ธันวาคม 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
นมแม่...เรื่องยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่
ตอนที่เรียมท้องลูกสาวคนแรกและคนเดียว คือน้องกล้วยหอม ก็ตั้งใจไว้ว่า จะต้องเลี้ยงลูก
ด้วยนมแม่ให้นานที่สุด เพราะเห็นประโยชน์หลายอย่างของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และเคยคุย
กับแม่ตัวเองเรื่องเด็ดดวงของเรียมและน้องๆเกี่ยวกับนมแม่หลายเรื่อง จนเรียมอยากมีเรื่องเล่า
แบบนี้ให้เขาฟังตอนโตบ้าง



เรียมให้นมกล้วยหอมเต็มเวลาทุกมื้อ  3 เดือนเพราะลาคลอดได้แค่นี้ หลังจากนั้น ก็เอาลูกไป
ฝากเนิสเซอรี่ เพราะปู่ย่าก็อยู่ต่างประเทศ ตายายก็มีโรคประจำตัว เรียมกับสามีเองก็อยากอยู่
ใกล้ๆลูกเห็นหน้ากันทุกวัน ได้เลี้ยงเขาเอง  สอนสิ่งดีๆให้เขา   ตอนที่ลูกอยู่เนิสเซอรี่ก็ปั๊มนม
แล้วก็เอาไปให้คุณครูเพื่อเอาให้ลูกไปดื่มตามเวลาด้วย



เรียมเนี่ยถือว่า เป็นแม่ตามตำราเกือบจะว่าได้  เพราะพี่ๆเพื่อนๆที่สนิทสนมส่วนใหญ่ จะโสด 
สาว เปรี้ยว ซ่า หน้าที่การงานดี  ไม่ง้อผู้ชาย ไม่ดีก็ไม่เอา เลยไม่มีต้นแบบและที่ปรึกษาแบบ
จริงจัง มีเพื่อนอยู่คนเดียว ที่ท้องและคลอดใกล้ๆกัน แต่ก็มีลูกคนแรกเช่นกัน  เลยเป็นเหตุให้
เรียมถือตำราเลี้ยงลูก ขนาดผ้าอ้อมสำเร็จรูปมาใส่เป็นก็ตอนอยู่โรงพยาบาล 3 วัน ตอนพักฟื้น
จากการผ่าตัดคลอด  

ด้วยความตั้งใจที่จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แถมยังเป็นคุณแม่มือใหม่แกะกล่องก็เลยต้องหาข้อมูล
ค่อนข้างเยอะ ทั้งอินเตอร์เนต นิตยสาร หนังสือแทบจะเหมามาจากร้าน มีเป็นสิบเล่ม เพราะรู้
ว่าเราไม่มีประสบการณ์  และการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาเนี่ยก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วเป็น
ครอบครัวเดี่ยว อยู่กันแค่สามคน พ่อ แม่ลูกอีกต่างหาก



วันแรกเลย หนูกล้วยหอมยังดูดนมไม่เป็น นมก็ไม่ออก แม้พยาบาลจะพาเค้ามาดูดกระตุ้นทุก 
3 ชั่วโมงก็ตาม  เต้านมก็คัดแข็งใหญ่มาก จนวันที่ 2-7 ที่นมเริ่มออกมา ให้กล้วยหอมได้ดื่ม 
นมช่วงนี้จะเป็นสีเหลืองและข้นมาก 

ถามคุณหมอและพยาบาลที่ดูแล เขาบอกว่า นมช่วงแรกนี่จะมีประโยชน์ต่อทารกมาก เพราะ
นอกจะช่วยในการเจริญเติบโตและให้พลังงานกับทารกแล้ว ยังช่วยลดการติดเชื้อในระบบ
ทางเดินอาหาร และลดอาการท้องเสียของเด็กได้ เนื่องจากทารกแรกเกิดยังไม่มีภูมิต้านทาน
อะไรเลย เสียดายมากที่ช่วงนั้นไม่ได้ปั๊มนมเก็บไว้ เพราะความไม่รู้  อีกอย่างไม่คิดว่าตัวเอง
จะมีน้ำนมมากขนาดนั้น   พอหลังจากคลอดได้อาทิตย์นึง สีของนมก็เปลี่ยนไป คือจะขาว 
แล้วก็ใสไม่ข้นเหมือนช่วงแรกๆ



