ตุลาคม 2552

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
14
15
16
17
18
19
22
23
24
25
26
28
29
30
31
 
All Blog
โดนข่มขืน "บนโต๊ะกินข้าว"
เมื่อวานทำงานเหนื่อย ก้าวขาแทบไม่ออกไม่ได้ขับรถไป เดินไปทำงานเห็นว่าเป็นกะกลางวันเดินเอาดีกว่าได้ออกกำลังกายด้วย แต่ขอบอกห้านาทีเดินเหมือนกะเดินเป็นกิโลเลย แต่ช่างเถอะ แฮปปี๊ดีคะ ดีก่าอยู่บ้านเฉยๆ

เรื่องที่อยากจะเล่าคือ เรื่องเพื่อนร่วมงาน เคยเข้าไปแอบอ่านหลายบล๊อค ที่ทำงานต่างคนต่างมีปัญหาแตกต่างกันไป แล้วแต่ใครจะเจอประเภทไหน สำหรับเมย์ วันแรกที่ไปทำงานโดนซักยังกะนายทะเบียน ว่าทำไมมาทำงาน ทำอะไรมาก่อน มีลูก มีผัวกี่คน ... อิอิ ตอบคะตอบไม่ปิดบังหรอกอย่างรู้อะไรก็จะบอก เมย์ไม่สนใจหรอกว่าใครจะต้องการอะไร จะจริงใจหรือไม่จริงใจ อยากจะทดสอบอะไร แค่อยากทำงาน ไม่อยากอยู่บ้าน และก็ไม่อยากที่จะไปทำงานแบบต้องรับผิดชอบมากมาย ชีวิต วันนี้แก่แระ ไม่อยากไปดิ้นรน เหมือนตอนสาวๆ ลูกชายสองคนที่เมืองไทยอยู่กับพ่อเค๊าก็มีความสุขดี เราทิ้งทุกสิ่งไว้ให้เขาได้ดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างดี มาอยู่ที่ออสเตรเลียเมย์แค่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ก็เท่านั้นเอง อยากจะมีใครสักคนที่เรารัก และได้ดูแลกันยามเจ็บไข้ได้ป่วย ทำไมคิดแบบนี้ ก็เรากับพ่อของลูกมีปัญหากันมานานแต่เราก็ก้าวขาออกมาไม่ได้เพราะเป็นห่วงลูก รอจนลูกโตรับผิดชอบตัวเองได้พอประมาณ ต่อไปนี้เป็นชีวิตของเมย์ที่จะเริ่มต้นใหม่แล้วนะ ก็แค่นั้น จริงๆ

เรื่องที่เราบอกเล่าอาจทำให้เพื่อนยร่วมงานคิดว่าทำไม เรามีชีวิตอย่างดีถึงต้องมานั่งทำงานแบบนี้ซึ่งแตกต่างมากมาย แต่คนเรามาจากต่างที่ต่างสถาณะ ต่างสังคมที่เป็นอยู่ ความคิดและสิ่งแวดล้อมยอมแตกต่างกัน เมย์ไม่ได้หมายถึงว่าเรามาจากสังคมชั้นสูงหรืออะไร แต่หมายถึงมาจากการใช้ชีวิตที่ผ่านมา เมย์ไม่ได้ลำบากอะไร แค่เบื่อสิ่งที่เป็นอยู่ที่เมืองไทยเท่านั้นเอง

