานที่จะเป็นผู้พิชิต ทำให้มนุษย์จิตใจเย็นชา ตายด้าน ได้เพียงนั้น ที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ ความต้องการเป็นผู้ชนะ หรือความต้องการเป็นผู้พิชิตในวันนี้ มันไม่ได้เป็นเพียงความบ้าปิ่นของมนุษย์เพียงอย่างเดียว หากแต่ปัจจุบัน มันถูกนำมาขายเฉกเช่นสินค้าชนิดหนึ่งด้วย

จอน ได้มีโอกาสพิชิตเอเวอเรสต์ ก็เพราะบริษัททัวร์ให้สปอนเซอร์แก่เขาเพื่อแลกกับการนำเรื่องราวที่เขาได้พบไปเขียน เพื่อที่จะเป็นแรงดึงดูดให้คนที่ต้องการจะพิชิตธรรมชาติอันยิ่งใหญ่มาใช้บริการบริษัททัวร์นั้น ส่วนเพื่อนร่วมคณะของเขาต้องจ่ายเงินต่อหัว ถึงประมาณ 65 000 ดอลลาร์ หรือกว่า 2.8 ล้านบาท เพื่อแลกกับการได้เป็นผู้ชนะ เงินจำนวนมหึมาที่ต้องจ่ายไป ทำให้ หัวหน้าทัวร์ มีหน้าที่ต้องพาลูกค้าไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ ทั้งนี้ เพื่อชื่อเสียงและหลักประกันถึงคุณภาพของทัวร์ของเขาว่าสามารถทำให้คุณพิชิตที่สุดของโลกได้ ยิ่งจำนวน "ผู้พิชิต" มีมากเท่าใด ก็จะหมายถึงจำนวน "เงิน" ที่จะหลั่งไหลเข้ามา ด้าน "ลูกค้า" เมื่อต้องจ่ายเงินไปก็ย่อมที่จะต้องเรียกร้องสิ่งแลกเปลี่ยน ให้คุ้มค่า "ที่สุด" คือต้องไปให้ถึงยอดเอเวอเรสต์ให้ได้ ไม่ว่าจะในรูปแบบใด เพียงหนึ่งนาทีก่อนที่จะถูกแบกหามลงมา หรือเพียงหนึ่งนาทีก่อนที่จะถูกแสงเจิดจ้าของแสงอาทิตย์สะท้อนกับหิมะ กรีดดวงตาให้ " มืดบอด" ไปตลอดชีวิต

"เงิน" จึงทำให้ ผู้จัดทัวร์ และลูกทัวร์ ยืดเวลาแห่งความพ่ายแพ้ของตนเองออกไปให้มากที่สุด ซึ่งการยืด "เวลาความพ่ายแพ้" ออกไปให้มากที่สุดนี้เอง ที่ทำให้ "สิ่งเลวร้าย" เกิดขึ้น คณะของ "จอน" เช่นกัน ถ้าพวกเขาตัดสินใจยอมพ่ายแพ้ "หันหลังกลับ" เมื่อรู้ว่าไม่สามารถไปถึงยอดเขาในเวลาที่กำหนด อันเป็น "เส้นตาย"

เพราะหลังจากนั้นจะต้องเผชิญกับความปรวนแปรของอากาศ ขณะที่ร่างกายไม่อาจทนได้กับการขาดออกซิเจนในเวลาที่ยาวนานได้อีกต่อไป และที่สำคัญ พวกเขาไม่ยอมแพ้ทั้งที่ธรรมชาติได้บอกถึงสิ่งผิดปกติ แม้จะไม่ชัดเจน แต่ธรรมชาติก็เที่ยงธรรมที่จะส่ง "นัย" ให้พวกเขาได้รู้ แต่พวกเขาก็นิ่งเฉย และพายุก็โหมกระหน่ำ พัดพาชีวิตของพวกเขาหลายคนล่องลอยไป...

