Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
7 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 

วิศวกรสาวไทย หน้าใส ปากหมา พาฉิ่งฉับทัวร์ ตอน ไปแอ่วดอยแม่สลองกะภูชี้ฟ้ากันเต๊อะ

มาต่อจากความเดิมตอนที่แล้วเลยดีกว่า หลังจากอิ่มหมีพีมันกันทั้งครอบครัวแล้ว เราก็แยกย้ายเข้าห้องนอนค่ะ นัดแนะเป็นมั่นเหมาะ พรุ่งนี้เราจะออกไปเดินตลาดเช้าชาวดอยแม่สลองกัน (ประหนึ่งว่าอยู่ไกล จริงๆแล้วเกสเฮาท์ตรูเนี่ยติดตลาด แต่ชะโงกหัวออกไปก็สามารถจูบตรูดพ่อค้าได้แล้ว..เฮอๆๆ)

แต่ช้าก่อน... ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนค่ะ มันมีเรื่องวุ่นๆคืนนั้นพอดี...

ในท่ามกลางราตรีอันเงียบสงบ กลางหุบเขา...สาวเจ้านอนน้ำลายยืด ฝันหวานถึงชายกลางหัวเหม่ง... และแล้วก็มีเสียงหนึ่งแทรกเข้ามา โขลกๆๆ แค๊กๆๆ คร่อกฟี้ แค่กๆ คร๊อกฟี้...

จับได้ว่า ได้คร่อกฟี้เนี่ย เสียงพ่อตรูห้องข้างๆ แต่ไอ้แค๊กๆ โขลกๆนี่ไม่ใช่ แขกห้องไหนวะเนี่ย ดูนาฬิกา มันตีสองนี่หว่า ไม่เป็นไรน่า คนป่วยเดี๋ยวแกก็คงหลับแหละ อีนี่ก็นอนพลิกไปมา ฟัง MP3 ก็แล้ว พยายามนึกว่า พี่แกคงจะไอจนกล่อมเราหลับ แต่มันไม่ใช่ ไอหนักขนาดนี้ อันตรายมาก เห็นว่าน้องในบล็อกแก๊งนี่ไอจนซี่โครงหักกันทีเดียว....

ตีสองครึ่ง ก็ยังแค่กๆ อีสาวก็กล้าๆกลัวๆ ลุกไปดูซะหน่อย เปิดผลัวออกไป เจอเพื่อนเค้าออกมาเอาน้ำร้อนให้คนป่วยพอดี เพื่อนผมเค้าไม่สบายครับ เราก็เลยบอกว่า ไอหนักอย่างงี้น่าจะพาไปหาหมอนะคุณ อาการแย่มาก เค้าบอกไม่เป็นไรครับพี่ เค้ามียา.. (แต่กรูไม่มียานอนหลับนี่หว่า..)

ตีสาม เสียงไอเงียบไปแล้วค่ะ คิดว่าสงสัยยาดี ไอๆอยู่ดีๆเสียงหายทันตา.. คราวกรูนอนซะที..

ตีสามกว่าๆ ปังๆๆๆๆ เสียงคนเคาะประตูค่ะ

"พี่ๆช่วยผมด้วย" (ตรูจะไม่ช่วยก็เพราะแกเรียกชั้นพี่นี่แหละย่ะ!!)
"ช่วยอะไรล่ะคะ ชั้นไม่ใช่หมอนะคะคู๊ณ" (หญิงไทยใจงามอย่างดิฉัน มีเหรอจะเปิดประตูรับชายแปลกหน้า...แต่ถ้าหล่อ ก็ไม่แน่..อิอิ..)
"พี่ๆ ช่วยผมหน่อยเถอะครับ คนไทยด้วยกัน น้องที่นี่เค้าพูดภาษาไทยไม่ได้" (เอาว่ะ ตายเป็นตาย กรูเตะต่อยไม่เป็น แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา กรูจะจกตา จกไข่ เอาให้หงายเก๋งไปเลย)

