มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
11 มิถุนายน 2550

หิ้วกล้อง DSLR มาหาเรื่องเสียเงิน



][


Create Date : 11 มิถุนายน 2550
Last Update : 17 มีนาคม 2560 1:37:18 น. 42 comments
Counter : 1271 Pageviews.  

 
... เวลาผ่านไป เร็วเหมือนนิยายโกหก ...

1 เดือนให้หลัง วิทยายุทธก้าวหน้าขึ้น เข้าพันทิพทุกบ่อย
ดู อ่าน ฟัง ฯลฯ จนความเป็นศิลปินเริ่มเดือดพล่าน
CS2 ใช้จนชำนาญ, ACDSee ก็น่าเบื่อหน่าย, Capture One ก็เชี่ยวแล้ว
อยากถ่ายรูปออกมาเป็นรูปแท้ๆ ไม่มีแต่งเติม ตัดต่อ

เลนส์คิตที่มีมา ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ เพราะขีดจำกัดต่างๆเต็มไปหมด

จะถ่ายรูปไกลๆหน่อย ก็ทำไม่ได้

อย่ากระนั้นเลย ถอยเทเลซูมตัวเล็กๆ คุณภาพปานกลางมาซักตัว (12,000)
แต่ ..

มีเทเลซูม แล้วไม่มีขาตั้งกล้องดีๆ คอยรับน้ำหนัก กันสั่นไหว จะซื้อมาทำไม
ขาตั้งกล้องดีๆ ให้ภาพชั้นเลิศอยู่แล้ว ราคาก็แค่ 5,000 เอง
รวมหัวบอลล์ที่ไม่โลเลอีก 3,000
รวมแล้ว ก็แค่ 8,000 เท่านั้น ไม่ถึงหมื่นซะหน่อย

อ้อ .. เกือบลืม
ถ่ายเทเล ไม่ติด CPL ได้งัย ฟ้าไม่เป็นฟ้าอะดิ
บวกอีกแค่ 2,000 เอง ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก

เอ .. มีเทเลไว้ถ่ายไกลแล้ว
แต่เลนส์มุมกว้างหละ ???

ฮื้อ! ตัดใจดีกว่า เพราะเลนส์คิต มันก็พอใช้ได้
หาแฟลชมาใส่ เพื่อให้ถ่ายกลางคืนได้เจ๋งๆ กว่าไอ้เจ้าแฟลชหิงห้อยที่ให้มา
ก็แค่ 6,000 เท่านั้น ไม่ได้มากมายอะไรเลย ...
ถึงจะรวม diffuser ก็ไม่ถึง 8,000

แค่นี้พอ จะหัดถ่ายรูปอย่างพอเพียง มีแค่ไหน ถ่ายแค่นั้น ไม่เอามากกว่านี้อีกแล้ว

อุ๊บ! เกือบลืม
ก่อนตั้งปณิธานหลุดออกไป
ลืมเลนส์แมคโครได้งัย
ไม่มีแมคโคร อย่าเรียกว่าตากล้องเลย มันไม่เข้าท่า
ซื้อกล้อง DSLR แล้วไม่มีเลนส์แมคโคร จะซื้อมาทำไม
แถมตอนนี้ เลนส์แมคโคร ลดราคาเหลือแค่หมื่นเดียว
ไม่ช้อนซื้อตอนนี้ เสียดายแย่ เพราะยังไงๆก็ต้องซื้ออยู่แล้ว

อืมม์ รวมๆแล้ว เพิ่มมาอีกแค่ สี่หมื่นบาท เท่านั้นเอง


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:54:03 น.  

 
อุ๊บบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!

พลาดไปได้งัยเนี่ย???!!!!??? เรื่องใหญ่ขนาดนี้ มองข้ามไปได้อย่างไร???!!!

ตอนนี้ หน้าฝน!! อากาศชื้นน่าดู
ออกไปถ่ายรูปก็ค่อนข้างลำบาก

กล้องหนึ่ง เลนส์อีกสาม เอามาวางทิ้งเกลื่อนกลาดในตู้เก็บของ
ปล่อยราขึ้นเลนส์ น้ำตาจะร่วง
ต้องรีบวิ่งไปซื้อตู้กันความชื้นก่อน เอาตัวเล็กๆ 8,000 ก็พอเก็บไหวแล้ว

ไหนๆก็ไหนๆ
ก็ซื้อกระเป๋ากล้องมันซะเลย เวลาไปถ่ายรูปจะได้ใส่เอาเลนส์ไปได้ครบทุกตัว ของซื้อมาใช้นี่นา ไม่ใช่ซื้อมาเก็บ
เอาอย่างดีหน่อย กันความชื้น กันฝนนิดๆหน่อยๆได้ ก็แค่ 4,000 เท่านั้น

จบแค่นี้จริงๆ อีก 12,000 .. ไม่ได้มากอะไรเลย


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:54:39 น.  

 
เอ๊ะ! ขี้ลืมจริงเรา

มัวแต่บ้าซื้ออุปกรณ์
ไม่ซื้อของจำเป็นซักที

ชุดทำความสะอาดกล้อง เลนส์ กระจกมองภาพ
มันสำคัญจะตาย
เอาของถูกๆมาใช้ เลนส์แพงๆก็พังกันหมดเท่านั้นเอง
ของคุณภาพใช้ได้ ราคาก็แค่ 3,000 เท่านั้น

... ไม่เท่าไหร่ ...

อุปกรณ์ที่จำเป็นน่าซื้อ ก็ซื้อหมดแล้ว
พอจริงๆ

เงินทองที่มี ไปหาหนังสือมาอ่าน เพิ่มพูนความรู้ดีกว่าเยอะ

อย่าเช่น The Art of Raw Processing เนี่ย ราคาไม่แพง แค่ 1,600 เท่านั้น คุ้มสุดๆไปเลย
Zen of Photography ก็แค่ 2,000 ... หนังสือต่างประเทศด้วยนะ
ไม่ได้ซื้อ National Geographics ทั้งชุดซักกาหน่อย
Time-Life series ก็ไม่ได้ซื้อ
และไม่ได้หันไปมอง Kodak ด้วยซ้ำ

หมดค่าหนังสือไปไม่ถึงหมื่นเลย


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:55:12 น.  

