บอกตัวเองทุกครั้ง...อย่างน้อย...เราก็ยังมีลมหายใจ

HIVที่รัก
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ไม่มีสิ่งใดแน่นอนในชีวิต..ของมนุษย์
โดยเฉพาะ...ความมั่นคง
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add HIVที่รัก's blog to your web]
Links
 

 
กำเนิดเจ้าชายเลือดผสม...ตอนที่ 2


ผมหลับไปเป็นเวลาที่นานมาก...คงเป็นเพราะฤทธิ์ของยาที่นางพยาบาลเอามาฉีดให้กับผมเพื่อผ่อนคลาย
ตอนที่นางพยาบาลมาขอเจาะเลือดเพื่อตรวจ HIV นั้น
ผมโดนเจาะเลือดไปสามครั้ง
ครั้งแรกเป็นการตรวจเพื่อดูว่ามีเชื้อ HIV หรือไม่
ครั้งที่สองเป็นการตรวจเพื่อยืนยันผล
และครั้งที่สามเป็นการตรวจหาระดับ CD4
(การตรวจหาระดับCD4 คือระดับการตรวจนับจำนวนเม็ดเลือดขาว
ชนิด CD4+lymphocytes ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง
ที่ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการควบคุมการทำงาน ของระบบภูมิคุ้มกันทั้งระบบ ซึ่งหากผู้ป่วยได้รับเชื้อ HIV เข้าไปในร่างกาย เชื้อจะเข้าไปทำลายเซลล์เหล่านี้ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง การตรวจนับจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิดนี้
จัดเป็นวิธีการตรวจวัดระดับความรุนแรงของโรคเอดส์ที่สำคัญมาก
ทั้งนี้เพราะจำนวน CD4+lymphocytes สามารถใช้บ่งบอกสถานะของผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยโรคเอดส์
และใช้พยากรณ์ความรุนแรงของโรคได้)


ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับหยิบหนังสือวินาทีชีวิต ของ คุณหมูแก้ว หญิงสาวผู้ติดเชื้อ HIV ขึ้นมาอ่าน

สักพักนางพยาบาลก็มาถอดเครื่องช่วยหายใจออก และนำผลของการตรวจระดับ CD4 มาบอกกับผม

“คุณอยู่ในระยะเป็นโรคเอดส์เต็มขั้นแล้วนะคะ ตอนนี้ระดับ CD4 ของคุณมีเพียงแค่ 5 เท่านั้นเองคะ
คุณทราบใช่มั๊ยคะว่าระดับ CD4 คืออะไร” นางพยาบาลบอกกับผม

CD4 มีแค่ 5 ผมคิดว่าตัวเองคงจะมีชีวิตรอดไปไม่นานหรอก คนปกติมี CD4 เป็นร้อยเป็นพัน
แต่นี่ผมมีแค่หลักเดียวคงจะตายเร็ว ๆ นี้ล่ะ
“อ้อ...อีกอย่างเรากำลังสงสัยว่าคุณอาจจะเป็นวัณโรค หรือไม่ก็ปอดอักเสบนะคะ
คุณมีอาการยังไงมาก่อนหน้านี้หรือเปล่าคะ”

“ผมง่วงนอนตลอดเวลาครับ แล้วก็รู้สึกมึน ๆ ไม่มีแรงครับ”

“เราคงต้องให้คุณไปเอ็กซเรย์ปอดและตรวจเสมหะคะ”

“ครับ...แต่ตอนนี้ผมเดินไม่ไหว”

“งั้นเดี๋ยวรอให้อาการดีขึ้นแล้วค่อยตรวจก็ได้ค่ะ”
ผมได้แต่พยักหน้าให้กับนางพยาบาลแทนคำตอบ
พอนางพยาบาลออกไปจากห้องน้ำตาผมก็ไหลมาอีกครั้ง


เช้านี้แฟนเก่าผมโทรมาหาผม...ผมไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี

“มิคเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ดีขึ้นนิดหน่อย ต้นล่ะเป็นยังไงบ้าง ไปตรวจเลือดมาแล้วหรือยัง”ผมถามแต่ต้นเงียบไปสักพัก

“เราไปตรวจมาแล้ว...เราไม่ได้เป็นอะไร”

“จริงเหรอ...งั้นเราถามอะไรหน่อยสิ ทำไมต้นต้องให้เรากินวิตามินอะไรตลอดเวลาที่เราอยู่กับต้นด้วย” ผมพยายามฝืนตัวเองเพื่อพูดกับต้น
“เราก็แค่อยากให้มิคกิน ก็ไม่มีอะไรนี่ ทำไมต้องคาดคั้นเราด้วย”ต้นเสียงสั่น

“ต้นรู้ไหม...ถ้าต้นเป็นคนทำ ต้นคือคนที่ฆ่าเราทั้งชีวิตนะ”ผมร้องไห้....ก่อนจะวางสายทิ้งไปและปิดโทรศัพท์มือถือ

ผมไม่มีอารมณ์จะพูดคุย มันรู้สึกมึนงงไปหมด ผมจะติดเชื้อมาจากใครถ้าไม่ใช่ต้น

หรือว่า...
ผมไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น....แต่มันก็ทำให้ผมได้คิด