เปิดออกไปดูคนไข้ค่ะ ห้องเยื้องๆกันนั่นแหละ ไอจนหมดสติไปแล้วค่ะ น้ำลายฟูมปากด้วย..อาการหอบหืดค่ะ เพื่อนพี่แกก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ถามน้องคนเฝ้าเกสเฮาส์ก็พูดภาษาไทยไม่ได้ โรงพยาบาลก็ไม่มี อีนี่ก็ 191 สิคะ ขี้ไม่ออก บอกไม่ถูก แจ้งตำรวจไว้ก่อน.. จังหวะนั่น แม่อีชั้นที่นอนฟังบทสนทนาอยู่ ก็กลัวเค้าจะมาทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายลูกสาว ก็โผล่พรวดมาทั้งผ้าถุง (แกไม่ได้มาช่วยอะไร เพราะแกขี้กลัว มายืนดูลูกสาวอยู่ห่างๆ ให้คุยกับตำรวจก็ไม่ได้เรื่อง)

ได้เบอร์โรงพยาบาลมาแล้วค่ะ แต่กว่าจะได้มาก็โอนสายกันนานพอสมควร แล้วเราก็รอกันค่ะ อิฉันเพิ่งนึกได้ ไอ้หมดสตินี่ ซี็ม่องเท่งไปยังหว่า ด้วยความรู้เนตรนารีอันน้อยนิด รีบถลาไปจับชีพจรที่ข้อมือ..

ตึกๆ เฮ้ยยย... จับได้ว่ะ แต่มันอ่อนนักวะ หรือมันจะเป็นชีพจรตรู เอาวะ เปลี่ยนที่จับ.. ไปจับต้นคอ...... เฮ้ยยยยย ไม่มี... หันไปบอกเพื่อนเค้า พี่ๆเอานิ้วไปอังจมูกเค้าหน่อยสิหายใจรึเปล่า.....

"พี่ๆ ไม่หายใจแล้วครับ" เสร็จปุ๊บก็ดีดตัวเองไปนอกห้องทันที ส่วนน้องแม้วชาวดอยไปหลบอยู่หลังเคาร์เตอร์ก่อนใคร อย่าว่าแต่เค้าเลย... อิฉันก็กระโดดหยอยออกไปหน้าห้องเหมือนกัน...

นึกได้ แต่ตัวยังอุ่นๆนี่หว่า ยังมีโอกาส ขืนไม่ทำอะไรเลย ต้องรู้สึกผิดแน่ๆ รีบสั่งเลยค่ะ

"พี่ๆอย่างงี้เราต้องเป่าปาก ปั๊มหัวใจ พี่ทำเป็นเปล่า" (ตรูทำไม่เป็น)
"ไม่นะ ผมทำไม่เป็น" (ทำไม่เป็นหรือกลัวผีฟร่ะ)

ด้วยประสบการณ์จากละครหลายๆเรื่อง อีสาวก็กระโดดคร่อม ประสานมือ แล้วก็ปั๊มหัวใจ ป๊าบๆๆๆๆๆ แล้วก็เพิ่งนึกได้ มันไม่ได้ปั๊มต่อเนื่องนี่หว่า เห็นบางเรื่องเค้าก็ต้องมีพักยก นับหนึ่งถึงสิบ เอาใหม่ เริ่มนับใหม่ ป๊าบๆ แล้วก็นับหนึ่งถึงสิบ ป๊าบๆต่อ... (มั่วมากๆ ครูเนตรนารีมีตามตบเอาเกรดคืน ถ้าเห็นลูกศิษย์คนนี้ปฐมพยาบาล...)

