สองมือคว้ากระเป๋า สองเท้าก้าวเดินทาง เกิดมาหนเดียวต้องเที่ยวให้คุ้ม
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
15 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร



วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ช่วงนี้มีโอกาสเที่ยววัดบ่อยแลยสังเกตุเห็นชื่อวัดลงท้ายว่าวรวิหารบ้าง ราชวรวิหารบ้างมหาวิหารบ้างก็เลยชักอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วคำต่อท้ายเหล่านี้มีความหมายอย่างไรก็เลยใช้ความสามารถของอากู๋ผลออกมาดังนี้

ราชวรวิหาร ได้แก่พระอารามที่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี สมเด็จพระยุพราชทรงสร้างและปฏิสังขรณ์เป็นการส่วนพระองค์

วรวิหารได้แก่ พระอารามที่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชินี สมเด็จพระยุพราชทรงสร้างและปฏิสังขรณ์ พระราชทานเป็นเกียรติยศแก่ผู้ต่ำศักดิ์ ลงมาก็ดีแก่วัดเองก็ดี รวมทั้งวัดที่ประชาชนสร้างหรือปฏิสังขรณ์ และทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวง ทรงยกเป็นเกียรติยศ จัดว่าเป็นวัดมีเกียรติ

ราชวรมหาวิหารได้แก่พระอารามชนิดราชวรวิหารที่เป็นพระอารามใหญ่โต และมีของก่อสร้างใหญ่โต

วรมหาวิหารได้แก่พระอารามชนิดวรวิหารที่เป็นพระอารามใหญ่โต และมีของก่อสร้างใหญ่โต

(//knowledge.truelife.com/content/detail/550963 )


การมาเที่ยววัดนี้ให้สนุกเห็นทีจะต้องเลือกมาตอนวันลอยกระทงเพราะทางวัดจะจัดใหญ่มาก ๆ ผู้ค้าหลากหลายและผู้คนล้นหลามแต่ผมเลือกไปล่วงหน้าเพราะจะได้เขียนชื่อลงบนผ้าแดงแล้วทางวัดจะนำไปพันบริเวณองค์เจดีย์ภูเขาทองในช่วงวันงานอีกที


ผมเริ่มต้นเข้าจากทางด้านถนนจักรพรรดิพงษ์ ทางวัดกำลังประดับประดาวัดอยู่พอดี




เดินเข้าไปสักหน่อยจะถึงส่วนของอุโบสถ ระเบียงคตที่นี่ใช้แผ่นใสปิดองค์พระไว้หมดเลยก็ดูแปลก ๆ เหมือนกันแต่คงเอาไว้ป้องกันนกพิราบ หรือ ฝุ่นเป็นแน่เพราะที่วัดอื่นที่ไม่ได้ปิดไว้ก็จะเลอะเทอะไปหมด  นี่แหละนะได้อย่างมักจะเสียอย่าง





หน้าพระอุโบสถ หน้าบัน แกะกลัก ปิดทองประดับกระจกเป็นภาพพระนารายณ์ทรงครุฑ ซุ้มประตูหน้าต่างเขียนลายรดน้ำ มีลักษณะแบบกบช้าง หรือ ซุ้มหน้านาง ประดับด้วยกระเบื้อง ใบเสมาสลักด้วยศิลาประดับกระจกสีข้อมูลเหล่านี้ผมไม่ได้เก่งอะไรหรอกยืนอ่านมาจากหน้าวัดทั้งนั้น อิอิ


ภายในพระอุโบสถ


ด้านหน้า





ถัดจากพระอุโบสถ เดินลอดประตูไปก็จะเจอพระวิหารอัฎฐารส นอกจากเป็นที่ประดิษฐานของพระอัฎฐารสและหลวงพ่อดุสิตแล้วยังใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตรเพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์ในช่วงสงกรานต์เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนด้วย



หลวงพ่อดุสิต มีประวัติว่าเป็นพระประธานประจำพระอุโบสถวัดดุสิตมาก่อน วัดดุสิตเดิมตั้งอยู่ในเขตพระราชวังสวนดุสิตอยู่ใกล้กับวัดแหลมที่มีชื่อเรียกว่าวัดเบญจมบพิตร เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชวังดุสิตและสวนดุสิตต้องการขยายบริเวณเกินเนื้อที่วัดเบญจมบพิตรและวัดดุสิตทั้ง2 วัด จึงพระราชปรารภสร้างชดใช้วัดทั้งสองขึ้นวัดหนึ่ง คือ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามแล้วจึงได้โปรดเกล้าอัญเชิญพระประธานในอุโบสถวัดดุสิตไปประดิฐานอยู่ในห้องด้านหลังพระวิหารพระอัฎฐารสซึ่งว่างอยู่ในภายหลังเรียกกันว่า หลวงพ่อดุสิต



