สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
28
29
30
31
 
 
All Blog
เลือกเนิสเซอรี่ยังไง...ให้ลูกมีความสุขและปลอดภัย
เรื่องเล่าของคนเป็นแม่  ที่ต้องส่งลูกเข้าเนิสเซอรี่ตั้งแต่ 3 เดือน

เก๋ว่าจะเขียนเรื่องนี้นานแล้ว วันนี้ฤกษ์งามยามดี ตะวันลับฟ้า นกกาเข้ารัง
แล้วเลยอยากจะมาแชร์ให้ฟังกันค่ะ

ครอบครัวเก๋เป็นครอบครัวเดี่ยว อยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก  คุณตาคุณยาย
อยู่บ้านที่ระยอง ส่วนคุณปู่คุณย่าอยู่เยอรมนี  สาเหตุที่ไม่เอาไปฝาก
คุณตาคุณยายเลี้ยง เพราะว่าทั้งสองท่านอายุค่อนข้างมากแล้ว ถ้าต้อง
ให้มาอดตาหลับขับตานอนอีก เก๋ว่าคงไม่ไหว เพราะขนาดเก๋กับแฟนยัง
หนุ่มสาวทั้งคู่ บางวันลูกกวนมากๆเนี่ย เช้ามาก็เหนื่อยเอาการทีเดียว

เก๋ว่าเดี๋ยวนี้มีหลายครอบครัวนะคะ ที่เป็นครอบครัวเดี่ยว แล้วเอาลูกไป
ฝากเนิสเซอรี่เลี้ยงในตอนกลางวัน แล้วตอนเย็นรับกลับ ที่เก๋เห็นนั้นก็มี
ทั้งคุณตาคุณยายเอาหลานมาฝากเลี้ยง ตอนเย็นก็มารับกลับแทนคุณ
พ่อคุณแม่ก็มี

หนูกล้วยหอมเริ่มอยู่เนิสเซอรี่ตั้งแต่ เกือบ 3 เดือน เพราะลางานได้แค่นั้น
ก็อยู่เนิสเซอรี่มาจนถึงปัจจุบันที่อายุ 2.7 ปีแล้ว 

ข้อดีชัดๆที่เห็นจากหนูกล้วยหอมคือ นางพัฒนาการดีมาก ทั้งเรื่องสังคม
การพูดการจา ดูเป็นผู้ใหญ่ โต สอนคนอื่น แม้กระทั่งแม่ นางก็ยังมาสอน

ตัวอย่างเช่น เก๋กำลังทานข้าวอยู่แล้ว กล้วยหอมถาม เก๋ก็พยายามตอบ
นางก็บอกว่า "ม่าม้าไม่ต้องพูด กินข้าวให้หมดก่อน " Smiley

หรือเวลาขับรถนานๆ เก๋จะเมื่อย บางทีก็จะถือพวงมาลัยมือเดียว
นางก็บอกว่า "ม่าม้าจับสองมือ "Smiley
และอีกหลายเคส ที่ทำผู้ใหญ่อย่างเก๋อึ้งเลยทีเดียว

เหตุผลหลักๆที่เก๋เลือกเนิสเซอรี่ที่กล้วยหอมอยู่ตอนนี้ คือ

1.เหตุผลอันดับหนึ่ง คือ มีบุคคลอ้างอิงที่เชื่อถือได้  เป็นพี่ที่ทำงาน
ด้วยกัน  เขามีลูก 3 คน ฝากเลี้ยงที่นี่หมด  ซึ่งลูกคนโตตอนนี้ อยู่ประถม
ปลายๆ เรียนเก่งมาก  สอบได้ที่ต้นๆของห้อง แล้วไปสอบแข่งขันก็ได้
รางวัลติดไม้ติดมือมาเสมอ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เก๋มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า อย่างน้อย เด็กก็คงไม่ได้โดนยา
นอนหลับ หรือเลี้ยงแบบใช้กำลังตบหัว จิกผม แบบคลิบทารุณเด็กที่
เคยดูแล้วบีบรัดหัวใจคนเป็นแม่มาก

