Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
8 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 

《ฮั่นอู่ต้าตี้》 三


สารบัญ | ตอนที่ 2 | ตอนที่ 4

23 มกราคม 2551

ผู้แปล : เจี่ยงตงจื้อ



จอมจักรพรรดิ์ราชวงศ์ฮั่น ตอนที่ 3



3-1


“เริ่มพิธีขับไล่ภูตผี เด็กน้อยไล่ผีถ้าพร้อมแล้ว เชิญมาขับไล่ผีได้” สิ้นเสียงของขันที บรรดาเด็กตัวน้อยๆที่โพกผ้าคลุมสีแดงไว้บนหัวและแขวนกลองไว้ที่ด้านหน้าของตนเองต่างเดินเรียงแถวกันเข้ามาในห้องโถง เสียงของผู้นำในกลุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับตีกลอง “เทพเจี่ยจั้ว(甲作)มากินผีตายโหง เทพปี้เว่ย(胇胃)มากินผีเสือ เทพสุงปั๋ว(雄伯)มากินผีอสุรกาย พวกเราพาเทพทั้งสิบสองมาแล้ว มาขับไล่ผีร้ายอย่างพวกเจ้า แตกแถว!”

เมื่อเด็กๆได้เปิดทางแยกออกเป็นสองฝั่งแล้ว ทหารที่สวมหน้ากากผีและแต่งตัวเป็นเทพเจ้าปราบผีทั้งสิบสองคนก็วิ่งเข้ามาอยู่ตรงกลางพร้อมกับทำท่าทางปราบผี เด็กๆต่างส่งเสียงโห่ร้องพร้อมกับตีกลองว่า “จะสับร่างพวกเจ้าเป็นชิ้นส่วน ปล่อยให้เลือดหยดไหลจนแห้งเหือด จะถลกหนังพวกเจ้าให้เปลือยเปล่า แล้วควักตับลำไส้ไม่ให้เหลือ เจ้าผีร้ายเอ๋ย หากเจ้าไม่รีบหนี พวกเราจะจับเจ้าโยนให้หมากิน”

แล้วเทพปราบผีทั้งสิบสองก็นำทุกคนออกมายืนรอบกองไฟที่ก่อไว้ที่หน้าพระตำหนัก หวงตี้จิ่งตี้ทรงสั่งให้ชุนถัวนำหน้ากากผีไปเผาไฟ เสร็จแล้วพวกองค์หญิงองค์ชายพระองค์น้อยๆต่างนำหน้ากากผีของตนเองไปโยนเผาไฟกันอย่างสนุกสนาน

หวงตี้จิ่งตี้ทรงมองขึ้นไปยังท้องฟ้า “ข้าขอตั้งจิตอธิษฐานต่อฟ้าและดิน สัตว์เทพประจำจตุรทิศ(四方神灵 1) ให้ช่วยอำนวยอวยพรให้ราชวงศ์ฮั่นของข้าได้อยู่คู่แผ่นดินสืบไป วิญญาณที่ชั่วร้ายก็ขอให้ถูกขจัดจนหมดสิ้น ความชั่วร้ายที่ถูกเผาไฟไปนั้นก็ขอให้ถูกพัดพาลอยไปสู่แม่น้ำเว่ย(渭河)”

เมื่อเสร็จพีธีแล้วทุกคนก็กลับเข้าไปในห้องโถงของตำหนัก



3-2


“ทุกคน มาๆๆ มาดื่มกัน ไม่ต้องเกรงใจ จะดื่มอะไรก็ดื่ม ดื่มได้ไม่ต้องยั้ง” เสียงของจ่างกงจู่พูดกับเหล่านางสนม

“น้องสาม” หวงตี้จิ่งตี้ตรัสขึ้นขณะทรงพยุงพาไท่โห้วโต้วกลับไปนั่งยังที่ประทับ อ๋องเหลียงได้กวักมือเรียกพี่สาวให้มาสนทนากัน

“เสด็จแม่มักจะพูดเสมอว่า ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการที่มีลูกชายมาอยู่ข้างๆกาย มองดูก็รู้ พอน้องสามกลับมา เสด็จแม่ทรงรู้สึกดีพระทัยมากกว่าอะไรเสียอีก”

“ใช่ๆ” ไท่โห้วโต้วทรงยอมรับพร้อมกับเรียกอ๋องเหลียงให้เข้าไปหาใกล้ๆ “ปีนี้แม่ก็อายุมากแล้ว นอกจากลูกชายแล้วชั่วชีวิตนี้ยังจะมีอะไรให้คิดถึงได้อีกล่ะ”

