ทักทายกันก่อน...
สวัสดีครับ...ผมขอเวลาปรับปรุง blog สักพักนะครับ เพราะอยากปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเนื้อหาให้สร้างสรรค์มากขึ้น ที่ผ่านมามันเหมือนกับผมขาดความรับผิดชอบต่อสังคมยังไงชอบกล เพราะ "เรื่องเล่าเอาสนุก" นั้น ไม่ได้มีสาระอะไรมากมาย และ "Tips ภาษาอังกฤษแบบติดดิน" นั้น เนื้อหายังไม่เป็นหมวดหมู่ ซึ่งตรงนี้ผมจะได้จัดเสียใหม่เพื่อง่ายแก่การค้นหานะครับ

จึงขอเวลาแป๊บนึง ตอนนี้ผมถูกจ้างให้ทำงานระบบ IT แถวๆ สีลม กว่าจะกลับถึงบ้านได้ เดินทางก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว แต่ก็ยังมีแรงสรรหาสิ่งดีๆ มาฝากกันครับ เพียงแต่ขอเวลารวบรวมนิดนึง

อีกไม่กี่วันนี้ทางที่ทำงานจะให้โน๊ตบุ๊คส่วนตัวอันหนึ่ง ซึ่งก็จะทำให้ผมมีเวลาพิมพ์ยามว่างมากขึ้น

ขอบคุณนะครับที่ให้กำลังใจกันมาตลอด อย่าลืมนะครับ ถ้าท่านเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร ต้องเขียนคอมเม้นต์บอกกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ




Create Date : 06 มิถุนายน 2549
Last Update : 6 มิถุนายน 2549 21:31:00 น.
Counter : 2493 Pageviews.

27 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - โจน :: กะว่าก๋า
(8 ม.ค. 2564 06:29:08 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - รัก โลก :: กะว่าก๋า
(10 ม.ค. 2564 06:40:54 น.)
พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดหนองขุนชาติ อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี สองแผ่นดิน
(2 ม.ค. 2564 21:16:12 น.)
กาเฟเวียด @หนองคาย ร้านอาหารเวียดนามริมโขง อาหารอร่อย วิวสวย sawkitty
(11 ม.ค. 2564 14:14:22 น.)
  
สวัสดีครับ
ตามมาให้กำลังใจ
และร่วมรับความรู้ด้วยเช่นเคย
โดย: นิค IP: 61.90.160.163 วันที่: 7 มิถุนายน 2549 เวลา:8:23:56 น.
  
เป็นกำลังใจให้ครับพี่
ผมติดตาม tip ภาษาอังกฤษ อยู่ครับ
โดย: lybt (lybt ) วันที่: 8 มิถุนายน 2549 เวลา:10:42:08 น.
  
ตอนนี้คุณ K L YUTA อยู่กรุงเทพฯรึคะเนี่ย แถมทำงานใกล้บ้านเราอีก อือ อ่านข้อถกเถียงต่างๆ ในกระทู้ เกี่ยวกับทำไมคนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่สละสลวยแล้วรู้สึกแย่จัง ทั้งๆที่ทุกคนก็อยากช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้านภาษาอังกฤษ แต่ดันมาเถียงกันหน้าดำหน้าแดง ยังไงคุณอย่าท้อแท้นะ เพราะมีหลายคนที่รอคอยอ่านความรู้จากคุณอีกค่ะ
โดย: puiso IP: 58.8.44.178 วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:14:45:58 น.
  
มาให้กำลังใจคับ
โดย: โก้ IP: 58.9.16.129 วันที่: 9 มิถุนายน 2549 เวลา:17:30:21 น.
  
จะติดตามรออ่านต่อนะครับ

แล้วก็ตามมาให้กำลังใจด้วยครับ (อ่านกระทู้ที่นายตั้งไว้ที่เป็นกระทู้แนะนำของห้องสมุด พอจะเข้าใจความรู้สึกนะครับ)
โดย: gaginang IP: 203.156.84.68 วันที่: 11 มิถุนายน 2549 เวลา:9:42:01 น.
  