 
หกเดือน ผ่านไป (เวลาเร็วยิ่งกว่าติดปีกบินจริงๆ)

ตากล้อง DSLR มือใหม่ซิงๆของเรา เริ่มชำนิชำนาญการถ่ายรูปมากขึ้น
กล้อง DSLR ในมือของเขาเสกสีสันและความจำ ให้มาอยู่ในคอมพิวเตอร์ได้ดั่งใจเหมือนฝัน

แต่
เขายังรู้สึกว่า อะไรบางอย่างมันขาดหายไป
เหมือนภาพ ที่องค์ประกอบไม่ครบ

เขาเริ่มหยุด และมองดูตัวเอง
ก่อนพบว่า

ฝีมือเขา เกินเลยเลนส์คิตธรรมดาๆ กับเลนส์เทเลซูมไปแล้ว
ของที่ซื้อมาเมื่อหกเดือนก่อน เป็นห่วงพะรุงพะรัง ถ่วงตัวเขาไม่ใ้้ห้แสดงความสามารถด้านศิลปเต็มที่

ไม่ใช่เขาคิดไปเอง
น้องๆ เพื่อนๆ รอบข้าง ทั้งที่ทำงานและในเน็ต
ต่างก็เห็นเหมือนกันหมดว่า ฝีมือการถ่ายรูปของเขา ฉกาจฉกรรจ์ยิ่งนัก

เขาพยายามพิจารณาตัวเอง และอุปกรณ์ต่างๆอย่างถี่ถ้วน
แล้วค้นพบความจริงว่า
เขาถูกผูกมัด ด้วยอุปกรณ์ที่ไม่ได้ระดับ!

สิ่งแรกที่ควรต้องหลบทางให้เขา คือ เจ้าเลนส์คิตนั่นแหละ
เอาไปเทอร์นได้ตั้งสองสามพัน ถอยซูมดีๆ ขนาด wide-normal มาใช้แทน
หักกลบแล้ว จ่ายแค่ 15,000 เท่านั้น

แมคโครยังใช้ได้ดี แค่หาท่อต่อมาใส่เท่านั้น ก็แค่ 3,000 เอง

และเมื่อฝีมือดีขึ้น ก็ควรถอนทุนบ้าง
แต่คัดรูปที่ดีๆ ส่งเข้าประกวดทีไร ตกรอบทุกที
เพราะไปให้ร้านมันพรินท์ให้ มันทำฟ้าสีสวยๆของตรู กลายเป็นน้ำล้างจานสี
อย่ากระนั้นเลย หาซื้อพรินเตอร์สีแบบ dye sublime ซักตัว กับกระดาษดีๆ อีก 2-3 กล่อง ไม่ถึงสามหมื่น เพื่อพิมพ์รูปส่งประกวด
ล่ารางวัลไม่กี่หน ก็น่าจะถอนทุนคืนได้บางส่วน

.........

อ๊ากซ์! ลืมไปได้งัย
ตาเหล่ ตาเข ก็เพราะไอ้หน้าจอเก่าๆ
ขอเปลี่ยนจอเป็น LCD 19" ต้องเลือกคุณภาพดีๆ หน่อย
ราคาเดี๋ยวนี้เหลือแค่ 15,000 เท่านั้น ... เรื่องสุขภาพ จะมาขี้เหนียวกัีนไม่ได้หรอก เำพราะถ้าตาเสียขึ้นมา จะซ่อมก็ไม่ได้


ฮืมม์ ฮืมม์ ฮืมม์

นี่ถ้าไม่ได้คุณ"หงส์ปลายปืน" แห่งพันทิพกระทุ้ง ก็ลืมไปอีกว่า
ควรหาซื้อเลนส์ช่วงกว้างไว้ซักตัว เวลาไปเที่ยวไหนมาไหน เอาตัวนั้นไปกับแมคโครอีกตัวก็พอ สองตัวเที่ยวได้ทั่วไทย จะไม่ซื้อได้อย่างไร
จ่ายไม่ถึงหมื่นห้า เที่ยวไปไหนมาไหน ไม่มีขัดเขิน ไม่พะรุงพะรังดีมากๆๆๆ

การ์ด 2 GB แผ่นเดียว ทำขายหน้ามาหลายหนแล้ว
ตัดใจซื้อมัน รวดเดียว 3 แผ่นเลย จะได้หมดปัญหา ร้านเขาเห็นหน้าเราบ่อยๆ ลดให้เหลือ สี่พันบาท เ่ท่านั้น ...

เฮียเขาเตือนว่า ซื้อการ์ดหลายแผ่น ไม่ซื้อแบตสำรอง มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะแบตจะหมดก่อนการ์ดเต็ม
ก็จริงของเฮียเขา เอามาสองก้อนแล้วกัน ของเมดอินไทยแลนด์ คุณภาพไม่ด้อยกว่าของแท้ แต่ราคาถูกกว่ากันมาก สองก้อนก็แค่ พันห้าร้อยบาท เท่านั้น

เฮ้อ .. เรานี่ขี้หลงขี้ลืมจริง
ต่อให้แบตไม่หมด แต่ถ้าการ์ดเต็ม ก็ถ่ายต่อไม่ได้ เก็บลง nexto หรือ digimate ดีกว่า จะได้ไม่ต้องกลัวนู่นกลัวนี่จนฉี่เหลือง
ซื้อพร้อมการ์ด เฮียเขาลดให้เหลือ 12,000 "เท่านั้น"


มือใหม่ ... มีใครทะลวงด่าน มาถึง level นี้บ้างแล้ว???



โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:56:43 น.  

 
... แหม กะลังว่าจะพอๆๆๆๆ

พอโว้ย

พอกะของที่มี ....

