ความกดดัน vs กำลังใจ ในช่วงสอบ
สำหรับน้องๆที่จะสอบ"เอ็นสะท้าน"(entrance)ผมเข้าใจความรู้สึกของน้องๆหลายคนเป็นอย่างดีเพราะตัวผมก็ได้รับประสปการณ์ตรงมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว(2011) 

เนื่องจากพ่อผมตั้งความหวังไว้กับผมสูงทำให้ผมคิดอยู่เสมอว่า"ต้องไม่ทำให้พ่อผิดหวัง" บวกกับคนรอบข้างอีกหลายๆคนที่ลงความเห็นว่าผม "อ่อน" และคงไม่สามารถสอบติดหมอได้ทำให้ช่วงเตรียมตัวสอบนั้นผมรู้สึกทั้งกดดัน เหนื่อยและท้อ 

แม่ของผมคอยให้กำลังใจและบอกผมว่าไม่ต้องเครียด แต่นั่นก็ไม่ช่วยอะไรมาก(ก็มันบังคับตัวเองไม่ให้กังวลไม่ได้นิ)

ภายใต้แรงกดดันเหล่านั้นทำให้ช่วงนั้นจิตใจของผมค่อนข้างเปราะบางมาก มีอะไรมากระทบหน่อยก็แทบจะล้มครืนลงมา(อยากจะบอกว่าช่วงนั้นทะเลาะกับญาติผู้ใหญ่ที่อยู่บ้านเดียวกันบ่อยๆด้วย)

ภายใต้สภาวะเหล่านั้นผมแทบจะหมดหวังกับความฝันของผมแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่คอยผลักดันให้ผมเดินหน้าต่อไปนั่นคือ ความกลัว
กลัวพ่อแม่จะผิดหวัง กลัวคนอื่นดูถูก กลัวเพื่อนเยาะเย้ย กลัวว่าอนาคตจะไม่สดใส 
ความกลัวเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกจนมุม(ถ้าจะบอกว่าเหมือนหมาจนตรอกก็แรงไป)และผลักดันให้ผมฮึดสู้ทุ่มจนสุดตัวเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่ผมกลัวเกิดขึ้น

การทำอะไรสักอย่างภายใต้แรงกดดันและความกลัวเป็นอะไรที่ไม่น่าพิสสมัยเลยแม้แต่น้อย
ผมอ่านหนังสือทุกวิชาๆละหลายรอบ โดยเฉพาะชิวะวิทยาที่ผมทบทวนเจ็ดรอบ 
ยังมีข้อสอบเก่าย้อนหลังสิบ พศ นับร้อยๆข้อที่ผมทำ โดยเฉพาะคณิตย์ศาสตร์ที่ผมอ่อนที่สุดผมทำสองรอบ
หลายๆครังผมท้อมากและเหงา(เพราะผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศจึงไม่มีเพื่อนคนไทย)ผมก็จะนอนร้องให้ระบายความอัดอั้น ร้องจนเหนื่อยแล้วก็หลับไป พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็จะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ไปอ่านหนังสือต่อ เป็นอย่างนี้หลายต่อหลายครั้งในช่วงเตรียมตัวสอบ

ผมมีวิธีหนึ่งที่ใช้เป็นการส่วนตัวแล้วได้ผลเวลารู้สึกท้อแท้หรือหมดแรงจูงใจเวลาอ่านหนังสือนั่นคือการหลอกสมองตัวเอง ซึ่งผมอ่านเจอวิธีนี้ในหนังสือจิตวิทยาของใครซักคนที่ผมจำชื่อไม่ได้
วิธีการคือ หาที่เงียบๆปลอดผู้คน หายใจเข้าออกช้าๆทำตัวให้สบาย(จะยืน นั่ง นอนก็ตามใจ) หลับตาลงแล้วจินตนาการตนเองในอนาคตที่ประสปความสำเร็จ พยายามจินตนาการให้เหมือนจริงที่สุดทั้งรูป รส กลิ่น เสียงจัดให้หนักๆ เช่น ผมอยากเป็นหมอ ผมก็จะจินตนาการ ตัวเอง อยู่ในชุดเสื้อกาวน์ ห้อยหูฟัง เดินเยี่ยมคนไข้ ได้เห็นผู้ป่วยหายดีแล้วยิ้มแย้มแจ่มใส เวลาเดินไปไหนก็มีแต่คนมองด้วยความเคารพและชื่นชม พ่อแม่ก็ดูภูมใจในตัวเรา มีชีวิตที่เพรียบพร้อม แล้วจะจินตนาการอะไรก็แล้วแต่น้องๆอะนะ เป็นการการหลอกสมองให้เชื่อว่าถ้าพยายามแล้วจะได้อย่างที่ฝันไว้ แล้วจะรู้สึกได้ทันทีถึงแรงจูงใจในการทำสิ่งนั้นๆ