เงียบ.. เงียบ.. ไม่มีปฎิกริยาตอบสนองใดๆ (ครบสูตรจริงๆต้องมีเป่าปาก แต่หนูไม่เอานะคะครู น้ำลายฟูมปากซะฟอดเชียว....) ไม่หายใจแล้วค่ะ เห็นทีอีสาวจะต้องหยุดก่อนที่อกพี่แกจะช้ำ เดี๋ยวคดีจะพลิกกลับว่า อิฉันไปฆาตกรรมเขาคามือ...

หลังจากนั้นก็โทรตามตำรวจอีกที อีนี่แทบจะกราบทางโทรศัพท์ให้พี่เขามา พี่ตำหนวดแกก็อิดออดเหลือใจ ไอ้เราคิดว่า คนตายทั้งที อย่างน้อยก็ต้องมาถ่ายรูป ลงบันทึกประจำวัน จะให้รถพยาบาลมาเก็บศพไปเลยได้ไง..

ตี่สี่กว่า รถจากอนามัยมาพร้อมคุณตำรวจ หมดหน้าที่อีฉันค่ะ ถึงเวลาเข้านอนกัน........

แปล๊กๆ โครมครามๆ โหล่งๆ เหล่งๆ (อร๊ายยยยยยยยย กันนักกันหนา กรูจะนอนนนน) เสียงแม่ค้าตลาดเช้ามาพอดี เอาเข้าไป ห้องพักถูกเพราะว่ามันติดตลาดสดที่เอง...แต่สุดท้ายก็หลับได้เพราะความเหนื่อย...

เช้าแล้วค่ะ แต่กว่าอีนี่จะแหกตูดตื่นขึ้นมาได้ก็ปาไปเก้าโมงกว่ากันทีเดียว.. อีสาวสะโหร่สะเหร่ไปเคาะห้องแม่ มีแต่ความเงียบ... หรือแม่จะทิ้งหนูเป็นเด็กกำพร้าอยู่กลางดอย............ไม่จริ๊งงงงงงงงงงงช่ายยยยม้ายยยยยยยยย................

แม่จ๋า แม่ทิ้งหนู...รถก็ไม่อยู่ ชะโงกออกไปตลาด ไม่มีอะไรเลย ตลาดวายไปตอนที่อีนี่นอนฝันหวานอยู่...หิวก็หิว... ตรูกลับเข้าห้องเก็บกระเป๋าดีกว่า..

อากู้งงงงงงงงงงง.......... เสียงอีหลานตัวแสบดังมาแต่ไกล แหมมม ระรื่นเชียว ไปตะลอนกันมา ไม่มีเรียก... กำลังจะอ้าปากด่า แต่เห็นของกินในมือหลาน อีนี่รีบหุบปากทันทีเลยค่ะ.. อิอิ..

เมื่อคืน หลานอิฉันไม่สบายเพราะอากาศเย็น ตอนหกโมงพ่อไม่อยากปลุกลูกสาวค่ะ เพราะกว่าอีนี่จะได้นอนก็ตีสี่กว่า แต่ก็ขับรถพาหลานวนหาคลีนิก ถามใครก็ไม่รู้เรื่องเพราะที่นั่นเค้าไม่พูดภาษาไทยกัน วนไปวนมาจนเจออนามัย แล้วก็เลยรอจนกว่าเค้าจะเปิด หลังจากนั้น แกก็โอลั่นล้าไปตลาดชาวเขา ลูกสาวก็เลยได้ใบบุญเป็นปาท่องโก๋ติดมือมา

พอท้องอิ่มก็ไปต่อค่ะ ขึ้นดอยไปอีกนิด เหมือนจะเป็นที่ของรีสอร์ทอะไรสักอย่าง แต่เค้าบอกว่าเมื่อก่อนที่เป็นกองบัญชาการของนายพลต้วน ไอ้หัวหน้าชะโงกทัวร์อย่างอิฉัน ก็แค่พาลูกทัวร์ขึ้นไปชะโงกๆ ถ่ายรูปแค่พอเป็นพิธี หาสาระและนิยายอะไรกับชะโงกทัวร์ไม่ได้ค่ะ...