คุณ enix_1976 ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องชัดๆ ว่า

... ต้องยอมรับว่ามีเลนส์ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ฯลฯ เพราะ ฯลฯ
ไม่งั้นช่างโปรหรือหลายคนคงไม่เสาะแสวงหาเลนส์ 2.8 หรือเกรดดีๆมาใช้หรอกครับ ถ้ามันให้คุณภาพเท่า KIT ...


ตรงประเด็นเผง

ตากล้องมือเก๋าของเรา งมอยู่ตั้งนานว่า ทำมั้ย! ทำไม รูปดอกไม้ แมลง ที่เขาถ่ายมา มันถึงสู้คนอื่นไม่ได้

ขายจ้ะ .. ขาย

เลนส์แมคโคร ยี่ห้อ X ฯลฯ ใช้มาแค่หกเดือน คุณภาพดี ขายถูกๆ 5,000 บาท เท่านั้น

นี่ถ้าไม่โดนกระทุ้งตรงๆ เราคงไม่ได้รู้ว่า เลนส์แมคโคร 105mm F/2.8 ตัวใหม่นี่ มันถ่ายทอดสีสรรได้งดงามแค่ไหน คมกริบแค่ไหน
มันแต่ประหยัดกับแมคโครคุณภาพพื้นๆ เพราะเห็นแก่ของถูก เลยต้องมาเสียเงินซ้ำๆซ้อนๆ ไม่คุ้มเลย

รู้งี้ ลงทุนจ่ายสองหมื่นห้าพันบาทไปตั้งกะแรกดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดาย



ปิ๊งป่อง!!
มือใหม่หัด DSLR ... ตอนนี้ท่านผ่าน level Macro เรียบร้อยแล้ว

ท่านได้ทักษะ ช่างภาพแมคโครระดับ +4
สามารถถ่ายทอดความงามแห่งโลกใบจิ๋ว ให้ทุกสายตาตื่นตะลึง ...

แค่สองหมื่นห้าพันบาทเท่านั้น ...


.....

โปรดทราบว่า แม้เลนส์เทเลแมคโครนี้ จะมีความสามารถสูงมากๆ แต่เนื่องจากท่านมีเพียงทักษะแมคโคร ระดับ 4 เท่านั้น ท่่านจึงไม่สามารถใช้เลนส์ตัวนี้ได้เต็มที่

ท่านจึงไม่สามารถเข้าต่อสู้กับ Boss ของด่าน portrait ได้ จนกว่าท่านจะเปิดผนึกเลนส์สำเร็จ
หากท่านประต้องการเปิดผนึกความสามารถ portrait ของเลนส์แมคโครตัวนี้ ท่านต้องจัดหาชุดไฟแฟลช และร่มสะท้อนแสง (ค่า EP 10,000-15,000 บาท) มาบูชายันต์

และถ้าท่านต้องการเข้าต่อสู้กับ Boss ของด่านแมคโคร ท่านควรจัดหาแฟลชวงแหวน (จ่ายค่า EP เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เกิน 8,000 บาท) มาเสริมพลังของเลนส์แมคโครตัวนี้ มิเช่นนั้น ท่านอาจโดนพลัง DOF ของบอสส์กินท่านตาย


ใครมีเครื่องคิดเลขใกล้ๆ ช่วยจิ้มให้หน่อย


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:58:05 น.  

 
จริงๆมันจะไม่บานปลายเลยครับ ถ้าเรารู้ว่าเราชอบอะไร ก็ซื้อแค่เท่านั้น อย่าไปอยากได้เพิ่มหากมันไม่จำเป็น ให้ดูว่าเราชอบถ่ายแนวไหนก็ซื้อแค่นั้นละครับ


แหม .. กระทุ้งตรงเป้าเป๊ะเลยอ่ะ
ปัญหาคือ เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า เราชอบแนวไหน

ก็คนมันไม่เคยมีกล้อง ไม่เคยมีเลนส์ เพื่อถ่ายรูปที่ชอบนี่นา
จะไปรู้ได้ยังไงหละว่า ควร "ซื้อแนวไหน"

แล้วก็ .. อืมม์ .. อ่านะ ...
บางทีก็มั่นใจว่า ได้เห็นภาพแมคโครสวยๆ ไม่มีใครเหมือน
ชอบแนวแมคโครมั่กๆๆๆ สะสมอุปกรณ์ถ่ายแมคโครไว้เพียบ

แต่มันไม่มีเวลาถ่ายแมคโครซักเท่าไหร่
เพราะถ่ายไปได้หกเดือน ครึ่งปี ... พอถ่ายรอบๆบ้านหมด มันก็ต้องออกเดินทางไปตามป่าตามเขา หาความงามของธรรมชาติ

พบว่า การเดินท่องเที่ยว เลนส์เดียวเที่ยวทั่วไท เหมาะกว่าเยอะ
ถ่ายออกมาเสร็จ ให้ชาวบ้านดู เขาชมกันเปาะว่า ถ่ายทอดทิวทัศน์ได้เยี่ยม เีร้าอารมณ์ชวนเที่ยวมาก
ก็เลยรู้ใจตัวเองขึ้นมาทันทีว่า ชอบแนวเลนส์เดียวเที่ยวทั่วไทยมากกว่า

อ้าว! แล้วชุดแมคโครทั้งชุดหละ?


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:11:58:57 น.  

 
หนึ่งปีผ่านไป ...