เร็วหน่อย อยากอ่านต่อจัง
โดย: jam IP: 203.113.44.84 วันที่: 12 มิถุนายน 2549 เวลา:13:02:55 น.
  
ข้าพเจ้าถูกพันทิป "ตบยึด" อมยิ้มไปแล้วเรียบร้อย นั่นก็หมายความว่าผมเข้าไปแก้ไขและจัดการ blog ของตัวเองไม่ได้ขอรับ(เพราะมันต้อง log in ก่อน) อย่างไรก็ดี ตอนนี้กำลังหาทางออกอยู่นะครับผม ต้องขออภัยที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบด้วยนะครับ ต่อไปผมจะพยายามไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
โดย: K L YUTA IP: 203.118.83.71 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:14:00:12 น.
  
ติดตามข่าวคราวโดยตลอด
ทุกลิ้งค์ที่มีความขัดแย้ง
ก่อนลบข้อความแทบทุกอัน
บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร
ทำอะไรก็ให้มีสติเต็มร้อยนะครับ
ทั้งกาย วาจา ใจ ของตนเอง
ระมัดระวังคนรอบข้าง
แล้วก็ คนในเวปนี้ด้วยครับ

เพราะมีหลายคนที่เห็นว่าความคิดเห็นของตัว เหนือกว่าของผู้อื่น
อย่างน้อย เว้นตัวเองไว้สักคนก็ดีเหมือนกัน

ส่วนกระทู้ "ช่วยเข้ามาตอบหน่อย" ก็ขอให้มันสิ้นสุดแค่ ความคิดเห็น ๖๘ นะครับ
เชื่อฟังคุณความคิดเห็น ๖๙ บ้างก็ดี เขาแนะนำดีๆ หลายครั้งแล้ว

และจะร่วมแสดงความยินดีอีกครั้งเมื่อได้เข้ามาปรับปรุง BlogGang ใหม่นะครับ

โดย: นิค IP: 203.156.171.53 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:14:54:53 น.
  
K เอ๋ย K เพื่อนรัก
โดย: จากเพื่อนเก่า IP: 203.118.80.51 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:17:56:17 น.
  
มือไวไปนิด โทดที K เอ๋ย K เพื่อนรัก K ด่วย ช่วยเหลือคนยาก ฮ่าๆๆๆ เราเตือนนายแล้วว่าอย่าไปจริงจังมาก ขนาดเราไม่ได้เล่นเรายังอดสงสารนายไม่ได้เลย เอาเวลาไปทุ่มเทกับงานให้มากๆนะไอ้เพื่อนรัก หาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียดีกว่า อยู่เมืองไทยได้หลายหมื่นค่อนเงินแสนนายก็บ่น อยู่เมืองนอกนายก็เบื่อ เราเตือนสตินายด้วยความเป็นห่วงนะจ๊ะ

สำหรับแฟนๆคลับของ K ด่วย ห่วยสำนวน ไม่ต้องตกใจจ้า ผมไปอ่านกระทู้บรรลัยกัลป์มาแล้ว K ด่วยไม่เล่นสกปรกแน่นอน

อย่าลืมนะเพื่อน อย่างที่เราเคยสัญญากันไว้ --สร้างสรรแบบคนรุ่นใหม่-- อย่าไปปล่อยหมาองครักษ์ไปกัดใครเข้าล่ะจ้า เดี๋ยวเป็นเรื่องเป็นราวเข้าไปอีก ไปก่อนเน้อ จากใครนายคงรู้
โดย: จากเพื่อนเก่า IP: 203.118.80.51 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:18:06:36 น.
  