“เสด็จแม่ พวกลูกก็อยู่ใกล้ชิดกับท่านแล้วยังไงล่ะ” อ๋องเหลียงเอ่ย

“วันนี้อยู่ แล้วพรุงนี้ล่ะ” ทรงถอนพระทัยนำมือของอ๋องเหลียงมากุม แล้วตรัสกับหวงตี้ “ฝ่าพระบาท ธรรมเนียมปฏิบัติที่บรรพบุรุษได้กำหนดขึ้น ทำไมถึงได้ทำร้ายจิตใจ(无情)ได้ขนาดนี้ แม่ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก แม้ดวงตาจะมองไม่เห็นแล้ว แต่ใจดวงนี้ของแม่กลับคิดและก็คาดหวังอยากให้ทุกๆวันสามารถเป็นได้เหมือนในวันนี้ ปีหนึ่งได้พบกันแค่หนหนึ่งแล้วจะมีประโยชน์อะไร นึกจะไปก็ไป ฝ่าพระบาท แม่ปรารถนาอยากให้น้องเจ้าได้มาอยู่ดูแลข้างกายแม่ให้ได้นานกว่านี้”

“เสด็จแม่ ที่แคว้นเหลียงนั้นยังไงก็จะต้องมีคนคอยอยู่ดูแลไม่ใช่หรือพระเจ้าคะ” อ๋องเหลียงเอ่ย

“ส่งใครไปดูแลก็ได้นี่ ไม่เห็นจำเป็นจะต้องให้เจ้าไปดูแลเลย” ไท่โห้วโต้วแย้ง

“เอ่อ..อันที่จริงการจะให้น้องสามมาอยู่ข้างกายเสด็จแม่ได้นานขึ้นนั้นไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ พวกเรามาช่วยกันคิดหาวิธีที่จะได้ดูแลทั้งแคว้นเหลียงและก็ไม่ทำให้เสด็จแม่ต้องเศร้าเสียใจทุกวันด้วยก็ได้” หวงตี้จิ่งตี้

“แม่มีข้อเสนอ เจ้าก็ตั้งให้น้องเจ้าเป็นฉู่จวิน(储君 - มกุฎราชกุมาร)สืบต่อจากเจ้าสิ” ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงต่างเงียบกริบกับสิ่งที่ได้ยิน ไท่โห้วโต้วกุมมือของหวงตี้จิ่งตี้ “นี่ก็เป็นวิธีการอีกวิธีไม่ใช่เหรอ ทำแบบนี้นอกจากจะได้ช่วยเจ้าในเรื่องราชกิจแล้วก็ยังจะได้มาอยู่ดูแลข้างกายแม่ด้วย ได้หรือเปล่าล่ะ”

หวงตี้จิ่งตี้ทรงอึกอัก “เอ่อ..อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ พระเจ้าค่ะ”

โต้วอิง ไท่โห้วโต้วรีบเรียกหลานชายทันที

“พระเจ้าค่ะ”

“เตรียมเหล้า”

โต้วอิงเดินไปเปิดฝาชามอ่างใส่เหล้าที่วางอยู่หน้าแท่นที่ประทับ

“ไม่ใช่” เสียงตวาดของไท่โห้วโต้วทำให้โต้วอิงชะงักมือที่กำลังจะตักเหล้าทันที

ไท่โห้วโต้วทรงชี้มือไปยังที่เก็บเหล้า “เหล้าจื่อจินฉุน(紫金醇)ไหที่วางอยู่ตรงโน้นต่างหาก” จากนั้นทรงค่อยๆพยุงพระวรกายขึ้นโดยมีอ๋องเหลียงคอยประคอง “ในเมื่อหวงตี้จะทรงให้คำมั่นสัญญาทั้งที ก็ควรจะใช้เหล้าที่อดีตหวงตี้เกาจู่ทรงหมักไว้ไหนั้น เพื่อร่วมเป็นพยานในการให้สัจจะสาบานของสองพี่น้อง เมื่อดื่มเหล้าไหนี้แล้วราชวงศ์ฮั่นก็ถือว่าได้มีฉู่จวินพระองค์ใหม่”

“ฝ่าพระบาท” โต้วอิงยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ส่วนหวงตี้จิ่งตี้ได้แต่ทรงประทับนิ่ง