ตากล้อง DSLR ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พัฒนาตัวเองขึ้นเป็นระดับเซียนถ่ายภาพ
นั่งมองฟ้ามองดิน ก่อนถอนใจเฮือก

เหลียวมองตู้เก็บกล้อง (ใบที่สอง, 15000 บาท)

กล้อง DSLR ตัวเดิม ที่เขาตัดสินใจซื้อ เพราะมันเป็นกล้องที่ดี คุณภาพสูง
อุปกรณ์เสริมหาง่าย ราคาถูกมาก (25,000)

ชั้นบนนั่นก็เลนส์ใช้บ่อย 24-200mm ไว้เที่ยวทั่วไทย (15,000) , และ 100mm F/2.8 เพื่อถ่ายแมคโคร (20,000)
และ M8 (180,000) กะ 50mm F/2.0 summicron สุดเลิฟสุดหวง (25,000) เอาไว้ถ่ายภาพ B/W กะภาพ IR ให้พวกกล้องฟิล์มหน้าม้าน ที่สู้กล้องดิจิตอลไม่ได้

ตรงกลางมา เป็นเลนส์เทพ ที่ไว้ออกงานสำคัญๆ 17-40mm (25,000) กับ 70-200mm F/2.8 เพื่อถ่ายนก (40,000) และ 10-20mm ไว้ถ่ายเวลาอยู่ในที่ที่ถอยไปไหนไม่ได้ (25,000)

ข้างล่างเป็นแฟลชเล็ก (5,000) ไว้พกไปไหนมาไหน กับแฟลชใหญ่ (15,000) ไว้ใช้งานจริงๆจังๆ .. ใช้มันทั้งสองอย่างนั่นแหละ

กระเป๋า Lowepro 2 ใบ วางข้างตู้ เคียงข้างขาตั้ง
อืมม์ ... เจ้าขาตั้ง Velbron Rub40 เนี่ย ถึงจะถูก (1,500) แต่ก็ช่วยชีวิตไำว้หลายหน แม้จะใช้งานสู้ตัว Benro carbon (12,000) ไม่ได้

อยากนับดูว่า ฟิลเตอร์มันกี่ตัวเหมือนกัน แต่ก็ขี้เกียจลุกไปดู ราคามันก็แค่ตัวละ 3-4,000 เท่านั้น .. เอ ... สิบกว่าตัวนี่ มันกี่บาทหว่า?

หันไปเปิด Mac Pro (120,000) เข้าพันทิพดีกว่าเนาะ จอ 23" (40,000) นอกจากจะช่วยให้ตาไม่ล้าง่ายๆ ยังช่วยทำให้ปรับแต่งภาพง่ายขึ้นอีกเยอะ สีก็ไม่เพี้ยนเหมือนเมื่อใช้ PC ธรรมดาๆ .. แถมซื้อเครื่องหนเดียว -จบ- ไม่ต้องหาซื้อนู่นๆนั่นๆนี่ๆ เหมือนพวกมือสมัครเล่นอื่นๆ ที่ยังใช้ Windows อยู่

อ้าว! ใครเอาเจ้าแมงมุม (6,000) ไปวางไว้ไหนหว่า? ไม่มีมัน จะปรับสีอย่างไร


... หลงบ่นเพ้อเจ้อไปเรื่อย ...
เราวางไม่เป็นที่เป็นทางเองตะหาก
แฟน กิ๊ก ฯลฯ ก็ยังไม่มีกะเขา เพราะมัวแต่เอาเงินไปลงกะกล้องหมด ของจะหายได้อย่างไร

จบแต่เพียงเท่านี้

ใครตั้งฟามฝันไว้บ้างว่า
DSLR ของท่าน จะโตเป็นอะไร ... ลองรวมๆๆๆ ทุกอย่าง (ในฝัน) ของท่านออกมาให้ชมหน่อยดิ .. อยากรู้ว่า มันไปถึงไหนกั๊นนนนนน!!!


ปล. ไม่ใช่จากชีวิตจริงของผมจ้ะ
แต่ก็เกือบๆไป ถ้าไม่ดูใจ ดูตัวเองให้ชัดๆเจนๆ จริงๆจังๆ แบบซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
พอดูใจตัวเอง ดูความอยากตัวเองเสร็จ
ก็หยิบกระดาษขึ้นมา เขียนสิ่งที่ต้วเอง"อยากได้" ทั้งหมด

แบ่งเป็นสามระดับ
อยากได้มากๆๆ
อยากได้ปานกลาง
อยากได้ เพราะอยากได้

รวมๆแล้ว .. โอโห!
ตรูชอบถ่ายภาพมาก จนถึงกะจะขายรถขายบ้าน ขายกิ๊ก เืพื่อซื้อกล้องและอุปกรณ์ ครบตามที่อยากเชียวเหรอว่ะ?
ขนาดตัดให้เหลือที่ "อยากได้มากๆ" แล้ว ...

ดับความอยาก ด้วยปณิธานที่ว่า

ซื้ออุปกรณ์กล้องเท่าไหร่
ให้เงินแม่ 1/4 (พ่อไม่ต้อง เพราะไม่อยู่แล้ว), ทำบุญวัดพระพุทธบาทน้ำพุ 1/4, ให้ลูกเมีย 1/4, ซื้อประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ 1/8, ทำรถ 1/8

แหม ... มันหายอยากไปเยอะแฮะ


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:12:01:23 น.  

 
บ้ารถ ยังดีครับ เพราะได้ใช้งานทุกวัน

แต่กล้อง .. โดยเฉพาะ DSLR เนี่ย
บ้าซื้อ บ้าสะสม แต่ไม่มีโอกาสใช้

อืมม์ .. กลับมานึกถึงกล้อง
มันเป็นงานศิลป์ ที่ให้ความสุข

แต่ต้องถามตัวเองว่า ความสุขนั้น ให้กับใคร?
ถ้าเล่นรถ ... คนอื่นมีความสุข? ผมว่าไม่ ... ยิ่งแต่งสวยเท่าไหร่ คนมองยิ่งอิจฉาตาร้อน อยากทำให้เท่ากันหรือดีกว่า (ข่มกัน ว่างั้นเหอะ)
แต่เล่นกล้อง .. อืมม์ อืมม์

ความสุขให้กับคนอื่น มากกว่า 80%

ใครมั่ง ที่ถ่ายรูปมาแล้ว เก็บไว้ดูคนเดียวบนจอ? อัดรูปมาเพื่อดูคนเดียว?
ตากล้อง .. เป็นคนที่น่าสงสารมากๆๆๆๆ

ลงทุนเป็นหมื่น (แสน, หลายแสน) ... เพื่อสร้่างความสุขให้คนอื่น

ความสุขที่ตัวเองได้รับ?

