^o^
...วันนี้เพิ่งสอบเสร็จ เลยหาเก็บข้อความที่เคยโพสต์ลงกระทู้มาลงบล็อกมั่งดีกว่า สุดท้ายเลยได้เรื่องราวความประทับใจสมัยเด็กๆ มาให้อ่านกันนะคะ เชื่อว่าทุกคนคงมีเรื่องราวประมาณนี้กันบ้างล่ะน่า...

ตอนเรียนประถม ในห้องเราจะมีเพื่อนๆ ในกลุ่มหลายคนเลยแหละ เวลานั่งเรียนในห้อง เราจะนั่งคนที่สองถัดจากหน้ากระดาน ซ้ายขวาประกบด้วยเพื่อนผู้หญิง ข้างหน้าจะมีสามหนุ่มนั่งอยู่ (ต้องเข้าใจหน่อยนะ ตอนประถมอ่ะผู้ชายเตี้ยกว่าผู้หญิง อิอิ)

สมัยนั้นตัวเราเองแบ๊วมาก ไม่เคยรู้หรอกว่าแฟนกัน จีบกัน อะไรพวกนี้มันเป็นยังไง ทีนี้เจ้าพวกเพื่อนๆ ทั้งหลายนั่นแหละชอบล้อว่ามีเพื่อนผู้ชายที่นั่งข้างหน้าเราคนนึงสมมุติว่าชื่อเอแอบชอบเราอยู่ ด้วยความไม่ประสาก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ เท่าที่จำได้ เอชอบเขียนชื่อเราบนกระดานดำ แล้วเอานามสกุลเอมาต่อให้ เอาของน่ารักกระจุ๊กกระจิ๊กมาฝากเราบ้าง เวลาเราไปซ้อมรำก็ไปนั่งดูบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจนกระทั่งจบ ป.6 ก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าคำว่า "เพื่อน" แหม...ก็มันยังเด็ก ยังไม่รู้เรื่องอะไรหรอก...

แต่ไฮไลท์มันอยู่ตอนช่วงมัธยมมากกว่า ยังจำเพื่อนผู้ชายอีก 2 คนที่นั่งหน้าเราได้มั๊ย หนึ่งในนั้นได้มาเรียนต่อที่เดียวกันกับเรา สมมุติว่าชื่อบีละกัน ตอนประถมบีกับเราสนิทกันมาก เล่นตบหัวกันมาตั้งแต่ประถมแล้ว บีเคยวิ่งเอากล่องข้าวเราไปซ่อนในเก๊ะใต้โต๊ะ แต่ด้วยความโชคดีหรืออย่างไรไม่ทราบ โต๊ะที่เอาไปซ่อนน่ะมันไม่มีเก๊ะ สรุปข้าวหกกระจายเต็มพื้นห้อง นอกจากเราจะอดกินมื้อเที่ยงแล้ว ยังถูกทำโทษต้องไปยืนคาบไม้บรรทัดหน้าห้องคนเดียวอีก หนอยแน่ะ...

ทีนี้เรื่องมันจะไม่เริ่มถ้าไม่มีเพื่อนของเราอีกคนหนึ่ง (มาจากโรงเรียนประถมเดียวกันนั่นแหละ) มากระซิบว่า "เฮ้ย เธอรู้ป่าว บีน่ะแอบชอบเธออยู่นะ แต่ขี้อายไม่กล้าบอก เนี่ยบีมาบอกเรา เราเลยมาบอกเธออ่ะ" ตอนแรกเราเฉยๆ เพราะไม่เชื่อ ก็เรากับบีเป็นเพื่อนสนิทกันขนาดนั้น ไม่เห็นมีทีท่าอะไรมาก่อนนี่นา

แต่ยังไงดีล่ะ...หลังจากนั้นนะ ทำไมถึงเป็นตัวเราเองที่ชอบแอบมองบีเค้าอยู่บ่อยๆ อารมณ์แบบว่าแค่ได้แอบมองก็มีความสุขละ ประมาณนี้น่ะ นานวันเข้าก็เริ่มเขินเองอายเอง หน้าเค้าก็ไม่กล้ามองตรงๆ คุยก็ไม่กล้าคุย ทำตัวเป็นนางอายเข้าไปทุกวัน เวลาล่วงเลยจนกระทั่งจะจบ ม.ต้น เอาละ..รวบรวมความกล้าไปให้บีเขียน friendship ให้ดีกว่า งานนี้ได้รูปบีมาด้วยล่ะ อิอิ