เพราะฉะนั้นอยากจะบอกน้องๆทุกคนที่เตรียมตัวสอบอยู่ ไม่ว่าจะปีนี้หรืออีกกี่ปีข้างหน้าที่ได้มาอ่านบทความนี้ ว่าไม่ใช่แค่น้องคนเดียวที่เครียด ทุกๆคนเครียดกันหมดนั่นแหละ มันอยู่ที่ว่าเครียดแล้วจะหยุดหรือสู้ต่อ 
ถ้าน้องหยุด นั่นก็หมายความว่าความพยายามที่น้องได้ทุ่มเทลงไปก่อนหน้านี้มันสูญเปล่า คิดว่าคุ้มไหมที่จะหยุด? 
แต่ถ้าน้องสู้ต่อจนถึงที่สุดมันก็ต้องดูว่าสำเร็จหรือไม่ 
ถ้าล้มเหลวก็คงจะรู้สึกแย่และเสียใจ(มากๆ) แต่มันจะรู้สึกอย่างนั้นแค่อาทิตย์หรือสองอาทิตย์เท่านั้นแหละ แล้วจะดีขึ้นเอง
แต่ถ้าน้องบรรลุเป้าหมาย ความสุข ความอิ่มเอมที่น้องจะได้รับ พี่ขอบอกว่ามันคุ้มมากเมื่อต้องแลกกับการที่น้องต้องตกระกำลำบากมาก่อนหน้านี้  เป็นสุขที่เปี่ยมล้นจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้
ความอิ่มเอมใจนั้นความจริงเป็นแค่ผลพลอยได้ แต่ที่น้องจะได้รับจริงๆจากความสำเร็จนั้นก็คือ น้องสามารถเข้าเรียนคณะที่น้องอยากเรียน ได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ และในอนาคตจะได้ทำอาชีพที่ตนเองรัก ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้แหละที่สามารถใช้เป็นแรงจูงใจในการอ่านหนังสือสอบได้เป็นอย่างดี





Create Date : 04 มกราคม 2556
Last Update : 4 มกราคม 2556 20:49:54 น.
Counter : 3366 Pageviews.

10 comments
  
โชคดีจริงๆค่ะที่ได้มาอ่านบทความนี้ เพราะว่ากำลังท้อใจอยู่ว่าจะสอบได้ไหม
จะพยายามค่ะ ขอบคุณมากนะคะ
โดย: สกุณาโผบิน IP: 125.25.126.226 วันที่: 4 มกราคม 2556 เวลา:21:59:26 น.
  
