จงเริ่มก้าวออกไป อย่างน้อย 1 ก้าว เพื่ออะไรที่ดีกว่า จึงเรียกว่า ก้าวหน้า

 
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 ตุลาคม 2553
 

บทบัญญัติ ภาคต่อบทที่ 2 ของการเดินทาง Hello USA

เมื่อเวลาผ่านไปแอร์ของสายการบินก็มาปลุก เพื่อจะเสริฟอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งผลที่ไม่คาดคิดคือ ทั้งแอร์คนไหทยและแอร์ญี่ปุ่น พูดภาษาญี่ปุ่นใส่ผม ยิ่งส่งผลให้ภาพที่ดูเป็นญี่ปุ่นของผมมากขึ้น ไอ้ผมจะพูดอังกฤษก็ไม่ได้ ญี่ปุ่นยิ่งไม่รู้เลย ทำไงดี เลยชี้ๆ เอา (ไม่ยอมพูดไทยอีกนะ 555) พอทานเสร็จ ซักพักก็รู้สึกวูบๆ จากการลดระดับเครื่องบิน คาดว่าจะใกล้ญี่ปุ่นเข้าไปทุกที และแล้วก็มาถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ก็ลงเครื่องเดินผ่านจุดตรวจแล้วก็ตามหา gate ที่จะขึ้นต่อโดยดูที่ Mornitor ของสนามบิน เพื่อรอต่อเครื่องไป Detriot อเมริกา เวลาเปลี่ยนเครื่องชั่งสั้น ยังไม่ทันได้ดูอะไรมาก ก็ต้องต่อเครื่องมาที่อเมริกา คราวนี้ละสิ่งที่เกิดขึ้นจากตอนบินออกมาไทย ไม่เหมือนเดิมละ เมื่อเครื่องที่จะิบินไปเมกา ใหญ่กว่าเดิม ผู้คนที่นั่งไปด้วย 90 % เป็นฝรั่ง ซึ่งผมโชคดี ที่ได้นั่งกับเพื่อนคนไทย คนอื่นอีก 3 คน มีบางคนได้ไปนั่งกับฝรั่งตัวอย่างใหญ่ ทรมารไปเลย 12 ชั่วโมง แอร์ก็ต่าง จากแอร์ สาวสวยน่ารัก กลายเป้นแอร์ แก่ ดุ ฝรั่ง แล้วตัวใหญ่มากกกก ช่างต่างกันอะไรได้ขยาดนี้ ผมใช้เวลาบนเครื่อง ทั้งกิน ทั้งนอน ทั้งดูหนังจบไป 3 เรื่องก็ยังไม่ถึงอเมริกาซักที โอ้ววววว ทำไมมันช่างนานอย่างนี้ เกิดมาไม่เคยต้องอยู่กับที่นานนนน ขนาดนี้เลย ว่าแล้วก็ลุกไปเล่นไพ่กับเพื่อนๆ ที่นั่งท้ายเครื่องเพื่อ ผ่อนคลาย

12 ชั่วโมงผ่านไป เราก็มาถึงสนามบินที่ขณะนั้นใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก สนามบิน Detroit รัฐ Michigan เมื่อถึง ก็ต้องตกใจ กับระบบรักษาความปลอดภัยและ ตรวจคนเข้าเมือง ของที่นี่ เข้มข้นมากกกก ตื่นเต้นมาก เพราะว่าผมพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ โชคดีสุดๆ ผมไปต่อคิวหลังพี่ที่เป็นคนนำคณะผมมา หลังจากพี่เขาพูดอะไรกับ ตม ด้านหน้าผมเสร็จเขาก็เดินออกไปด้านหลัง แล้วผมก็เข้าไป และ ตม ไม่ถามอะไรผมเลย ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ หลังจากนั้นเราก็ต้องมารับกระเป๋าขนาดใหญ่ 2 ใบ ที่เราโหลดใต้เครื่องมา เพื่อนำไปโหลดต่อ ให้กับสายการบินเพื่อบินต่อภายในประเทศ แต่ก่อนจะได้ไปโหลดกระเป๋าต่อนี่ดิ ต้องผ่าน ศุลกากร ผมเห็นเพื่อนๆ โดยตรวจกัน 3-4 คน แต่ละคนต้องเปิดกระเป๋า ออกมา แล้วเจ้าหน้าที่ก็ทำการ รื้ออๆๆๆๆๆ ค้นๆๆๆๆ พอเสร็จก็บอกให้เก็บหใ้เรียบร้อยแล้วไปต่อ บางคนเจอ หมูหยอง กุนเชียง ก็เห็นคุยอะไรกันไม่รู้ มารู้ตอนหลังว่าเขาจะปรับเพราะว่าเรานำเนื้อสัตว์เข้าประเทศ แต่เพื่อนบอกว่าไม่ใช่นะ มันเป้นของแห้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ยอม แต่เห้นว่าเป็นนักเรียนอยู่ เลยยึดของไปทิ้งแทน น่าเสียดายแทน

