Derivatives THAI & Overseas Trading Group //// " THAI TRADER CLUB "

 
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
19 เมษายน 2552
 

บทที่ 7 อีเลียต เวฟ

ทฤษฎีอีเลียตเวฟมีหยุมหยิมค่อนข้างเยอะ ผมเอาหลักๆมาแนะนำเพื่อเป็น guide ก็พอนะครับ (ไปขอยืมมาเผยแพร่ จากเวบ ทอง บทที่4 //www.thaigold.info/th/lesson/977--4-elliott-wave-.html ขอบคุณ เจ้าของบทความด้วย )

คลื่นที่ 1 แค่เริ่มต้นก็ไม่ง่ายแล้ว
ไม่มีใครกะได้ว่า จะจบตรงไหน เพราะเพิ่งเริ่มคลื่นใหม่ สิ่งที่เราทำได้ คือรอให้มันจบคลื่น 1 ก่อนครับ แต่อย่างน้อยที่สุด คลื่นย่อยในคลื่น 1 ควรจะประกอบด้วย 5 คลื่น ไม่ใช่ 3 คลื่น หากนับได้ 3 คลื่นเมื่อไหร่ ตีความได้ว่า
- การ correction ของคลื่นรอบที่ผ่านมา ยังไม่จบจริง คืออาจมีการ correction ต่อเป็น a-b-c-x-a-b-c หรือ a-b-c-d-e เป็นต้น
- คลื่นนั้นยังไม่จบ คือยังเหลือการขึ้นขา 5 อีกขา ก่อนลง correction ขา 2 อีกที
หากคุณอ่านทฤษฎีในหนังสือ คงไม่ได้บอกคุณว่า ไอ้คลื่น 1 นี่อ่ะ มันก็ไม่ได้ระบุง่ายๆ เพราะมันเพิ่งต่อมาจากคลื่นปรับฐาน ทำให้ไม่รู้ว่า นี่มันคลื่น 1 หรือคลื่นปรับฐานต่อเนื่องกันแน่ เป็นเหตุให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าเล่นในคลื่น 1 นั่นเอง

คลื่น 2 จบเมื่อไหร่ ค่อยบอกคุณว่า ไอ้คลื่นลูกเมื่อกี๊น่ะ คลื่น 1 นะจ๊ะ
ถึงบอกว่า ไม่ค่อยมีใครเล่นคลื่น 1 เพราะมันมีโอกาสเป็นคลื่น correction ที่จะพาคุณชมดอยเต่าได้แบบไม่ต้องตีตั๋ว ตามทฤษฎีดูเหมือนง่าย มันบอกว่า คลื่น 2 จะไม่ต่ำกว่าคลื่น 1 หากคุณมั่นใจเข้าซื้อ เพราะคิดว่า นั่นคือคลื่น 2 ไม่มีทางหล่นต่ำกว่าคลื่น 1 หรอก ขอให้คิดใหม่ครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ราคามันหลุดลงต่ำกว่าฐานคลื่น 1 มันก็เปลี่ยนสถานะตัวเองจากว่าที่คลื่น 2 เป็นคลื่น c ขาลงต่อเลย แสบมั๊ย
ปกติ เมื่อจบคลื่น 2 เราก็จะใช้ก้นคลื่น 2 ในการกะเป้าหมายคลื่น 3 ได้ต่อครับ ตามหลัก คลื่น 2 ของทองคำ มักจบแถว 61.8% หรือ 78.6% โดยหากเด้งขึ้นจากเส้นแถวนี้ได้แรงๆ ผ่านยอดคลื่น 1 มาได้ เราก็คาดได้ว่า นั่นน่าจะเป็นขา 2 และกำลังขึ้นคลื่น 3 ที่เราตั้งตารอกัน