อ่าฮ้า นายคงนึกไม่ออก อ่านบันทึกที่นายเอาเราไปประจานก่อนนะ ภรรยาเราเก็บไฟล์ไว้ อ่านตรงนี้แล้วนายต้องรู้ว่าเราเป็นใคร โปรดทราบ ----เรารักนายเสมอ----


เพื่อนผม SEX เสื่อมเพราะกระทรวงมหาดไทย

(หมายเหตุ จำเป็นต้องใช้ชื่อสมมุติ แทนชื่อจริงสำหรับบุคคลในเรื่องที่เขียนนี้ เพราะว่า ปัจจุบัน บุคคลนี้มีชื่อเสียงในประเทศไทย และมีการมีงานทำเป็นหลักแหล่ง มิหนำซ้ำยังรวยกว่าผมซะอีก)

เมื่อปีกลาย ผมได้มีโอกาสกลับเมืองไทย เพื่อไปพักผ่อนหลังจากที่ทั้งปีคนๆ นี้ได้ทำงานตรากตรำเสียภาษีให้รัฐบาลออสเตรเลียประเทศที่ผมพำนักพักพิงอยู่ปัจจุบันนี้ จ่ายไปมากพอตามกำลังที่ราษฏรตาดำๆ คนหนึ่งพึงจะทำได้ ผมได้มีโอกาสพบปะเพื่อนรักคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อตะก่อนโน้นสมัยเป็นเด็กเราเคยเรียนอยู่ด้วยกันที่ จอร์เจียน คอเลจ เมือง แบรี่ ริมฝั่งทะเลสาบ ซิมโค่ ในจังหวัด ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา –เพื่อนผมคนที่ว่านี้ชื่ออ๊อด ทันทีที่เค้าได้รับโทรศัพท์จากผม จึงรีบขับรถมาจากแถวฝั่งธน เพื่อมารับถึงท่าอากาศยานหมอชิต (นิกเนม ที่พวกเราเคยบัญญัติขึ้นแทน “ดอนเมือง” ในตอนเป็นเด็ก เนื่องจากพวกเราไม่เห็นวี่แววว่าสนามบินหนองงูเห่าจะเป็นรูปร่างซะที)

อ๊อดได้เอาชื่อผมไปอ้างกับภรรยาเพื่อหาโอกาสออกนอกบ้าน ทันทีที่เราเจอกัน ความทรงจำเก่าๆ ก็พรั่งพรูออกมา เหมือนกับว่าวันต่างๆ เพิ่งผ่านไปเมื่อวานซืนนี้เอง ในระหว่างที่เราสนทนาในคอฟฟี่ช็อปบริเวณสนามบินดอนเมือง จู่ๆ ก็มีเพลง ๆหนึ่งดังขึ้นมาแทรกคำพูดเราทั้งสอง เนื้อความในเพลง จำได้คร่าวๆ ว่า “She takes just like a woman, and SHE MAKES LOVE LIKE A WOMAN, and she aches just like a woman, but she breaks just like a little girl” จำได้คลับคล้ายคลับคาว่าเป็นเพลงของ Bob Dylan (รึเปล่า) เราหันมามองหน้ากัน แล้วหยุดจังงัง ทั้งนี้เมื่อตอนเป็นเด็กผมเคยร้องเพลงนี้ล้อเลียนอ๊อดอยู่พักใหญ่ หลังจากที่เราประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายปีมาแล้ว แต่ว่าความหลังยังสร้างบาดแผลในใจให้กับเพื่อนอ๊อดของผมจนถึงทุกวันนี้ เรื่องมีอยู่ว่า

ตอนนั้นเราสองคนอายุราวๆ 18-19 เป็นช่วงกลับบ้านระหว่างปิดเทอมภาคเรียน จำได้ว่าเราเดินทางมาถึงดอนเมืองก็ค่อนข้างดึกแล้ว ราวๆ 4 ทุ่มได้ หลังจากที่เราแลกเงินไทยกันได้คนละสองสามพันกว่าบาท จึงหาวิธีที่จะทำให้คืนนี้ผ่านไปด้วยความเถิดเทิง ให้สมกับที่พวกเรารอคอยกลับเมืองไทยมานานแสนนาน อ๊อดเป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด อยากสร้างความประทับใจให้กับผม เค้าจึงได้ขันอาสาพานั่งรถแทกซี่ไปร้านยาดองของคนรู้จักเค้าแห่งหนึ่งเพื่อฝากกระเป๋าสัมภาระต่างๆ ของเรา