โต้วอิงรีบทิ้งฝาชามอ่างที่ถืออยู่ลงกับพื้นแล้วถอยออกไปคุกเข่า “ฝ่าพระบาท ไท่โห้ว ข้าพระองค์มีคำกล่าวที่อยากจะกราบทูล แผ่นดินราชวงศ์ฮั่นของเรา อดีตหวงตี้เกาจู่ทรงได้รับความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยกับการก่อสร้างแผ่นดินฮั่นมาตลอดชีวิตของพระองค์ การสืบทอดอำนาจจากพ่อไปสู่ลูกนั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ได้มีบัญญัติไว้ตั้งแต่ครั้งสมัยของหวงตี้เกาจู่สืบต่อไปจนถึงหวงตี้องค์ถัดมาจากรุ่นสู่รุ่น แม้ว่าในตอนนี้ฝ่าพระบาทจะยังไม่ได้ทรงกำหนดแต่งตั้งผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งไท่จื่อ(太子 - รัชทายาท) แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนธรรมเนียมปฏิบัติหรือบทบัญญัติที่สืบทอดต่อกันมาได้ตามอำเภอใจ การมอบราชสมบัติให้แก่ผู้เป็นน้องนั้นเกรงว่าจะไม่เป็นที่ยอมรับจากคนทั่วทั้งแผ่นดิน และเหล่าบรรดาจูโห้วต่างๆ พระเจ้าค่ะ”

จากนั้นโต้วอิงก็ช่วยพูดแก้หน้าให้หวงตี้จิ่งตี้ว่า “เมื่อสักครู่นี้ฝ่าพระบาท ทรงไม่ได้คิดถึงตรงจุดนี้ก็เลยตรัสอะไรผิดไป พระเจ้าค่ะ”

“จะต้องทรงดื่มเหล้าเป็นการทำโทษ ที่พระองค์ตรัสอะไรผิดๆไป พระเจ้าค่ะ” โต้วอิงตักเหล้าถวายให้แก่หวงตี้จิ่งตี้

หวงตี้จิ่งตี้รับเหล้ามาแล้วตรัส “ใช่ๆๆ เมื่อกี้เรายังคิดไม่ตกดีเลยพูดอะไรออกไปไม่หมด ต้องดื่มเหล้าทำโทษ ต้องดื่มเหล้าทำโทษ เสด็จแม่ทรงประทับนั่งเถอะ พระเจ้าค่ะ”

ไท่โห้วโต้วค่อยๆทรุดองค์ลงประทับนั่งด้วยความรู้สึกเสียพระทัยยิ่งนัก



3-3


หวงตี้จิ่งตี้เสด็จกลับถึงตำหนักด้วยสีพระพักตร์ที่ไม่สู้ดี ทรงล้มพระวรกายลงนอนประทับกับพื้น

“หวงตี้ทรงประทับอยู่ข้างในหรือเปล่า” เฉาชั่วเอ่ยถามขันที

ขันทีพยักหน้า เฉาชั่วจึงเดินเข้าไปด้านในแล้วคุกเข่าหมอบกราบ “ข้าพระองค์รอฝ่าพระบาทอยู่นานแล้ว พะย่ะค่ะ”

“เจ้าลุกขึ้นเถอะ”

“ขอบพระทัย พะย่ะค่ะ”

“น่าหงุดหงิดเสียจริงๆ คิดไม่ถึงเลยว่าไท่โห้วจะทรงใช้วิธีการที่แยบยลกับเราเช่นนี้ ทรงเสนอกับเราเมื่อตอนที่เรากำลังขาดสติยั้งคิด จู่โจมโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว(出其不意,攻其不备)”

“เรื่องที่เกิดขึ้นในระหว่างงานเลี้ยงพระกระยาหารเมื่อกี้นี้ ข้าพระองค์ทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว เรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฝ่าพระบาทไม่ควรจะทรงเป็นกังวลจนเกินไป พะย่ะค่ะ”

“วันนี้หากไม่ได้โต้วอิงช่วยแก้ไขสถานะการณ์ให้แล้วล่ะก็ เราก็ไม่รู้จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร พระอารมณ์ของไท่โห้ว ทรงฉุนเฉียวเสียด้วยสิ”