คลื่น 3 คลื่นสุด hot
ใครๆก็รอขา 3 เพราะขา 3 มักจะยาวและทำกำไรได้มาก และความเสี่ยงต่ำที่สุด แต่กว่าจะรู้ว่าเป็นขา 3 บางทีมันก็เดินทางมาครึ่งทางแล้วครับ เพราะอะไร ก็ลองย้อนไปดูคลื่น 2 สิ
ตัวคลื่น 3 เอง ก็ประกอบด้วยคลื่นย่อยในตัว 5 คลื่น กว่าเราจะเห็นชัดๆว่า นี่คือคลื่น 3 ก็ต่อเมื่อเราจบคลื่น 2 ของ 3 และกำลังเข้าคลื่นย่อยขา 3 ของคลื่นหลักขา 3 แล้ว ถึงตรงนี้ ปกติผมจะไม่ลังเลในการบอกให้ซื้อครับ เพราะมันยังไปได้อีกอย่างน้อยก็ 60% ของขาล่าสุด เช่นขึ้นมาแล้ว 50 เหรียญ ก็เป็นไปได้ว่า มีโอกาสขึ้นอีกอย่างน้อย 30 เหรียญ ดีกว่าไม่ได้ ใช่ไหมครับ
ทฤษฎีมีว่า ขา 3 มีโอกาสขึ้นมาได้อย่างน้อย 161.8% เมื่อวัดจากยอดขา 1 ถึง ขา 2 และหากแรงๆ ก็จะไป 261.8% หรือกระทั่ง 423.6% ก็ได้ แถมตามด้วยคลื่น 5 ที่สามารถลุ้นเสี่ยงทำกำไรเพิ่มได้

คลื่น 4 คลื่นคืนกำไร
คลื่น 4 ลุงโฉลกให้นิยามว่า เป็นคลื่นคืนกำไร และไม่ค่อยแนะนำให้เล่น เพราะคาดการณ์ยากครับ ตามทฤษฎีบอกว่า ขา 4 จะลงไม่ถึงขา 1 แต่บางครั้งโดยเฉพาะในราคาทองคำตอนปลายๆทาง มันก็แล๊บลงมาต่ำกว่าขา 1 นิดหน่อยเหมือนกัน เรียกว่า เกิดความไม่ปกติขึ้น และจะเกิดเมื่อคลื่น 3 ไม่มีแรงขึ้น คือผิดปกติด้วย ว่างั้น และหากหลุดรูดลงมาเลย มันก็จะเปลี่ยนสถานะตัวเอง จากคลื่น 4 เป็นคลื่น a ครับ แล้วก็ต้องนับขากันใหม่ เพราะราคาไปไม่ถึงดวงดาวเสียแล้ว
มีความสัมพันธ์ระหว่างขา 2 กับขา 4 ที่มีความเป็นไปได้อยู่อย่างนึงครับ คือหาก ขา 2 มีความซับซ้อน คือไม่ลง a-b-c แล้วจบเลย แต่อาจเล่น sideway ยาวออกมา ในขา 4 มักจะไม่เกิดความซับซ้อนเหมือนขา 2 ครับ และในทางกลับกันก็เช่นกัน เราใช้ความสัมพันธ์นี้ มาช่วยเดาคลื่นครับ ว่าขา 4 น่ะ จะจบขึ้นขา 5 เลยมั๊ย หรืออาจมีต่อ ประมาณนั้น

คลื่น 5 คลื่นสำหรับคนกล้า
เพราะเป็นคลื่นที่ไม่มีความแน่นอน พร้อมที่จะล้มเหลวเมื่อไหร่ก็ได้ จึงเป็นคลื่นที่ไม่มีแรง คลื่นสำหรับคนตกขบวนคลื่น 3 ทดลองเข้ามาเสี่ยงทำกำไรอีกเล็กน้อย ก่อนการปรับฐาน
แต่มีข้อยกเว้นครับ ตามทฤษฎี ขา 3 ต้องไม่ใช่คลื่นที่สั้นที่สุด และควรจะยาวครับ หากไม่ยาว คือมีขนาดพอๆกับขา 1 คลื่น 5 มักจะเป็น extended wave 5 หรือมีการต่อคลื่น คือขึ้นคลื่นชุดย่อย(แต่ ใหญ่) ขยายความยาวคลื่น 5 ออกไปอีก