นมแม่มีสารอาหารอะไรบ้าง  เท่าที่เรียมหาข้อมูลมา  โดยสอบถามจากคุณหมอประจำตัวลูก
อ่านหนังสือ อินเตอร์เนต นิตยสารแนวแม่ลูกมา ก็สรุปได้คร่าวๆ  ว่านมแม่มีสารอาหารที่
สำคัญดังนี้ คือ

1. โปรตีน น้ำนมแม่มีโปรตีน ซึ่งจะมี 2 ชนิดคือ Whey protein และ Casein  โดย Whey 
protein ของน้ำนมแม่มีองค์ประกอบที่สำคัญคือ Alpha lactalbumin และ Lactoferin เป็นส่วน
ใหญ่ ที่เหลือจะเป็น Lysozyme, Serum albumin และ Immunoglobulins ซึ่งทำให้เกิดภูมิ
ต้านทานของระบบทางเดิน อีกตัวที่สำคัญคือ Taurine (ทอรีน) ช่วยบำรุงสมองลูกและยัง
ช่วยพัฒนาเรื่องการมองเห็น

2. ไขมัน สำหรับให้พลังงานแก่ทารก ซึ่งจะมีกรดไขมันหลายตัว เช่น Linoleic acid และ 
Palmitoleic acid 

3. คาร์โบไฮเดรต นมแม่จะมี Lactose ในปริมาณสูง  การที่มี Lactose และมีภาวะเป็นกรด
ในลำไส้ของทารกที่ดูดนมแม่ จะช่วยให้การดูดซึมเหล็กและแคลเซี่ยมเป็นไปด้วยดี และช่วย
ในการเจริญเติบโตของสมอง นอกจากนี้ในนมแม่ยังมีสารอาหารที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ บิฟิดัส
(Bifidus) ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นการเติบโตของเชื้อแล็กโตบาซิลลัสซึ่งประกอบด้วยจุลินทรีย์ 
2 ตัวคือ แล็คโตบาซิลัสกับบิฟิโดแบคทีเรียม ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดอาการท้องเสีย 
ท้องอืด และการติดเชื้อของระบบทางเดิน ทำให้ทารกที่ได้รับนมแม่แข็งแรงและมีสุขภาพดี
เพราะในช่วงแรกเกิด  ทางเดินอาหารของทารกจะปราศจากเชื้อ   ทารกจึงได้รับจุลินทรีย์
ธรรมชาติจากนมแม่และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากมารดา และภูมิ
คุ้มกันที่สร้างขึ้นเอง ซึ่งถ้านมแม่มีไม่เพียงพอหรือไม่ได้ให้นมแม่  คุณแม่สามารถมองหา
โภชนาการเสริมที่มีส่วนผสมของบิฟิดัสมาใช้แทนได้เพื่อช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันของลูกได้ 
เช่นกัน 

4. วิตามินและเกลือแร่ ช่วยในการทำงานของร่างกายของทารก เป็นต้น

นอกจากการให้นมแม่กับกล้วยหอมแล้ว  ในส่วนของตัวเรียมเอง ก็ต้องดูแลตัวเองในเรื่อง
ของอาหารการกินด้วย เพราะยายเจ้ากล้วยหอมจะบอกตลอดเลยว่า กินยังไง ลูกก็ได้อย่างนั้น
เพราะสารอาหารผ่านนมเราไป ส่วนใหญ่ยายก็จะทำแกงเลียง ผัดขิง ดื่มน้ำขิงแทบจะแทน
น้ำเลย แกงหัวปลี (ดอกกล้วย) วนไปวนมา    