เรื่องที่จะบอก คือ ที่ทำงานก่อนจะเริ่มงานทุกๆเราจะมีการนั่งกินข้าวร่วมกันทุกวัน เมย์ไม่สนใจหรอกว่าเพื่อนร่วมงานจะมาจากไหน อีสาน หรือใต้ เมย์เคารพและให้เกรียติได้ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ทุกๆวันขณะที่กินข้าวกันคือ เรื่องอาหาร บนโต๊ะ คือจะมีส่วนหนึ่งที่เชฟทำให้ และก็มีอีกส่วนหนึ่งที่พนักงานอยากจะหากินกันเอง คือ อาหารที่ชอบ สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ "ปลาร้า" ถามว่ากินปลาร้ามั๊ย ตอบว่ากินคะ ถามว่าชอบมั๊ย ไม่ชอบคะ แต่กินได้ กินได้ทุกอย่างที่เป็นอาหาร แต่จะเลือกกินอาหารที่ตัวเองชอบมากกว่า การที่เราอยู่ในกลุ่ม มีอาหารมากมาย ถ้าเราเลือกที่จะไม่กินอาหารที่เราไม่ชอบ เราผิดหรือไม่ ? เราไม่ได้รังเกียจ แค่ไม่อยากกินก็เท่านั้นเอง แต่พวกเจ้าพระคุณ ขอพูดหยาบนะคะ แม่ง มานพูดทุกวัน ไม่รู้จักปลาร้า แต่จกเป็นตัว รู้จักครั้งแรกตอนรถคว่ำหน้าบ้านตั้งแต่นั้นมาก็กินเป็นประจำ บางทีปลาร้าเป็นตัวๆใส่ในน้ำพริกมาก็พูดว่าไม่กินคะน้ำแต่จะฉีกเป็นตัว โอ๊ยสาระพัดที่จะพูด " เมย์คิดเลยพวกมรึงจะกินก็กินไป ไม่ต้องพูดมาก มรึงอยากจะกินกรูก็ไม่ได้ไปว่าพวกมรึงหรอก ไม่ต้องมาทำเป็นพูดกระทบกรู พูดทุกวันจนมีความรู้สึกว่าเราโดนข่มขืนทางวาจาทุกวัน ไม่รู้ว่ามานต้องการอะไร ต้องการให้กรูเปลี่ยนความเป็นตัวเองเพราะต้องมาทำงานกับพวกมรึงหรอ ไม่หรอกฉันเปลี่ยนได้ด้วยหน้าที่ที่ฉันรับผิดชอบ ..แต่กับชีวิตส่วนตัวของฉัน ความเป็นตัวตนของฉัน ฉันจะเปลี่ยนเพื่อให้พวกแก มีความสุขหรอ ฉันไม่ทำหรอก มานพูดไปกินไปจนกว่าเราจะกินข้าวหมดจานนั่นแระมานถึงจะหยุด นี่เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เเมย์รู้อย่างหนึ่งว่า ทำไมคนเราต้องเลือกสังคม เลือกสิ่งแวดล้อม คนที่มีสังคมที่ดี เมย์ไม่ได้หมายถึงคนรวย คนที่มาจากพื้นความคิดที่ดี การให้เกรียติ เคารพ และมารยาท นี่จะเป็นเรื่องที่สำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในสังคมไหน ๆ

เมย์อยู่กับแฟน เราแตกต่างทุกๆเรื่อง แต่สิ่งที่เราอยู่ด้วยกันได้คือ การให้เกียติและเครพซึ่งกันและกัน เขาไม่เคยบอกเมย์ว่า เมย์พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ในตอนแรกๆว่าเป็นคนโง่ เขากับให้ความคิดเห็นที่ว่า เราเก่งออกซึ่งพยายามที่จะพูดภาษาที่สอง ซึ่งเขาจะแย่มากในเรื่องที่จะเรียนรู้ภาษาที่สอง เมย์อยู่กับเขาก็ไม่เคยที่จะยัดเยียดให้เขาต้องมาเรียนรู้ภาษาไทยไม่ได้ต้องการที่จะพิสูจน์ ว่าถ้าเขาพูดภาษไทยได้เขาจะรักเราที่สุด เมย์ถือเป็นเรื่องไร้สาระ คุณพอใจในความเป็นคุณฉันก็แฮปปี๊แล้ว และคุณก็พอใจในความเป็นฉันก็พอ ส่วนเรื่องอาหารการกินเขาก็ไม่เคยที่จะต้องมาพูดอะไรในสิ่งที่เราไม่ชอบกินว่าเป็นเรื่องที่จะต้องเอามาพูดจนน่ารำคาญ อย่างเช่น ที่ออสเตรเลีย เขาจะมีแยม " Vegemite " ใช้ทาขนมปัง เป็นสิ่งที่คนออสเตรเลียภูมิใจนักหนา นำเสนอว่าอร่อยสุด แฟนเมย์โชว์เมย์ตั้งแต่วันแรกที่อยู่ด้วยกัน แต่ขอบอกรสชาติ เหมือนกะปิ ทาขนมปัง เมย์ไม่ชอบ แต่กินกะปินะคะ ชอบน้ำพริกกะปิมาก ต้องเผ็ด เปรี้ยว หวาน สามรส หอมกุ้งแห้ง โห.... สุดยอด แต่ก็ไม่ปลื้มที่จะเอามาขนมปัง แฟนเมย์กินทุกวัน เมย์ไม่กิน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เมย์เรียกเจ้าแบรนด์ นี้ ว่า กะปิ ซะอีก ก็ไม่เห็นมีคำพูดอะไรให้กระทบหูว่า เธอไม่พยายามที่จะกินล่ะถ้าอยากอยู่ที่นี่ บล้าๆอื่นๆอีกมากมาย ไม่มีๆๆ เขาบอกอะไรที่ลองแล้วไม่ชอบก็ไม่แปลกตรงไหนนิ คนเราถ้าชอบทุกอย่างเหมือนกัน ฉันคงไม่ได้เจอเธอ และอยู่กับเธอหรอก อิอิ...เราขี้เหร่ เขาชอบของแปลก 5555

ได้ขอคิดหลากหลายในแต่ละช่วงของชีวิตคะ หลากหลายสถานะ หลากหลายผู้คนที่เราพบปะ มีทั้งบวก และ ลบ ทุกอย่างที่ผ่านพบ ไม่ได้เก็บมาเป็นอารมณ์ที่จะทำให้ชีวิต พังทะลาย ทุกอย่างเป็นแค่สิ่งที่ผ่านพบเข้ามาในชีวีต ได้เล่าสู่กันฟัง >>>>สำหรับคุณ เคยสักครั้งมั๊ยที่ รู้สึกว่า โดนข่มขืน ทางคำพูด?