คลื่น a คลื่นปรับฐาน - สึนามิลูกแรก
เป็นคลื่นแรกของการปรับฐาน ที่อาจรุนแรงรวดเดียว หรือเพียงเบาะๆให้ตั้งตัวกันทันก็ได้ คลื่น a กับ คลื่น c เป็นคลื่นขาลงเหมือนกัน แต่ปกติหากมีคลื่นอันใดอันหนึ่งที่ยาว อีกอันก็จะสั้นๆครับ ในทองคำ การปรับฐานใหญ่ มักรุนแรงที่ขา a เรียกว่า เป็นสึนามิได้เลย ขณะที่ขา c อาจ sideway หรือสั้นๆมากกว่า

คลื่น b คลื่นถอนตัว VS คลื่นมวยประกอบรายการ
จบคลื่น a ราคามักจะดีดกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะบางคนก็เชื่อว่า การปรับฐานจบแล้ว บางคนก็เชื่อว่า ไอ้ที่ผ่านมา คงเป็นแค่คลื่น 3 ขอเล่นคลื่น 5 ต่อ และอีกพวก คือพวกชอบเล่นกับไฟ รู้ว่าเป็นคลื่น b แต่ก็เล่น เพราะจริงๆ ก็ยังสามารถทำกำไรได้
คุณสมบัติของคลื่น b ต้องดูสัญญาณประกอบครับ โดยเฉพาะ stoch กับ RSI มักขึ้นมาเร็วมาก ราคาอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่าคลื่น 5 ก็ได้ ขอให้ดูสัญญาณเป็นสำคัญครับ และรีบถอนตัวเมื่อยอดสัญญาณเลยยอดสัญญาณของคลื่น 5

คลื่น c คลื่นปรับฐาน สึนามิลูกสุดท้าย
การ correction หรือการปรับฐาน จะจบด้วยขา c โดยขา c มักจบที่ 78.6% เมื่อวัดจากยอดคลื่น 5 ถึงฐานของคลื่น 1 หากลึกกว่านั้น แปลว่าตลาดอาจกลับสภาวะจากกระทิงเป็นหมีไปแล้วก็ได้ โดยด่านสุดท้าย ก็คือฐานคลื่น 1 นั่นแหละ

และวัฏจักรคลื่น ก็จะวนขึ้นขา 1 ใหม่อีกครั้ง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ครับ

2 //www.elliott-wave-theory.com/ ภาษาอังกฤษ

3 //www.richerstock.net/Elliott/ELTHEORY.htm ภาษาไทยอ่านง่าย

4 //www.investor.co.th/Pages/ElliottWave/tabid/528/Default.aspx ภาษาไทย

สรุป ทฤษฎี คลื่นที่เอามาใช้ในการเล่นหุ้น เกิดจาก การสังเกต เอาพฤติ
กรรมของกลุ่มคนเล่นหุ้น มา สรเ้างเป็นทฤษฏี คลื่นขึ้นมา

จากธรรมชาติ คนกลุ่มหนึ่ง ย่อมมีคนเก่งไม่เก่ง กล้าไม่กล้า กลัวไม่กลัว
ชอบเสี่ยง ไม่ชอบ ขอตาม ขอดูก่อน ทุ่มหมดตัว

จึงเกิดกลุ่มกราฟที่มาจากอารมณ์ ของคนในตลาด ของพฤติกรรมโดยรวม ออกมาเป็นรูปแบบ

เมื่อการขายเริ่มหมด แรง คือ หมดของจะขาย หรือหมดคนกลัว จะขาดทุนแล้ว ตลาดจะเริ่มทรง ราคาปิดกับเปิด จะใก้ลเคียงกัน
เกิดเป็นสัญญาณ ดาว STAR ขึ้นที่ แท่งเทียน(เทียนไม่มีตัว หรือแท่งสั้นมาก) หรือ บาร์ (ขีดข้างซ้ายขวาเกือบตรงกัน ) ตรงนี้จะเริ่มเป็นจุดพลิกผัน
จากขาลงเป็น ทุกคนหยุดคิด อาจจะแค่วันเดียว หรือซึมไปอีกระยะ ไซด์เวย์ เราจะเริ่มต้นจาก ดาว ตามดู ตลาดไปอย่างใก้ลชิด เพราะต่อจากนี้ไป จะเริ่ม งอหัวขึ้น มีคนนำซื้อ แล้วทุกคนเริ่มมามองตลาด มีข่าวดีดี เสริมเข้ามาเป็นระยะ ทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย
จาก วันไป 2 เป็น3 เรื่อยๆๆไป เหตุร้ายกำลัง ได้รับการแก้ไข เหมือนคราวนี้ทุกประเทศร่วมประชุมกันหาทางช่วยกันแก้ไข หาทาง ออกนนโยบายของแต่ละประเทศเพื่อลดปัญหาคนตกงาน
แล้วดัชนีของตลาดก็จะเริ่มยกสูงขึ้น ปิดบวกเขียวขึ้น ไปเรื่อยๆๆจนเส้น เฉลี่ย ที่น้อยที่สุดห้าวันเริ่ม ไปตัดเส้น10วัน (แต่ก่อนหน้านั้น จะเห็น MACD เริ่ม ตัดเส้นสัญญญาณก่อน อันนี้เป็นคุณสมบัติของ MACD ที่พบว่าบอกการตัด CROSSได้ไวกว่าอย่างอื่น )