หลังจากผ่านจุดนั้นมา ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เชื่อไม่เชื่อ ก็ต้องเชื่อละครับ ว่ามันใช้เวลานานจริงๆ ผมก็ได้มาอยู่โถงของห้องโดยสารภายในประเทศ ซึ่งกว้างขวางใหญ่โต มากก ใครว่าสุวรรณภูมิ ใหญ่ ที่นี่ทำใหญ่และดีกว่า มีรถไฟฟ้า ในอาคารเลย เพราะว่าจาก Gate สุดท้ายมาตรงกลางไกลมาก (สุวรรณภูมิบ้านเราควรเอาอย่าง แต่คงทำไม่ได้ละ เพราะว่าสร้างเสร็จละ) และทำให้รู้ว่า ชาวอเมริกัน ใช้บริการสายการบินเยอะมากกกก เยอะพอๆกับบ้านเราใช้บริการ รถทัวร์ ไปต่างจังหวัดเลยยยย ครับบบบบบ สนามบินที่นี่ มีประตูให้ขึ้นเครื่อง กว่า ร้อยประตูมีสายการบินบินขึ้นลงทุก 5 นาที เพื่อไปทุกสถานที่ทั่วอเมริกา และทั่วโลก แล้วผมกับคณะเพื่อนใหม่ ก็เดินไปยัง ประตู ที่จะต่อเครื่องบินไปรัฐ Virginia เวลาที่ไปถึงที่โน่นประมาณ สายๆ เวลาที่โน่นอะคับ ผู้คนกำลังพลุกพล่านเลยครับ แล้วเมื่อเราขึ้นเครื่องที่จะต่อมารัฐ Virginia ต้องต้องประหลาดใจอีกครั้ง จากเครื่องบินลำใหญ่โต มโหฬาร จุคนได้หลายร้อยคน กลายเป็นเครื่องบินลำเล็ก ที่จุได้แค่ 30-40 ที่เท่านั้น โอ้วววว เหมือนอยู่เมืองไทยเลย เพราะว่าเกือบทั้งลำ เป็นกลุ่มผมที่เดินทางมาเหลือเป็น ฝรั่งแค่ไม่ถึง 10 คน หลังจากนั้น แอร์ก็เริ่มสาธิต การใช้อุปกรณ์และอื่นๆ เหมือนตอนขึ้นเครื่องลำแรกๆ แต่ต่างกันที่เขาจะสาธิต ให้เห็นชัดเจนกว่า และใกล้ชิดกว่า คราวนี้ผมได้นั่งติดหน้าต่างกับเด็กผู้หญิงจาก จุฬา ตัวอวบกลม น่ารักเหมือนมารุโกะ กับหนุ่มตี๋ ผอม สูง พูดจีนได้ชัดกว่าไทย จาก ABAC

อากาศที่นี่หนาววววววมาก หิมะ ยังมีกระจัดกระจายทั่วพื้นสนามบิน ตรงบริเวณที่เป็นหญ้า และเมื่อบินขึ้นก็เห็นเมืองขาวโพลนไปด้วยหิมะ ที่ยังไม่ละลายดี อืมมมม อากาสช่างดีอะไร อย่างนี้และแล้วก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นมา เมื่ออยู่ดีๆ ผมก็เกิดปวดหูขึ้นมาอย่างรุนแรง และตลอดเวลาที่บินกว่า 45 นาทีนั้น นำตาไหล ด้วยความปวดตลอดเวลา เืพื่อนๆ ที่ไปด้วยกันก็ให้กลืนน้ำลายบ้าง คุยบ้าง เคี้ยวหมากฝรั่งบ้าง บางคนก็ดีขึ้น แต่ผมกับไม่เลย ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย จนกระทั้งเครื่องบินลง ทุกอย่างจึงค่อยกลับมาสู้ภาวะปกติ

