BaNgRaK's Diary
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
24 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

พักร้อนไปเที่ยวฮ่องกง-มาเก๊า 11-16 สิงหาคม 2553 (Day 3)

วันที่สามของการเดินทาง วันนี้เราจะข้ามจากฝั่งเกาลูนไปเที่ยวฝั่งฮ่องกงกัน จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ก็จะมี
- Repulse Bay (ไหว้เจ้าแม่กวนอิมและข้ามสะพานต่ออายุ)
- Stanley Market
- Tai Yuen Street
- Li Yuen Street
- The Peak

เช้าวันนี้เรามาทานติ่มซำกันที่ King of the king Restaurant ที่เล็งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน



เอาเมนูภาษาอังกฤษไปแทบไม่ช่วยอะไรเลย พอจะรู้แค่ขนมจีบ ซาลาเปา แล้วก็ก๋วยเตี๋ยวหลอด แต่อย่างอื่นนี่ดูเมนูภาษาอังกฤษแล้วก็ยังนึกภาพไม่ออกว่ามันคืออะไร ก็เลยถามกับพนักงานที่ร้าน เค้าอธิบาย ก็ยังนึกภาพไม่ออก เค้าเลยไปดูโต๊ะข้างๆ ให้ แล้วก็เรียกเราไปดู อายจัง แต่เค้าบอกกับโต๊ะที่พาเราไปดูว่าเราเป็นมาเลเซียนะ ... สงสัยจะหน้าเหมือน 5555
แต่โต๊ะนั้นก็ดีนะ ไม่ว่าไร แถมช่วยอธิบายด้วย ก็ขอบคุณเค้าไป...

ระหว่างรออาหารมาชมบรรยากาศร้านนี้กันซะหน่อย



ตกแต่งร้านได้น่ารักดี มีดอกไม้ด้วย



รอไม่นานอาหารก็มา สรุปก็ได้ ...

ซาลาเปาไส้หมูแดง



เข่งนี้เรียกว่าอารายไม่รู้ รู้แต่ว่า ชั้นล่างเป็นเต้าหู้ ชั้นบนเป็นกุ้ง โรยด้วยไข่กุ้ง อร่อยๆ



ผลจากการไม่รู้จะสั่งไร ดูโต๊ะข้างๆ น่ากินดี คล้ายๆ ฮะเก๋า เลยสั่งมา ปรากฎข้างในเป็นไส้ผักอารายไม่รู้ ไม่อร่อยเลย ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองก็งี้แหล่ะเนอะ



แล้วก็ของโปรด ซาลาเปาไส้ครีม



เห็นๆ กันไปเลย (ลูกนี้ไส้น้อย แต่อีก 2 ลูกไส้เยอะนะ)



ขนมจีบกุ้ง อร่อยอ่ะ กุ้งเป็นตัวๆ



อ้ำ....



กลัวไม่อิ่ม ก็เลยพ่วงข้าวห่อใบบัวมาด้วย ตอนแรกนึกว่าเป็นแบบห่อใหญ่ๆ ห่อเดียวเหมือนบ้านเรา แต่พอมามันเป็นแบบเนี๊ยะ



แกะออกมา ตอนแรกนึกว่าข้าวปล่าวๆ สีขาวจั๊วเลย แหวกออกมาดูถึงรู้ว่ามีไส้ด้วย รู้สึกว่าจะเป็นไส้ไก่นะ



ร้าน Tim Ho Wan ที่เราไปทานมื้อเย็นเมื่อวาน มีคนมารอรับบัตรคิวกันตรึม นี่ขอบอกว่าร้านยังไม่เปิดนะเนี่ย



เรานั่ง MTR สายสีแดง จากสถานี Yau Ma Tei ไปออกที่สถานี Central Exit A แล้วข้ามสะพานไปขึ้นรถเมล์ที่ท่ารถใต้ตึก Exchange Square

การไป Repulse Bay สามารถขึ้นรถได้หลายสาย เช่น สาย 6, 6A, 6X, 66, 260 รถจะพาเราขึ้นเขาไปเรื่อยๆ โค้งไปโค้งมา ให้สังเกตตึกที่มีช่องตรงกลาง พอถึงตึกนั้น ก็ให้เตรียมตัวลงป้ายหน้าได้เลย ฝั่งที่เราลงจะเป็นป้ายรถเมล์เล็กๆ แต่ฝั่งตรงข้ามจะเป็นป้ายใหญ่ทีเดียว

ตึกที่ว่าหน้าตาเป็นแบบนี้



ลงจากรถเมล์ก็ให้ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ลงบันไดไปก็จะเป็นเหมือนที่นั่งพักผ่อนแบบนี้



เดินไปตามทาง แล้วลงบันไดอีกทีจะเจอถนนเล็กๆ อีกสายนึง ซึ่งจะมีพวกรถทัวร์พาทัวร์มาลงไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมกัน เราก็เดินข้ามถนน แล้วเดินลงไปทางชายหาด เดินเลียบชายหาดไปทางซ้ายมือเรื่อยๆ ก็จะเจอกับวัดเจ้าแม่กวนอิม