มาร้านยาดองซึ่งก็แน่นอน จอกแรกของเราเริ่มด้วยการจิบเหล้าดองยา

ในที่นี้คนรู้จักของอ๊อดได้บรรยายสรรพคุณของเหล้าดองยาแต่ละโหล ซึ่งแต่ละอันมีชื่อโฆษณาเกินจริง อาทิเช่น สาวน้อยตกเตียง –สาวน้อยร้องไห้-ม้ากระทืบโรง-โด่ไม่รู้ล้ม ลังเลอยู่นานและแล้วเราสองคนตัดสินใจประเดิมด้วย “โด่ไม่รู้ล้ม” ซึ่งเจ้าของร้านได้โม้ทับเอาไว้ว่า “อย่าหาว่าผมคุยนะครับ ไอ้เนี่ยอ่ะสุดยอดจริงๆ จะบอกให้ ขนาดที่ว่าตอนจะดองนี่นา ผมเทตัวยาใส่ในโหล แล้วซองเปล่าขว้างทิ้ง สักพักมีหมาเดินมาดมๆ ซองเปล่าที่เพิ่งทิ้งไป ไม่ทันไรเลย หมาตัวนั้นวิ่งไปกระดึ๊บๆ กับเสาไฟฟ้า” ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็ไม่อยากขัดคอเจ้าของยาดอง

เสร็จสรรพพอได้ที่จากร้านยาดอง เราสองคนจึงมุ่งตรงไปแหล่งราตรีที่อ๊อดวางแปลนเอาไว้ ที่นั้นคือซอยพัฒพงษ์ พวกเราจัดแจงได้โต๊ะพร้อมกับสั่งเบียร์มานั่งดื่ม--- ผมรู้นิสัยขี้หลีของอ๊อดดี ประจุบันนี้พอจะทับศัพท์อังกฤษได้ว่า “Pot Face” จิบเบียร์ไปได้สักอึดใจอ๊อดก็เอ่ยปาก ชวนน้องๆ โต๊ะข้างๆ มานั่งดื่มด้วย โดยบอกเป็นนัยๆ ว่าอยากเลี้ยงเหล้าสาวๆ ---สามสาวก็ว่าง่ายกันเหลือเกิน ตกลงปลงใจย้ายโต๊ะมาร่วมวงอย่างไม่รอช้า ผมรู้ตัวดีว่าผมทำให้ค่าเฉลี่ยความหล่อระหว่างเราสองคนลดลงมาก จึงพยายามสงบปากคำ ปล่อยให้อ๊อดทำหน้าที่คุยกับสาวๆ ไป สักพักใหญ่ สองสาวในนั้นก็ขอตัวกลับไป เหลืออยู่สาวเดียวคือคนที่อ๊อดให้ความสนใจมากเป็นพิเศษนั่นแหล่ะ

เวลายิ่งผ่านไป จากดึกเป็นเที่ยงคืน จากเลยเที่ยงคืนเป็นตีหนึ่ง เบียร์ขวดแล้วขวดเล่าพร้อมกับแกล้มทยอยเข้ามาที่โต๊ะของเรา แล้วผ่านออกไปเป็นขวดเปล่าและจานเปล่า ผมได้สังเกตเห็นความงอกงามของสัมพันธไมตรีระหว่างสองคนนั้น จากที่นั่งคนละหัวมุมโต๊ะ เปลี่ยนเป็นขยับมาเป็นนั่งใกล้กัน แล้วก็นั่งเบียดกันในที่สุด พร้อมกับหยอกเย้า หัวร่อต่อกระซิก จนผมอดคิดไม่ได้ว่าตัวผมเองเป็นส่วนเกิน แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน จำใจต้องทนนั่งอยู่ตรงนั้น ในระหว่างที่หล่อนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ อ๊อดหันมาพูดเบาๆว่า ไอ้โด่ไม่รู้ล้มที่กินไป ได้ผลจริงแฮะ—ผมออกความเห็นค้านกับอ๊อดว่า มันเป็นเรื่องจิตใจมากกว่า รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น นายน่ะ ทั้งกอด ทั้งล้วงสารพัดกับแม่คนนั้น ไม่ใช่ฤทธิยาดองหรอก--