แต่บางวันเรียมก็แอบอยากทานของเผ็ดบ้างซึ่งเห็นผลเร็วมาก คือกล้วยหอมถ่ายบ่อย จน
ก้นแดงไปหมด ยังดีไม่ถึงขั้นท้องเสีย ซึ่งก็เป็นอานิสงค์หนึ่งของการให้นมแม่ คือกล้วยหอม
จะมีภูมิต้านทานสูง ไม่เคยท้องเสีย หรือติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารถึงขั้นต้องเข้า
โรงพยาบาลเลย



ประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนม 

เรื่องแรก ที่เห็นชัดเลยก็คือ เรื่องสุขภาพ กล้วยหอมนี่ถือว่าเป็นเด็กแข็งแรง ไม่เคยป่วยหนัก
จนน่าเป็นห่วง แถมเป็นหัวโจกในเนิสเซอรี่ด้วย ครูบอกว่า แกล้งเพื่อนทุกวัน  ต้องสอนกันปาก
เปียกปากแฉะ  ขนาดคุณหมอประจำตัวยังเอ่ยปากเลยว่า สุขภาพกล้วยหอมแข็งแรงมาก กราฟ
ความสูงและน้ำหนักอยู่ในอันดับต้นๆ เลย ส่วนเรื่องป่วยก็แค่เล็กๆน้อยๆ เช่น เป็นหวัด ไอ น้ำมูก
ไหล ไม่เคยเป็นหนักถึงต้องนอนโรงพยาบาลเลย ซึ่งผิดวิสัยเด็กที่อยู่เนิสเซอรี่ที่จะติดโรคจาก
เด็กคนอื่นง่าย  



เรื่องที่สองคือพัฒนาการค่อนข้างเร็วและมีความต่อเนื่อง กล้วยหอมจะเริ่มคว่ำเองตอน3 
เดือนครึ่ง นั่งเองตอน 5 เดือน แล้วก็เดินตอน 10 เดือน  อีกเรื่องคือ เรื่องพูด ตอนแรกเรียม
คิดว่ากล้วยหอมจะพูดช้า เพราะเป็นเด็ก 2 ภาษา คือคุณพ่อเป็นคนเยอรมัน เรียมเป็นคนไทย
 หมอบอกว่าเด็กสองภาษาอาจจะพูดช้า ถ้าสามขวบแล้วยังไม่พูดหรือพูดน้อยเกินไป ค่อยไป
ปรึกษาหมอ แต่ปัจจุบัน 1.11 ปีพูดภาษาเยอรมันกับคุณพ่อได้แล้ว แล้วพอคุยกับเพื่อน หรือ
คุณแม่กับคุณครูก็จะเป็นภาษาไทย   เป็นคำๆติดๆกัน ประมาณ 2-3 คำ สั่งให้ทำอะไร ทำตาม
ได้ เวลาสอนสิ่งใหม่ๆประมาณ 2-3 ครั้งก็จะจำได้ แต่พอรู้มาก ก็ดื้อมากเช่นกัน   ตอนนี้เรียม
เริ่มคิดว่าจะสอนภาษาอังกฤษดีไหม เป็น 3 ภาษาไปเลย แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจ เดี๋ยวรอให้ 2 
ขวบก่อน

เรื่องสุดท้ายในความคิดของเรียม คือ นมแม่นอกจากจะเป็นการสร้างความแข็งแรงและ 
ภูมิต้านทานให้กับลูกน้อยแล้ว  ยังสร้างความผูกพันธ์ระหว่างแม่ลูกด้วย ก็ให้นมกันไป  กอด
กันไป กัดกันบ้างเวลากล้วยหอมหมั่นเขี้ยวหรืออยากลองของแม่  นอกจากนี้ก็ยังประหยัด 
สะดวก สบายด้วย ไม่ต้องวิ่งไปเสียเวลาชงนม



เรียมให้นมแม่จนถึงประมาณกว่า 10 เดือน ควบคู่ไปกับอาหารเสริม ซึ่งเริ่มตอน 7 เดือน เพราะ
รู้สึกว่าเขาเริ่มอยากลองทานอะไรบ้าง สังเกตุจากเวลาที่เราหยิบอะไรเข้าปาก เขาจะมองตาม 
แต่ก็ยังไม่ได้ให้งดนมแม่  จนนมเริ่มหมด ปั๊มไม่ออก กล้วยหอมก็ไม่ดูดเต้า  และภารกิจหน้าที่
การงาน ก็เลยหยุดเองไปโดยปริยาย ไม่เห็นหยุดยากเหมือนตอนยายเจ้ากล้วยหอมเล่าให้เรียม
ฟังเลย 