Photobucket

Photobucket

หลังจากนั้นก็ไปแวะซื้อชาเป็นของฝาก แม่เขากลัวว่า เดี๋ยวคนไม่รู้ว่ามาดอยแม่สลอง ชาอร่อยไม่อร่อย แกไม่รู้หรอก เอาว่าซื้อไว้ก่อน...

Photobucket

Photobucket

ซื้อชาแล้วก็ต้องไปแวะไร่ชามหาชน... ใครมาดอยแม่สลองแล้วไม่ได้แวะไร่ชานี้ เชยระเบิด ระเบ้อ!!!

Photobucket

Photobucket

.....ชิมเหม่โจได๋ ชิมเหม่โจได๋...... (อ่ะ อ่ะ... ถ้าจำโฆษณานี้ได้แสดงว่า แก่สุดฤทธิ์ดดดดดดดดดด...ฮ่าฮ่า...)

Photobucket

แล้วเราก็ออกไปแม่สายต่อค่ะ จะข้ามไปฝั่งพม่า (อ่านมาว่า visa on arrival) พาสปอรต์คนพร้อม รถพร้อม อีนี่ก็มาดมั่นขับต่อคิว ตม เลยค่ะ

พอไปถึง ตม ถามหาบัตรผ่านแดน... ฮ่วย!! ก็หนูมีพาส จะเอาบัตรผ่านไปเฮ็ดอีหยัง... บ่ได้ๆ ไปแค่ตลาด บ่ต้องเอารถไปดอก หาที่จอดยาก ไปทำบัตรผ่านแดนมาเด้อ ที่ว่าการอำเภอ... (เป็นไงล่ะ หัวหน้าชะโงกทัวร์ หน้าแตกยับ..)

ทริปนั้น หน้าแตกไม่เท่าไหร่ แต่หัวแตกเพราะโดนหม่องโขกมาล่ะค่ะ ไปถอยวิกมาสองอันจากพี่หม่อง กระหยิ่มยิ้มย่อง ตรูนี่แหละหนึ่งในตองอูเรื่องต่อของ เจ้หม่องบอกสองพัน แต่ตรูต่อได้พันสาม..

หน้าแป้นเดินเข้าฝั่งไทย อุ๊ย...ร้านนั้นขายวิกเหมือนชั้นซื้อเลย แวะไปดูหน่อยดีกว่า...

"ถูกๆพี่ อันละสี่ร้อย"............ เหมือนห่าลงกบาลกรู......... กรูจะตามไปจิกหัวอีหม่องนั่น แหมมมมม โขกหัวกรูเลือดอาบ...มรึงน้ามรึง.......

วันนั้นเหมือนจิตเตลิดออกนอกร่างไปจิกหัวอีหม่องอยู่ตลาดท่าขี้เหล็ก สูญเสียการควบคุมรถไปโดยปริยาย กะว่าจะนอนโรงแรมที่เชียงรายสักคืน รู้ตัวอีกทีก็มาโผล่ที่ภูชี้ฟ้าตอนสามทุ่มกว่าๆ เนื่องจากแรงพยาบาทอีหม่อง ทำให้ตรูบ้าพลัง...

เฮือนพักที่นี่ถูกอย่างแรง ห้าร้อยได้ทั้งหลัง มีสามห้องนอน มีน้ำอุ่น (แต่น้ำออกมาเย็นเจี๊ยบ) มีทีวี (แต่ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง) ไม่ได้ค่าโฆษณาเลยนะเนี่ย...ฮ่าฮ่า...

Photobucket

ตื่นตีห้า ตะเกียกตะกายขึ้นภูไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้น แต่โชคไม่ดีค่ะ หมอกลงจัด รออยู่จนแปดโมงก็ยังมองอะไรไม่เห็น พระอาทิตย์เกิดจะมาขี้เกียจอะไรตอนนี้ ลงดีกว่าค่ะ

ก่อนลง เอาสะหน่อย ถ่ายป้าย... (หน้าเสร่อเชียว...กับอีวิกเมืองหม่อง ใส่เข้าไปซับเลือดที่แกโขกหัวชั้น...)