ถ้าเป็นมือสมัครเล่น มือใหม่ ... ความสุขจาก"คำชม" ว่า ถ่ายรูปสวยจัง ไปไหนมาไหน จะขอชวนไปด้วยนะ
ชวนเหรอ? ... ไปดิ มันสนุกจะตายที่ได้ไปเที่ยวกับคนอื่น และถ่ายรูปเพื่อนๆ
มีความสุึขเหลือ ที่ได้ถ่ายรูปสถานที่สวยๆงามๆ ได้ถ่ายรูปของแปลกๆ ดอกไม้ แมลง น้ำตก พระอาทิตย์ ฯลฯ
กลับมาจากทริป .. มีความสุขเพิ่ม ที่ได้แบ่งปันรูปสวยๆงามๆ เหล่านั้น ให้เพื่อนร่วมทริปดู

มือสมัครเล่นแบบบ้าๆ ... ความสุขจากการ หยิบ จับ ลูบๆคลำๆ ของที่มีอยู่
ก่อนเปิดหนังสือดูอุปกรณ์ ดูเลนส์ ดูขาตั้ง ดูแฟลช ฯลฯ ใฝ่ฝันหาอุปกรณ์ที่อยากได้ และ "เวลาว่าง" + โอกาสดีๆ ที่จะได้เอาอุปกรณ์ที่มีไปถ่ายรูป

แล้วต้องลืมตาตื่น ... มาเิผชิญความจริงที่ว่า ... เจ้านายโยนงานมาให้หนึ่งตู้เอกสาร พร้อมปฏิทิน ที่ขีดเส้นตายตัวแดงเบ่อเริ่ม !!!

(เจ้านายใจร้ายยยยย ....)

โชคดี .. ที่เพื่อนร่วมงานเข้าใจ และเพื่อนๆโต๊ะกล้องเข้าใจ
ชวนไปไหนมาไหน เพื่อถ่ายรูป และอวดรูปสวยๆงามๆ แบ่งปันกันดู
(ไม่มีรูปของตัวเองซักกะเฟรม ... แถมหนีกล้องคนอื่น หยั่งกะหนีศาล )

มือสมัครเล่นแบบบ้าเลือด? (เลือดเข้าตา ) มีความสุขที่ได้ดูอุปกรณ์ที่มีทั้งหมด ราคาเรือนแสน (กี่แสนหว่า? ) ได้ลูบๆึคลำๆ เอาออกมาลองใช้ ลองถ่าย ลองกด ปรับนู่นปรับนั่นปรับนี่ ... แล้วเก็บเข้าตู้กันชื้นต่อไป
เพราะต้องหยิบปากกาแดงอันใหญ่ๆ มาวงเส้นตายให้ตัวเอง และลูกน้อง

มืออาชีพ .. ไม่ค่อยมีความสุขหรอก ที่ต้องควักกระเป๋า ซื้ออุปกรณ์เรือนแสน
ความสุขของตัวเอง ยิ่งหดลงไป เมื่อได้รับ job assignment ที่สุดโหดหิน
เสียเวลา 2 วัน ... ถ่ายรูปนับพันรูป ... นิ้วแทบหงิก
ใช้ได้ตั้ง 2 รูปแหนะ

แต่พอเช็คออก (ไม่เด้ง) .. ฮูย!!! สุขไหนจะเท่าสุขครั้งนี้

... ดูให้ดีๆ ถึงมืออาชีพก็เหอะ .. คุณมีหน้าที่สร้่างความสุขให้คนอื่น ...
คนอื่นมีความสุขเมื่อไหร่ คุณถึงมีความสุข .. ใช่ไหมครับ


----------------

ถามตัวเองให้ดีๆ ว่า ซื้อกล้อง เพื่ออะไร?
เพื่อความสุขตัวเอง (ที่ได้จับกล้อง ที่ได้กดชัตเตอร์)
หรือเพื่อความสุขคนอื่น (ที่ได้รูปสวยๆจากเรา) ก่อนที่ความสุขจะสะท้อนกลับมาหาเรา

ถ่ายรูป เพื่อตัวเราเอง
หรือเพื่อคนอื่น

พวกเราที่มาอยู่ในห้องนี้ รักการถ่ายรูปทั้งนั้น ... และรักการแ่บ่งปันความสุขให้คนอื่น
แต่ก่อนจ่ายเงิน คิดซักนิด

May the camera be with you ...


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:12:03:21 น.  

 
DSLR มันให้ความสุข ที่เหนือกว่า SLR like หรือ compact
แต่นอกจากจะไม่ฟรี ยังแพงหูลู่อีกตะหาก

น่าอิจฉาคนที่สามารถหาฟามสุขได้จาก DSLR อย่างเต็มที่จัง

เพราะต้อง

-- นอกจากมีตังค์เหลือ
แหง๋หละ เงื่อนไขอันดับหนึ่งเลย ... 150,000++ ที่เหลือจากค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน( ) ค่าผ่อนเมีย (เอ๊ย!!!) ค่าอาหาร ค่าเที่ยว ค่าเทอมลูก ฯลฯ ยังมีตังค์เหลือเพื่อเรื่องนี้ ไม่ใช่ใครๆก็ทำได
ผมไม่ได้ค้านคนที่มีตังค์เหลือ แล้วรักการถ่ายรูปนะ หนับหนุนด้วยซ้ำ เพราะยังไงๆ ก็ยังมีวันจบ แต่ถ้าเอาไปลงกับรถ ปืน เหล้า&สังคม ... เท่าไหร่ๆก็ไม่พอ

-- ยังมีความสุนทรีย์ในชีวิตเหลือ(มองอะไรก็สวยไปหมด), เวลาเหลือ (ได้ไปเที่ยว ได้ไปถ่ายรูป),

-- คอมพ์คุณภาพเหลือๆ (ไม่งั้นเล่น RAW ไม่ไหว)
-- ฝีมือถ่ายภาพเหลือๆ (สุดยอด)
-- น้ำใจเหลือ (เอารูปสวยๆมาให้เราได้ดู)

