พรศักดิ์สิทธิ์ 4 ประการ
      เมื่อใดที่รู้สึก อกหัก รักคุด งานสะดุด เงินไม่คล่องมือ เพื่อนหักหลัง ชีวิตพัง เรามักจะคิดถึงวัดเป็นอันดับต้นๆ การได้ไปขอพรพระคู่บ้านคู่เมืองหรือการได้ไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา กราบพระประธานในพระอุโบสถทำให้จิตใจแช่มชื่นอบอุ่นมีพลัง มีความหวังใหม่ๆ บังเกิดในจิตที่เคยเศร้าหมองหมดหวัง 
      "ขอให้ข้าพเจ้าสมหวังในรัก"
      "ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวย ถูกหวย ทำธุระกิจประสบความสำเร็จ"
      "ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข ปราถนาสิ่งใดขอให้สมหวังทุกประการ" และอีกมากมายหลายพรที่เราประนมมือขอให้พระท่านช่วยดลบันดาลให้ 
      พวกเราลืมไปแล้วรึว่า พระท่านตัดแล้วซึ่งกิเลสทางโลก และยิ่งพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ ท่านปล่อยวางแล้วซึ่งความสุขและความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวง พรศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านจะช่วยชี้ทางให้ท่านหมดทุกข์ได้ มี 4 ประการ คือ อายุ วัณโณ สุขัง พลัง อย่างไรเล่า
    อายุ คือ ขอให้อายุยืนยาว การมีอายุยืนยาวในที่นี้คือยืนยาวแบบไร้โรคภัยไข้เจ็บด้วยนะ
    วรรณโณ หรือ วรรณะ คือขอให้ผิวพรรณผุดผ่อง ท่านไม่ได้แนะนำให้ไปซื้อครีมมาทา หรือไปหาหมอฉีดผิวให้ขาวใสหรอกนะ นั่นยิ่งทำให้เพิ่มทุกข์เข้าไปอีก แต่ท่านชี้ทางให้เกิดความงามจากข้างในนั่นคือจิตที่ปลอดโปร่งด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา  ทุกข์กายก็ช่างเถิดแต่ใจต้องผ่องใส เมื่อจิตเบิกบานเป็นอิสระจากสุขหรือทุกข์แล้วมันจะส่งผลถึงกาย ผิวพรรณก็จะเกิดความผุดผ่องอัตโนมัติ
    สุขัง คือ ขอให้มีความสุข ความสุขนั้นคือสุขใจ การที่จะทำให้เรามีความสุขได้ประกอบไปด้วย มรรค 8 ประการ ดังนี้  ความเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ การเลี้ยงชีพชอบ ความเพียรชอบ ความระลึกชอบ และความตั้งใจชอบ 
    พลัง คือ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ดังที่พระพุทธดำรัสว่า " อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ"  การที่จะมีสุขภาพแข็งแรงนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกลังกายอย่างสม่ำเสมอ ปฎิบัติธรรมวางจิตให้สงบเป็นประจำ ไม่เลื่อกคิดสิ่งที่ทำให้เครียด ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่น
    ดังนั้นพรศักดิ์สิทธิ์ 4 ประการที่พระท่านให้ เน้นไปที่จิต จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว ความทุกข์กายเกิดจากกรรมที่เราไม่สามารถแก้ไขได้ เราไม่สามารถห้ามไม่ให้ร่างกายโรยราเหี่ยวแห้งได้ เราไม่สามารถห้ามคนรักไม่ให้ทิ้งเราได้ เราไม่สามารถห้ามเจ้ากรรมนายเวรไม่ให้โกงเราได้ เราห้ามความเจ็บความตายไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนวิธีคิดได้ เราแยกจิตให้ออกจากกายได้ ถึงแม้มันจะต้องใช้เวลาในการฝึกฝน แต่ถ้าฝึกได้เราจะเข้าใจว่าพรที่พระท่านให้เรานั้นศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหน 
      ไม่มีใครช่วยให้เราคลายทุกข์ได้นอกจากตัวเราเอง พระท่านชี้แนะแนวทางเราได้แต่ท่านไม่สามารถดึงเราขึ้นมาจากขุมนรกหรือดึงเราไปขึ้นสวรรค์ได้ ทุกอย่างเราต้องช่วยเหลือตัวเราเอง ทุกข์หรือสุขอยู่ที่จิตของเราเท่านั้น



Create Date : 23 มิถุนายน 2563
Last Update : 23 มิถุนายน 2563 15:11:23 น.
Counter : 214 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



สมาชิกหมายเลข 5990242
Location :
ระยอง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทางเดินของเราไม่มีหลักการ ไม่มีปรัชญา มันคือประสบการณ์ ล้วนๆ
มิถุนายน 2563

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
29
30