พระอัฎฐารส

                มีพระนามเต็มว่าพระอัฎฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ศิลปะสกุลช่างสมัยสุโขทัยตอนต้น อายุ 700 ปีเป็นพระพุทธรูปยืนที่มีความสูงที่สุดใน กทม.หล่อด้วยสัมฤทธิ์ทั้งองค์โดยไม่มีการเชื่อมต่อนับว่าเป็นการหล่อพระพุทธรูปด้วยโลหะที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสร์ชาติไทยเดิมประดิษฐานอยู่วัดวิหารทอง เมืองพิษณุโลก วัดประจำราชวังจันทร์ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระบามสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญมาประดิษฐ์ฐานไว้ที่พระวิหารแห่งนี้




น้ำพระพุทธมนต์นี้ทำสืบเนื่องมาแต่สมัย ร.3จนปัจจุบัน นับเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 170 ปีสามารถมาร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหามัยสูตรณ พระวิหาร ในวันที่ 15 เมษษ เวลา 16.00น.ของทุกปีได้



เดินออกจากทางด้านหลังพระวิหารจะเป็นศาลาการเปรียญตอนนี้ใช้จัดงานศพของสมเด็จเกี่ยวพอดีก็เลยได้มีโอกาสเข้าไปเคารพศพของท่าน(ใช้ศัพท์ไม่ถูกจริงๆ  )



ด้านตรงข้ามจัดที่สำหรับให้ลงชื่อในผ้าแดงที่จะนำไปพันรอบพระเจดีย์



เขียนชื่อกันใหญ่ 




ถัดจากศาลาการเปรียญเป็นหอไตร น่าเสียดายไม่ได้เห็นภายใน แต่เฉพาะภายนอกนี่ก็สวยมากแล้วนะ



เดินขึ้นภูเขาทองดีกว่า บรรยากาสเปลี่ยนไปเยอะทาสี จัดไฟ มีร้านกาแฟบริการ สมัยก่อนทึมๆ ดูน่ากลัว




จนท.กำลังเตรียมงาน จัดไฟ เพื่อวัดตายเป็นตายจริง ๆ n>สมัยก่อนทึมๆ ดูน่ากลัว



ด้านบนเป็นห้องสามารถเดินได้โดยรอบมีของที่ระลึกจำหน่าย หรือ ดอกไม้ธูปเทียนถ้าใครอยากสักการะพระบรมสารีริกธาตุ   พระบรมบรรพต(ภูเขาทอง) สร้างในสมัยรัชการที่3โดยสร้างเป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสองแต่สร้างไม่สำเร็จต่อมาในรัชการที่4ทรงโปรดเกล้าฯให้เปลี่ยนจากพระปรางค์เป็นภูเขาแทน ก่อพระเจดีย์ไว้บนยอดมีพระระเบียงโดยรอย พระราชทานนามว่า พระบรมบรรพต โดยแล้วเสร็จในสมัย ร.5ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุได้มาจากประเทศอินเดีย



เดิน ไปรอบ  ๆ พบทางขึ้นสวรรค์ซะงั้น เออบทจะสวรรค์กก็ง่ายแท้!!



นอกจากเจดีย์ขนาดใหญ่แล้ว บริเวณด้านบนสามารถชมวิวโดยรอบสวยมาก ดูกรุงเทพเพลินเชียว



ได้เวลาพอสมควร ก็ลงมาเดินรอบ ๆวัดด้านล่าง จะมีร้านขายของที่ระลึกของวัด ขายพวกโปร์ดการ์ด หนังสือต่าง ๆอันนี้บ้านผี ผีก็มีบ้านด้วยนะเออ



ออกจากวัดเดินไปทางสะพานผ่านฟ้าจะพบกับสะพานเล็ก ๆมีชื่อชาวบ้านเรียกว่าสะพานคนร้องไห้



ประวัติสะพานคนร้องไห้ หรือ ชื่อจริงคือ สะพานมหาดไทยอุทิศ เป็นสะพานข้ามคลองมหานาค สร้างในสมัย ร.6 โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงค์ราชานุภาพร่วมกับข้าราชการกระทรวงมหาไทยได้พร้อมใจกันบริจาคเงินสร้างเพื่อเป็นอนุสาวรีย์อันเป็นสาธารณสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติไว้แล้ว

สิ่งที่ชอบ ...ทริปนี้ผมได้เดินทางไปช่วงเย็นอากาศดี บรรยากาศวัดดูสะอาด มีป้ายบอกประวัติต่าง ๆจนสามารถเอาความรู้มาเขียนบันทึกได้มากมายถูกใจครับ

สิ่งที่ไม่ชอบ....มีป้ายแล้วแต่ดันไม่ทำภาษาอังกฤษในระหว่างที่ผมเดินเที่ยวผมเจอฝรั่งต่างชาติมากกว่าคนไทยเสียอีกนะ 





 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2556
0 comments
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2556 11:37:10 น.
Counter : 1429 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ฉ่ำ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ให้เครดิตไม่ถูกแต่ชอบจริง ๆ "ทิ้งไว้แค่รอยเท้า เก็บไปเพียงภาพถ่าย"
Friends' blogs
[Add ฉ่ำ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.