Photobucket

Photobucket

ลงเขามาได้ หิวหน้ามืดเลยค่ะ เห็นร้านชาวเขาอยู่ ทั้งอาหลานถลาเข้าหาของกิน แต่ดูมือคนขายแล้วขอบายค่ะ ดำได้ใจ กินมาม่าคัพดีกว่า...

Photobucket

พาหนะ พาขึ้นไปค่ะ

Photobucket

Photobucket

ได้เวลาโบกมือบาย บายเชียงรายกันค่ะ กลับอีสานบ้านเฮา... แล้วเจอกันตอนหน้าเด้อ....




 

Create Date : 07 มีนาคม 2554
12 comments
Last Update : 7 มีนาคม 2554 6:36:17 น.
Counter : 1119 Pageviews.

 

เห็นแล้วน่าไปจังเลยค่ะ

 

โดย: บาร์บี้แสนสวย 7 มีนาคม 2554 7:59:56 น.  

 

ว่าแต่ตอนนี้กุ้ง อยู่ไหนเนี่ย กลับไปหรือยัง

 

โดย: บ้านสามออ 7 มีนาคม 2554 19:27:18 น.  

 

อ่านทีไรไม่เคยผิดหวัง

 

โดย: sunday_female IP: 88.104.187.95 7 มีนาคม 2554 20:02:03 น.  

 

หวัดดีค่ะ เข้ามาอ่าน โหด มันส์ ฮา มากๆ เลย ขอแอบแอดไว้นะจ้ะ

 

โดย: BeamerFamily 7 มีนาคม 2554 21:30:35 น.  

 

ไร่ชานี่สวยไปอีกแบบเหมือนกันเน๊อะ ไม่เคยไปเลยอ่ะ ต้องหาโอกาสตามรอยกุ้งบ้างแล้ว ^_^

กะคลอดเองอ่ะ แบบเราชาวบ้านนอกนิยมคลอดเองมากกว่าผ่า เพื่อนบอกว่าคลอดเองน่ากลัว ไหงเอ๋กะที่บ้านรู้สึกว่าผ่าคลอดน่ากลัวกว่า

 

โดย: j a r n i k 8 มีนาคม 2554 12:42:30 น.  

 

ว๊าว ภูชี้ฟ้า ไม่ได้เห็นนานแล้ว หมอกยังหนาสวยเหมือนเดิมนะคะ

 

โดย: anigia 8 มีนาคม 2554 23:29:57 น.  

 

เที่ยวให้ชะนุกน่ค่ะ แล้วอย่าไปจิ๊กหม่องมาละ5555

 

โดย: กุ้ง (kungviyada ) 9 มีนาคม 2554 13:24:06 น.  

 

ตามไปแอ่วด้วยค่ะ

 

โดย: weissbier 10 มีนาคม 2554 2:13:28 น.  

 

ว้าว อยากไปมั่งอะพี่กุ้ง ^^!
ตอนนี้หนูจบปีสองแล้วค่ะ ขึ้นปีสาม เฮ้อออ!!
เริ่มขี้เกียจ อยากกลับไปเป็นเด็กอีกรอบ5555

พี่กุ้งสบายดีนะคะ:)

 

โดย: PZ_TN 11 มีนาคม 2554 16:39:57 น.  