ตีสองเศษๆ ความรักทั้งสองเริ่มสุกงอม สาวเจ้าเลยเอ่ยปากชวนไปที่คอนโดของหล่อน ซึ่งพวกเราก็เห็นด้วย เนื่องจากว่างบประมาณร่อยหรอลงแล้ว เงินที่แลกมาระหว่างเราสองคนก็ใกล้หมด แต่ก็ยังพอมีเหลือเป็นค่าแท็กซี่ไปที่พักของน้องคนนั้นซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

คอนโดของหล่อนนั้นเป็นห้องสำหรับพักอาศัยง่ายๆ คือมีห้องรับแขกและก็เป็นห้องนอนเลย ยังดีที่มีโซฟาอยู่ในห้องรับแขกพอให้ผมได้พิงกายล้มนอนเป็นยามเฝ้าหน้าห้องของสองคนนั้น

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้องนอนบนโซฟา แล้วทนฟังคนทำกิจกรรมส่วนตัวกัน ซึ่งพารากราฟต่อไปนี้ ผมไม่ควรเขียนบรรยายให้ชัดเจน เพราะนอกจากจะโดน “แหว่ะ” จากคนที่ไม่ชอบอ่านเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แล้ว ไม่แน่อาจจะมีลูกเล็กเด็กแดงเปิดเข้ามาอ่านก็ได้ จึงขอนำเอาบันทึกของเชลยสงคราม(POW) คนหนึ่ง ในสมัยสงครามโลก มาบรรยายแทน ซึ่งเนื้อหาน่าจะใกล้เคียงกับสิ่งที่ผมอยากจะบอก ถอดความจากอังกฤษเป็นไทย ความว่า:

“ข้าพเจ้าทราบชะตากรรมของเพื่อนร่วมชาติคนนี้เป็นอย่างดี เขาได้ถูกกระชากเข้าในห้องสอบสวน ซึ่งมีไฟสลัว ผู้ถืออำนาจนั้นปิดประตูกระแทก ไม่ใยดีต่อสายตาห่วงใยในเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า โสตประสาทจะปิดลงไปได้อย่างไรในเมื่อการทารุณกรรมเริ่มขึ้น เริ่มจากคำไต่สวนของผู้อยู่เหนืออำนาจ ที่ปนกับเสียงหัวเราะอย่างไม่มีมนุษย์ที่ไหนพึงกระทำ ไฟฟ้าเริ่มริบหรี่แสง อันเป็นผลมาจากการใช้พลังงานเกินกำหนด ข้าพเจ้าจำได้ติดหูกับเสียงของเพื่อนที่ร้องครวญครางอย่างดัง แล้วผ่อนเสียงลงเบาๆ ดำเนินไปแบบนี้เป็นทอดๆ ข้าพเจ้าพอนับครั้งได้ การทรมานไม่ได้มีเพียงครั้งเดียว ตลอดเกือบรุ่งสางเสียงจึงเงียบสงบลง”

ราวๆ หลังเพลงชาติร้องได้ ผมได้ยินเพื่อนผมลุกขึ้นมา ท่าทางกระชุ่มกระชวย พลางส่งเสียงพูดคุยกับสาวเจ้าคนนั้น ซึ่งหล่อนในขณะนี้กำลังอาบน้ำอยู่ ได้ยินอ๊อดพูดดังๆ ว่า “ผมจะลงไปซื้ออะไรมากินกันนะครับ” อ๊อด ส่งเสียงหวานส่งทะลุผนังห้องน้ำไปหาหล่อนและคุยอะไรกันกุ๊กกิ๊กตามประสา ผมพยายามทำหูทวนลมและอีกอย่างผมหิวด้วย เลยไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งที่อ๊อดคุย