ที่นี่ละคุณก็เริ่มกางตำราคลื่นได้ละ ขณะที่คุณเริ่ม นับตัง ใส่เข้าไปในบัญชี
เริ่มมองหาหุ้นตัวที่จะมีผลต่อการแก้ไข ว่าจะฟื้นตัวก่อน ใคร มาเข้าไว้ในบัญชีเฝ้าดู ของคุณ แล้วเริ่มวางแผนที่จะเล่น ตามนิสัยของคุณ หุ้นแบบไหน จะซื้อครั้งและเท่าไร เมื่อไร
ขณะเดียวกันคุณก็เริ่มที่เอากราฟ อย่างอื่นมาดูว่ามันสนับสนุน กราฟตลาด หรือกราฟตัวหุ้นที่คุณสนใจไหม เช่น

กราฟดาวโจนส์ กราฟ ฮั่นเซ่ง กราฟ นิเคอิ กราฟ ยุโรป กราฟค่าเงิน กราฟน้ำมัน กราฟทอง

และที่สำคัญที่สุด กราฟ การซื้อขายของต่างชาติ จนรายละเอียดลงไปถึง
มูลค่าในแต่ละวันของหุ้น 10อันดับแรก ( สำหรับขณะนี้มีความหมายมาก เพราะมีมูลค่าสูงเพียงสี่ห้าตัว แล้วสามารถพาตลาด มีวอลุมเกิน 20000ล้านมาสองวันแล้ว ???มีความหมายมากนะ คิดปัญหานี้ให้แตก ตลาดจะกระทิง หรือ กำลังจะลงอีกรอบ แรงๆๆ เพราะผลประกอบการกำลังประกาศ หรือจะไซด์เวย์อีกนานเท่าไร )

เมื่อทุกอย่างดูจะเสริมให้มั่นใจว่าเป็นขาขึ้น กราฟ อีเลียตก็จะชัดเจนขึ้นมาเป็นระยะ กราฟ 1 หมด ลงเป็นกราฟ สอง

พอขายก็เฝ้าดูต่อว่าลงต้องไม่ทำต่ำใหม่ ( buttom up จริงไหม ) แล้วเริ่มงอขึ้นเป็นกราฟ3 (ทีเขาบอกว่าทุกคนเริ่มมั่นใจตรงนี้แล้ว วอลุม และราคาจะกระฉูด ที่ตรงนี้ (พอหมดเงินคนอยากซื้อ ก็จะเป็น ดาวอีกนั่นแหละ

ก็ขาย แล้วเฝ้ารอดู ให้มันหยุด ๆต่ำต้องยกขึ้นอีกมากๆๆ แล้ว คนที่เพิ่งทราบข่าวก็จะเริ่มเข้ากันมา เป็นการขึ้นอีกครั้ง แต่เริ่มจะหันหฟน้ามามองกันมากขึ้น หาแนวต้านว่าย้อนหลัง เดินกลับไป ว่า ดัชนีนี้มันหลุดมาจากตรงไหน ตรงนั้นแหละ คือแนวต้าน (อย่าถามผมเรื่องการคำนวณไฟโบ อะไร ผมเอาครึ่งทางขาลงมาละกัน ปกติเขาใช้ประมาณ 62เปอร์เซนต์ เป็นแนวต้านแรก )