ขอบคุณมากๆค่ะพี่ แต่ไม่น่าเพิ่งเปิดเจอเลย ตอนนี้มันคงแก้ไขอะไรไม่ทันแล้วสินะ เราคงเป็นแบบเครียดแล้วหยุด มันสูญเปล่าจริงๆ อีกเรื่องนึงที่อยากให้คนที่มาอ่านทีหลังได้รู้ มันแค่เวลาชั่วโมงครึ่งที่เข้าไปสอบ แต่เตรียม กันมาเป็นปีๆ แล้วถ้ามาท้อมาเหนื่อยตอนใกล้ๆสอบและตอนสอบมันเจ๊งไปเลย แค่นั้นจริงๆ หายไปเลย แล้วคืนก่อนสอบเรานอนไม่หลับด้วย มันก้เลยยิ่งไม่เต็มที่ คือเรารู้ตัวว่าทุกวิชาที่สอบเราเคยมีความรู้มากกว่านี้ เราเคยแม่นมากกว่าตอนนี้ TTเหมือนหลายๆอย่าง เหตุการณ์ เวลาผ่านเราไปเร็วมากจนเราเบลอๆเอ๋อ ว่าเราจะทำอะไรดี จะอ่านอะไรดี ตอนใกล้ๆสอบมันเลยอ่านแบบรีบๆทั้งหมด ไม่เหมือนช่วงม.5 ที่อ่านได้ประสิทธิภาพมากๆๆ พอขึ้นม.6 สอบแทบทุกเดือน ก้แบบหยิบนู่นหยิบนี่ เราสอบ ส.ค. หมอขอนแก่น ก.ย. รับตรงมศว ต.ค. แกทแพท พ.ย. ความถนัดแพทย์ แล้วเราเป็นประเภทว่าถ้าจะให้ตั้งใจทำอะไรจะทำได้ทีละอย่าง เช่น ช่วงนี้อ่านชีวะ ก้จะชีวะอย่างเดียว หรือไม่ก้แค่2วิชา ถ้าจะให้เอาดีๆจริงๆอะนะ หลายๆอันแล้วจะไม่รู้จะทำอะไร สอบทุกเดือนก้เลยเหมือนเซทสมองใหม่เรื่อยๆ หมอ วิศวะ วิศวะ+pat2 ความถนัด หมอ เป็นอะไรที่แย่มาก ก้ระวังอย่าให้เป็นแบบเราละกัน ตอนนี้เราก้คงต้องรอผล ที่ก้ได้แต่หวังว่าสิ่งที่ได้ทำมาตลอดและความตั้งใจ จะส่งผลดีให้กับเรา ไม่รูว่าเราเขียนอ่านรู้เรืองมั้ยแต่ก้คงได้อะไรบ้างนะ อย่าเป็นแบบเรา อ่านตั้งแต่เนิ่นๆชัวร์สุด คิดซะว่าค่อยๆเก็บไปทีละนิด พี่คะขอใช้ทพื้นที่นะคะ เพิ่งขอ555 ขอบคุณมากๆค่ะปล.ตอนนี้ก้นอนไม่หลับ555
โดย: Pnmb IP: 58.11.82.15 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:3:20:12 น.
  
ขอบคุณมากๆค่ะพี่ แต่ไม่น่าเพิ่งเปิดเจอเลย ตอนนี้มันคงแก้ไขอะไรไม่ทันแล้วสินะ เราคงเป็นแบบเครียดแล้วหยุด มันสูญเปล่าจริงๆ อีกเรื่องนึงที่อยากให้คนที่มาอ่านทีหลังได้รู้ มันแค่เวลาชั่วโมงครึ่งที่เข้าไปสอบ แต่เตรียม กันมาเป็นปีๆ แล้วถ้ามาท้อมาเหนื่อยตอนใกล้ๆสอบและตอนสอบมันเจ๊งไปเลย แค่นั้นจริงๆ หายไปเลย แล้วคืนก่อนสอบเรานอนไม่หลับด้วย มันก้เลยยิ่งไม่เต็มที่ คือเรารู้ตัวว่าทุกวิชาที่สอบเราเคยมีความรู้มากกว่านี้ เราเคยแม่นมากกว่าตอนนี้ TTเหมือนหลายๆอย่าง เหตุการณ์ เวลาผ่านเราไปเร็วมากจนเราเบลอๆเอ๋อ ว่าเราจะทำอะไรดี จะอ่านอะไรดี ตอนใกล้ๆสอบมันเลยอ่านแบบรีบๆทั้งหมด ไม่เหมือนช่วงม.5 ที่อ่านได้ประสิทธิภาพมากๆๆ พอขึ้นม.6 สอบแทบทุกเดือน ก้แบบหยิบนู่นหยิบนี่ เราสอบ ส.ค. หมอขอนแก่น ก.ย. รับตรงมศว ต.ค. แกทแพท พ.ย. ความถนัดแพทย์ แล้วเราเป็นประเภทว่าถ้าจะให้ตั้งใจทำอะไรจะทำได้ทีละอย่าง เช่น ช่วงนี้อ่านชีวะ ก้จะชีวะอย่างเดียว หรือไม่ก้แค่2วิชา ถ้าจะให้เอาดีๆจริงๆอะนะ หลายๆอันแล้วจะไม่รู้จะทำอะไร สอบทุกเดือนก้เลยเหมือนเซทสมองใหม่เรื่อยๆ หมอ วิศวะ วิศวะ+pat2 ความถนัด หมอ เป็นอะไรที่แย่มาก ก้ระวังอย่าให้เป็นแบบเราละกัน ตอนนี้เราก้คงต้องรอผล ที่ก้ได้แต่หวังว่าสิ่งที่ได้ทำมาตลอดและความตั้งใจ จะส่งผลดีให้กับเรา ไม่รูว่าเราเขียนอ่านรู้เรืองมั้ยแต่ก้คงได้อะไรบ้างนะ อย่าเป็นแบบเรา อ่านตั้งแต่เนิ่นๆชัวร์สุด คิดซะว่าค่อยๆเก็บไปทีละนิด พี่คะขอใช้ทพื้นที่นะคะ เพิ่งขอ555 ขอบคุณมากๆค่ะปล.ตอนนี้ก้นอนไม่หลับ555
โดย: Pnmb IP: 58.11.82.15 วันที่: 7 มกราคม 2556 เวลา:3:21:10 น.
  