คืนที่ผมไปเที่ยวกลับมาแล้วเมาเหล้าแล้วโดนพี่ที่บริษัทข่มขืน...มันเหมือนฝันร้ายทั้งเป็น
และเป็นตราบาปที่ทำให้ผมกับต้นต้องเลิกกัน

ผมรู้สึกขยะแขยงตัวเอง รังเกียจตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง

ผมไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว...แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เหมือนจะวิ่งไปมาอยู่ในหัว

ผมรู้สึกปวดหัวจนแทบจะระเบิด มือกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น น้ำตาไหลเป็นทาง จนแม่ต้องเข้ามากอดผมเอาไว้

“แม่...ผมอยากกลับบ้าน จะเป็นจะตายผมก็อยากกลับบ้าน”ผมบอกกับแม่

และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ผมป่วยที่ผมเห็นแม่ร้องไห้
“แม่จะพามิคกลับบ้าน...เดี๋ยวให้หายก่อนนะลูกแม่จะพามิคกลับบ้าน”

ผมไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้นานแค่ไหนแต่รู้แต่ว่าผมเอาแต่ร้องไห้จนหลับไปโดยมีแม่คอยกอดผมอยู่ข้าง ๆ



ผมตื่นมาอีกครั้งเป็นเวลาสามทุ่มกว่า...ผมรู้สึกหิว

อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้ทานอะไรเลยนั้บตั้งแต่ไม่สบาย และฤทธิ์ของยาก็คงทำให้ผมดีขึ้น

“แม่ผมอยากกินข้าว”ผมบอกกับแม่พร้อมกับพยายามที่จะลุกขึ้น
สักพักแม่ก็เอาข้าวกับแกงจืดมาป้อนผม
แต่ผมทานได้สองสามคำผมก็รู้สึกไม่ไหว...มันเหมือนจะอาเจียน

ผมเหม็นกลิ่นยาในโรงพยาบาล กลิ่นที่ไม่คุ้นเคย

“แม่มิคไปฉี่นะ เดี๋ยวมิคมา” ผมเข้าไปฉี่และอาเจียนในห้องน้ำ

ผมมองดูตัวเองในกระจก นี่ผมคือคนที่เป็นเอดส์ใช่ไหม
ผมไม่เห็นว่าผมจะแตกต่างจากคนอื่นเลย
แต่ทำไมภายในตัวผมถึงต้องมีเจ้า HIV อยู่ในตัวด้วย

ผมเอาน้ำล้างหน้าและพาตัวเองมาจากห้องน้ำก่อนจะหลบออกจากโรงพยาบาลไปทั้ง ๆ ที่อยู่ในชุดผู้ป่วย

คนที่อยู่นอกโรงพยาบาลพากันมองผมเหมือนตัวประหลาด
ผมพาแขนที่มีรอยเจาะเลือด สายน้ำเกลือเป็นกระปุกที่ผมถือข้ามถนนไปยัง 7-eleven ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาล

ผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจอะไร ก่อนจะไปหยิบเอาโจ๊กคัพมาสองถ้วย ผมจ่ายเงินแล้วก็เดินกลับมายังโรงพยาบาลอีกครั้ง

“มิคไปไหนมา แม่ตามหาที่ห้องน้ำก็ไม่เจอ”แม่บอกกับผม

“มิคอยากกินโจ๊ก มิคกินอะไรไม่ได้เลยนะแม่”

“แล้วทำไมไม่บอกแม่ล่ะ แม่จะได้ให้ไปซื้อให้”

“ไม่เป็นไรหรอกแม่ มิคดีขึ้นแล้ว มิคเดินได้แล้วแม่เห็นไหม แม่พามิคกลับบ้านนะแม่”ผมได้แต่อ้อนวอนกับแม่
“ไม่ได้หรอกลูก หมอบอกว่าลูกต้องอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวัน”

“งั้นมิคย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลที่ขอนแก่นได้ไหมแม่ มิคไปอยู่กับพี่ตู่ก็ได้ นะแม่นะ”

“ไม่ได้หรอกลูกพี่น้อยบอกว่าพี่ตู่กำลังมีปัญหากับครอบครัวของเขา มิคไปอยู่บ้านกับพี่น้อยนะ
เดี๋ยวสักสองสามวันแม่จะให้น้ากับพี่น้อยเอารถมารับเรากลับบ้านกัน”

“แต่บ้านพี่น้อยอยู่ไกลโรงพยาบาลนะแม่ มิคจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ที่นั่นมีหมอเก่ง ๆ นะแม่นะ”

“ไว้แม่จะลองคุยกับพี่น้อยกับพี่ตู่อีกทีนะลูก...”


Create Date : 04 กรกฎาคม 2553
Last Update : 4 กรกฎาคม 2553 22:01:20 น. 1 comments
Counter : 230 Pageviews.

 
โห CD4 แค่ 5 แล้วรอดมาได้นี่เก่งจังค่ะ
สงสัยว่าต้องมีโรคแทรกซ้อนหลายโรคแน่เลย
เจก็มีเพื่อนที่เมาแล้วเกิดอุบัติเหตุแบบไม่ป้องกัน
ให้มันไปตรวจเลือดมันก็ไม่กล้า เครียดมาก แต่โชคดีสุดท้ายไม่เป็นไร


โดย: tryforyou วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:58:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.