Valentine's Month


 
aLwaYs moodY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




.
.
.
.
The best things in life are often unseen
that's why we always close our eyes when
we kiss, pray and dream.
.
.
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
16 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add aLwaYs moodY's blog to your web]
Links
 

 
Autumn Tokyo(東京) - ทบทวนแผนเที่ยว Asakusa area(浅草)


จาก Ueno เราจะใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินประมาณ 5 นาที

Metro Ginza Line ใช้ทางออก exit 1 ค่ะ

( หาข้อมูลมา: Asakusa Line ใช้ exit 4/5 แม้จะชื่อเดียวกันแต่สถานีจะแยกจากกัน เพราะคนละค่าย)




ออกจากสถานีถ้าไม่หลง โผล่ออกมาต้องเห็นตึกหน้าตาแบบนี้อยู่อีกฝั่ง

นึงของแม่น้ำซุมิดะ ตึกฟองเบียร์ Asahi Building





จากสถานีเดินไปจนถึงทางเข้าในแผนที่ C คือ ประตูสายฟ้า / Kaminarimon Gate/ 雷門

ทางเข้าวัด ที่ที่มีโคมแดงยักษ์นะแหละค่ะ ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเองคะ

B คือ วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple :金龍山浅草寺) ค่ะ

ลอดซุ้มเข้าไปก้อจะละลานตากับร้านค้าทั้งสองข้างทาง Namikase dori (ถนนนามิคาเซะ)

หน้าตาประมาณนี้อะค่ะ ท่าทางกระเป๋าจะเบาก่อนเดินถึงวัดแน่ๆ แหะๆ




มาดู Lay out เต็มๆของวัดเซนโซจิกันค่ะ




A : Kaminarimon Gate (雷門) B: Hozomon Gate (宝蔵門:Treasure-House Gate)

C : Main Hall - Kannondon ซึ่งอยู่ระหว่างการซ่อม(แย่จัง)

วัดเซนโซจิมีเวปไซด์ด้วยนะ สนใจประวัติวัดเป็นภาษาอังกฤษตามลิ้งค์นี้ค่ะ Sensoji Temple Guide


ส่วนภาษาไทยเชิญข้างล่างค่ะ ** คัดลอกมาบางส่วนจาก blog ของคุณ LuLi : //lady2go.wordpress.com **

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ



วัดเซนโซจิ / Sensō-ji / 浅草寺 เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เริ่มต้นมาจาก วันที่ 18 มีนาคม ปี 628 (ถึงขนาดรู้วันที่ -*-) ชาวประมง 2 คนได้ทอดแหจับปลาอยู่ที่แม่น้ำซุมิดะแล้วตอนที่ลากแหขึ้นมานั้น ก็ได้มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขนาดประมาณ 5 นิ้วติดแหขึ้นมาด้วยไม่ว่าจะทิ้งกลับลงน้ำซักกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ทอดแห รูปปั้นก็จะติดขึ้นมาทุกครั้งหัวหน้าในหมู่บ้าน (ผู้ใหญ่บ้านละมั๊ง = =’) ก็ได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ขององค์เจ้าแม่กวนอิมก็เลยดัดแปลงบ้านของตัวเองในอาซากุสะให้เป็นวัดเล็กๆ เพื่อให้รูปปั้นเจ้าแม่ได้ประดิษฐานหลังจากนั้นพอเรื่องราวโดนพูดต่อกันปากต่อปาก ทำให้ผู้คนพากันเดินทางมาสักการะกันจากทั่วทุกทิศ ต่อมาในปี 645 ก็ได้สร้างวัดจริงๆขึ้นมา ซึ่งนั่นก็ถือเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ วัดเซนโซจิมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่นะคะ เหมือนเห็นแว๊บๆว่าใหญ่ติดอันดับเลยล่ะ




นอกเหนือจาก Main Hall ที่เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมแล้วก็ยังมีศาลเจ้า/วิหารเล็กๆอยู่รอบๆอีกเยอะแยะเลยค่ะ ยังไงนมัสการเจ้าแม่กวนอิมแล้ว ก็อย่าลืมเดิมชมรอบๆด้วยนะคะ ก่อนที่จะผ่าน Hozo-mon มา ทางซ้ายมือ คือ Nade botokesan buddaเป็นรูปปั้นที่คนจะมาขอพรเพื่อให้โชคดี แล้วก็ช่วยให้หายจากโรคร้ายทั้งหมดทั้งปวง ผ่าน Hoza-mon มา ทางซ้ายมือก็จะเห็นเจดีย์ 5 ชั้น (five-stories pegoda) ของเก่าพังเรียบไปแล้วเช่นกัน ที่เห็นอยู่นี่ก็เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1973 ค่ะ แต่ถึงจะเป็นของใหม่ที่สร้างขึ้นไม่กี่สิบปีมานี้ แต่ก็ต้องบอกว่าคงลักษณะของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นไว้ทุกกระเบียดนิ้ว มองตรงไปข้างหน้าค่ะ จะเห็น Main Hall ที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมแต่ว่าก่อนที่จะเข้าไปในวิหารนั่น ตามประเพณีคือจะต้องล้างหน้าบ้วนปากก่อนนะคะการล้างมือก่อนเข้าวัดหรือศาลเจ้าเป็นประเพณีของญี่ปุ่นค่ะหมายถึงการชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งกายและจิตใจก่อนที่จะเข้าวัดวิธีการก็คือใช้กระบวยที่เตรียมไว้ให้รองน้ำจากน้ำพุ/น้ำตกล้างมือซ้าย ล้างมือขวา แล้วก็รองน้ำใส่มือมาบ้วนปาก เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธีชำระจิตใจเรียบร้อยแล้ว