ผมว่า สำหรับท่านที่มี SLR-like หรือ compact
ลองอาศัยช่วงนี้ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส
ใช้กล้องของท่านให้เต็มที่ ... 120% เลยเอ้า! ถ่ายรูปออกมาให้บาดตาบาดใจ หัดไล่สี ไล่แสง ไล่เงา ให้เนี้ยบๆๆๆ

เพราะจริงๆแล้ว ... ท่าจะว่าไป

สิ่งที่คนที่ใช้ DSLR เหนือกว่าคนใช้กล้องทั่วไปคือ .. กล้องมันแพ๊ง เอ๊ย กล้อง DSLR มันทำอะไรด้วยตัวเองไม่ค่อยได้ ตะหาก

อยากให้ใครที่คิดจะซื้อ DSLR มา"ถ่ายเล่นๆ" เข้าใจจุดอ่อนสุดของ DSLR ตรงนี้ให้ดีๆ ให้มากๆครับ

กล้อง DSLR มัน "ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ค่อยได้"

ถ้าจะให้มันทำอะไรได้ ต้องมีอุปกรณ์สนับสนุนรอบด้าน ราคาแพ๊งมากๆๆ มาเสริม

มันบังคับให้คนถือกล้อง ต้องหมั่นพยายามถ่าย (ให้คุ้มกะที่จ่ายตังค์ไป) ต้องหมั่นพยายามศึกษาจากภาพคนอื่น (ให้กิเลสงอกงามเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป ว่าจะซื้ออะไรเพิ่ม ) ต้องหมั่นวิจารณ์ภาพตัวเอง (อืมม์ .. ถ้าได้ 105mm macro มันจะเจ๋งกว่านี้อีกเยอะ ฯลฯ)

และสุดท้าย DSLR มันบังคับให้คนใช้มัน ต้องอ่านหนังสือ อ่านตำรา อ่านคู่มือ () .. ไม่งั้นภาพออกมา ... เละ

ไม่อ่านหนังสือ ไม่อ่านๆๆๆๆ ตำราถ่ายภาพ ไม่หมั่นฝึกถ่ายบ่อยๆ
กล้อง DSLR จะห่วยยิ่งกว่ากล้อง full auto ทั่วไปด้วยซ้ำ

กล้อง full auto อื่นๆ ... กล้องมันคิดแทน ทำแทนคนถ่าย"เกือบ"ทั้งหมด (ฟามจริง บ.กล้องเขาคิดไว้ก่อนตะหาก )
แต่สิ่งที่ บ.กล้องคิดแทนให้ไม่ได้คือ องค์ประกอบภาพ แสง สี เงา มุมกล้อง ... 5 ตัวแปรนี้ เราสามารถใช้ up กล้องเราให้อยู่ level เหนือกว่า DSLR สบายๆ

แค่อ่านหนังสือตำราเพิ่มเท่านั้นเอง


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:12:04:32 น.  

 
สรุปสุดท้าย (ก็มันเป็น blog ผมนี่หว่า) คือ

เลือกให้ดีๆ ว่า

ความสุข เกิดจากการได้ถ่ายภาพ
ความสุข เกิดจากการได้ดูภาพถ่าย
ความสุข เกิดจากการที่คนอื่นดูภาพที่เราถ่าย

หรือ

ความสุข เกิดจากการได้ซื้อกล้อง ซื้อเลนส์ ซื้อแฟลช ซื้อเลนส์ซูม ซื้อขาตั้ง ซื้อเลนส์แมคโคร ซื้อกระเป๋า ซื้อเลนส์มือหมุน ซื้อฟิลเตอร์ ซื้อเลนส์ไวด์ ซื้อกล้องตัวที่สอง ซื้อเลนส์เทเล ซื้อ ซื้อ ซื้อ ซื้อ ...


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:12:10:22 น.  

 
แหะๆๆๆๆ ใช้กล้องคอมแพ็ค เล็กๆ ตัวนึง ก้อมีความสุขละค่ะ ....(ไม่นับมือน้อยๆ ที่คอยจะช่วยถ่ายด้วยนะคะ)


โดย: หนูชล วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:12:17:24 น.  

 
โดนใจดีครับ


โดย: ibamong วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:14:49:53 น.  

 
หุหุ ชอบกระทู้นี้ตั้งแต่อ่านในพันทิปห้องกล้องแล้วครับ ผมว่ามันก็จริงนะ เสียเงินซื้อความสุข จะว่าไปมันก็เหมือนคนชอบรถ ชอบกล้วยไม้ ชอบกอล์ฟ ไม่ได้ทำเงินเล๊ย แต่ก็ทุ่มเทกันจริงๆ

ผมเองเห็นด้วยนะครับ เรื่องการฝึกปรือฝีมือ ฝึกทักษะ ฝึกมุมมอง ดูภาพคนอื่น รวมทั้งอ่านหนังสือเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง ตอนนี้ผมก็ยังอ่อนด้อย มีแค่400Dกับkitที่เพิ่งซื้อมาแค่เดือนเดียว ก็จะพยายามเหมือนกันครับ


โดย: Carlziess Lens วันที่: 11 มิถุนายน 2550 เวลา:17:00:21 น.  

 
อ่านแล้วโดนใจ กำลังจะหลวมตัวซื้อ DSLR แล้วครับ

ค่อยเป็นค่อยไป ตามกำลังทรัพย์


โดย: ชีวิตนักเดินทาง IP: 63.219.11.21 วันที่: 29 ตุลาคม 2550 เวลา:18:22:03 น.  

 
โดนใจมากค่ะ
ขอเอาเวลาไปทบทวนดูเพิ่มเติมว่า
ที่คิดไว้ว่าจะซื้อ DSLR มาใช้ มันถึงเวลาหรือยัง
แล้วถ้าซื้อมาแล้ว เราเก่งพอที่จะสามารถใช้ DSLR แทน compact หรือยัง

ขอบคุณมากค่ะ
อ่านแล้วได้สาระมากมายและไม่ซีเรียส


โดย: maru วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:15:11:46 น.  