จบขาขึ้น ห้าคลื่นของเขา หรือห้าขา (ขึ้นสามขา ลง2ขา หรือจริงๆๆขึ้นสามยอดคลื่น )




ขายแล้วก็เฝ้าดู ขาลง 3คลื่น (ผมนับ แค่ลง1คลื่น 2ขาลง หนึ่งขาขึ้น )

แต่ถ้า อยากทราบให้ละเอียดลง ไป

ขาขึ้นคลื่นแรกก็มี 5คลื่นขึ้น3คลื่นลงเช่นกัน



ดูกราฟ นับไม่ถูกก็ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ

ขอให้รู้จักเบสิค ดาว จุดตัด ลงสุดแล้ว โอเว่อร์ เซลแล้ว ขึ้นสุดแล้ว โอเว่อร์ บ๊อทแล้ว ได้เข้าซื้อถูก เข้าไปขายถูกจังหวะ ก็โอเคแล้วละ


บทสรุป ที่ผม อดทนเขียน ทั้งที่รู้นิดหน่อย สรุปเอามาใช้ได้

กีเพียงหวังว่า ท่านที่ไม่เคยมีหลักอะไรในการจะเข้ามาเล่น หุ้น หรืออะไร ในตลาดนี้ ที่กำลังจะโตต่อไปอีก หลายๆๆอย่าง ได้มีอะไรนำทางในชีวิต

มีแนวทางที่จะเฝ้าดูอะไรอย่างมีระบบ มีวางแผน เลิกขายหมู เลิก ตกรถ

เลิก ขาดทุน กันมากๆๆเสียที

ส่วนท่านที่ทราบแล้ว แต่ยังขาดวิธีการนำมาประยุกต์ก็จะได้ทราบ ว่าดูตรงไหนเมื่อไร ให้มีจังหวะจะโคน ดีกว่าเดิม และมั่นใจขึ้น

แล้วผมจะรอทุกท่านที่ออพชั่น ตลาดที่ผมคิดว่าดีที่สุด สำหรับ การชนะและทำกำไร ด้วยทุนน้อยๆๆ






 

Create Date : 19 เมษายน 2552
7 comments
Last Update : 19 เมษายน 2552 13:14:54 น.
Counter : 6684 Pageviews.

 
 
 
 
เป็นหลักการที่ดีมากเลยครับ

ขอบคุณครับ
 
 

โดย: สม IP: 203.144.229.194 วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:15:29:13 น.  

 
 
 
ีดีใจครับ ที่มีคนเข้ามาอ่าน แล้วบอกไว้ว่าอ่านแล้วเป็นเช่นไร
หรือเพียงบอกว่าได้เข้ามาก็ดีใจแล้วครับ
 
 

โดย: หมอสัจจะ วันที่: 23 พฤษภาคม 2552 เวลา:5:24:45 น.  

 
 
 
thk u very much eiei

ps. อ่านแล้วแต่ต้องไปฝึกปฏิบัติจิง อิอิ
 
 

โดย: ++Mic++ IP: 58.8.58.135 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:19:27:04 น.  

 
 
 
thanks
 
 

โดย: sa IP: 125.26.8.75 วันที่: 28 มิถุนายน 2552 เวลา:23:21:42 น.  

 
 
 
ขอบคุณคาะ
 
 

โดย: ก้อย IP: 125.24.62.251 วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:19:18:45 น.  

 
 
 
ติดตามอ่าน ทุกบท ทุกตอน ขอบคุณมาก ทำให้ มั่นใจ ยิ่งขึ้น ครับ
 
 

โดย: gap IP: 115.67.199.207 วันที่: 29 ธันวาคม 2555 เวลา:12:28:17 น.  

 
 
 
สุดยอดบทความอ่านง่ายเข้าใจง่ายขอบคุณครับ
 
 

โดย: นนท์ IP: 171.4.47.241 วันที่: 22 มิถุนายน 2556 เวลา:17:26:11 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

หมอสัจจะ
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 185 คน [?]




:จำนวนคนกำลังอ่าน
[Add หมอสัจจะ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com