สักพัก อ๊อดวิ่งตาลีตาเหลือกออกมาจากห้อง “เควิน ไป ป่ะ รีบออกไปกันเร้ว! เร็วเข้า! ก่อนที่เค้าจะออกจากห้องน้ำมา”

อ๊อดรีบดึงแขนผมให้ลุกขึ้น แล้วพาผมกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องนั้น เหมือนจะหนีอะไรบางอย่าง พอเราพ้นรัศมีของนิวาสถานแห่งนั้นมาได้สักระยะ

เราสองคนก็มาหยุดเอาตรงฟุตปาท ผมทั้งที่งงไปหมดพอหายใจได้ทั่วท้องผมจึงยิงคำถามถึงอ๊อดทันที ---อ๊อด บอกว่า ตอนที่เค้าคุยกับหล่อน เรื่องไปซื้ออะไรมากินกัน อ๊อดรบกวนเค้านิดหน่อยเพราะว่าเงินไทยได้ใช้ไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เลยขอยืมเงินของหล่อนไปซื้อของมากินก่อนนะ ซึ่งหล่อนก็ไม่ได้ว่าอะไรและบอกให้ไปหยิบเอาในกระเป๋าตังค์ที่วางอยู่บนหัวเตียง และทันทีที่อ๊อดเปิดกระเป๋าจะหยิบเอาเงินก็เจอบัตรประชาชน แต่ว่าชื่อหล่อนขึ้นต้นด้วย นาย...... อ๊อดเลยวางกระเป๋าตังค์ไว้ที่เดิมแล้วรีบเผ่นออกมาโดยไม่ได้แตะต้องเงินของหล่อนแม้แต่บาทเดียว

“เฮ้ย! พูดเป็นเล่นไปได้น่า อ๊อด” ผมแย้ง --- “จริ๊งๆ เราตรวจดูละเอียดแล้ว รูปในนั้นน่ะใช่เค้าเลย แต่ชื่อเป็นชื่อผู้ชายว่ะ สมศักดิ์หรืออะไรนี่แหล่ะ” อ๊อดยืนยัน

เป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากกระเทยแปลงเพศ อ๊อด ฟันธง.. แล้วการที่หล่อนไม่มีลูกกระเดือกล่ะ แล้วเสียง
ก็เสียงผู้หญิง??? เราส่ายหัว เทคนิคการศัลยกรรมสมัยใหม่ช่างทำได้เหมือนเหลือเกิน แนบเนียนมาก หรือว่าเพราะความเมาก็ไม่รู้ ทำให้เป็นไปถึงเพียงนี้

ความผิดพลาดครั้งนี้เราไม่โทษใคร แต่โทษกระทรวงมหาดไทย สำนักงานทะเบียนนั่นแหล่ะตัวดี ที่ไม่ยอมให้หล่อนเหล่านี้เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ทั้งที่เปลี่ยนเพศไปแล้ว ประเทศที่ไหนในโลก อเมริกา ออสเตรเลีย ฯลฯ ยอมให้หล่อนเปลี่ยนเป็น นส.ได้ถ้าพวกหล่อนอยากจะเปลี่ยน แต่รัฐบาลไทยใจแคบไม่รู้จะคงความเป็นนายเอาไว้ทำไมกัน ประเทศพัฒนาแล้วที่ว่าไม่ใช่จะเอื้อเฟื้อเฉพาะกระเทยเท่านั้น อีกอย่างแม้แต่ทอมบอยบางคน หลังจากที่ผ่านการตรวจสภาพจิตใจโดยจิตแพทย์ และกินฮอร์โมนชายเข้าไปได้ที่ เค้าก็ผ่าตัด ติดตั้งขีปนาวุธ(ไม่ทราบว่าได้มาจากไหนเหมือนกัน เคยดูแต่ในสารคดีดิสคัพเวอรี่ ไม่บอกที่มาของอาวุธด้วย) อย่างไรก็ดีทอมบอยที่ว่าเหล่านั้นก็มีสิทธิเปลี่ยนมาเป็นนายได้ด้วย ...... และนี่ถ้าหากหล่อนคนนั้นเปลี่ยนเป็น นส. แล้วในวันนั้นนะ ข้อดีก็คือว่าเราไม่ต้องได้อดข้าวกันในเช้าวันนั้น และเพื่อนผมก็ไม่ต้องรับรู้และต้องคิดมากมาจนถึงทุกวันนี้ อ๊อดยอมรับว่าทุกครั้งที่เค้าคิดที่ไร น้องชายประท้วงหยุดงานทุกที...