Create Date : 13 ตุลาคม 2552
Last Update : 14 ตุลาคม 2552 7:29:22 น.
Counter : 4440 Pageviews.

7 comments
  
เข้าใจ และเห็นใจค่ะ
โดย: kahjang วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:20:05:36 น.
  
แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจนะคะ คำถามต่างที่ชอบถามกันนี่ คนไทยที่นี่ก็เป็นค่ะ เจอกันยังไม่รู้จักมักจี่อะไรถามไปถึงไหนๆ แล้ว คนเราหนอคนเรา
โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:6:00:18 น.
  
เข้าใจ และเห็นใจค่ะ
สู้ๆๆๆๆน่ะค่ะเป็นกำลังใจดีๆให้กันและกันค่ะ
โดย: somphoenix วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:6:04:14 น.
  
แวะมาอ่านจ้ะ เมย์ ต่างบ้านต่างเมืองก็แบบนี้แหละ ใจเย็น ๆ นะ
โดย: teddybear@LB วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:6:07:41 น.
  
มลเป็นคนตรงไปตรงมา เรื่องอย่างนี้มักไม่ค่อยเกิดต่อหน้า

แต่คงบ่อยลับหลัง

คนแบบนี้เค้าเรียกว่า เรียกร้องความสนใจค่ะ มิฉะนั้น อย่า

ไปสนใจ เดี๋ยวชี ก็ลงแดงตายไปเอง

โดย: เดินทางรอบโลก วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:9:47:37 น.
  
คนเราต่างจิตต่างใจคะ นานาจิตตัง ไม่ใส่ใจจะเป็นการดีต่อตัวเราเองที่สุดคะ

คุณเมย์สบายดีนะคะ อากาศทางโน้นเป็นยังไงบ้างคะ ตออนี้เเถวบ้านดิฉันเริ่มหนาวมาก เมื่อเช้าออกไปซื้อขนมปังให้สามี ต้องมานั่งขูดน้ำเเข็งกระจกรถซะมือชาเลยคะ วันนี้จะเริ่มซ่าส์คะ จะไปตีกอล์ฟ หลังจากหยุดไปหนึ่งเดือนเต็มๆ เตรียมพร้อม วันที่ ยิ่สิบสี่ ที่จะถึงมีทัวร์นาเมนท์ คะ จะลงเเข่งคู่กะสามีคะ ก็เลยต้องฝึกมือกันหน่อย ไม่อยากให้สามีผิดหวัง เพราะเวลาเราสองคนลงเเข่งคู่กัน มักจะได้รางวัลกลับบ้านอยู่บ่อยๆ คะ ดูเเลสุขภาพนะคะ
โดย: สาวเซาะกราว วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:15:13:01 น.
  
สวัสดีค่ะคุณเมย์ เห็นด้วยค่ะ ความชอบไม่ชอบมันเป็นเรื่องส่วนตัว คนพูดเค้าอาจจะไม่ยอมรับตัวตนของเค้าเองก็เลยมาโบ้ยให้เรา ทำตามที่เราต้องการเถอะค่ะ
โดย: erbhern วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:18:24:37 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เจ้าค้ำคูณ
Location :
Sydney NSW.  Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



" Independent "

สิ่งที่คุณเก็บเป็นความลับ ปมด้อยและวิตกกังวล จงปลดปล่อยดีกว่า

โดยคิดว่า ใครๆในโลกนี้เขารู้กันหมดแล้ว แต่เขาไม่ใส่ใจหรือพูดถึง

เพราะเขาก็มีเรื่องของเขาและปัญหาส่วนตัวของเขาก็มากมาย

คนที่จะสนใจคุณจริงๆ มีไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ แล้วจะไปแคร์ทำไม

จงยืดหน้าขึ้นแล้วเดินต่อไปอย่างคนที่ไม่มีความกลัวและกังวลดีกว่า

"อิสระภาพ " ที่แท้จริง คือ การเป็นอิสระจากตัวตนที่แท้จริงของเรา

อิสระจากใจที่ผูกมัดตัวเราอยู่กับอีโก้ของตัวเอง เราต้องรู้จักปล่อยและวาง

ถึงตอนนั้น ฉัน ก็คือ ฉัน คุณ ก็คือ คุณ

นั่นคือ อิสระที่ไฝ่หาได้ จริงๆๆ





+++ It's Me ++

" I do my things

You do your thinhs"

I am not living in this world up do to
your expectations

You are not living in this world up to mine

I am I

You are you

But , If by chance we should meet

it 's beautiful

If not :

it's can't the help !!!