โอ้วววววว พระเจ้า ไม่คิดว่าจะเจออะไรอย่างนี้้้้้ และเมื่อเครื่องจอดที่งวงช้าง ประตูเปิด ผมก็พยายามให้ตัวเองออกจากเครื่องลำนี้ให้เร็วที่สุด เพราะว่าอาการปวดหู ณ ขณะบินมันช่างทรมารเหลือเกิน รีบจนลืมว่า มาถึงแล้ว ความหนาวของอากาศที่ขณะ อยู่ประมาณ 8 องศา C โอ้วววว เหมือนเอาตัวไปอยู่ในตู้เย็นเลยยย หนาวววว จริงงงง สนามบิน Richmond รัฐ Virginia เป็นสนามบินเล็กๆ ที่มีประมาณ 10 ประตูขึ้นเครื่องเท่านั้น และผู้คนที่นี่ก็แทบจะไม่มีเลย ถือว่าเบาบางมาก ผมก็เดินตามคนอื่น เพื่อไปรับกระเป๋า ความตื่นเต้น เริ่มกลับมาเมื่อ ทุกอย่างรอบตัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จนเมื่อได้กระเป๋าครบ ก็มีเจ้าหน้าที่มาคุยกับพี่ที่นำคณะผมไป เพื่อไปขึ้นรถเพื่อต่อไปยังที่พัก

มีอีกหลายสิ่ง หลายอย่างเลย ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับผม ที่มันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ก้าวต่อไปในชีวิต ต่างแดน ของคนที่ไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน แต่ต้องมาอยู่ที่นี่กว่า 3 เดินนนน อากาศที่ไม่คุ้นเคยหนาวจับใจ กับเพื่อนใหม่หน้าตา เอ๋อ ๆ ที่แทบจะไม่รู้จักกันเลยยยย อะไรจะเกิดขึ้นนนอีกละนี้




 

Create Date : 13 ตุลาคม 2553
4 comments
Last Update : 13 ตุลาคม 2553 9:26:03 น.
Counter : 759 Pageviews.

 
 
 
 


ตามมาอ่านประสพการณ์ การเดินทางค่ะ
 
 

โดย: @NBC วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:25:43 น.  

 
 
 
ไม่เคยไป ตปท.คนเดียวเลยอ่ะ
แต่กำลังจะไปญี่ปุ่นคนเดียวอีกไม่นานนี่แหละ
อย่าลืมเขียนมาเล่าต่อนะ
ลุ้นๆ แทนไปอยู่ ตปท.แบบไม่รู้จักใครเลย
 
 

โดย: far_sexy1 วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:0:37:55 น.  

 
 
 
ขอบคุณครับ ญี่ปุ่นก็เคยไปครับ ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เดี๋ยวค่อยเล่าต่อจาก trip เมกา trip แรกนะครับ
 
 

โดย: Twin007 วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:8:24:26 น.  

 
 
 
ยังไม่เคยไปอเมริกาเลย ยังไม่เคยเห็นหิมะด้วย อิอิ มาอ่านประสบการณ์แล้วก็นึกถึงตัวเอง เคยนั่งเครื่องจากออสเตรเลียกลับไทย ปวดหัวปวดหูมากมาย ข้าวปลากินไม่ได้ 555+ ต้องขอยาจากแอร์ด่วน ๆ ทรมานสุดยอด เข้าใจคุณ Twin007 เลยค่ะ..(แอบนึกกลัวว่าเดินทางคราวหน้า จะเป็นแบบนี้อีกมั้ยอ่ะ แต่ปีที่แล้วไปเกาหลีก็ไม่เป็นนะคะ ไม่รู้เกี่ยวกับเพดานการบินด้วยรึเปล่านิ)
 
 

โดย: i'm not superman วันที่: 15 ตุลาคม 2553 เวลา:9:59:55 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Twin007
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Twin007's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com