ขอบคุณพี่มากครับได้อ่านบทความให้กำลังขึ้นๆ ผมเองคล้ายพี่หลายๆอย่างมาก เรื่องแรก ตัวเราเองสอบเทียบเอเลเวลจากนิวซีแลนด์แล้วมาสอบเทียบกับกระทรวงแบบพี่เลย อย่างต่อไป กดดันกับการสอบแพทย์เมืองไทยมาก หลายวิชาจนรู้สึกเหนื่อยและท้อ ที่ผ่านมาสดๆร้อน สอบ7วิชา สามัญ รู้สึกยากมาก แต่ ชอบข้อสอบหลายๆวิชาที่คัดกรองเด็ก รู้และไม่รู้ ได้ดีจริงๆ และที่สำคัญ อย่างน้อยก็ยังรู้สึกดีที่ยังมีพี่ที่คล้ายๆเรา ไม่ค่อยมีเพื่อนที่ไทย รอบข้างกดดัน และ ที่มากไปกว่านั้น กลัวไม่ติด เพราะคะแนน ความถนัดได้แค่ 13 โง่ขั้นแม็ก เชื่อมโยงได้ 20 ภาษาไทยเชื่อมโยงไงก็ยังไม่เข้าใจ ต่างกับพาทแรกที่ได้ 70 ตอนนี้กลัวมากๆ แต่จะพยายามจิตนาการตามที่พี่บอก ส่วนตัว7วิชาที่ผ่านมา คงจะเป็นแค่3วิชาที่ตัวเองคงทำได้ดี คือ อิ้ง ซึ่ง โดยร่วมๆแล้วคิดว่า 80 ขึ้น ซึ่ง อาจจะยากสำหรับเด็กไทยเพราะค่อนข้างยาก วิชาที่ 2 คงเป็นเลข เพราะถนัด น่าจะ 60 ขึ้น ส่วนสุดท้าย คงเป็น ฟิสิกส์ ข้อสอบออกมาวัดคนรู้ไม่รู้ได้ดีมากๆ แนวๆกับโจทย์ ตปท เน้นความเข้าใจไม่เน้นคำนวนใครเข้าระบบและประยุกต์ได้ คงทำได้ดี แต่ตั้งแต่จบนอกมา ฟิ กับ เลข เอาเครื่องคำนวนเข้าได้ แต่ไทยเอง ไม่ให้ โหดมากกกก และสุดท้ายหวังว่าจะได้เป็นรุ่นน้องพี่ si 124 นะครับ ถ้าคะแนนถึง ซึ่งตอนนี้คงนั่งจิตตกไปจนถึง 11 เดือนหน้า ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ถ้ามีชะตาฟ้าลิขิตหวังว่าคงเจอกัน ถ้าไม่ได้เอสไอ ผม ก็ยังหวัง มช ครับ
โดย: ปัน IP: 115.67.70.122 วันที่: 8 มกราคม 2556 เวลา:23:50:00 น.
  