และทุกครั้งเหมือนกันที่ผมได้ยินเพลงร้องว่า “I just don’t fit, Yes, I believe it’s time for us to quit,
And when we meet again introduced as friends,
Please don’t let on that you knew me when
I was hungry and it was your world.

You take just like a woman, and you take like a woman, yes you do….
And you “MAKE LOVE LIKE A WOMAN”, yes you do……….

And then you ache just like a woman….but you break just like a little girl…….
ผมอดคิดไม่ได้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น..................... จบ
โดย: เพื่อนเก่า IP: 203.118.80.51 วันที่: 13 มิถุนายน 2549 เวลา:19:29:42 น.
  
มาเยี่ยมครับ
โดย: เหงามาก IP: 124.120.207.157 วันที่: 17 มิถุนายน 2549 เวลา:17:19:15 น.
  
อยู่ ไทยแล้วเหรอ???? แล้วถ้าไปอีกเขาจะให้เข้าประเทศมั้ย กลับมานานแล้วเหรอ???
โดย: C'est Si Bon (C'est Si Bon ) วันที่: 22 มิถุนายน 2549 เวลา:7:40:31 น.
  
Oh no......
please come back
โดย: Jenny D. IP: 202.149.98.244 วันที่: 26 มิถุนายน 2549 เวลา:15:59:22 น.
  
อยากเก่งภาษาอังกฤษจัง...คงได้แค่ฝัน..
โดย: Phil IP: 202.12.97.100 วันที่: 14 กรกฎาคม 2549 เวลา:23:48:03 น.
  
หายปนานจัง คราวนี้
โดย: C'est Si Bon (C'est Si Bon ) วันที่: 16 กรกฎาคม 2549 เวลา:0:03:12 น.
  
หายไปไหนแล้วอ่ะ เมื่อไหร่จะกลับมาล่ะจ๊ะ
โดย: ใครบางคน IP: 203.155.1.246 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:13:00 น.
  
come back please, we are waiting for you
โดย: JK IP: 61.90.155.1 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:17:56 น.
  
Hellooooo where are you?
โดย: Ben IP: 61.90.155.1 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:24:37 น.
  
Test Test
โดย: Test IP: 61.90.155.1 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:26:09 น.
  
Test Test
โดย: Test IP: 203.155.1.246 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:26:46 น.
  
Test Test
โดย: Test IP: 202.149.98.244 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:17:27:31 น.
  
Test ด้วยอีกคน
ขาเก่าคนเดิม แต่นามใหม่
โดย: นิค (NickyNick ) วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:12:28:42 น.
  
หายไปนาน ได้อมยิ้มคืนรึยังจ๊ะ
โดย: สิบเวร IP: 194.165.130.93 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:10:51:40 น.
  
กลับมาเถอะจ้า
โดย: วอแว ศิษย์ครูน้อย IP: 203.155.1.246 วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:11:02:00 น.
  
myspace layouts, myspace codes, glitter graphics

อยากอ่านนะ
โดย: C'est Si Bon (C'est Si Bon ) วันที่: 30 สิงหาคม 2549 เวลา:21:21:06 น.
  
รอ จ้ะ
โดย: angy_11 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:16:01:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bigkev.BlogGang.com

K L YUTA
Location :
Melbourne  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]

บทความทั้งหมด