ก่อนที่จะขึ้น Main hall ก็จะเจอกับกระถางกำยานขนาดใหญ่ตั้งขวางอยู่อันนี้ก็เป็นความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเหมือนกัน เค้าเชื่อว่ากำยานจะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้ค่ะวิธีก็คือไปซื้อกำยานมาจากศาลาข้างๆกระจุกละ 500 เยนนะ ถ้าจำไม่ผิดกวักควันกำยานเข้าตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิมกันด้านในค่ะแต่ด้านใน Main hall เค้าติดป้ายห้ามถ่ายรูป ลูลิก็เลยไม่ได้ถ่ายมานะคะข้างใน Mail hall ก็จะมีกระถางรับบริจาค ที่ฝาจะมีร่องๆค่ะ เราโยนเงินลงไปก็จะมีเสียงกรุ๊งกริ๊งๆโยนเยอะโยนน้อยแค่ไหนรู้หมดเลยอ้ะเข้าไปด้านในแล้ว อย่ามัวแต่ขอพรจนลืมมองรอบๆตัวนะคะ บนฝ้าเพดานด้านใน จะมีรูปวาดนางฟ้ากับดอกบัวซึ่งเป็นงานของจิตกรชื่อดัง โดโมโตะ อินโช (Domoto Insho) ที่วาดเอาไว้ในศตวรรษที่ 20 ออกมาทางด้านข้าง (ด้านซ้าย) ของ Main hall ก็จะเจอสวนสวยๆขนาดย่อมซึ่งอันที่จริงแล้ว ก็เป็นสวนที่เป็นทางเชื่อมระหว่างศาลเจ้า/วิหารเล็กๆอื่นๆค่ะที่หน้าศาลแต่ละที่ จะมีป้าย(เหมือนในเรื่องอิกคิวซัง)ปักเอาไว้อธิบายถึงความเป็นมาของศาลนั้นๆ







บริเวณวัดกว้างมากทีเดียว หันหน้าเข้าวัดถัดมาทางซ้ายมือจะมีสวนสนุกเก่าแก่ของญี่ปุ่นตั้งอยู่

ชื่อว่า Hanayashiki ซื่งเมื่อก่อนแรกเริ่มสร้างเป็นสวนดอกไม้ตั้งแต่ปี 1853 (มากกว่าร้อยปีอีกนะเนี่ย)

และเปลี่ยนเป็นสวนสนุกในปี 1949 ข้างในมีเครื่องเล่นมากกว่า 20 ชนิดแหนะ




ถึงจะเก่าแก่แต่ไม่ได้เข้าฟรีนะคะ ค่าเข้า 900 ¥ สำหรับผู้ใหญ่ เด็ก 400 ¥

เอามาฝากเผื่อมีใครสนใจ แต่เจ้าของบล็อกคงไม่ได้เข้าไปหรอกคะ

อย่างมากคงแต่ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เหอๆ ก้อเสียตังค์นี่คะ

ไหว้พระขอพรให้เราเที่ยวกันอย่างไม่มีอุปสรรคสาหัส(ไม่ต้องหลงทุกๆสถานี)แล้ว เดินย้อนกลับมาชิลๆ

กันต่อริมแม่น้ำซุมิดา ถ้ามีตอนช่วงซากุระบานแถวนี้ก้อสวยเหมือนกัน

เตร็ดเตร่ได้จนถึง 3 โมงเราก้อจะกลับไป Check in ก่อนแล้วไปต่อกันที่ Akihabara ค่ะ






Create Date : 16 ตุลาคม 2553
Last Update : 18 ธันวาคม 2553 16:29:32 น. 3 comments
Counter : 1100 Pageviews.

 
i love japan


โดย: tan IP: 14.207.221.63 วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:15:30:11 น.  

 
i like japan


โดย: tan IP: 14.207.221.63 วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:15:31:37 น.  

 
i like japan


โดย: tan IP: 14.207.221.63 วันที่: 8 ธันวาคม 2555 เวลา:15:31:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.