แต่ก็มีเป็นบางวัน กล้วยหอมจะมีแผลมาบ้าง แต่แผลส่วนใหญ่นี่จะเป็น
ยุงกัดกับเพื่อนกัด  แต่ลูกเราก็ใช่ย่อย มือวางอันดับต้นๆในเรื่องกัดเพื่อน
อยู่เหมือนกัน  จนตอนนี้ต้องสอนลูกว่า "เบาๆ"  "พูดเบาๆลูก "  " เล่นกับ
เพื่อนเบาๆ " ก็ดีขึ้นมาหน่อย


2. ใกล้ที่ทำงาน  อันนี้เป็นเหตุผลที่เราจะได้อยู่ใกล้ชิดลูกขึ้นอีกหน่อย
เพราะบ้านกับที่ทำงานเก๋ค่อนข้างห่างกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 
30-45 นาทีในการเดินทางกลับบ้านหรือออกไปทำงาน   

ตอนเช้าเก๋ก็ไปส่ง ตอนเย็นก็ไปรับ ช่วงเวลาที่อยู่ในรถ คือช่วงเวลา
ที่แม่ลูกคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน บางคนสงสัย 2.7 ปี
นี่จะแลกเปลี่ยนอะไรได้  จะบอกว่า เรื่องบางเรื่องลูกสอนเราได้
แบบที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียวค่ะ แม้กระทั่งภาษาเยอรมัน 
กล้วยหอมสอนมวยเก๋มาแล้ว  อายเด็กเลยทีเดียว 5555

3. จำนวนครูต่อจำนวนนักเรียน  มีอัตราไม่มากจนเกินไป และสามารถดูแล
ลูกเราอย่างได้อย่างใกล้ชิด แต่ตอนนี้กล้วยหอมเลื่อนชั้นมาอยู่ชั้นเด็กโต
แล้วก็ดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง เทียบกับตัวเอง เวลาอยู่กับกล้วยหอม
สองต่อสองวันเสาร์หรืออาทิตย์ ก็ไม่เหนื่อยมาก และเขาสามารถเล่นกับ
เพื่อนๆได้บ้างแล้ว ไม่ต้องรอคุณครูมาดูแลอย่างเดียว

4. สภาพของเนิสเซอรี่  เนิสเซอรี่ที่กล้วยหอมอยู่ก็ไม่ได้ว่าใหม่มาก
แต่ก็ไม่ถึงกับเก่า   มีการรีโนเวทเป็นระยะๆ  ความสะอาดอยู่ในเกณฑ์ดี



5. มีกิจกรรมเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่ส่งเสริมทั้งด้านร่างกายและสมอง
ที่เนิสเซอรี่จะมีกิจกรรมให้เด็กเล่นร่วมกัน เช่น กิจกรรมวิทยาศาสตร์ เอา
แว่นขยาย มาให้เด็กส่องดูมดบ้าง หอยทากบ้าง เป็นต้น กิจกรรมศิลปะ
เอากระดาษมาแปะๆเป็นรูปโน่นนี้  หรือเอาสีมาทามือแล้วแปะให้เป็นรูป
สวยๆ เป็นต้น  กิจกรรมตามประเพณีไทย เช่น สงกรานต์ วันลอยกระทง
เป็นต้น ถ้ามีประกวดธิดานางงาม เนี่ย กล้วยหอมจะติดอันดับเสมอ

กิจกรรมเหล่านี้กล้วยหอมเธอชอบมาก...เป็นแบบที่แม่ทำให้ไม่ได้....



