อาถรรพ์ "ชุดครุยมรณะ"



เรื่องที่แอดมินจะเล่าให้ฟังตอนนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งของ  ที่มีความผูกพันกับเจ้าของ  จนวันนึงที่เจ้าของเกิดเสียชีวิตไปแล้วแต่ดวงจิตของเขากลับยังผูกพันกับของสิ่งนั้นอยู่  โดยไม่ยอมไปไหน..

เอก (ผู้เล่า) เรียนจบจากสถาบันราชภัฏแห่งหนึ่งในกรุงเทพ  เขากำลังจะเข้ารับพระราชทานปริญญาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ประกาศให้บัณฑิตมารายงานตัวเพื่อรับทราบกำหนดการซ้อมและวันรับจริง  รวมไปถึงเช่าชุดครุย หรือถ้าหากใครจะไปเช่าเองก็สามารถทำได้  โดยที่เอกเลือกจะไปเช่าที่ร้าน  เพราะคิดว่าคงสะดวกกว่าตอนที่จะเอาไปคืน

เมื่อเอกไปทำเรื่องรายงานตัวกับมหาวิทยาลัยเสร็จเรียบร้อย  เขาก็ถ่ายภาพตัวอย่างชุดครุยของคณะเพื่อไปเช่าที่ร้านใกล้ๆ บ้าน  

เอกไปถึงร้านเช่าชุดครุยในช่วงเย็น  เขาเอาภาพตัวอย่างชุดครุยให้กับเจ้าของร้านดู  จากนั้นก็วัดตัวเพื่อหาไซส์ชุด  เจ้าของร้านสั่งให้พนักไปหาชุดหลังร้านมาให้เอกลองทั้งหมดสองไซส์  จากนั้นพนักงานของร้านก็ออกมาพร้อมชุดครุยตามที่เจ้าของร้านสั่งไปแต่ได้มาเพียงชุดเดียวเท่านั้น  

พอเอกลองแล้วก็ปรากฏว่าชุดที่นำมาให้ลองนั้นเล็กไป  เขาสังเกตเห็นพนักงานมาซุบซิบอะไรกับเจ้าของร้านอยู่พักนึงแล้วก็หายเข้าไปหลังร้านอีกรอบ  และกลับออกมาพร้อมชุดครุยอีกชุดติดมือออกมาด้วย

คราวนี้เอกลองใส่ชุดครุยได้พอดีเป๊ะ  ก็เลยตกลงเช่า  ตอนนั้นเจ้าของร้านกับพนักงานก็มองหน้ากันไปมาพร้อมกับบอกเอกว่างั้นอีกสองวันค่อยมาเอาชุดก็แล้วกัน  ขอส่งไปซักก่อนเพราะชุดนี้เก็บไว้นานแล้ว  

เอกก็ตกลงตามนั้นเพราะว่าไม่ได้รีบใช้อะไร  แถมดีซะอีกที่ได้ชุดซักใหม่ๆ  เพราะกว่าจะได้ใช้ก็อีกเกือบอาทิตย์  จากนั้นเอกก็วางเงินมัดจำพร้อมทั้งจ่ายค่าเช่า

เวลาผ่านไปสองวัน  วันนั้นหลังเลิกงานเอกก็ขับรถมารับชุดครุยที่ร้านในช่วงหัวค่ำ  พอรับมาเขาก็นำไปแขวนไว้ที่หลังเบาะคนนั่ง แล้วสิ่งแปลกๆ ก็เกิดขึ้น..

เพราะในขณะที่เขากำลังขับรถกลับบ้านนั้น  เอกรู้สึกราวกับว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่..!!

บางครั้งตอนมองกระจกหลัง  เขาเห็นเงาเหมือนมีคนนั่งอยู่ที่เบาะหลัง  แต่เมื่อหันไปมองก็ไม่มีใคร  เขาคิดไปว่าอาจจะเป็นชุดครุยที่แขวนอยู่ก็ได้ที่ทำให้ดูเหมือนมีคนอยู่ที่เบาะหลัง..

พอเอกขับรถถึงบ้าน  เมื่อเขาเอารถเข้าไปจอดในบ้านหมาที่เลี้ยงเอาไว้ก็ส่งเสียงเห่าหอนกันใหญ่  ซึ่งปกติแล้วหมาพวกนี้จะวิ่งเข้ามาเล่นกับเอกทุกครั้งที่เขากลับบ้าน  แต่คราวนี้มันกลับวิ่งหนีไปแอบพร้อมกับเห่าหอนแบบไม่มีเหตุผล  แต่เอกก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะเหนื่อยจากการทำงานและอยากจะขึ้นไปอาบน้ำนอนแล้ว

หลังจากที่เอกขึ้นมาบนห้อง  เขาก็เอาชุดครุยไปแขวนไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้า  จากนั้นก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ  เมื่ออาบน้ำเสร็จเอกก็เตรียมตัวเข้านอน  เขานั่งบนเตียงพร้อมกับมองไปที่ชุดครุยเพราะรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร  ด้วยความง่วงเขาเลยล้มตัวลงนอนและหลับไป

คืนนั้นในขณะที่กำลังหลับอยู่..เอกฝันว่ามีผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดครุยแล้วมายืนจ้องมองเขาอยู่ที่ปลายเตียง  ในฝันผู้ชายคนนั้นไม่พูดไม่จา  เอาแต่ยืนนิ่งจ้องมองมาที่เขาเหมือนกำลังโกรธ..!! 

ร่างยามวิกาลผู้นั้นยืนจ้องเอกอยู่นาน  จนเอกสะดุ้งตื่นพร้อมกับมองไปที่ชุดครุยที่แขวนไว้กับตู้เสื้อผ้า  

ปรากฏว่าชายคนที่อยู่ในฝัน  กลับมายืนอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าในท่าทางเดียวกันกับในฝันยังไงยังงั้น..!!

