หลากหลายกับประเทศจีน
หวัดดีครับ
ขอนำเสนอบทความการปีนยอดเขา manamcho ปี 2007 โดยทีมอังกฤษ ทีมแรกของโลกที่พิชิตยอดเขานี้ได้ ยอดเขานี้อยู่ในเทือกเขา nyainqentaglha ยอดที่สูงทีสุดของเทือกเขานี้จะอยู่ที่ประมาณ 7,000 กว่าเมตร summitclimb.com ก็มีโปรแกรมปีนยอดเขา 7000 กว่าเมตรของเทือกเขานี้ เชิญอ่านได้เลยครับ
ทีมปีนยอดเขา manamcho ปี 2007 จากประเทศอังกฤษ
ในเดือน เมษายน ปี 2007 mick fowler , paul ramsden , steve burns และ ian Cartwright ได้พิชิตยอดเขา manamcho ( 6,264 เมตร ) และจุดระดับความสูง 5,935 เมตร ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นยอดเขาที่อยู่ในเทือกเขา nyainqentaglha ตะวันออก ในเขตธิเบต
ในเดือนเมษายน ปี 2007 ทีมปีนเขาเล็ก ๆ 4 คนจากประเทศอังกฤษ ซึ่งประกอบไปด้วย mick fowler , paul ramsden , steve burns และ ian Cartwright ได้ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง เทือกเขา nyainqentaglha ตะวันออก อันห่างไกลในเขตธิเบต ซึ่งเป็นเทือกเขาที่พวกเขาได้เดินทางมุ่งหน้ามาเพื่อที่จะทำการพิชิตยอดเขาที่เป็นรางวัลล้ำค่า manamcho ( 6,264 เมตร ) และจุดระดับความสูง 5,935 เมตร ให้สำเร็จเปนครั้งแรก
ผู้อ่านที่เคยติดตามข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว , อาจจะจำได้ว่า fowler ได้เดินทางเข้าไปยังบริเวณพื้นที่นี้ได้อย่างถูกต้องในปี 2005 , ในปีนั้นเขาได้เดินทางไปกับ chris watts , เขาได้ทำการปีนยอดเขา kajaqiao ( 6,447 เมตร ) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แต่แรกนั้นคู่หูทั้ง 2 ได้ถูกล่อใจให้เดินทางมาโดยแนวความคิดเกี่ยวกับการปีนยอดเขาที่ถูกเรียกกันว่า “matterhorn แห่งเทือกเขา nyainqentanghla” แต่จากการรวมกันของแผนที่ต่าง ๆ ที่ไม่มีคุณภาพและการออกใบอนุญาติปีนเขาที่ผิดพลาด ผลที่เกิดขึ้นก็คือคู่หูทั้ง 2 ได้ทำการปีนยอดเขา kajaqiao แทนที่จะได้ปีนยอดเขา manamcho ตามที่ได้ตั้งใจไว้
โดยไม่มีอะไรมาขัดขวาง , fowler ได้เดินทางกลับมายังธิเบตในปี 2007 เพื่อที่จัดการปีนยอดเขานี้ให้สำเร็จเรียบร้อย และก็เป็นอีกครั้งนึงที่ทีมปีนเขาทั้ง 4 คนได้รับใบอนุญาติพิเศษสำหรับการปีนเขาเพื่อที่จะเข้าไปยังบริเวณพื้นที่ ๆ ยังคงมีการปิดอย่างเป็นทางการต่อชาวต่างชาติและก็แบ่งทีมปีนเขาออกเป็น 2 ทีม ๆ ละ 2 คน เพื่อที่จะทำการปีนเขาในแบบ alpine mick fowler และ paul ramsden ปีนยอดเขา manamcho ทั้งไปและกลับจากแคมป์ฐานใช้เวลา 8 วัน ( หลังจากนั้นแล้วก็ได้ใช้เวลาในการค้นหาเพื่อที่จะทำการสำรวจบริเวณพื้นที่หุบเขา manam ที่อยู่ในบริเวณติดกันกับยอดเขา ) และจัดระดับความยากในการปีนเป็น TD และเป็นหนึ่งในการปีนเขาที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุดของพวกเขาอันเนื่องมาจากการปรากฏตัวขึ้นมาของยอดเขาอย่างสะดุดตา , ตำแหน่งที่ตั้งของยอดเขาที่อยู่ห่างไกล และวิวทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจ
Steve burns และ ian Cartwright ได้ทำการปีนขึ้นไปถึงจุดระดับความสูง 5,935 เมตรที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกันซึ่งเป็นการพยายามครั้งที่ 2 ของพวกเขาหลังจากที่ burns ได้ล้มป่วยลงจากการพยายามในครั้งแรก ต้องขอบคุณในการวางตัวของยอดเขานี้ การทำการปีนของพวกเขาได้ให้ข้อมูลที่ประเมินค่าไม่ได้เกี่ยวกับบริเวณพื้นที่ ๆ อยู่รอบ ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่ได้รับการสำรวจ การปีนเขา 3 วันของพวกเขาเกี่ยวข้องกับการปีนเขาในสภาพพื้นที่ ๆ มีลักษณะผสม ( น้ำแข็ง , หิมะ ผสมกับหิน ) ซึ่งมีระดับความยากในการปีน AD
Mick fowler และ paul ramsden มักจะร่วมทีมปีนเขาด้วยกันอยู่บ่อย ๆ และในปี 2002 พวกเขาก็ได้รับรางวัล piolet d’ or สำหรับการพิชิตยอดเขา siguniang ด้านเหนือ , ประเทศจีน โดยใช้เส้นทาง central couloir สำเร็จได้เป็นครั้งแรก
ทีมปีนยอดเขา manamcho ปี 2007 จากประเทศอังกฤษ
ระหว่างวันที่ 6 เมษายน 2007 – 5 พฤษภาคม 2007
ยอดเขา manamcho
Mick fowler และ paul ramsden ได้ทำการพิชิตยอดเขา manamcho ( 6,264 เมตร ) ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก โดยใช้เวลาไปกลับจากแคมป์ฐานเป็นเวลา 7 วัน ( จริง ๆ แล้วพวกเขาใช้เวลาในการเดินทางถึง 8 วัน แต่ว่าอีก 1 วันนั้นพวกเขาใช้ไปในการออกสำรวจบริเวณพื้นที่ ๆอยู่ด้านข้างของเส้นทางที่พวกเขาออกเดินทางไป )