แต่คุณแม่บางคนก็ไม่มีน้ำนมจริงๆไม่ว่าจะทำยังไง เพื่อนคนนึงไม่มีน้ำนมเลย ไม่ว่าหมอจะทำ
ยังไง เช่น นวดหัวนม ทานอาหาร ทานยาเพิ่มน้ำนม  ไปนวด อบตัว สารพัดวิธีก็ยังไม่มีน้ำนม
เขาก็เลยให้ลูกดื่มนมกระป๋องมาตั้งแต่คลอดเลย จนถึงปัจจุบันสองขวบกว่าแล้ว แต่จะมีปัญหา
เรื่องระบบทางเดินอาหาร ท้องเสียบ่อย เข้าโรงพยาบาลให้น้ำเกลือไป 2 รอบแล้วทั้งๆที่เลี้ยง
เองอยู่กับคุณตาคุณยายที่บ้านมีแม่บ้านดูแลอย่างดี  



เรียมหวังว่าเรื่องของเรียมคงจะมีประโยชน์กับคุณแม่มือใหม่ๆบ้างนะคะ เพราะเรียมเองก็ยัง
ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆกับกล้วยหอม ลูกสาวตัวเองเหมือนกัน ตอนนี้ก็ยังดูตำราเลี้ยงลูกบ้าง 
แต่ชีวิตจริงก็ต้องใช้สัญชาติญาณกับความรักของความเป็นแม่มาช่วยมากถึงมากที่สุด  และ 
“เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เรียมก็คือว่า เป็นสิ่งหนึ่งที่เรียมได้ทำเต็มที่ให้ลูก” แล้วเช่นกันค่ะ



~*~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *~*~*~*~ *~




Create Date : 25 ธันวาคม 2556
Last Update : 25 ธันวาคม 2556 14:25:09 น.
Counter : 1757 Pageviews.

2 comments
  
Merry X'mas ค่ะ คุณเรียม

น้องน่ารักจังเลย ^^

เป็นความฝันเลยนะคะที่อยากมีลูกน่ารักๆแบบนี้

แต่เป็นแค่ฝันค่ะ ^^
โดย: never the last วันที่: 25 ธันวาคม 2556 เวลา:16:51:22 น.
  
พี่ never the last หลานพี่ก็น่ารักสุดๆนะคะ
โดย: เรียมเจ้าขา วันที่: 26 ธันวาคม 2556 เวลา:22:39:03 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรียมเจ้าขา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 144 คน [?]



" เรียมเจ้าขา หรือ เก๋ค่ะ "

เขียน blog จริงจัง ปลายปี 2555
Blog นี้ก็จะรวมสิ่งที่ชอบในชีวิต
และเรื่องที่อยากแบ่งปันทั้งเรื่อง
ลูกสาวน้องกล้วยหอม,เรื่องเรียน
ต่อเยอรมนี,Beauty, Skin
care,แฟชั่นสิ่งทอ,ท่องเที่ยว
และก็ตะลอนชิม ค่ะ


ก็ขีดๆเขียนๆข้อมูลต่างๆเอาไว้
และแชร์เผื่อจะเป็นประโยชน์
กับท่านอื่นๆด้วยนะคะ

contact me :
http://www.facebook.com/kimmyandmais
http://instagram.com/sasimamai
ss.suksawang@จีเมล์ดอทคอม

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายรูป

* Canon EOS 600D,
* Canon EF-S 15-85mm f3.5-5.6 IS USM
- Sigma 70mm F/2.8 DG Macro
- Canon EF-S 18-55mm 1:3.5-5.6 IS
- Canon EF-S 55-250 mm./4-5.6 IS
* Ipad 3
* Olympus compact camera.


Started at 5/1/2013
เรียมเจ้าขา Blog เนื้อหาของหน้าเว็บ
New Comments