Sorry i'm not perfect#Unseen kathun สาระดีๆที่กะทูน
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
น้ำท่วม#กะทูนปี’31(ตอน แมลงสาบ)#โชคชัย สุมน









น้ำท่วม#กะทูน ปี’31(ตอน แมลงสาบ)

เรื่องที่คุณไม่เคยได้ยิน

ผู้เขียนกลับมานั่งที่ระเบียงหน้าต่างชั้นสองมองน้ำที่เริ่มทะลักท่วมเข้าสนามฟุตบอลของโรงเรียน ก่อนเข้านอน กระทั่งประมาณตี 2หรือตี3 คุณแม่ลุกขึ้นมาจากที่นอน แปลกใจกับจำนวนแมลงสาบนับร้อยๆตัววิ่งพล่านตามพื้นบ้านบางตัวตะเกีย ตะกายตามฝนัง

ผู้เขียนเองมั่นใจว่ามันคงขึ้นมาจากพื้นล่างเพราะบ้านผู้เขียนอยู่ในห้องแถว(ตามภาพ)ในตลาดเป็นร้านขายของชำ หลังใกล้ๆกันก็เป็นร้านขายอาหารขณะที่โครงสร้างนั้นเป็นการก่อสร้างแบบโบราณคือยกพื้นที่ห่างจากพื้นดินประมาณครึ่งเมตรทำให้แมลงสาบเข้าไปอาศัยตามพื้นล่าง เมื่อภูเขาถล่ม คนเราอาจไม่ได้ยิน ไม่รู้สึกต่างจากแมลงสาบที่มีสัญชาตญานเตือนภัยมากกว่า

คงไม่แปลก เพราะเคยอ่านเจอในทวิตเตอร์เจอข้อความที่ว่า“แมลงสาบ เกิดเมื่อ 354 - 295 ล้านปีที่แล้ว แมลงสาบเกิดมาก่อนไดโนเสาร์”จากการที่ค้นพบ“แมลงสาบโบราณ”ในอำพัน นั้นหมายความว่าแมลงสาบเอาตัวรอดมาได้ถึงปัจจุบัน ขณะที่ไดโนเสาร์สูญพันธ์ในคืนที่อุกาบาตรถล่มโลก

เวลาตี4ก่อนเช้าวันใหม่ของวันที่22พฤศจิกายนน้ำท่วมพื้นสนามฟุตบอลโรงเรียน และวัดศรีมาราม สูงขึ้น และปริ่มๆสะพานข้ามคลองกะทูน แต่มาหนักสุดช่วงบ่ายสองมวลน้ำทะลักเหมือนเขื่อนแตก ไม้ พัดพาบ้านเรือนจากบ้านเหนือคลองเข้าถล่มหมู่บ้านกะทูน สนั่นหวั่นไหว

การเกิดเหตุการณ์โคลนถล่มหมู่บ้านกะทูนครั้งนี้มีการสันนิษฐานกันว่าเกิดจากฝนตกอย่างต่อเนื่องหลายวัน จนดิน กิ่งไม้ต้นไม้ไหลมาปิดกั้นลำคลองกลายเป็นเขื่อนเล็กๆหลายจุดหลายๆฝาย เมื่อถึงจุดแตกหักฝายเหล่านี้ต้านกระแสน้ำไม่ไหวก็พังลงมา กลายเป็นมวลน้ำมหาศาล

ช่วงบ่ายท้องฟ้ามืดครึม เสียง ภูเขาถล่มผสมกับเสียงบ้านเรือนพังทลาย  ขณะที่ผู้เขียน พร้อมคุณพ่อ คุณแม่ อยู่บนบ้านชั้นสอง ที่ค่อยๆไหลไปตามน้ำหลากอย่างช้าๆ ช่วงเวลานั้น เชื่อว่าโอกาสรอดน่ามีแค่20% เท่านั้นแต่ผู้เขียนพร้อมครอบครัวก็รอดมาได้ ขณะที่นับร้อยชีวิตไม่รอดในคืนวันที่โหดร้าย

เขียนมายาวล่ะ อยากจบแค่นี้ไม่อยากเล่าตอนที่รู้สึกทุกข์ ในห้วงเวลานั้น เพียงแต่อยากบอกว่า การทำให้ทุกข์เบาบางในขณะที่ภัยร้ายถาโถม และสูญเสียนั้น ผู้เขียนได้ ยึดคำสอนของท่าน พุทธทาสภิกขุที่ว่า "เคล็ดลับความสุขคือ รู้จักปลง รู้จักปลด รู้จักปล่อยวาง รู้จักไม่ยึดมั่นถือมั่นมันจึงจะทำให้มีความสุขอยู่ในโลกนี้ได้" อันนี้จริงครับ คอนเฟิร์ม


#ภาพประกอบข้างบน ผู้เขียน(คนขวา) ขณะที่เดินเข้าไปในตลาด ซึ่งเป็นบ้านหลังน้ำท่วม4-5วันผ่านไป(CR.ภาพของพี่ชายผู้เขียนเองครับ)ตรงจุดที่ผู้เขียนยืนอยู่นั้นก่อนน้ำท่วมคือกลางลำคลองกะทูน แต่โคลน ทรายมหาศาลทำให้คลองตื้นเขินส่วนอีกภาพคือเขื่อนกะทูนในปัจจุบัน จะมองเห็นเสาไฟฟ้าที่รื้อถอนไม่หมดหลังปิดเขื่อน และตรงใกล้ๆกันนั้นคือเหมืองแร่เก่าด้านล่างเชื่อว่ายังมีอุปกรณ์ทำแร่ดีบุก หลงเหลืออยู่ โดยในอดีตกะทูนมีบริษัททำเหมืองชื่อเหมือนแร่สินดำรง.. เหมืองสยามครับ 

ส่วนผู้สนใจด้านท่องเที่ยว สามารถค้นหาข้อมูลของกะทูนในปัจจุบัน จากGoogle ครับเขียนคำว่า#กะทูน หรือ#อ่างเก็บน้ำคลองกะทูน#น้ำตกกะทูน#น้ำตกหนานน้ำฟุ้ง#เขื่อนกะทูน....สวัสดี




Create Date : 24 ตุลาคม 2559
Last Update : 26 ตุลาคม 2559 17:20:27 น. 0 comments
Counter : 1461 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สมาชิกหมายเลข 3283105
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3283105's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.