เข้าไปกันเลยดีกว่า

เดินเข้าไปก็จะเห็นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ มองตรงพื้นบริเวณหน้าองค์เจ้าแม่กวนอิม จะเห็นพื้นที่ปูกระเบื้องเป็นสี่เหลี่ยมขนาดไม่ใหญ่ ตรงนั้นให้เรายืนไหว้และขอพรจากเจ้าแม่กวนอิม



เสร็จแล้วข้างๆ เจ้าแม่กวนอิมจะเจอรูปปั้นแบบในภาพ (จำชื่อไม่ได้)



เค้าให้เราเปิดกระเป๋าของเราเตรียมไว้ แล้วเอามือลูบหน้า ลงมาที่มือ แล้วก็ถุงเงินของท่าน แล้วเอามาใส่กระเป๋าเรา จะทำให้เรามีเงินมีทองใช้เยอะๆ นั่นเอง

เดินต่อไป มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อารายก็ไหว้หมด ไล่ไปจนถึงสะพานต่ออายุ มีความเชื่อกันว่า เดินข้ามสะพาน 1 รอบ จะต่ออายุให้ 3 วัน แต่ถ้าข้ามไปแล้ว ห้ามเดินข้ามย้อนกลับมาทางเดิมนะ



แล้วก็เจ้าปลาตัวนี้ น่าสงสารจัง ปากพรุนหมดเลย ยับเยินมาก ก็ดันมีความเชื่อว่าถ้าโยนเหรียญเข้าปากปลาได้ ก็จะประสบผลตามที่หวังไว้ อารายประมาณนี้อ่ะ คนก็เลยโยนกันใหญ่เลย



แล้วก็เดินเข้าไปในศาลาสีแดงๆ จะมีแผ่นป้ายเขียนเป็นภาษาจีนอ่านไม่ออก แต่แอบได้ยินไกด์บอกว่า ให้ยืนอธิษฐานขอเรื่องสุขภาพ แล้วให้ไปเขียนเลข 8 ตรงแผ่นป้ายภาษาจีนนั้นอ่ะ



หลังจากนั้น เราก็เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์ที่เราลงมาเพื่อนั่งรถเมล์ต่อไปที่ Stanley Market ที่นี่เป็นแหล่งช๊อปปิ้งอีกแหล่งหนึ่งของฮ่องกง แต่มีหลายคนบอกว่า ราคาจะแพงกว่าแถว Temple Street แถวโรงแรมเรา แต่เท่าที่เราเดินดู บางอย่างก็ถูก บางอย่างก็แพง ตาดีก็ได้ไปนะคะ

ที่ Stanley Market เรามัวแต่เดินเล่น เลยลืมถ่ายรูปมาเลย

แวะศาลเจ้าเล็กๆ ก่อนจะเดินกลับออกไป



ก่อนจะออกจาก Stanley Market เจอขบวนแห่อะไรไม่รู้ ทำให้เดินออกไปไม่ได้ ต้องรอให้ขบวนผ่านไปก่อน



เสร็จจาก Stanley Market เราเดินต่อไปที่พิพิธภัณฑ์ทางทะเล Maritime Museum มีคนมาถ่ายรูปแต่งงานด้วย แต่บรรยากาศดีทีเดียวนะ







ไปต่อกันที่ห้าง Stanley Plaza เดินเล่นสักพัก แล้วนั่งรถเมล์ข้างหน้าห้างไปลงที่ Wan Chai

เราไปเดินตลาดนัด Tai Yuen Street กันค่ะ

แวะทานเกี๊ยวตัวละ HKD2 กันค่ะ

แบบทอด



แบบนึ่ง



เสร็จแล้วก็นั่ง MTR สายสีน้ำเงิน จากสถานี Wan Chai ไปออกที่สถานี Central Exit C เพื่อเดินเล่นต่อที่ Li Yuen Street

Li Yuen Street จะมี 2 เส้น คือ Li Yuen Street West และ Li Yuen Street East แถวนี้มีร้านขายของ ที่ Chocolate ราคาถูกด้วยนะ แต่ลืมดูชื่อร้านอ่ะ

ทั้งที่ Tai Yuen Street และ Li Yuen Street เราก็เดินเล่นจิงๆ ค่ะ เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาอีกแล้ว

ถึงเวลาที่จะไปขึ้น The Peak แล้ว ก็เลยเดินไปกะขึ้นรถเมล์สาย 15C เปิดประทุน แล้วไปต่อ Tram ขึ้น The Peak แต่รู้สึกเหนื่อยแล้ว ก็เลยเอารวดเดียวให้มันถึงเลยดีกว่า เราเลยขึ้นรถเมล์สาย 15 ธรรมดาไปสบายๆ