หลังงานเขียนของ จอน ตีพิมพ์ออกไป มีข้อความปรากฏบนอินเตอร์เน็ต เป็นข้อความจากชาว "เชอร์ปา" ชนเผ่าที่อาศัยที่อยู่บริเวณเทือกเขาเอเวอเรสต์ จอนได้นำมาตีพิมพ์ในหนังสือของเขา

" ข้าพเจ้าเป็นเด็กกำพร้าชาวเชอร์ปา บิดาของข้าพเจ้าประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตบริเวณน้ำตกน้ำแข็งกัมบุ ขณะที่กำลังจัดเตรียมเรือข้ามฟากสำหรับคณะสำรวจในปลายทศวรรษที่ 60 มารดาของข้าพเจ้าหัวใจวายเสียชีวิตพร้อมสัมภาระบนหลังแถวเพริเช ขณะที่ทำงานเป็นลูกหาบให้กับคณะปีนเขา ในปี 1970 พี่น้องของข้าพเจ้าอีกสามคนเสียชีวิตลงจากสาเหตุต่างๆ กัน พี่สาวและตัวข้าพเจ้าถูกจับแยกส่งตัวไปยังบ้านเด็กกำพร้าในยุโรปและอเมริกา ข้าพเจ้าไม่เคยกลับไปยังบ้านเกิดอีก เพราะรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นดินแดนต้องคำสาป บรรพบุรุษของข้าพเจ้าถูกขับไล่จากพื้นราบให้หนีขึ้นมาตั้งถิ่นฐานบนโซโลกัมบุ ที่นั่นพวกเขาได้อาศัยร่มเงาของ สการะมาตา-มารดาแห่งแผ่นดิน เป็นที่หลบภัย ซึ่งพวกเขามีหน้าที่ต้องคอยปกป้องเธอจากการบุกรุกของบุคคลภายนอก แต่เผ่าพันธุ์ของข้าพเจ้าได้ทำในสิ่งตรงข้าม พวกเขาพาคนนอกเข้ามาในที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ และพากันย่ำยีร่างกายทุกส่วนของเธอ พวกเขายืนป่าวประกาศถึงชัยชนะบนเศียรของเธอ และทำให้หน้าอกของเธอต้องเปรอะเปื้อนมีมลทิน หลายคนต้องสละชีวิตของตัวเองเป็นบรรณาการ หลายคนรอดชีวิตมาอย่างฉิวเฉียด หรือนำชีวิตคนอื่นมาถวายแทน ข้าพเจ้าไม่เคยเสียใจที่ไม่ได้กลับไปที่นั่น เพราะข้าพเจ้ารู้ว่าพื้นที่นั้นต้องคำสาป พวกคนนอกที่มีเงิน ถือดี คิดว่าตัวเองสามารถเอาชนะโลกได้ แต่พวกเขาไม่มีวันหนีความตายไปได้ ความตายที่ท้าทาย มารดาแห่งเทพ"เอเวอ เรสต์ !








Create Date : 17 พฤษภาคม 2550
Last Update : 19 พฤษภาคม 2550 19:50:54 น.
Counter : 5492 Pageviews.

3 comments
ปรับตัว เฮียมู ฝนที่ตกไม่หยุด toor36
(20 พ.ย. 2563 17:15:30 น.)
ตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 262 "เอาแต่ใจ" วิธีแก้อาการเอาแต่ใจ newyorknurse
(2 ต.ค. 2563 00:55:46 น.)
ปรัชญา Insignia_Museum
(29 ก.ย. 2563 10:36:37 น.)
นิทรรศการฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา ผู้ชายในสายลมหนาว
(8 ก.ย. 2563 13:51:10 น.)
  
ใครมีซื่อต่อหรือืมอ่านทีคับ 0891203699
โดย: ใครมีขอซื้อต่อหรือยืมอ่าได้ไม้คับ IP: 125.24.192.46 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:39:12 น.
  
อยากอ่านมากๆคับมีคำแนะนำรึป่าวพอจะหามาอ่านได้ยังไง คัยมีอ่านแล้วต้องการขายแบ่งปันผู้อื่น ติดต่อมาคับ 080-4141400
โดย: หน่อย IP: 171.100.187.67 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:1:23:42 น.
  
ใครมี บ้างขอซื้อต่อ 086-3781508
โดย: ภัสสร IP: 223.24.47.142 วันที่: 12 เมษายน 2559 เวลา:19:33:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Goodgirl.BlogGang.com

zuling68
Location :
คาวาซากิ ใกล้โตเกียวกะโยโกฮาม่า  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]