เก๋เป็นคนเล่นไม่เป็น  บางคนอาจจะงง ทำไมเล่นไม่เป็นแล้วจะผ่านวัยเด็ก
มาได้อย่างไร  คือสมัยเด็ก เก๋เป็นโรคหัวใจรั่ว เล่นอะไรไม่ค่อยได้ เพราะ
จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน แล้วเป็นลม ดังนั้นส่วนใหญ่เก๋จะเป็น
หนอนเฝ้าห้องสมุด  นั่งอ่านหนังสือ ในขณะที่เพื่อนๆเล่นกระโดดยาง 
วิ่งเล่น โน่นนี่ 

จนกระทั่งผ่าตัดจนหายดีแล้ว ถึงเล่นกีฬาได้บ้าง แต่ก็เล่นกีฬาที่มีสาระ
มาก แถมต้องทุ่มเทด้วย เช่น บาสเก็ตบอล วอลเลย์บอล อะไรงี้ แต่
ที่พอจะคุยได้หน่อยก็เป็นบาสเก็ตบอล เพราะเล่นจนมาเป็นตัวแทนของ
คณะวิศวะตอนเรียนมหาวิทยาลัย แต่ไม่ใช่เพราะเก่งนะ แต่เป็นเพราะ
วิศวะหาผู้หญิงไม่ได้ มีแต่เราที่ทึก อึด ทนเลยโดนรุ่นพี่สั่งให้เล่น Smiley

6. เรื่องอื่นๆ เช่น ความใส่ใจในเรื่องอาหารการกินของกล้วยหอม
กล้วยหอมจะกินนมนูทรามิเยนเท่านั้น นมวัวชนิดอื่นยังทานไม่ได้
อาหารพวกที่ผสมไข่มากๆ เช่น เต้าหู้ไข่ ก็ทานไม่ได้ ก็ดูแลอย่างดี

และที่ดีอีกอย่างคือ คุณครูทั้งหมดจะเป็นผู้หญิง นานๆจะมีนักศึกษา
พยาบาลเป็นผู้ชายมาสักที  เก๋มีลูกผู้หญิงก็ห่วงอ่ะ เวอร์ไปเปล่าก็ไม่รู้
แต่สภาพสังคมแบบนี้ ระแวงไว้เยอะๆก็ดีค่ะ

มีกรุ๊ป line ของผู้ปกครอง up date รูปและแจ้งข่าวสารได้อย่างทันท่วงที




โดยสรุปก็ประมาณนี้ค่ะ

เดี๋ยว Blog หน้า เก๋จะมาแชร์ เรื่องข้อดี ข้อเสีย ของการให้ลูกอยู่เนิสเซอรี่

กับเด็ก 2 ภาษา ที่อาจจะเป็นแนวทางให้คนที่เป็นพ่อแม่หรือใครที่อยาก
ฝึกภาษาใหม่ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติได้รู้ก่อนคนอื่นค่ะ Smiley


~*~*~*~ *~*~*~*~ *~*~*~ *~*~*~*~ *~











Create Date : 13 สิงหาคม 2557
Last Update : 13 สิงหาคม 2557 22:05:48 น.
Counter : 1248 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรียมเจ้าขา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 144 คน [?]



" เรียมเจ้าขา หรือ เก๋ค่ะ "

เขียน blog จริงจัง ปลายปี 2555
Blog นี้ก็จะรวมสิ่งที่ชอบในชีวิต
และเรื่องที่อยากแบ่งปันทั้งเรื่อง
ลูกสาวน้องกล้วยหอม,เรื่องเรียน
ต่อเยอรมนี,Beauty, Skin
care,แฟชั่นสิ่งทอ,ท่องเที่ยว
และก็ตะลอนชิม ค่ะ


ก็ขีดๆเขียนๆข้อมูลต่างๆเอาไว้
และแชร์เผื่อจะเป็นประโยชน์
กับท่านอื่นๆด้วยนะคะ

contact me :
http://www.facebook.com/kimmyandmais
http://instagram.com/sasimamai
ss.suksawang@จีเมล์ดอทคอม

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายรูป

* Canon EOS 600D,
* Canon EF-S 15-85mm f3.5-5.6 IS USM
- Sigma 70mm F/2.8 DG Macro
- Canon EF-S 18-55mm 1:3.5-5.6 IS
- Canon EF-S 55-250 mm./4-5.6 IS
* Ipad 3
* Olympus compact camera.


Started at 5/1/2013
เรียมเจ้าขา Blog เนื้อหาของหน้าเว็บ
New Comments