ทุกคนสู้นะคะ ถ้าผิดหวังก็แก้ตัวใหม่ ต้องเจออะไรอีกเยอะ เจ็บในวันนี้พรุ่งนี้ก็หายแล้ว
โดย: ผู้ปกครอง IP: 101.109.194.163 วันที่: 31 มกราคม 2556 เวลา:11:51:34 น.
  
พี่ผมติดหมอแล้วนะค้าบบ
จุฬา
ศิริราช
รามา
มช
.............ติดจุฬาแล้วครับบบแม้จะไม่ได้หวังใว้เลยก็ติดมาแล้วยังไงตลอดเวลาที่รอผลด็ได้แนวความคิดแบบพี่ นึกๆ ฝัน เพ้อไปเรื่อย แม้จะหวังแค่ มช แต่ลึกๆหวัง เอสไอ แต่สุดท้ายดลบรรดาลได้จุฬา ทั้งที่ไม่คิดว่าจะได้เลย เพราะกลัวเราเป็นเด็กจบนอกกลัวจะสู้ เด็กที่เรียนสามัญในไทยไม่ได้ ตอนนี้ก็ได้แต่ดีใจนอนไม่หลับและเสียใจ ที่ไม่ติดศิริราช แต่ยังไงพระบิดาก็ได้เลือกเราเข้ามาแล้ว จะตั้งใจศึกษานำความรู้ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไปครับ

คะแนน รวม 69.3117 ความถนัด 11 เองนะคับ
แต่ ฟิสิกส์ เลข อังกฤษ ช่วยอย่างเหลือล้น :)

เพื่อนที่สอบเทียบวุฒิและกำลังจะสอบ กสพท 57สู้ๆนะครับ
โดย: ปัน IP: 115.67.130.23 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:4:45:26 น.
  
ยินดีด้วยกับน้องปันและทุกๆคนที่บรรลุความตั้งใจนะครับ
โดย: PS YerDua (PS YerDua ) วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:0:21:32 น.
  
ขอบคุนมากๆนะคะพี่ ถึงแม้ว่าตอนนี้หนูจะยังไม่สอบเข้ามหาลัย แต่หนูก้อรุ้สึกท้อกับการเรียนที่หนักมากๆ ขอบคุนมากๆนะคะ
โดย: mook IP: 202.143.148.178 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:22:48:46 น.
  
พี่อายุ32แล้วพี่อยากเปนหมอมาก...พี่จะพยายามพี่เพิ่งมีความพร้อมที่จะเรียน
สู้ๆ
โดย: kawa IP: 182.52.114.151 วันที่: 13 มิถุนายน 2556 เวลา:14:20:41 น.
  
ขอบคุณมากนะคะรุ้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะ
ก่อนหน้านี้อ่านหนังสือสอบเเล้วเครียกมากรุ้สึกทุ่มเทไปเยอะมากเเต่คะเเนนดันได้เท่าเดิมกับเเอบลดลง ขอบคุนมากจริงๆคะทำให้มีกำลังอ่านต่อ

เพราะไหนๆก้อ่านมาเกินครึ่งทางเเล้วจะได้อ่านต่อไป ขอบคุนมากจริงๆมีกำลังใจขึ้นเยอะ
โดย: w IP: 124.122.79.250 วันที่: 12 ตุลาคม 2558 เวลา:20:44:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PS YerDua
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



It's no use knowing a lot if you can't master what you know.

มันแทบจะไม่มีประโยชน์เลยที่จะรู้สิ่งต่างๆมากมายถ้าสิ่งที่คุณรู้นั้นไม่ได้รู้ลึก หรือรู้จริง
มกราคม 2556

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31