ม.ปลายละ เร็วจัง ให้ตายเถอะ... นอกจากจะได้อยู่โรงเรียนเดียวกันแล้ว ห้องยังติดกันอีกตะหาก วุ้ยอะไรจะขนาดน้าน ทีนี้ในกลุ่มเพื่อนของเราซึ่งเป็นผู้หญิงล้วนประมาณแปดนางได้ หนึ่งในนี้น่ะเป็นแฟนกับเพื่อนในกลุ่มของบีด้วย วันดีคืนดีไม่รู้คู่นี้เค้าเม้าธ์อะไรกันบ้าง อยู่ๆ เพื่อนเราก็มาบอกเราอีกละว่า "รู้ป่าวๆ แฟนเราบอกว่าบีแอบชอบเธออยู่นะ" ไอ้เราก็แอบคิดในใจว่า "เออ รู้แล้ว เมื่อไรจะมาบอกเองเนี่ย อายอยู่ได้ รอนานแล้วนะ" แต่ แต่ แต่ อารมณ์เด็กเรียบร้อยตอนนั้น(เพื่อนมันบอกว่างั้นอ่ะนะ) ก็ทำได้แต่เขินอายเท่านั้นเอง
ตอนนั้นอ่ะเป็นเอามาก เพื่อนทั้งกลุ่มเราทั้งกลุ่มของบีก็จะคอยแซวคอยล้ออยู่ตลอด แต่ตัวเราก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมาหรอก เดี๋ยวมันจะไม่งามสมกับตำแหน่งกุลสตรีไทยประจำห้อง แต่ทุกๆ เช้าเราจะกะเวลามาโรงเรียนให้ได้ขึ้นรถคันเดียวกัน มาถึงโรงเรียนแล้วเราจะเดินไปซื้อนมมากินทุกวันซึ่งมันจะต้องเดินผ่านโต๊ะกลุ่มของบีด้วย เลยได้อาศัยช่วงจังหวะนี้แอบมองเค้าอีกรอบ ชื่นจายยยย อิ อิ (ยิ่งเล่ายิ่งโรคจิตนะเนี่ย) หลังจากนั้นก็จบ ม.ปลายมาแบบเรียบๆ ชิลด์ๆ 555

งั้นข้ามมาช่วงมหาลัยกันเลยดีกว่า อะไรกันเนี่ย นรกชังหรือสวรรค์แกล้งช้าน ทำไม้ทำไม มหาลัยในประเทศมีตั้งหลายแห่ง ทำไมต้องส่งบีมาอยู่ที่เดียวกันด้วย ฮือๆ แต่แบบว่าที่มหาลัยอ่ะนะ หนุ่มวิศวะน่ารักๆ ตี๋ๆ ขาวๆ เดินกันให้พรึ่บพรั่บเลยล่ะ (เก็บน้ำลายก่อน หุหุ)(ลืมบอกว่าบีก็เรียนวิศวะด้วย) ตอนเย็นๆ ว่างๆ เรากับผองเพื่อนก็จะมานั่งจับกลุ่มกันอยู่ตรงสามแยกโรงอาหารในมหาลัย เรียกง่ายๆ ว่าสามแยกปากหมานั่นเอง 555 เมื่อไหร่ที่มีหนุ่มหล่อร้อยเมตรเดินผ่านมา ก็จะช่วยกันวินิจฉัยในระยะเผาขน เป็นที่สนุกสนานกันในตอนนั้นเลยทีเดียว เรื่องนอกจากนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรมากแล้ว เพราะตอนหลังเริ่มเรียนหนักขึ้น ไม่ค่อยได้พบปะผู้คนมากมายเหมือนเมื่อก่อน