ยอดเขา manamcho เป็นภูเขาที่สะดุดตาที่นาย tom nakamura แต่ดั้งเดิมนั้นได้ตั้งชื่อเอาไว้ว่า “matterhorn ของเทือกเขา nyainkentanghla ” รูปถ่ายของยอดเขานี้ปรากฏขึ้นบนปกหนังสือ the Japanese alpine news ในปี 2002 แต่ว่าแผนที่ในบริเวณพื้นที่นั้นไม่มีคุณภาพและรูปถ่ายที่อยู่หน้าปกก็เป็นการจับภาพมาอย่างเข้าใจผิดซึ่งมันเป็นภาพถ่ายของยอดเขา kajaqiao นาย mick fowler และ chris watts ได้เดินทางไปปีนยอดเขานี้ในปี 2005 และได้ค้นพบว่ามันเป็นการเข้าใจผิดซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว , มันก็หมายความว่าพวกเขามีใบอนุญาติสำหรับการปีนภูเขาที่ผิดยอด ยอดเขา kajaqiao สร้างความตื่นเต้นให้พวกเขาถึงขนาด และระยะเวลาการปีนเขาก็มาถึงเวลาที่ครบกำหนดตามใบอนุญาติ แต่ว่าการโต้เถียงกันถึงการปีนยอดเขา manamcho ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ที่มีมาแต่ดั้งเดิมนั้นจึงเกิดขึ้นมา ซึ่งนาย mick fowler จึงได้เดินทางกลับไปอีกครั้งนึงในปี 2007 กับนาย paul ramsden
หลังจากที่ได้ทำการปรับตัวให้เข้ากับอากาศบนที่สูงแล้ว , ซึ่งนาย paul ก็เกือบจะยุติการปีนเขาโดยเกิดความเสียหายขึ้นกับรองเท้าของเขาในขณะที่เขากำลังเดินทางกลับ , พวกเขาได้ออกเดินทางจากแคมป์ฐานในวันที่ 19 เมษายน การเดินทางเข้าไปยังเชิงเขาของสันเขาด้านตะวันตกเฉียงเหนือนั้นจะต้องข้ามที่ราบสูงธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่และหลังจากนั้นก็จะไต่ระดับขึ้นไปตามภูเขาสูงที่มีทิวทัศน์ที่ดีเยี่ยมซึ่งเป็นลักษณะพื้นที่ทางด้านเหนือของยอดเขา ตัวของสันเขาเองนั้นโดยส่วนใหญ่แล้วมีลักษณะเป็นหินมีหิมะปกคลุมมีมาตรฐานระดับความยากในการปีนอยู่ที่เกรด IV ถึงแม้ว่าบางที่เส้นทางการปีนนั้นไม่สามารถที่จะหาบริเวณที่เป็นจุดที่ใช้ในการเคลื่อนที่ แบบ skyhook ที่จำเป็นที่จะต้องใช้ในการปีนเคลื่อนไปอีกจุดหนึ่ง ในการปีนนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้แคมป์พักแรม 3 แคมป์เหนือ bergschrund และก็มีหิมะตกลงมาอย่างหนักในแต่ละคืนช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ตรงจุดหนึ่งซึ่งเป็นช่วงเส้นทางที่มีลักษณะเป็นหิมะที่เพิ่งตกลงมาใหม่ๆยาวถึง 20 เมตร ซึ่งลักษณะเส้นทางแบบนี้ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับนาย ramsden มาก่อนก็ได้เข้ามาเกี่ยวพันเป็นเส้นทางที่จะต้องผ่านไป แคมป์พักแรมแคมป์ที่ 3 , ตั้งอยู่ 75 เมตรใต้ยอดสูงสุด , เป็นแคมป์ที่หันหน้าไปทางยอดสูงสุดและก็มีหิมะตกลงมาถึง 2 ฟุตในตอนกลางคืน สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดการกลัวในการตั้งแคมป์ค้างคืน , สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้นอันเนื่องมาจากกระแสลมที่ไม่อาจที่จะลืมเลือนได้ตอนรุ่งเช้าของวันลุยยอดสูงสุด สิ่งเหล่านี้มันดีสำหรับสีผิวแต่ว่ามันแย่มากสำหรับการมองเห็น ทัศนวิสัยบนยอดสูงสุดได้ถูกตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะได้เห็นภาพมุมกว้างของภูเขาที่ยังไม่ได้พิชิตอันน่าตื่นตะลึงนั้นมลายหายไปหมดแล้ว รูปถ่ายยอดสูงสุดอันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ได้ไปถ่ายมานั้นมันเหมือนกับว่าได้ไปถ่ายมาตรงที่ไหน ๆ ก็ได้ในโลกนี้ที่มีหิมะ , หมอก , พายุที่มีกระแสลมแรง
หิมะยังคงตกลงมาตลอดช่วงเส้นทางการปีนลงทั้งหมดและมันก็มีความลึกถึงเอวเมื่อถึงตอนที่พวกเขาได้เดินทางมาถึงบริเวณธารน้ำแข็งที่อยู่เบื้องล่างยอดเขา เมื่อเดินทางถึงแคมป์ฐานหิมะก็ยังคงตกหนักซึ่งมีความลึกถึงหัวเข่าในขณะที่ยังใส่รองเท้าลุยหิมะอยู่ตรงหลาย ๆ จุดด้วยกัน , เมื่อวันที่ 26 เมษายน
มาตรฐานความยากในการปีนตลอดทั้งเส้นทางการปีนนั้นประมาณ TD , แต่ว่าการปรากฏขึ้นมาอย่างสะดุดตา , ตำแหน่งของยอดเขาที่ห่างไกลและก็วิวอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนั้นนักปีนเขาทั้งสองคนนี้จึงได้จัดให้ยอดเขานี้เป็นหนึ่งในการปีนที่มิอาจจะลืมได้มากที่สุดของพวกเขา ยังไม่จบเด้อ
รูปประกอบยอดเขา manamcho 6264 เมตร ดูท่าทางจะยากพอสมควรนะเนี่ย