 
กล้องตัวแรก ที่ถูกสร้างขึ้นมาในโลก
หน้าที่ของมันคือ บันทึกความทรงจำ

กล้องรุ่นหลังๆที่ถูกสร้างขึ้นมา
มีหน้าที่เพิ่มเติม คือ ถ่ายทอดภาพแห่งความทรงจำ และสรรพสิ่งที่ห่างไกลการรับรู้ จากคนหนึ่ง สู่อื่กคนหนึ่ง และหลายๆคน

เพื่อแบ่งปันความรู้ ประสพการณ์ และความสุข


นั่นคือ หน้าที่หลัก

นานนับสิบๆปี กล้อง ค่อยพัฒนาหน้าที่ที่สาม
โดยเหล่าอดีตอัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ ...

เครื่องมือสร้างสรรงานศิลป์

กล้อง .. ในมือของท่านเหล่านั้น
เสกสรรความงาม ที่ทัดเทียมงานศิลปะอื่นๆ
จนภาพถ่าย ทยานจากบันทึกความจำ
กลายเป็นผลงานศิลป์

แต่กล้อง นับแสนนับล้านกล้อง
ก็ยังคงทำหน้าที่เดิมของมัน อย่างสัตย์ซื่อ

เก็บบันทึกความทรงจำ ประสพการณ์ ความสุข ฯลฯ ของผู้ถือกล้อง ก่อนถ่ายทอดสู่ผู้อื่น ...


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:19:13:36 น.  

 
ยอดเยี่ยมครับ


โดย: mjhphoto วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:22:06:24 น.  

 
ถ่ายรูปคนอื่นก็เยอะ ดูรูปคนอื่นถ่ายก็แยะ เพื่อสิ่งใดหรือแต่สื่งที่อยู่ในอกตัวเองกลับไม่เคยถามและไม่เคยเข้าใจ ผมว่าคนที่เล่น DSLR ส่วนมากเป็นแบบนั้นนะครับ

แนะนำให้ฟังเพลง " ทะเลใจ" ของคาราบาวครับ
ขอบคุณเจ้าของกระทู้นะครับ คุณได้ทำความดีที่ประเสริฐแล้วครับ


โดย: แมงปอ IP: 125.26.166.175 วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:21:43:09 น.  

 
ชอบครับโดนหลายข้อเลย


โดย: naiToom IP: 114.128.23.113 วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:22:30:34 น.  

 
เริ่มต้นเหมือนๆ กันครับ แค่อยากได้ DSLR ไว้ถ่ายรูป แต่ก็บานปลายไปเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ เบ็ดเสร็จก็ร่วม 4 แสนได้ละมั้ง แต่ไม่หนักเท่ากับท่านแมวเหมียวพุงป่อง เพราะหลังๆ เริ่มรู้ตัวครับ ซื้อเฉพาะที่ได้ใช้จริงๆ ตู้กันความชื้นนี่ คงไม่ซื้อละครับ เพราะที่ผ่านมาเก็บกล้องฟิล์มไว้ 10 กว่าปีแล้วยังไม่มีปัญหาขึ้นรา แค่ยางบุรอบๆ ตัวกล้องเสื่อมเท่านั้น


โดย: Kon Isan IP: 125.25.204.15 วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:9:20:28 น.  

 
ชอบครับ เป็นบล๊อกที่ยาวแต่ผมอ่านหมด


โดย: mr.popsong วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:38:50 น.  

 
ฮ่าฮ่าฮ่า.. แล้วพี่ซื้อมาทำไม DSLR เนี่ย ผมก็เดินตามรอยพี่นั่นแหละคร้าบบบ... :D


โดย: Unleash IP: 118.172.39.129 วันที่: 27 ธันวาคม 2551 เวลา:22:03:47 น.  

 
อ่านสนุก.. ทำให้เห็นมุมมองของหลายๆคน ที่สำัคัญดีนะที่ผมรู้ตัวเร็ว แต่ถึงจะช้ากว่านี้ผมก็คงไม่มีตังค์ซื้อของแพงเกินตัวไปได้ เพราะติดที่คำว่า.. เสียดายแต่ที่ดีไปกว่านั้นคือ.. ผมเงินไม่ถึง หุหุหุ

ขอบคุณนะครับน้าแมวฯ สำหรับการบอกเล่าเก้าสิบจากประสบการณ์จริง ที่โดนใจใครต่อใครอีกหลายๆคน


โดย: hottoclick IP: 115.67.156.64 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:0:38:07 น.  

 
ขอบคุณครับน้าแมวที่เล่าประสบการณ์ดีๆ ให้ได้รับรู้
(แม้จะ ปล.ตอนท้ายว่าไม่ใช่คนในตัวอย่าง)
เห็นชะตากรรมของคนใช้ DSLR แล้วล่ะครับ
แต่ผมคงไม่เดินรอยตามล่ะครับ แค่ซื้อกล้องกับ Kit ก็หืดขึ้นคอแล้ว
เส้นทางของผมเริ่มจากถ่าย Compact จนได้งานศิลป์ที่พอใจแล้ว
ค่อยซื้อ DSLR มาเติมเต็มส่วนที่ Compact ทำไม่ได้มากกว่าครับ
เช่นเรื่องชัดตื้นเป็นต้น


โดย: JoKeR3753 IP: 124.120.71.176 วันที่: 6 มกราคม 2552 เวลา:19:52:19 น.  

 
กิเลสของเราจะแปรผกผันกับจำนวนเงินในกระเป๋าเราเสมอ
ขอขอบคุณ คุณแมวเหมียวฯ ที่ให้ข้อคิดที่ดีมากๆๆครับ


โดย: sampas IP: 118.172.192.65 วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:21:53:23 น.  

 
ขอบคุณครับ

สวยงามและมีคุณค่าจริงๆ


โดย: wishan IP: 125.26.153.3 วันที่: 21 มกราคม 2552 เวลา:23:12:52 น.  