หลังจากเรียนจบเราไม่ได้เจอบีอีกเลย จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่แล้ว เราได้เจอกับบีอีกครั้งในงานเลี้ยงงานหนึ่ง ตอนแรกเราไม่ได้สังเกตเลยว่าบีมางานนี้ด้วย แต่บีเข้ามาทักเราบอกว่า มองเราอยู่นานแล้ว ไม่เห็นหันมามองเค้าซักทีนะ ไอ้เราเองก็มัวแต่ดีใจที่ได้เจอบีอีก ก็ตอบไปว่าอะไรก็ไม่รู้ ฟังไม่ค่อยเป็นประโยคเท่าไหร่ มือไ้ม้ก็ไม่รู้จะเก็บเอาไว้ตรงไหน รู้แต่ว่ามันตื่นเต้นมากมาย แต่เชื่อมั๊ย คืนนั้นเรายิ้มไม่หุบเลย มีความสุขม้ากมาก...





Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 19 พฤษภาคม 2553 15:57:34 น.
Counter : 348 Pageviews.

10 comments
Happy Chinese New Year 2020 katoy
(14 ม.ค. 2563 16:24:48 น.)
Blog 10/2563 อาหารที่อธิบายตัวตนในปีที่ผ่านมา:FFF#43 "หมูสะเต๊ะ+ขนมปังปิ้ง" เริงฤดีนะ
(14 ม.ค. 2563 06:28:18 น.)
ผัดกุ้ยช่ายขาว เต้าหู้ หมูสับ กับ ปลาเนื้ออ่อนทอด ... ครัวมั่วกับข้าว tuk-tuk@korat tuk-tuk@korat
(13 ม.ค. 2563 10:30:27 น.)
Blog 9 /2563 ไดอารี่ page 6 ไหว้พระบรมเกศาธาตุ@ตำหนักเพชร วัดบวรนิเวศน์ เริงฤดีนะ
(12 ม.ค. 2563 21:12:40 น.)
  
จบแล้วเหรอ มานต้องมีต่อซิ
โดย: putt2000 วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:0:42:33 น.
  
เพื่อนๆ เห็นตัวหนังสือในบล็อกนี้เป็นสีอะไรคะ ของ จขบ. เป็นสีน้ำเงินค่ะ

แต่ว่าพี่ putt2000 บอกว่าเป็นสีชมพู เลยอ่านค่อนข้างยาก ยังไงก็ช่วยบอกหน่อยนะคะ ขอบคุณค่า
โดย: Beam of Love วันที่: 4 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:27:23 น.
  
วุ้ย อ่านแล้วเขิลลลล
โดย: นางพญา...ผู้สง่างาม วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:13:39 น.
  
เขิลจัง เป็นเราก้ออาย แบบนี้แหละ

เฮ้อ อ่านแล้วคิดถึง F4

มีแต่เพื่อนมาบอกว่าเค้าชอบเรา

เลยได้อายกันไปมา ไม่เคยคุยกันเลย T_T

โดย: เนื้อคู่ประตูถัดไป วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:54:26 น.
  

เจ๊ก็เครย.....ครึ ครึ .....
โดย: Um'sure วันที่: 1 มีนาคม 2553 เวลา:13:32:20 น.
  
เจ๊อั้มมาเล่าสู่กันฟังมั่งสิคะ คริคริ
โดย: Beam of Love วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:0:43:28 น.
  
กลับมาเขียนต่อเ้ร้ว...

ปล. ตัวหนังสีเห็นเป็นสีดำนะ
โดย: ไชโย...โลกนี้ยังดีอยู่ วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:20:49:35 น.
  
โดย: thanitsita วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:15:30:46 น.
  
ไหนๆ ก้อโสด แล้ว ไม่ลองกลับไปคบกะบีดูล่ะคะ คริคริ

คงจามีความสุขมากเลยเนอะ
โดย: เนื้อคู่ประตูถัดไป วันที่: 20 เมษายน 2553 เวลา:12:40:00 น.
  
เข้ามาแก้ไขเหตุการณ์บางตอนใหม่ค่ะ ของเดิมมีคลาดเคลื่อนเล็กน้อย แหะๆ


โดย: Beam of Love วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:00:41 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Beamoflove.BlogGang.com

Beam of Love
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]