 

มาแล้วจ้า
ถึงไม่สะกิด ก็หมั่นแวะมา
กลัวตกข่าวน้องสาวค่ะ
ครบทุกรส สุดยอดหญิงยุคใหม่
อ่านวีรกรรมแล้ว จะต้องมอบเหรียญกล้าหาญให้ค่ะ

พี่ไปเชียงราย แต่ยังไม่ถึงภูชี้ฟ้า
ส่วนดอยแม่สลอง ไปมาสมัยสาว ๆ ค่ะ
ตอนนี้ลูกสาวพี่เรียนที่แม่ฟ้าหลวง
แทนที่จะไปเที่ยวแถมเยี่ยมลูก
กลับขี้เกียจไป เลยเที่ยวเชียงรายไม่ครบสักที

ฮามาก เรื่องซื้อวิกผม เล่าให้ลูกฟัง ขำกลิ้งเลย

ญาติพี่ไปมาอาทิตย์ที่แล้ว
ซื้อแผ่นหนัง เพลง กลับมามากหน่อย เพราะไม่ได้ไปบ่อย ๆ (เอามาดูเองนะคะ)
พอผ่านด่าน มันจับค่ะ เสียค่าปรับไป 1 พันบาท
สรุปว่า แพงกว่าค่า CD เสียอีก
ใครผ่านมาอ่าน ขอเตือนนะคะ
แผ่นถูกจริง แต่ค่าปรับแพงค่ะ

พี่อัพบล๊อกเสร็จเมื่อตะกี้ เขียนถึงป๋าค่ะ
ว่างก็แวะนะคะ

 

โดย: kimmybangkok (kimmybangkok ) 12 มีนาคม 2554 10:08:13 น.  

 

นอนเพลินอดเดินตลาดเลยนะครับ 55




ผมปลอดภัยจากแผ่นดินไหว100%ครับ

เพราะผมไปญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปีที่แล้วครับ ^ ^

...ขอบคุณมากครับที่เป็นห่วง

 

โดย: kirofsky 13 มีนาคม 2554 9:54:49 น.  

 

ขอบคุณมากๆค่ะพี่กุ้ง เก่งอยู่เมืองไทยค่ะ คุณแฟนก็ปลอดภัยดีค่ะ แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงเรื่อง อาฟเตอร์ช๊อคในวันพรุ่งนี้(วันอังคาร) เป็นห่วงมากๆค่ะตอนนี้

 

โดย: เก่ง (keng_toshi ) 14 มีนาคม 2554 23:24:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Honey and Moonney
Location :
London United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เกิดอยู่บ้านน๊อก บ้านนอก อยากจะมาบางกอกเพราะอยากขาว (ปรกติขาวอยู่แล้ว เจื๊อกไม่พอใจ ฮ่าฮ่า) ก็เลยเอนสะท้านเข้ามาเรียนคณะวิศวะ แม่อยากให้เป็นหมอ แต่อีนี่เห็นเลือดแล้วลมจับ ก็เลยต้องมาเป็นวิศวกรสาวสวย

ครั้นพอทำงาน เป็นวิศวกรออกแบบรถ แต่ด้วยความปากหมาและเซลว์จัด ไปเหยียบตาปลาเมียน้อยนายญี่ปุ่น ก็เลยรุ่งริ่ง ได้สัจธรรมว่า อย่างตรูเนี่ยต้องบริษัทฝรั่งเท่านั้น (เพราะปากหมา)
เปลี่ยนมาทำบริษัทฝรั่ง ต้องดีลงานกับลูกค้าฝรั่ง แขก แอฟริกัน ก็เลยใฝ่สูงอยากจะไฮโซ อยากจะกินขนมปัง มันฝรั่ง แทนส้มตำ ลาบ ก้อย อยากจะชุบตัวเมืองนอกเหมือนเค้าว่ากัน วาสนาตัวเองก็ต่ำต้อย ไม่ได้ผัวฝรั่งมาชุบเลี้ยง ก็เลยถีบตัวเองมาทำงานเมืองฝรั่ง

ท้ายที่สุด ก็ไม่ได้ไฮโซสมใจ เพราะทนกินไม่ได้ไอ้มันฝรั่ง หันไปจกกระติ๊บข้าวเหนียว กับส้มตำปลาร้าเหมือนเดิม
Friends' blogs
[Add Honey and Moonney's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.