 
ขอบคุณค่ะ


โดย: ฟ้าสีหม่น คืนไร้ดาว IP: 202.57.156.3 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:02:14 น.  

 
น้าแมวเหมียวฯครับ

ทำเป็นเล่นไป!...

...นี่คือเรื่องจริงของใครหลายๆคนเลยนะครับ!


โดย: DUB-COOK IP: 124.121.205.196 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:52:18 น.  

 
เกือบจะสองปีแล้ว

ไม่รู้คนที่เข้ามาแจมกระทู้นั้น ป่านนี้ไปไหนมั่งแล้ว

และไม่รู้ว่า ป่านนี้ ... หมดไปกี่แสนแล้ว //haha

ผมทำบัญชีทรัพย์สิน ... ปี 51
ยังหมดไปอีกเกือบแสน!
นี่ขนาดหยุดแล้วนะ


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:05:00 น.  

 
นี่เรื่องจิงป่าวคับ

เริ่มกัวที่จะซื้อกล้องแล้วอ่ะ



โดย: หัวเหม่งคุง วันที่: 16 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:59:21 น.  

 
กล้อง เป็นของเล่น

ไม่อย่างนั้น คงเรียก "เล่นกล้อง" หรือ "นักเลงกล้อง" ฯลฯ

ของเล่น มันไม่เคยถูก
ถ้าจะให้ถูกๆ ต้องซื้อมา "ใช้งาน" ไม่ใช่ซื้อมา "ใช้เล่น"

ของเล่น เล่นแล้วไม่เคยถูก
เพราะเล่นแล้วมันสนุก
สนุกแล้วมันอยากเล่นต่อ

เล่นต่อแล้ว เก๊าะ เสียเงิน ..

มันเป็นความจริงของชีวิต


โดย: แมวเหมียวพุงป่อง วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:01:31 น.  

 
อ่านจบแล้วครับ อ่านแล้วได้แนวคิดอะไรดีๆ กลับไปด้วย


โดย: ปรศุ IP: 58.8.124.194 วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:9:37:34 น.  

 
ขอบคุณน้าแมวฯมากมายเลยครับ อ่านแล้วได้แง่คิดดีๆครับ


โดย: จันทร์ในบ่อ IP: 58.97.60.3 วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:18:02:37 น.  

 

อ่านแล้วเห็นด้วยมากๆเลยค่ะ เราเองตอนซื้อก็คิดว่าจะซื้อให้น้อยที่สุด ไปๆมาๆ ยังหมดไปตั้งเยอะ

คิดแล้วกลับไปรักน้อง G9 เหมือนเดิมดีกว่า ไม่เคยต้องหาอุปกรณ์ เสริมแล้วก็มีความสุขเหมือนกัน


โดย: beautiful_waste IP: 149.254.218.21 วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:6:58:42 น.  

 
ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อความดีๆ


โดย: Stealth IP: 202.90.124.50 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:16:35:05 น.  

 
..blog นี้ โดนใจ อาฉ๊ -เฒ่าหาดใหญ่ มั่กๆ
..อยากได้กล้องเมือนกัน แต่ตอบตัวเองตลอดว่า
ขอกล้องมือสอง-พอเพียงและเพียงพอ แล้ว


โดย: อาฉี IP: 202.12.73.6 วันที่: 16 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:27:59 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลยค่ะ เป็นแบบนั้นด้วยค่ะ

ตอนนี้เริ่มเยอะแล้วค่ะ แต่ยังอยากได้โน่นได้นี่อยู่


แต่ก้อมีความสุขนะ ที่ได้ถ่ายรูปสวยยย ได้เที่ยยววว



โดย: Babekids IP: 203.146.147.26 วันที่: 17 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:46:39 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: กบ (food fighter) IP: 202.29.98.3 วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:9:50:50 น.  

 
อยากได้ dslr มาเป็นปีๆ (ไม่นับน้องหมี d5d ตัวเก่าที่มีอยู่)
จนป่านนี้ยังไม่ได้ซื้อค่ะ จนถอย G10 มาก็แล้ว
ก็ยังเล็ง dslr ต่อไป
เพราะตัดใจไม่ได้ ว่างบมันจะกระฉูดไปแ่ค่ไหน


โดย: angpang IP: 61.91.178.107 วันที่: 19 ตุลาคม 2552 เวลา:14:38:28 น.  

 
5555.... เข้าใจความรู้สึกนี้ดีมั๊กๆค่ะ
ถอยมาแล้วสัก 1 ปี กับ D80 พร้อมน้อง kit ตัวน้อย
ใช้แบบทุลักทุเล สมบุกสมบันเอาการ

เพื่อนชอบแซว ตัวกระปิ๊ดเดียว กล้องใหญ่จะเท่าหัวตัวเอง

ทุกวันนี้ก็ยังมีแต่ kit .... เลนส์เทพๆทั้งหลายก็เกาะกระจกดูเอาไปก่อนค่า~~~


โดย: MJ_CHIC วันที่: 11 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:22:57 น.  

 
อ่านห้องกล้องแล้วก็มาเจอบล็อกคุณแมวเหมียวพุงป่องที่นี่วันนี้ ความเรียงโดนใจมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: cakenisarat IP: 124.121.134.208 วันที่: 19 กันยายน 2555 เวลา:14:40:56 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 3773459 วันที่: 29 มีนาคม 2560 เวลา:13:02:52 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#14


 
แมวเหมียวพุงป่อง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




งดทิป

ชอบใจเนื้อหา
- ก้อปปี้ไปเผยแพร่ในเน็ตได้ แต่**ต้อง**อ้างอิงถึงที่มา
- ห้ามนำไปตีพิมพ์ลงบนกระดาษ

การละเมิด แล้วโดนฟ้องร้อง ไม่มีการต่อรอง คดีจบเมื่อศาลตัดสินเท่านั้น .. เคลียร์?
New Comments
[Add แมวเหมียวพุงป่อง's blog to your web]