//www.planetmountain.com/english/News/shownews.lasso?l=2&keyid=35627#


วันที่ 25/11/52 นิตยสาร สองภาษารายเดือน เล่มใหม่ หน้าปกเป็นเมืองปีศาจ , มณฑลซินเกียงส่งเข้าประกวด แจ่มเลย



Create Date : 13 กรกฎาคม 2550
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2552 10:57:59 น.
Counter : 340 Pageviews.

1 comments
ทนายอ้วนชวนเที่ยวเมืองสุพรรณ - ตลาดเก้าห้อง บางปลาม้า สุพรรณบุรี ทนายอ้วน
(22 พ.ย. 2564 11:42:02 น.)
Ladakh 2019 - Matho Monastery กาบริเอล
(23 พ.ย. 2564 12:21:09 น.)
เมื่อกาลเวลานำพาให้เราไปเยือน เมืองกาญจน์ (วันที่ 1 นนทบุรี-สังขละบุรี) nongmalakor
(20 พ.ย. 2564 17:13:08 น.)
Studer Restaurant (สตูเดอร์) ปากช่อง kae+aoe
(20 พ.ย. 2564 16:51:29 น.)
  
สวยจังเลยค่ะ
โดย: meaw_1985 วันที่: 14 กรกฎาคม 2550 เวลา:8:08:38 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Geopictureandadventure.BlogGang.com

kangchenjunga
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]