เขาตกใจสุดขีดและพยายามจะร้องออกมา  แต่ก็ไม่สามารถร้องออกมาได้เพราะว่าร่างกายของเขาขยับไม่ได้  อาการคล้ายกับโดนผีอำ..!!!

เอกจึงตัดสินใจหลับตาสวดมนต์จนเผลอหลับไป  และพอเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า  มองไปที่ตู้เสื้อผ้าก็พบว่าชุดครุยยังคงแขวนเป็นปกติไม่มีอะไร..ทำให้เขาลังเลว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้  เป็นความฝันหรือเรื่องจริงกันแน่ ?

วันนั้นเป็นวันหยุดของเอกพอดี  เขาจึงเอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาเล่าให้กับพ่อและแม่ฟัง  ในขณะที่คุยกันอยู่ที่ชั้นล่างนั้น  เอกรวมถึงพ่อแม่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่บนห้องนอน..!!

นั่นทำให้ทั้งสามคนเงียบนิ่งฟังเสียงนั้นอยู่สักพัก  แล้วเอกจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปดูบนห้องว่าเสียงนั้นคืนเสียงอะไรกันแน่.. 

พอเอกเดินขึ้นไปถึงหน้าห้องนอนของเขาแล้วค่อยๆ แง้มประตูเพื่อดูว่าเป็นเสียงใครที่เข้ามาเดินอยู่ในห้องของเขา  ซึ่งในเวลานั้นก็ยังคงได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินอยู่ภายในห้อง  เนิ่บๆ..

แล้วเขาก็ใจหายวูบ  เมื่อทันทีที่ประตูเปิดออก  เค้าเห็นอะไรบางอย่างลักษณะเหมือนคนใส่ชุดสีดำๆ เดินวูบหายไปอย่างรวดเร็ว..!!

ไม่นานพ่อกับแม่ของเอกก็เดินตามขึ้นมา  พอทั้งคู่เห็นเอกยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่หน้าประตูจึงเข้าไปสะกิดถามเอกว่า  เกิดอะไรขึ้น  และเมื่อเขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟัง  พ่อของเอกเลยบอกว่าให้เอาชุดครุยไปคืนที่ร้านซะ  เพราะว่าตั้งแต่เมื่อคืนที่เอกเอาชุดครุยเข้ามาในบ้านพ่อกับแม่ก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ  เลยสรุปกันว่าน่าจะมาจากชุดครุยนี้แน่ๆ

หลังจากนั้นเอกก็ได้นำชุดครุยไปคืนที่ร้านพร้อมกับถามเจ้าของร้านว่า

"ชุดครุยนี้มีประวัติอะไรรึเปล่า?" 

และก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านให้เจ้าของร้านฟังด้วย

พอเจ้าของร้านฟังจบเขาจึงเล่าให้ฟังว่า 

"ชุดครุยที่ให้เช่าไปนั้นเมื่อ 4-5 ปี ที่แล้ว  เคยมีบัณฑิตเช่าไป  และตอนที่จะเอามาคืนนั้นเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพอดี  จากนั้นญาติผู้ตายก็นำชุดมาคืนให้กับที่ร้าน..!!"

"และเหตุการณ์หลังจากนั้นคือ..เมื่อมีคนมาเช่าชุดครุยนี้ไปทีไร  ก็มักจะเจอกับเหตุการณ์คล้ายกับที่เอกเจอกันทุกคน..!!  จนสุดท้ายทางร้านเอาชุดนี้เก็บไม่ให้เช่ามาสองปีแล้ว  ล่าสุดที่เอาออกมาให้เอกเช่าเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรแล้ว  มันนานมากแล้ว  วิญญาณของบัณฑิตคนนั้นน่าจะไปผุดไปเกิดแล้ว"

เมื่อเจ้าของร้านเล่าที่มาที่ไปของชุดครุยให้เอกฟังจบ  เขาก็กล่าวขอโทษขอโพยเอกเป็นการใหญ่  แถมบอกกับเอกว่าจะตัดชุดใหม่ให้เอกใส่แทนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพื่อเป็นการขอโทษ  

ซึ่งเอกก็ตอบตกลงเขาไปและหลังจากนั้นเขาก็ไปทำบุญให้กับดวงวิญญาณของชายที่มากับชุดครุยนั้นด้วย  จนกระทั่งปัจจุบันนี้เอกก็ไม่เคยเจอเรื่องราวอะไรอีก  นับจากนั้นมา.....

.

 

#ชุดครุยมรณะ,#เล่าเรื่องผี,#คนเล่าผี,#วิญญาณ,#หลอน,#ลี้ลับ,#ไสยศาสตร์,#สยองขวัญ,#เขย่าขวัญ,#ผี,#ส่องผี,#หนังสือเสียง,#เล่าเรื่อง ,#เรื่องขนลุก,#ขนหัวลุก,#เรื่องเล่า




Create Date : 04 มีนาคม 2564
Last Update : 4 มีนาคม 2564 18:01:59 น.
Counter : 345 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
✈️เลือกมาขำๆ ✈️ โอน่าจอมซ่าส์
(10 ก.ย. 2564 06:14:04 น.)
เพื่อนเก่าเล่าใหม่ multiple
(3 ก.ย. 2564 16:36:26 น.)
🌵ต้นพรมเปอร์เซีย🌵🌵เก๋งจีน โอน่าจอมซ่าส์
(2 ก.ย. 2564 20:43:35 น.)
🛵เก็บมาขำๆ 🛵 โอน่าจอมซ่าส์
(31 ส.ค. 2564 06:20:57 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Diarysayong13.BlogGang.com

สมาชิกหมายเลข 6233428
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]