ลืมบอกไป รถเมล์สาย 15 นี่ขึ้นได้ทั้งที่ ท่าเรือ Central Pier ตรง Pier 6 แล้วก็ใต้ตึก Exchange Square เลยจากนี้ ก็แทบไม่มีที่นั่งแล้ว ส่วนสาย 15C ก็ขึ้นที่ Central Pier ตรง Pier 6 แต่ไม่แน่ใจว่าขึ้น ใต้ตึก Exchange Square ได้หรือปล่าว

รถพาเราขึ้นเขายิ่งกว่าตอนเช้าที่นั่งไป Repulse Bay อีก รถขับไม่เร็วมาก แต่มองออกไปนอกหน้าต่างแล้วใครกลัวความสูงคงจะแย่

ประมาณชั่วโมงนึง รถก็พาเรามาจอดใต้ตึก Peak Gallery เราเดินขึ้นไปชั้นนึงเพื่อทะลุไปตึก Peak Tower เดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุด มีด่านขายตั๋วขึ้นไปข้างบน เพื่อชมวิว แต่ที่เราจำได้มีคนบอกว่าไม่ต้องเสียเงิน ก็มีที่ใช้ชมวิวคล้ายๆ กัน หาตั้งนานก็ไม่เจอ ไปเจอเฮียบรู๊ซลีที่หน้าพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งซะก่อน ก็เลยแวะทักทายเฮียเค้าซะหน่อย



กว่าจะเจอจุดชมวิวที่เราหาเล่นเอาดึกเชียว ปรากฎว่าอยู่ถัดไปจากที่เค้าลง Peak Tram กัน ก็จะไปเห็นได้ไงอ่ะ คนรอ Peak Tram แถวยาวเป็นงูเลื้อยไม่รู้กี่แถว มันก็บังเราหมดหน่ะสิ ฝ่าฝูงชนนี้ไปก็ ฮั่นแน่ ... ใช่เลย มีศาลาหรือเก๋งจีน เหมือนในรูปที่เคยเห็นไม่ผิดเพี้ยน ล่อให้หาซะเหนื่อยเชียว

มาชมวิวให้หายเหนื่อยดีกว่า





ไม่ได้โกหกนะ คนรอ Peak Tram แถวยาวเป็นงูเลื้อย จิงๆ ไม่เชื่อก็ดูเอา



แต่เราไม่สนเพราะเราจะเดินกลับไปขึ้นรถเมล์สาย 15 ที่ Peak Galleria เหมือนเดิม

สาย 15 ของเรามาแล้ว



นั่งรถเมล์กลับมาจนถึงแหล่งชุมชน เห็นคนลงกันเยอะแยะ เลยเดินไปถามคนขับว่า MTR Central ลงป้ายนี้ได้มั๊ย คนขับชี้ให้ดู โอ้ ... มันอยู่ตรงหน้า จะทิ่มตาแตกอยู่แล้ว

ก็เลยกล่าวขอบคุณแล้วรีบลงรถเมล์ แล้วก็เดินเข้าไปในสถานี Central เพื่อต่อ MTR สายสีแดงไปออกที่สถานี Yau Ma Tei Exit C

เดินเลยซอยโรงแรมไปซอยนึงเพื่อไป Temple Street ทานข้าวอบหม้อดินมื้อดึกที่ร้าน Hing Kee

เราสั่งข้าวอบหม้อดินกับหอดนางรมทอดไข่





ข้าวอบหม้อดินจืดไปหน่อย ต้องใส่ซีอิ๊วที่เค้าเตรียมให้ แล้วรีบคลุกอย่างเร็ว เพราะไม่งั้นข้าวจะติดก้น แล้วแข็งกินไม่ได้ ใส่ซีอิ๊วรอบแรกก็ยังจืด เลยมีรอบสอง ล่อซะดำเลย แต่อร่อยขึ้นมาทันที ส่วนหอยทอดก็ดี แต่กินกับซอสพริกที่เค้าให้แล้วไงไม่รู้ ถ้าได้ซอสพริกแบบบ้านเราคงสุดยอดอ่ะ

หน้าตาเครื่องปรุงรสเค้าหล่ะ ขวดสูงสีดำเอาไว้กินกับข้าวอบหม้อดิน ส่วนขวดเล็กนั่นซอสพริกบ้านเค้าหล่ะ



ทานเสร็จแล้วก็เดินย่อยใน Temple Street สักพัก ก่อนจะกลับโรงแรม

พรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้วสินะที่จะอยู่ฮ่องกง

ชม พักร้อนไปเที่ยวฮ่องกง-มาเก๊า 11-16 สิงหาคม 2553 (Day 1)

ชม พักร้อนไปเที่ยวฮ่องกง-มาเก๊า 11-16 สิงหาคม 2553 (Day 2)




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2553
0 comments
Last Update : 27 สิงหาคม 2553 0:06:41 น.
Counter : 1281 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BaNgRaK
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add BaNgRaK's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.