“การที่ไม่ทรงดื่มเหล้าเพื่อแต่งตั้งฉู่จวิน(储君 มกุฎราชกุมาร)นั้น ไท่โห้วต้องทรงขุ่นเคืองพระทัยเป็นธรรมดา กุญแจดอกสำคัญอยู่อ๋องเหลียงว่าจะทรงคิดอย่างไรมากกว่า พะย่ะค่ะ การที่ฝ่าพระบาททรงให้พระเกียรติต้อนรับอ๋องเหลียงอย่างเป็นพิเศษนั้นก็เพื่อเป็นการเหนี่ยวรั้งอ๋องเหลียงเอาไว้ไม่ใช่หรือ พะย่ะค่ะ การเดินหมากของฝ่าพระบาทถูกต้องแล้ว สำหรับการแสดงการตอบรับในวันนี้นั้นถือว่าทรงพระปรีชาชาญฉลาดยิ่งนัก พะย่ะค่ะ ฝ่าพระบาทจะต้องทรงอาศัยความเป็นพี่น้องมาเหนี่ยวรั้งอ๋องเหลียง มาผูกมัดเค้าให้เข้ามาเป็นพันธมิตรให้ได้ เมื่อนั้นเขาไท่ซาน(泰山)ที่อยู่ทางตอนเหนือไปจนถึงตะวันตกที่เกาหยาง(皋阳)ดินแดนอันกว้างใหญ่ของแคว้นเหลียง(梁国)ก็จะกลายมาเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญไว้คอยป้องกันประเทศ พะย่ะค่ะ เมื่อเหนี่ยวรั้งกุญแจดอกสำคัญไว้ได้แล้ว อ๋องเหลียงก็จะเป็นกำลังให้กับฝ่าพระบาท ส่วนไท่โห้วนั้นเมื่อได้ทรงเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วก็อาจจะทรงสนับสนุนและทรงช่วยเหลือฝ่าพระบาทก็ได้ พะย่ะค่ะ”

หวงตี้จิ่งตี้ทรงเอนพระวรกายขึ้นประทับนั่งแล้วตรัส “งั้นเอาตามนี้ก็แล้วกัน กับเรื่องของพวกซุงหนูนั้นเราจะต้องคอยเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด”

“พะย่ะค่ะ”

“ไปคัดเลือกกงจู่มาสักองค์หนึ่งแล้วเริ่มการแต่งตั้งอ๋องให้ไปปกครองชายแดน(削藩)ทันที แม้สถานะการณ์ยากที่จะคาดเดาได้ แต่ว่าตามแนวชายแดนทางตอนเหนือจะต้องไม่มีเรื่องใดๆเกิดขึ้นอีกต่อไป”

“พะย่ะค่ะ”



3-4


หานอันกว๋อเดินทางมาดูการแข่งขันชู่จีว์(蹴踘 3)ที่สนาม

บริกรสาวยกอาหารมาตั้งให้ที่โต๊ะ หานอันกว๋อรู้สึกแปลกใจที่มีอาหารมาบริการจึงเอ่ยถาม “คนที่มาดูบอลที่นี่ ล้วนได้รับการปฏิบัติแบบนี้หรือไม่”

“เรียนใต้เท้า หากเป็นคนธรรมดาจะมีชาขมให้แค่แก้วเดียวเท่านั้น”

“ถ้างั้น แล้วพวกนี้ล่ะ..”

“เรียนใต้เท้า อาหารเหล่านี้ท่านหลางกวนเถียนที่กำลังแข่งบอลอยู่ให้นำมาให้ท่านค่ะ”

หลางกวน(郎官)ที่แซ่เถียน(田)งั้นหรือ? ทำไมข้าไม่เห็นจะรู้จักเลยล่ะ”



3-5


“รู้หรือเปล่า อ๋องเหลียงกลับวังแล้ว” หนึ่งในทีมบอลฝ่ายแดงได้เอ่ยกับเพื่อนร่วมทีมขณะที่กำลังยืนรอเปิดลูกในเกมใหม่อยู่ในสนาม

“ได้ยินมาว่าไท่โห้วทรงจัดพิธีขับไล่ภูตผีพร้อมกับงานเลี้ยงต้อนรับอ๋องเหลียง และได้ยินอีกว่าอ๋องฉู่(楚王)ก็มาด้วย” เพื่อนร่วมทีมอีกคนเอ่ย

อ๋องฉู่หรือจะสู้อ๋องเหลียงได้ ข้าได้ยินมาว่าหวงตี้ทรงนำราชพาหนะเทียมม้าไปรับอ๋องเหลียงด้วยพระองค์เอง และยังทรงขับรถม้าด้วยพระองค์เองอีกด้วย”

เถียนเฝิน(田蚡)หนึ่งในผู้เล่นทีมสีแดงได้เอามือตบหลังเพื่อนๆเป็นสัญญาณ แล้วเกมการแข่งขันเกมใหม่ก็ได้เริ่มขึ้น



3-6


หลังจบการแข่งขัน เถียนเฝินก็รีบวิ่งไปหาหานอันกว๋อทันที แต่หานอันกว๋อทำท่างงๆ

“ใต้เท้าหานไม่ต้องตกใจ ข้าน้อยแค่คิดอยากจะทำความรู้จักกับใต้เท้าเท่านั้นครับ”

“แล้วเจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงได้มีน้ำใจต้อนรับข้าเช่นนี้?”

“ข้าน้อย..ข้าน้อยคือหลางกวนเถียนเฝิน อันที่จริงข้ากับผู้ปกครองแคว้นของท่านก็เป็นเสมือนญาติสนิทกัน”

“ญาติสนิทเรอะ? ญาติสนิทตรงไหนไม่ทราบ”

“พี่สาวของข้าน้อย ก็คือพี่สะใภ้ของอ๋องเหลียง เหม่ยเหรินหวังที่อยู่ในวังหลวงก็คือนาง”

หานอันกว๋อพยักหน้ารับทราบ “แต่นางแซ่หวัง แล้วเจ้าก็แซ่เถียนไม่ใช่หรือ? หรือว่าเป็นพี่น้องต่างบิดากัน? ต้องขอโทษด้วยที่ไม่รู้จักท่านมาก่อน หวังว่าใต้เท้าเถียนคงจะใจกว้างพอที่จะให้อภัยข้า เชิญนั่ง”

“แม่ของข้าน้อยแต่งงานใหม่ แล้วก็ให้กำเนิดพวกเราสองพี่น้อง ใต้เท้าหานเป็นแขกจากแดนไกลของหวงตี้ ก็เท่ากับเป็นแขกของข้าเถียนเฝินเหมือนกัน ข้าขอเป็นตัวแทนของพี่สาวเลี้ยงต้อนรับใต้เท้าเน่ยสื่อ(内史 2) และก็ถือเป็นหน้าที่ของข้าน้อยด้วย”

“ขอบคุณๆ”

“เชิญดื่ม”



[1 四方神灵(ซื่อฟางเสินหลิง) หมายถึง สัตว์เทพประจำทิศทั้งสี่ทิศในคติจีนโบราณ ได้แก่ 青龙(ชิงหลง)หรือมังกรเขียว สัตว์เทพประจำทิศตะวันออก 白虎(ป๋ายหู่)หรือเสือขาว สัตว์เทพประจำทิศตะวันตก 朱雀(จูเชวี่ย)หรือหงส์แดง สัตว์เทพประจำทิศใต้ และ 玄武(เสวี๋ยนอู่)หรือเต่าดำ สัตว์เทพประจำทิศเหนือ สำหรับทิศในสมัยโบราณจะคิดตามการจัดขบวนรบของกองทัพที่ว่า มังกรเขียวปิดซ้าย เสือขาวปิดขวา หงส์แดงนำ เต่าดำตาม]

[2 内史(เน่ยสื่อ) เป็นตำแหน่งของหานอันกว๋อ ที่ปรึกษาของอ๋องเหลียงเมื่อตอนอยู่ที่แคว้นเหลียง]

[3 蹴踘(ชู่จีว์) เป็นกีฬาโบราณของชายจีนคล้ายๆกับการเตะฟุตบอลแต่สามารถใช้หัว บ่า ส่วนหลัง ส่วนท้อง หัวเข่า หรือแม้แต่มือจับลูกบอลได้ การเล่นจะเล่นอยู่ในสนามที่ก่อเป็นกำแพงสูงล้อมรอบ แบ่งผู้เล่นเป็นสองฝ่ายๆละ 6 คน การทำประตูจะต้องพาลูกจากฝ่ายตนไปโยนเข้าประตูที่มีลักษณะเป็นวงกลมที่วางอยู่เหนือพื้นดินของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ในขณะที่ทำการพาลูกไปยิงประตูนั้นก็อาจจะมีการปะทะยื้อแย่งกันกับฝ่ายตรงข้ามบ้าง ถือเป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับฝึกทักษะของพวกทหารในสมัยราชวงศ์ฮั่น]




 

Create Date : 08 พฤษภาคม 2550
1 comments
Last Update : 23 มกราคม 2551 9:13:42 น.
Counter : 3711 Pageviews.

 

ไม่แปลต่อแล้วเหรอคะ ดูแบบดำน้ำไปได้ ๓ ตอนแล้วคะ

 

โดย: ไอริน IP: 192.99.14.34 7 มีนาคม 2558 21:16:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


WangAnJun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add WangAnJun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.